หวงฝู่หลิงซีชื่อนี้เรียกได้ว่าเป็ตำนานในแผ่นดินต้าถังตระกูลหวงฝู่เองก็เป็ตระกูลเก่าแก่ของแผ่นดินต้าถังลงหลักปักฐานในเมืองหลวงพันกว่าปีสกุลเซียวและสกุลมู่หรงไม่ใช่ว่าจะสามารถเทียบกันได้อย่างแน่นอน
หวงฝู่เหยียนเหนียนประมุขตระกูลในยุคนี้เป็หัวหน้าขุนนางฝ่ายพลเรือนของแผ่นดินต้าถังอยู่เหนือกว่าอัครมหาเสนาบดี สถานะภายในราชสำนักมีเกียรติสูงสุดเหนือกว่าผู้ใดต่อให้เป็เซียวฉีสยงก็ต้องเรียกขานเขาว่าท่านเสนาบดีด้วยความนอบน้อมเช่นกัน
แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลหวงฝู่กลับมิใช่ท่านเสนาบดีผู้นี้หากแต่เป็ดรุณีน้อยงามเลิศล้ำที่อายุยังไม่ถึงสิบหกปีตรงหน้าเซียวอวี้ผู้นี้
หวงฝู่หลิงซีฉลาดปราดเปรื่องมาั้แ่เล็กวัยเจ็ดแปดปีก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงตอนอายุสิบสามปีก็ควบคุมธุรกิจจินเฟิงอวี้ลู่ทั้งหมดในแผ่นดินต้าถังเคยเป็ที่ตกตะลึงทั้งใต้หล้า รวมถึงอาณาจักรนับร้อยทางตอนใต้ของทวีปอวี้ซวีด้วย
“เซียวอวี้ขอคารวะแม่นางหวงฝู่คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะลดตัวมาถึงเมืองเหลียงโจว” เซียวอวี้อุทานด้วยความประหลาดใจ
หวงฝู่หลิงซียิ้มละมุนละไม“พี่เซียวอย่าได้พูดถึงเพียงนี้ข้าก็ไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไร วันนี้นัดพบหน้าพี่เซียว ไม่ได้รบกวนพี่เซียวใช่หรือไม่”
เซียวอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ได้รับคำเชิญจากแม่นางหวงฝู่ให้มาร่วมดื่มชานับเป็เกียรติของข้าแล้ว”
“พี่เซียวได้ยินว่าหลายวันมานี้ท่านมือขึ้นยิ่งนักพนันหินกี่ครั้งล้วนแต่ได้รับชัยชนะกลับมา ข้าน่ะอยากจะพึ่งพาวาสนาของพี่เซียวสักเล็กน้อยถึงได้สั่งให้คนไปเชิญพี่เซียวมานั่งสักพัก”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มแล้วกล่าว“อันที่จริงข้าก็ประหลาดใจเช่นกันเดิมทีคิดว่าวันนี้คงจะกลับไปมือเปล่า ใครจะไปนึกว่าจะทำเงินเล็กๆ น้อยๆ ได้”
หวงฝู่หลิงซียกแก้วขึ้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอดื่มหมดแก้วให้พี่เซียวที่ทำเงินเล็กๆน้อยๆ ได้”
เซียวอวี้ก็ยกแก้วดื่มชาด้วยเช่นกัน
พอวางแก้วลงหวงฝู่หลิงซีทำท่าอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไร เซียวอวี้ลอบยิ้มในใจ รีบเอ่ยขึ้น “แม่นางหวงฝู่มีเื่ในใจอะไรหรือ”
“ข้าทำตัวปล่อยไก่ต่อหน้าพี่เซียวแล้วพี่เซียวคงจะรู้จักูเาหมั่งหนิวที่อยู่นอกเมืองเหลียงโจวไปอีกห้าร้อยกว่าลี้”หวงฝู่หลิงซีทอดถอนใจ สีหน้าเผยร่องรอยความกลัดกลุ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกว่านางน่ารัก
“ย่อมรู้จักแน่นอน”
“อำนาจในการขุดเหมืองทีู่เาหมั่งหนิวถูกพวกเราจินเฟิงอวี้ลู่ซื้อไว้แล้วเพียงแต่โชคของข้าใน่นี้ไม่ดีจริงๆ หินูเาที่ขุดออกมาล้วนเป็ขยะทั้งสิ้นเพราะฉะนั้น...ข้ามีเื่หนึ่งอยากให้ช่วยแต่ลำบากใจที่จะพูดออกมา”
สีหน้าของเซียวอวี้จริงใจยิ่งขึ้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หืม แม่นางหวงฝู่หากมีเื่้าให้ข้าช่วยเหลือ ข้าจะพยายามจนสุดความสามารถ”
“พี่เซียวกล่าวหนักไปแล้วเช่นนั้นน้องขอบังอาจเสียมารยาท” หวงฝู่หลิงซีส่ายหน้าแค่นยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าเห็นว่าพี่เซียวโชคดีขนาดนั้นหากมีเวลาว่างเมื่อไร ไปูเาหมั่งหนิวกับน้องดูสักครั้งบางทีน้องอาจจะสามารถพึ่งใบบุญพี่เซียวได้บ้าง”
“เื่เล็กน้อยแม่นางเพียงแจ้งมา” เซียวอวี้หัวเราะลั่นด้วยสีหน้าไม่คิดเล็กคิดน้อย
“เช่นนั้นน้องต้องขอขอบคุณพี่เซียวล่วงหน้า”หวงฝู่หลิงซีเผยรอยยิ้มเบิกบานออกมา
คุยธุระเสร็จเซียวอวี้นั่งสักพักก็หาข้อแก้ตัวว่าในจวนยังมีธุระ พลันหยัดกายลุกขึ้นบอกลาหวงฝู่หลิงซีลงมาส่งถึงชั้นล่างด้วยตนเอง
หลังจากเซียวอวี้กลับไปสาวใช้ด้านหลังหวงฝู่หลิงซีเอ่ยเสียงแ่เบา “คุณหนูเ้าคะทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเซียวอวี้ผู้นี้เหมือนคนอ่อนหัดท่านต้องเกรงใจเขาถึงขนาดนั้นด้วยหรือเ้าคะ”
“คนอ่อนหัดอย่างนั้นหรือ”
หวงฝู่หลิงซีหัวเราะเบาๆ“แกล้งทำตัวเป็คนบ้าปัญญาทึบในจวนโหวสิบหกปีเมื่อสิบกว่าวันที่แล้วยังไม่ใช่แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์เลยด้วยซ้ำแต่มาวันนี้กลับเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้า คนอ่อนหัดเช่นนี้ข้ายังไม่เคยพบเห็นมาก่อนจริงๆ
“มิหนำซ้ำ!”
ดวงตางดงามของนางฉายแววประหลาด“อยู่ในธุรกิจพนันหิน หากทำไปตามประสาก็ยังหาเงินได้ถ้าจะบอกว่าเป็เพราะดวงให้ได้ นั่นก็พูดได้แค่ว่า คนผู้นี้ดวงดีจนน่าตะลึงคุ้มค่าแก่การคบหาด้วยเหมือนกัน”
เซียวอวี้รู้ว่าด้วยความปราดเปรื่องของหวงฝู่หลิงซีจะต้องสงสัยว่าตนเองรู้วิชาล่าสมบัติอย่างแน่นอนนอกจากนี้ด้วยฐานะของหวงฝู่หลิงซีแต่กลับมาถึงเหลียงโจวด้วยตนเอง
นั่นก็มีความเป็ไปได้เพียงข้อเดียว
ภายในูเาหมั่งหนิวซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้แต่นักล่าสมบัติที่พวกเขามียังหาไม่เจออีกทั้งไม่สามารถระดมยอดฝีมือนักล่าสมบัติจำนวนมากได้ด้วยกลัวว่าจะถูกอิทธิพลอื่นๆ รู้ความเคลื่อนไหวเพราะฉะนั้นหวงฝู่หลิงซีถึงคิดใช้ประโยชน์จากเขา
“ูเาหมั่งหนิว!”
เซียวอวี้หรี่ตาสีหน้าเฉยเมย หากที่นั่นมีสมบัติจริงๆ ก็คุ้มค่าแก่การไปเยือนสักครั้ง
โดยไม่รู้ตัวเขาก็ใกล้จะถึงจวนโหวแล้วสามารถมองเห็นประตูจวนสกุลเซียวที่ทั้งหนาหนักน่าเกรงขามได้รำไร
“แคว้ก...!”
ทันใดนั้นเองเสียงนกร้องแหลมสูงเสียงหนึ่งดังลอยมาจากในกลางอากาศผู้คนทั้งหมดที่อยู่บนท้องถนนล้วนมองไปบนท้องฟ้าตามสัญชาตญาณ
อินทรีตัวผู้สีดำขนาดั์ตัวหนึ่งบินมาแต่ไกลกลิ่นอายดุร้ายเข้มข้นแผ่ปกคลุมไปทั่วผืนฟ้าและปฐีนกอินทรีั์สีดำตัวนี้กางปีกโบยบิน ยาวเกือบหนึ่งร้อยหมี่บินรวดเร็วเหนือกว่าที่ผู้คนจะจินตนาการได้แค่พริบตาเดียวก็บินฉวัดเฉวียนอยู่เหนือจวนโหว
“ฟิ้ว!”
เงาร่างหนึ่งะโลงมาจากอินทรีั์บริวารที่อยู่ในจวนล้วนรีบออกมาต้อนรับ นี่คือคุณชายห้าที่เพิ่งกลับมาจากฝึกฝนเงาดำทะมึนที่บินฉวัดเฉวียนบนอากาศนั่น ก็คือของขวัญที่เซียวฉีสยงมอบให้เขาเมื่อหลายปีก่อนสัตว์ิญญาขั้นหนึ่งระดับล่าง
สัตว์ิญญาของทวีปอวี้ซวีแบ่งจากขั้นหนึ่งถึงขั้นเก้าแต่เหนือกว่าสัตว์ิญญาเก้าขั้นขึ้นไปยังมีขั้นาา ขั้นอริยะและขั้นจักรพรรดิสัตว์ิญญาขั้นาาสักตัวก็สามารถทำลายราชวงศ์ที่รุ่งเรืองสักราชวงศ์ได้แล้ว
และสัตว์ิญญาขั้นจักรพรรดิในตำนานนั่นเป็สิ่งน่าหวาดกลัวที่แม้กระทั่งสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังไม่กล้ายั่วยุ
เซียวอวี้มองเด็กหนุ่มที่กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาซึ่งอยู่ไม่ไกลมุมปากเผยรอยยิ้มบาง ค่อยๆ ย่างเดินเข้าไป
“ตงหลิวเ้ากลับมาแล้ว” ร่างของตู้อวิ๋นเย่ว์ปรากฏอยู่ตรงหน้าประตูสกุลเซียว
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว ฝึนฝนครานี้ข้าเลื่อนระดับถึงขั้นก่อนกำเนิดเจ็ดชั้นฟ้าแล้วละ”เซียวตงหลิวรูปร่างผึ่งผาย สีหน้าทรนงองอาจ
“คุณชายหกหรือ”
จวนสกุลเซียวมีคนสังเกตเห็นเซียวอวี้ที่ค่อยๆเดินเข้ามา ก็เปล่งเสียงร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่
“หึ!”
สีหน้าของตู้อวิ๋นเย่ว์แปรเปลี่ยนเผยความเคียดแค้นอำมหิตออกมา
ส่วนเซียวตงหลิวขมวดคิ้วมุ่นถามตู้อวิ๋นเย่ว์ “นี่ไม่ใช่ไอ้โง่นั่นหรือทำไมเดินออกมาจากจวนโหวได้”
“โง่รึนั่นมันเล่นละครตบตา ระยะนี้ที่เ้าไม่ได้อยู่ในจวน น้องชายของเ้าคนนี้ฉวยโอกาสสร้างบารมีในจวนในเรือนของเรามีบ่าวรับใช้สี่คนต้องตายด้วยน้ำมือมัน” ตู้อวิ๋นเย่ว์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะที่กล่าว
“รนหาที่ตาย!”
เซียวตงหลินพลันสีหน้าเคร่งขรึมทันทีใบหน้าฉายจิตสังหารเข้มข้น ยิ้มหยันเอ่ยว่า “ท่านแม่วางใจเถิดแค่ไอ้โง่คนเดียว มันพลิกฟ้าไม่ได้หรอก”
ตู้อวิ๋นเย่ว์หัวเราะเยาะหลายทีเอ่ยเสียงแ่เบา “ท่านพ่อของเ้า่ชิงสิทธิ์ในการไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักกระบี่เสวียนหวงมาให้แก่จวนโหวขณะนี้มีเพียงเ้าและไอ้ต่ำตมนี่ที่มีคุณสมบัติเข้าร่วม นี่เป็เื่ใหญ่นะ จะปล่อยให้ผิดพลาดไม่ได้เ้าหาโอกาสกำจัดมันก่อน”
เซียวตงหลิวออกอาการร้อนรุ่มทางสีหน้าทันทีสามารถไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักกระบี่เสวียนหวงได้ ล้วนเป็ความฝันของผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนเล่าขานกันว่าสามารถฝึกบำเพ็ญในสำนักได้ ก็คือขาข้างหนึ่งก้าวเข้าสู่ความเป็ะโอกาสเช่นนี้ เขาจะปล่อยไปไม่ได้เป็อันขาด
สีหน้าของเขาเหี้ยมเกรียมยิ่งขึ้นพยักหน้าพลันเอ่ย “ท่านแม่วางใจข้าจำได้ว่าสกุลเซียวของเราสร้างฐานะจากกองกำลังทหารในข้อกำหนดของบรรพชนว่าไว้ว่าระหว่างพี่น้องสามารถประลองวรยุทธ์เพื่อเรียนรู้จุดแข็งปรับปรุงจุดอ่อนได้”
ใบหน้าของตู้อวิ๋นเย่ว์เผยความน่าสยดสยองและแผ่จิตสังหารออกมา“ไม่เลว ฉวยโอกาสนี้ ฆ่ามันซะ”
เซียวตงหลิวพยักหน้ามองเซียวอวี้ที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆสีหน้าลุ่มลึกปกคลุมไปด้วยจิตสังหารอันเหี้ยมเกรียม
“เอ๊ะนี่น้องหกมิใช่หรือ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าน้องหกจะตัวสูงขนาดนี้แล้วทั้งยังฝึกบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้า สุดยอดเลยจริงๆ” เซียวตงหลิวมองเซียวอวี้ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าคล้ายจะยิ้มก็ไม่เชิง
เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ไม่เจอกันนานเลยนะพี่ห้า หากเทียบกับพี่ห้าแล้วความสำเร็จอันเล็กน้อยของข้าก็ไม่นับว่าเท่าไรนักหรอก”
เซียวตงหลิวพยักหน้าใบหน้าฉายแววเย้ยหยัน “เ้าพูดถูกต้องเทียบกับข้า เ้าก็ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นจริงๆ นั่นแหละ ในสายตาข้าแล้วไม่ว่าเ้าจะปัญญาทึบก็ดี เปิดทวารแล้วก็ช่างก็เหมือนแค่สัตว์เลื้อยคลานตัวหนึ่งเท่านั้น หวังว่าเ้าจะรู้จักตัวเองดีอย่าได้ไม่ประมาณกำลังเชียว”
“คำพูดนี้ก็เป็สิ่งที่ข้าอยากจะพูดกับพี่ห้าเช่นกัน” เซียวอวี้สีหน้าไม่สะทกสะท้านไม่แข็งกร้าวจนหยิ่งผยองทั้งไม่ถ่อมตนจนดูต้อยต่ำ
สายตาเซียวตงหลิวพลันสะท้อนจิตสังหารที่อำมหิตออกมาเอ่ยด้วยเสียงเยียบเย็น “เซียวอวี้ เ้าจะเป็ปรปักษ์กับข้าจริงๆหรือ หากเ้าทำลายตบะตนเอง ข้าจะปกป้องเ้าให้อยู่สุขสบายไปชั่วชีวิต”
“พี่ห้าอย่าก่อเื่ไปข้าไม่มีความคิดที่จะตั้งตัวเป็ศัตรูกับท่านอย่างแน่นอน เพราะว่า...ในใจของข้า ท่านยังไม่คู่ควรจะเป็คู่ต่อสู้ของข้าด้วยซ้ำไป” เซียวอวี้ส่ายหน้าไปมาพลางหัวเราะ
ตูม!
เซียวตงหลิวถูกยั่วโมโหจนถึงที่สุดกระแสอากาศอันดุร้ายพวยพุ่งออกมาจากในร่างจิตสังหารโถมกระหน่ำปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน สายตาที่จดจ้องเซียวอวี้เยียบเย็นเหนือสิ่งใด“ไอ้พันทางน้อย รนหาที่ตาย”
เซียวอวี้ยืนตัวตรงมือไพล่หลังเผชิญหน้ากับจิตสังหารของเซียวตงหลิวกลับทำเมินเฉย ยิ้มบางพลางกล่าว “ในเมื่อพี่ห้านึกสนุก เช่นนั้นข้าจะให้ความร่วมมือ”
“อีกหนึ่งชั่วยามพบกันที่ลานฝึกวรยุทธ์ หากเ้าไม่มา ข้าจะสังหารพวกเ้าแม่ลูก” เซียวตงหลิวสีหน้าเ็า กล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด
“ได้”เซียวอวี้หัวเราะเบาๆ เดินเข้าไปในจวนโหวอย่างไม่แยแส
เซียวตงหลิวขบกรามแน่นแล้วเอ่ยขึ้น“ไอ้พันทางน้อยนี่ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ”
ตู้อวิ๋นเย่ว์กลับเป็ห่วงความปลอดภัยของลูกชายถามไถ่ขึ้น “ตงหลิวเ้ามีความมั่นใจในการจัดการมันหรือไม่”
เซียวตงหลิวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม“ท่านแม่กังวลจนเกินเหตุแล้ว มันก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต่ำเช่นนี้ เพียงสามกระบวนท่าข้าก็สามารถสังหารได้แล้ว”