“หยุดนะเซียงหนูคุณชายฟ่านไม่ใช่คนเลว” ิน่าพูดเสียงเบา
เมื่อเซียงหนูได้ยินเช่นนี้ก็หันตัวออกข้าง แต่ยังคงแฝงด้วยความระแวง
ในขณะนี้ ิน่าหันหน้าเข้าหาฟ่านเสวี่ยหลีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและพูดอย่างละอายใจว่า “ขออภัยคุณชายฟ่าน เนื่องจากท่านแม่ของข้าป่วยด้วยอาการหยินพร่องจึง้ายาศักดิ์สิทธิ์เพื่อรักษาเดิมทีข้า้าโลหิตหัวใจของจิ้งจอกเก้าชีวิตเล็กน้อยไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินท่าน”
หลังจากที่นางได้ฟังมุมมองอันเปิดกว้างที่ฟ่านเสวี่ยหลีมีต่อสิ่งมีชีวิตนางก็อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยเล็กน้อย
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีเห็นเช่นนี้ก็ใจเต้นเล็กน้อยองค์หญิงิน่ามีบุคลิกล้ำเลิศ จิตใจดีและไร้เดียงสาโดยกำเนิดการที่นางยอมปกป้องเขาเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกเอ็นดูนางอย่างอดไม่ได้สิ่งสำคัญที่สุดคือ เขากำลังพยายามเพื่อปกป้องครอบครัวของตนส่วนองค์หญิงิน่าก็เดินทางไปทุกแห่งหนและฝ่าฟันภัยอันตรายต่างๆเพื่อรักษาอาการป่วยของแม่ตนจึงทำให้เขารู้สึกเห็นใจเพราะอยู่ในสถาการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
“ในเมื่อแม่ของเ้ามีอาการหยินพร่อง ถ้าอย่างนั้นข้ายินดีช่วย”หลังจากฟ่านเสวี่ยหลีพูดจบก็เดินไปที่อยู่เดิมของบัวหิมะพันภูผาต้นเมื่อครู่นี้
ทันใดนั้นิน่าก็เผยสายตาซาบซึ้งเล็กน้อยคุณชายผู้นี้ยินดีช่วยเหลือตนอย่างนั้นหรือ
ส่วนเซียงหนูขมวดคิ้วแน่นนางเคยเห็นผู้คนนับไม่ถ้วนเสแสร้งแกล้งทำเพื่อหวังเอาใจองค์หญิงส่วนชายหนุ่มผู้นี้ก็มีระดับที่แสนธรรมดา หาได้เป็คู่ปรับของนาง เขาจะรักษาอาการหยินพร่องได้อย่างไรหวังว่าชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ทำให้เื่วุ่นวายกว่าเดิม
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปถึงที่อยู่ก่อนหน้านี้ของบัวหิมะพันภูผาเขาก้มลงกับพื้นและจ้องมองไปที่ร่องรอยหิมะอย่างละเอียด จากนั้นก็เริ่มสำรวจโดยรอบ
ลมกระโชกพัดผ่านจนทำให้หิมะกระเซ็นแล้วตกลงมาบนใบหน้าของฟ่านเสวี่ยหลีแต่เขาไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เขาลงมืออย่างระวังมากขึ้นโดยที่ไม่ส่งเสียงใดๆ
จากนั้นเขาก็ล้วงมือเข้าไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าทันใดนั้นก็คว้าบัวหิมะพันภูผาที่อยู่ใต้หิมะต้นหนึ่งออกมา
บัวหิมะนี้มีขนาดใหญ่กว่าบัวหิมะตัวเมียก่อนหน้านี้หนึ่งเท่า มันมีสีสันสดใสสะดุดตาและมีสรรพคุณทางยาที่รุนแรงเห็นได้ชัดว่ามันคือบัวหิมะตัวผู้!
ิน่ารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งและถามว่า“คุณชายฟ่านรู้ได้อย่างไรว่ามีบัวหิมะตัวผู้อยู่ตรงนี้”ในตอนนี้นางมองไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี ใบหน้าอันงดงามของนางดูจริงจังและไร้เดียงสาเหมือนมรกตอันไร้ที่ติ
ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ง่ายมากบัวหิมะตัวเมียและตัวผู้จำเป็ต้องอยู่คู่กัน ตัวผู้มีขนาดใหญ่ ตัวเมียมีขนาดเล็กแต่ทั้งสองจะไม่ได้เติบโตอยู่ด้วยกัน โดยจะอยู่ห่างกันหนึ่งถึงสองจั้งส่วนบัวหิมะตัวผู้มีประสาทััที่ว่องไว ผู้ที่้าเก็บบัวหิมะนี้จำเป็ต้องลงมืออย่างไร้เสียงหากมีเสียงการเคลื่อนไหวใดๆ บัวหิมะนี่ก็จะหดตัวเข้าไปในหิมะอย่างไร้ร่องรอย”
สำหรับเขาแล้วเื่ของบัวหิมะคู่เป็เพียงความรู้พื้นฐานสำหรับปรมาจารย์ปรุงยา
เซียงหนูแอบรู้สึกตะลึงไม่คาดคิดเลยว่าฟ่านเสวี่ยหลีผู้นี้จะมีความรู้จริงๆหรือว่าเขาจะเป็ยอดฝีมือจริงๆ ?
ฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปตรงหน้าิน่าและมอบบัวหิมะตัวผู้นี้ให้กับนางจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “หยินพร่อง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นมาั้แ่ยังอยู่ในครรภ์ถ้ารักษาไม่ดี อาการจะยิ่งรุนแรง คนส่วนใหญ่นิยมนำบัวหิมะตัวผู้ไปรักษาอาการขาดหยินพร่องแต่ไม่รู้ว่าอาการหยินพร่องนั้นมีหลายชนิดถึงแม้ว่าบัวหิมะตัวผู้จะมีสรรพคุณในการรักษาแต่ไม่ควรใช้เป็ประจำและต้องใช้อย่างถูกหลัก”
เขาเป็ถึงปรมาจารย์ปรุงยา โรคหยินพร่องจึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของิน่าก็เปล่งประกายระยิบระยับคิดไม่ถึงว่าคุณชายฟ่านผู้นี้จะรู้ลึกด้านวิชาการแพทย์เช่นนี้ นางจึงถามขึ้นมาอย่างอดใจไม่ได้“คุณชายว่าบัวหิมะตัวผู้นี้ควรจะกินอย่างไร” นางคาดไม่ถึงว่าจะมีเื่ประหลาดใจเช่นนี้จึงเผลอใกล้ชิดจนตัวแทบติดกับฟ่านเสวี่ยหลี
ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผสมแปะฮะสามส่วนสมุนไพรเทียนจิ่วสองส่วน และโสมเหลืองอีกหนึ่งส่วนให้เข้ากันจึงจะสามารถทำให้ลมปราณของบัวหิมะตัวผู้เสถียรและทำให้ร่างกายดูดซับได้”
มันเป็วิธีการรักษาโรคหยินพร่องที่ดีที่สุดและเป็ข้อสรุปที่ได้จากการทดลองเมื่อชาติก่อนของเขา
“ขอบคุณคุณชายฟ่านที่ชี้แนะ ิน่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก” ิน่าจดจำส่วนผสมและอัตราส่วนเอาไว้ดวงตาของนางเปี่ยมด้วยความสุข หลังจากผ่านความยากลำบากมามากมายในที่สุดก็สมความปรารถนา!
“ถ้าแม่ของท่านรับรู้ถึงความพยายามของท่านแล้ว แม้ไม่มีบัวหิมะตัวผู้นางก็จะหายเป็ปกติ”ฟ่านเสวี่ยหลีมองออกถึงท่าทางอันเหน็ดเหนื่อยของิน่าที่พยายามตามหาบัวหิมะตัวผู้เขาเข้าใจความรู้สึกนางเพราะแม่ของเขาก็ป่วยหนักเช่นเดียวกันเขาจึงรับรู้ได้ถึงความกังวลใจนั้นได้
“ท่านเป็คนดีเหลือเกิน” ิน่าพูดอย่างอ่อนหวานกลิ่นหอมบนเรือนร่างของนางยิ่งส่งกลิ่นหอมมากขึ้นสายตาที่นางมองฟ่านเสวี่ยหลีเปี่ยมไปด้วยความชื่นชอบ
ตอนนี้สายตาดูถูกของเซียงหนูก็หายไปแล้วนางจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลีอย่างตกตะลึง ดูเหมือนว่าตนจะมองพลาดไปการที่บุคคลผู้นี้มีความรู้ถึงเพียงนี้ ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง
ฟ่านเสวี่ยหลีพูดกับิน่าอย่างเคร่งขรึม “แม่นางิน่าคนในครอบครัวของข้าได้รับาเ็ที่ดวงิญญา จำเป็ต้องปรุงโอสถเพื่อคืนิญญาข้าขอตัวก่อน” ในเมื่อเสร็จธุระแล้วเขาก็ไม่มัวชักช้าและอยากกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ขอให้คุณชายฟ่านเดินทางปลอดภัย” ิน่าพยักหน้าแม้ว่านางยังอยากใกล้ชิดฟ่านเสวี่ยหลี แต่เมื่อเห็นว่าเขามีธุระด่วนจึงไม่รั้งให้เขาอยู่ต่อ
ฟ่านเสวี่ยหลีลงจากูเาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังของฟ่านเสวี่ยหลีจากระยะไกล เซียงหนูก็หรี่ตาลงคำพูดที่ฟ่านเสวี่ยหลีพูดไว้ก่อนจะจากไปทำให้นางขมวดคิ้วแน่น
นางก็เป็นักปรุงยาจึงรู้ว่าหากิญญาได้รับความเสียหายก็ยากที่จะรักษาแต่คุณชายผู้นี้กลับพูดออกมาอย่างมั่นใจว่าสามารถฟื้นฟูอาการาเ็ของิญญาด้วยโอสถ
การจะทำเช่นนั้นได้ อย่างน้อยต้องเป็ถึงอาจารย์ปรุงยาส่วนคุณชายผู้นี้อายุยังน้อย เขาจะบรรลุถึงจุดที่คนธรรมดายากจะไปถึงได้อย่างไร
นางศึกษาการปรุงยามาสิบปี แต่ก็เป็เพียงนักปรุงยาระดับต้น
ระดับของนักปรุงยาแบ่งออกเป็ ผู้ช่วยปรุงยา นักปรุงยาระดับต้นนักปรุงยาระดับกลาง นักปรุงยาระดับสูง จากนั้นจึงจะเป็อาจารย์ปรุงยาในแต่ละระดับต้องผ่านการบ่มเพาะอย่างยากเข็ญเป็เวลาเกือบสิบปีการจะเป็อาจารย์ปรุงยาไม่เพียงต้องเชี่ยวชาญยาทั้งปวง แต่ยังต้องคิดค้นสูตรโอสถเฉพาะตัวขึ้นมาด้วย
อาจารย์ปรุงยามีสถานะเทียบเท่ากับอัครมหาเสนาบดีของโลกมนุษย์ ซึ่งเป็บุคคลระดับราชครู
ส่วนการจะฟื้นฟูิญญาที่าเ็จำเป็ต้องมีฝีมือในระดับอาจารย์ปรุงยาด้วยอายุเพียงน้อยนิดของคุณชายผู้นี้คงจะทำได้แค่พูด!
ทันใดนั้นิน่าก็พูดขึ้นมาว่า “เซียงหนูเราลองสะกดรอยตามคุณชายผู้นี้เพื่อเรียนรู้วิชาการปรุงโอสถของเขากันเถอะคุณชายผู้นี้มีความรู้ที่ล้ำลึกและบุคลิกไม่ธรรมดาไม่แน่เขาอาจปรุงโอสถคืนิญญาออกมาได้จริงๆ แต่เขาเพียงตัวคนเดียวการปรุงโอสถยากที่จะไม่เกิดความผิดพลาด เ้าเองก็เป็นักปรุงยาเช่นเดียวกันขณะที่พวกเราแอบตามเขา ไม่แน่อาจให้ความช่วยเหลือเขาได้”
น้ำเสียงของนางในตอนนี้แฝงด้วยความแน่วแน่เมื่อได้รับการช่วยเหลือครั้งใหญ่จากฟ่านเสวี่ยหลี นางย่อมคิดหาวิธีตอบแทน
เซียงหนูตะลึงแล้วพูดว่า “องค์หญิงการทดสอบศักดิ์สิทธิ์ของเทือกเขาคุนหลุนในหนึ่งเดือนให้หลังเป็โอกาสที่พบเจอได้ยากมากหากไม่รีบกลับ เกรงว่าจะไม่ทัน...”
การทดสอบศักดิ์สิทธิ์ของเทือกเขาคุนหลุนเป็ความใฝ่ฝันของผู้คนนับไม่ถ้วนมันเป็งานยิ่งใหญ่ของอาณาจักรต้าเซี่ยที่ผู้คนทั่วหล้าต่างสรรเสริญผู้ใดที่สามารถแสดงความโดดเด่นออกมาในทดสอบศักดิ์สิทธิ์ก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าและได้รับเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เป็รางวัลตอบแทน!
“ตามไปสักหน่อยคงไม่เสียเวลามากหรอก” ิน่าพูดอย่างจริงจัง จากนั้นก็หยิบกระดาษหยกม่วงออกมาจากแขนเสื้อแล้วเขียนข้อความมากมายลงบนกระดาษอย่างสวยงามเป็ระเบียบมันคือสูตรยาและหลักการฤทธิ์ยาที่ฟ่านเสวี่ยหลีพูดเอาไว้ จากนั้นนางก็ชูมือขึ้นนกกระเรียนหิมะตัวหนึ่งพลันบินลงมาจากท้องฟ้าและเกาะมือของนางอย่างเชื่อฟัง
นางนำกระดาษหยกม่วงและกล่องหยกที่บรรจุบัวหิมะตัวผู้ใส่ไว้ที่ขาของนกกระเรียนหิมะแล้วพันอย่างหนาแน่นจากนั้นนกกระเรียนหิมะก็บินขึ้นฟ้าและหายไปทันที
จากนั้นดวงตาของิน่าก็ส่องประกายแวววาว บินพุ่งตามฟ่านเสวี่ยหลีไปอย่างรวดเร็ว
เซียงหนูรู้สึกขมขื่นและทำได้เพียงตามนางไปเพียงแต่ในสมองของนางยังคงคิดถึงแต่สมุนไพรที่ฟ่านเสวี่ยหลีตามหาก่อนหน้านี้สมุนไพรนั้นธรรมดาไร้ความพิเศษ นางส่ายหน้าอย่างอดใจไม่ได้ ดูจากเหตุการณ์ต่างๆที่ได้เห็น แม้ว่าคุณชายฟ่านจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่ก็คงเป็เพียงการคุยโวโอ้อวด