ตึง ตึ้ง ตึง…เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ในบ้านมีใครอยู่หรือไม่” มู่เหยียนเอ่ยถามคนด้านใน
ผ่านไปไม่นาน ก็มีหญิงสาววัยกลางคนแง้มประตูเปิดออกเล็กน้อย
“ขออภัยท่านป้าที่ต้องรบกวนเราสองคนหลงทางในป่ามาหลายชั่วยามแล้ว อีกทั้งสหายข้าท่านนี้ยังได้รับาเ็ไม่ทราบว่าจะขออาศัยค้างคืนที่นี่ชั่วคราวได้หรือไม่” มู่เหยียนประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อม
ป้าหวังเห็นหน้าตาบุรุษหล่อเหลาทั้งสองและอากัปกิริยาที่แสดงออกมาก็เกิดความรู้สึกยำเกรงอย่างที่ตนเองก็บอกไม่ถูก
“เอ่อ...ข้าเป็เพียงหญิงรับใช้ขอไปสอบถามคุณหนูดูก่อนพวกท่านกรุณารอสักครู่” พูดจบประโยคบานประตูก็ปิดลง
ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สตรีนางหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเมื่อเห็นว่าหญิงรับใช้กำลังเดินเข้ามาหานาง
“เป็ใครหรือป้าหวัง”
“เรียนคุณหนู ที่ด้านนอกเป็บุรุษสองคนแจ้งว่าหลงทางมาหนึ่งในนั้นเหมือนได้รับาเ็ พวกเขาจะมาขออาศัยพักค้างคืนที่นี่ข้าน้อยเห็นว่าดูไม่ชอบมาพากลจึงมารายงานให้ทราบก่อนเ้าค่ะ”
“อื้ม…ช่วยเหลือคนเจ็บ บุญกุศลยิ่งใหญ่รีบเชิญเข้ามาก่อนเถิด”
“หาา...แต่ว่าคุณหนู พวกเราเป็สตรีเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้านายท่านลี่รู้เข้า คงต้องว่าคุณหนูแน่ๆเ้าค่ะ”
“อย่าให้ท่านพ่อทราบเื่ก็พอ ป้าหวังไปจัดการเถิด”นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มให้ป้าหวังไม่ต้องกังวล
“แล้วเราจะไว้ใจบุรุษทั้งสองได้หรือเ้าคะ…หากว่าเกิดทำร้ายพวกเราขึ้นมา”
“ข้าว่าถ้าเขาจะทำร้ายพวกเราคงไม่เคาะประตูให้เสียเวลาเช่นนั้นหรอก”
“เอ่อ...ก็ได้เ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปจัดการตามที่ท่านสั่ง”
ป้าหวังเดินกลับไปที่ประตูหน้าบ้านอีกครั้งนำข้อความมาแจ้งและเชิญบุรุษทั้งสองเข้าด้านใน
อันที่จริงทุกคำพูดของคุณหนูและบ่าวรับใช้ทั้งฝ่าาและมู่เหยียนต่างก็ได้ยินั้แ่แรกแล้ว พวกเขาพลันลอบคิดในใจว่า 'สตรีนางนี้ความคิดความอ่านช่างแตกต่างจากสตรีทั่วไปยิ่งนัก'
“ขอบคุณท่านป้ามาก” มู่เหยียนกล่าวพร้อมประสานมือ
เขาและฝ่าาค่อยๆก้าวเข้ามาในบ้านจนเมื่อเดินเข้ามาถึงตรงลานบ้านเล็กๆ ก็พบลี่อิงฮวาที่ออกมาต้อนรับคนทั้งสอง
มองเห็นสตรีตรงหน้าในขณะนี้แบบที่มีเสื้อผ้าปกปิดมิดชิดก็อดนึกย้อนไปก่อนหน้านี้มิได้ทุกอณูบนเรือนร่างของนางนั้นเปิดเผยต่อสายตาเขาทั้งสองแล้วโดยที่เ้าตัวก็ไม่ทราบเลยสักนิดบุรุษทั้งสองพลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นถึงสองสามส่วน
“เอ่อ...ขอบคุณแม่นางที่ให้การช่วยเหลือ” มู่เหยียนประสานมือขึ้นอีกครั้ง
ลี่อิงฮวามองพิจารณาทั้งสองบุรุษ หนึ่งเ็าแฝงความน่าเกรงขามอีกหนึ่งก็หล่อเหลาเรียบร้อย ดูมิใช่คนธรรมดาจริงๆ
“มิต้องเกรงใจ ท่านทั้งสองเข้าไปพักในห้องก่อนแผลที่หัวไหล่คงไม่ลึกมากกระมัง แต่เป็เพราะพิษจึงทำให้เืออกมากกว่าปกติข้าจะไปเตรียมยา”
สายตาประหลาดใจของมู่เหยียนแสดงออกมาชัดเจน “แม่นางทราบได้อย่างไร” เขาไม่คิดว่านางจะมองเพียงแค่ปราดเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ของพวกเขา
“แม้ข้าจะมิใช่หมอเต็มตัว แต่ก็มีความรู้เื่การแพทย์และสมุนไพรอยู่บ้างที่เขาลูกนี้ บ้านพักนี้ ก็มีเพื่อให้ข้ามาเก็บหาของป่าและสมุนไพรไปทำยาผ้าที่พันแผลพันได้ดีระดับหนึ่งแล้วแต่เืก็ยังซึมเรื่อย ๆสีหน้าของเขาก็ดูซีดลง คงเป็เพราะพิษติดอาวุธที่ทำให้เืไม่หยุดไหลแม้จะไม่รุนแรง แต่ก็ลดทอนกำลังการต่อสู้ลงได้หลายส่วนพิษนี้มิได้หนักหนาจนถึงแก่ชีวิต…อย่าพึ่งถามรายละเอียดเลย ข้าจะรีบไปเตรียมของ”ลี่อิงฮวากล่าวตัดบทแล้วก็หมุนตัวเดินออกไป
นางเดินไปหาป้าหวังที่ยืนคอยอยู่แถวนั้น “ป้าหวังไปต้มน้ำร้อน เตรียมไป๋จี๋กับปาโต้วไว้ด้วย”
“อะ อะไรนะเ้าคะ สมุนไพรหายากเ่าั้นี่จะสิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่”
“ข้าหาใหม่ได้ เ้ามิต้องกังวล…รีบไปจัดการ”
“เ้าค่ะคุณหนู” ป้าหวังค้อมกายด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวแล้วรีบไปทำตามคำสั่ง
ลี่อิงฮวาเอาข้าวปั้นสองก้อน เครื่องเคียงที่พอเหลือเล็กน้อยกับน้ำชามาให้บุรุษทั้งสอง
“ข้าไม่ได้เตรียมอาหารไว้มากนักโดยปกติมาเก็บสมุนไพรแค่คืนเดียว รุ่งเช้าก็จะกลับบ้าน พวกท่านอดทนหน่อยก็แล้วกัน”
“ขอบคุณแม่นาง” มู่เหยียนรับถาดจากมือของลี่อิงฮวามาและวางลงตรงหน้าฝ่าา
“ให้ข้าเรียกท่านทั้งสองว่าอะไรดีละ”
“เอ่อ ข้าแซ่มู่ ส่วนท่านนี้เรียกอาเฉิงก็ได้” ลี่อิงฮวาพยักหน้า
“ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกท่านทั้งสองพบเจอกับอะไรมา และจะไม่ขอถามถึงตัวตนของพวกท่านแต่ปกติเขาอานฉวนไม่ใช่ที่ที่คนทั่วไปจะเข้ามาอีกทั้งท่านคงมาจากฝั่งตรงข้ามของทางลาดลงเขาทางนั้นภูมิประเทศเป็เขาสูงชันและป่าทึบ ที่ข้าจะบอกก็คือหากจะกลับลงไปท่านใช้เส้นทางผ่านเข้าไปในเมืองลู่อันน่าจะสะดวกกว่า”