"ไอ้หนุ่ม...ตื่นเร็ว!!!" เสียงกระซิบกระซาบรีบร้อนชวนสงสัยกวนใจให้อลันปรือตาขึ้นมอง ดูเหมือนเขาเพิ่งได้งีบไปเมื่อไม่นานนี้เอง ใช่...หลังจบการต่อสู้กับเ้างูบ้านั่น เซ็กซี่ก็พาเขาลัดเลาะกลับมาทางเก่า แต่เมื่อถึงทางแยกที่จะตรงกลับบ้านก็กลับเลี้ยวไปอีกทางที่รกชัฏกว่าเดิม...เซ็กซี่กึ่งวิ่งกึ่งะโนำหน้าอย่างมั่นใจ ไม่ทิ้งท่าทางต้วมเตี้ยมให้เห็น ขณะที่อลันถูกหนามแหลมและเถาวัลย์สากๆตามทางบาดแขนจนแสบไปหมด ที่สุด เมื่อเจาเริ่มอ้าปากหอบหายใจหนักขึ้นจนแทบทนไม่ไหว เ้าแมวอ้วนก็หยุดฝีเท้าลง เบื้องหน้าของพวกเขาเป็เหมือนถ้ำขนาดกลางเชิงเขา แต่ที่จริงมันคือช่องว่างใต้เงื้อมผาสูงชันที่พอหลบแดดฝนได้ น่าแปลกที่บนพื้นโดยรอบเป็เพียงดินปนหินหยาบๆไม่มีต้นไม้ให้เห็นแม้สักต้น นอกจากเถาวัลย์หนาๆขนาดเท่าท่อนแขนของผู้ใหญ่ตัวโตๆที่ยื่นลงมาจากผา้าและซากเถาวัลย์แห้งนิดหน่อยบนพื้น แล้วเซ็กซี่ก็บอกให้เขานอนพักเอาแรงที่นั่น...
"ไอ้หนู...ตื่นเถิด ได้โปรด..." คราวนี้เสียงวิงวอนชัดขึ้นจนอลันต้องรีบไล่ความคิดอื่นๆทิ้งไป
เขายังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนใต้เงื้อมผาชะโงกนั้นเหมือนเดิม เซ็กซี่ก็ยังนอนคุดคู้อยู่ไม่ไกล แต่บนพื้นหยาบๆนั่นกลับเต็มไปด้วยสีเขียวอมฟ้าของดอกไม้รูประฆังแสนสวยที่ดูบอบบาง...น่าัั...จนอลันต้องเอื้อมมือเข้าไปใกล้อย่างอดใจไม่ไหว..
"อย่านะ!!" เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับที่มือของเขาถูกเกี่ยวรัดกลับมาด้วยเถาวัลย์สากๆท่อนใหญ่
"นี่เธอ..." อลันอ้าปากค้างอย่างใ พูดไม่ออก
"ใช่... ฉันเอง" เถาวัลย์เขียวครื้มไกวปลายระเกะระกะมาหาพร้อมเสียงตอบรับก่อนปล่อยมืออลัน
"เซ็กซี่!..." หนุ่มน้อยส่งเสียงตามความเคยชิน
"เขาไม่ตื่นหรอก จนกว่าเ้าปิศาจเทอร์คอยซ์นี้จะหายไป" เถาวัลย์สีน้ำตาลแก่ก่ำสายใหญ่กว่าโฉบเข้ามาใกล้ คะเนจากเสียง ขนาด และร่องรอยที่ทบพันกันไปมาน่าจะมีอายุกว่าร้อยปีกระมัง เถาวัลย์พูดได้...แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญในตอนนี้
"เขาเป็อะไร...นั่นมันต้นไม้ไม่ใช่หรือ...ครับ?" คราวนี้อลันะโถามดังลั่น เหลียวไปดูเพื่อนแมวที่หลับใหลไม่ได้สติอย่างเป็ห่วง "แล้วเซ็กซี่จะเป็อะไรไหมครับ?"
"บลูเบลล์ต้องมนตรา มันจะออกมารับพลังสุริยะหลังเที่ยงวัน...และดำดินกลับลงไปในพลบค่ำพร้อมกับเหยื่อ..." เถาวัลย์ผู้มากประสบการณ์ตอบยานคางจนอลันนึกถึงตำนานผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านที่กำลังลูบเครางามสีเงินยวงขณะเล่าเื่ครั้งอดีตกาลให้ลูกหลานฟัง
"อะไรก็ได้ที่มีชีวิตและเผลอไปแตะมันเข้า" เถาวัลย์หนุ่มเสริมเมื่อเห็นอลันมองไปทางร่างอ้วนป้อมที่นอนนิ่งสนิทด้วยสายตากังวล
"แต่เขายังไม่ตายหรอกนะ แค่หมดสติไปน่ะ" เถาวัลย์หนุ่มขยายความอีกครั้ง
"จนกว่าตะวันจะลับฟ้า ถ้ายังกำจัดมันไม่ได้" คุณตาเถาวัลย์เอ่ยต่อก่อนตวัดปลายลายสวยเข้าด้วยกันจนกลายเป็เปลสานผืนใหญ่ ขณะที่บรรดาเถาวัลย์สีอ่อนกว่าช่วยกันร่อนปลายลงตวัดรัดร่างแมวสุดสมบูรณ์ขึ้นวางบนเปลธรรมชาติอย่างช้าๆ
"สงสัยล่ะสิ...นี่ไง" เถาวัลย์หนุ่มสายหนึ่งกระหวัดปลายสีตะไคร่คล้ำพลิกตัวเซ็กซี่ที่ยังนอนหลับใหลไม่รู้เื่รู้ราว อลันยังคงเขม้นมองอย่างไม่เข้าใจ จนในที่สุดเขาก็ได้เห็นว่าขนสีโกโก้ของเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ด้านหลังนั้นเปลี่ยนไปเป็สีเขียวอมฟ้าเกือบทั้งหมด และดูเหมือนมันจะเริ่มลามไปยังขนส่วนอื่นๆทีละน้อยๆ
"คุณยกเขาขึ้นมาจากมันได้แล้วนี่ครับ" อลันขมวดคิ้วสงสัย
"บลูเบลล์ต้องมนตราไงล่ะ...ที่ฉันบอกเธอ ไม่เคยได้ยินตำนานของมันหรือไง" คุณตาเถาวัลย์ส่งเสียงดุเบาๆ ไกวปลายสีโอ๊คไปยังเถาวัลย์เล็กๆสี ตองอ่อนที่อยู่ใกล้เหมือนให้สัญญาณ
" ฉันคือระฆังแห่งความเหงา
ฉันคือความเศร้าความโหยหา
ฉันคือตัวแทนแห่งมายา
ฉันคือนักล่างามวิไล
ก่อนถึงสายัณห์ฉันคือเพื่อน
ดูเหมือนบอบบางชวนชิดใกล้
หากเมื่อสิ้นแสงตะวันทันใด
ชีพเธอผู้หลับใหลจักต้องพลี"
**********************************
อลันจะช่วยเซ็กซี่ได้มั้ยเนี่ยยย