เชียงยืนฟื้นฮัก

    ตอนที่ 73 ความหวัง

         เป็นใครก็ไม่รู้ดีเท่าตัวเอง สาเหตุมังคลาลาโลก


    เพราะทนอยู่ในสภาพอาการวิปลาส โรคภัยซึ่งบอกผู้ใดไม่ได้ 


    จึงด่วนยุติชีวิต ให้จบลงด้วยการผูกคอตาย 


    ผลบาปกรรมทำไว้ ทั้งยังหาคนสืบทอดไม่ได้


    ขนาดพิมพาที่มีลูกกับมังคลา เสมาบุตรชายของเธอ 


    ขอเลือกเส้นทางเอง ประสงค์ไม่ยอมเกี่ยวข้องกับเรื่องเช่นนี้


    ในสายตาคนธรรมดา ซึ่งมองว่าชนชั้นสูงมีฐานะร่ำรวย แต่มักไร้ความสุข


    องค์หญิงจารนี ก็ไม่มีวี่แววจะตั้งครรภ์ เลยมองหาใครเหมาะสมในตอนนี้


    มีแต่ท้าวฟ้าฟื้น ทายาทขององค์เลอสรวง ซึ่งถูกลืม 


    กรณีโดนสกัดขัดขวาง ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่


    ส่วนเชื้อพระวงศ์อื่น ไม่ฝักใฝ่ในบัลลังก์ เพราะทราบถึงความอาถรรพ์ ถ้าบารมีไม่พอ


    หลงเหลือให้ได้คิดเป็นท้าวเทศ บุคคลซึ่งจะพึ่งพา


    ขุนนางเก่าแก่ฝั่งแอ่งโคราช ส่งทูตถ่อขี่ม้ามาเจรจา ขอประสานกับท้าวสกล


    สถานะตอนนี้ ขึ้นมาเป็นพ่อเมืองขามแก่นเต็มตัว แทนบิดาที่แก่ชราลง


    แต่ก่อนเคยเป็นเมืองหน้าด่านให้กับอาณาจักรศรีจนาศะ


    อาศัยช่วงเจ้าพระยารณชัย บุกมากะจะปราบกบฏคณะผู้มีบุญ สมัยยังคงเป็นผู้นำ


    ท้ายต้องพ่ายแพ้กลับไป เพราะการร่วมมือของเมืองหน้าด่าน


    อย่าง ขามแก่นแดนคูน ตักสิลาสารคาม แดดสงยางกาฬสินธุ์ 


    ช่วยกันปกป้องเด็กชายลายสือ ผู้จะพาสู่ยุคแสวงหาประชาธิปไตย 


    กระทั่งได้นามท้าวฟ้าฟื้น ในวัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น


    พากันชักชวนมิตรสหาย ผลักดันสร้างอาณาเขตชุมชนเชียงยืน


    จนพัฒนาตามกาลเวลา วางผังหลักปักฐาน ก่อเกิดดินแดนผาสุข


         “ขอสา ท้าวสกล”


    บักสากถูกลากมาโยง อุตส่าห์ขี่ม้าเดินทางกับขบวนขุนนาง 


    ชนิดต้องเดือดร้อนมัน ให้พามาถึงท้าวสกลคนตัวเชื่อม


         “ท่านกะคึสิฮู้เฮืองดี ผู้หนึ่ง”


    พยายามพูด เพื่อจะได้ติดต่อกับท้าวเทศ


         “ของจังซี่ท้าวเทศ ท่านบ่สะเดิดสะด้งจั๊กเม็ด”


    พื้นสันดานไม่ใช่ประเภททะเยอทะยานเกินตัว นิสัยรักสงบทำหน้าที่ตนตามมอบหมาย


    ถ้าไม่โดนข่มเหง ท้าวเทศคงยังรับใช้ศรีจนาศะ ไม่อพยพโยกย้าย 


    แยกออกมาเป็นอิสระ ข้อนี้ท้าวสกลรู้ดี เฉกตัวของตนก็เคยถูกกดดัน 


    ขั้นจนต้องเลือกฝั่งฝ่ายชัดเจน ตรงตามทัศนคติ


         “แล้ว คั่นแม่นท้าวฟ้าฟื้นหล่ะ?”


    พูดออกมาจนได้ บักสากปากกับใจมันหมายถึงใคร


    เรื่องราวเบื้องลึก มันรู้รายละเอียดทั้งหมด จึงเอ่ยถึง


         “ผู้สิเป็นตา กะคึอยู่เด้”


    ความหวังที่ท้าวสกลเห็นด้วยตรงนี้ เลยง่ายกับการประสานงาน


    ...ฟ้าหลังฝน ฤดูทำนา แดดจ้าส่องกระทบกับช่อฉัตร


    บริเวณทางเข้าชุมชนเชียงยืน ปรากฏว่ามีขบวนช้าง ม้า


    จัดแต่งมาเพื่ออัญเชิญทายาท อันอำนาจตกทอด ต้องยกให้สายเลือดโดยตรง


    ไม่มีใครคาดคิด ท้าวฟ้าพื้นยืนยันไม่รับสิทธิ์นั้นทันที


    และปัญหาว่างเว้นผู้นำอาณาจักรศรีจนาศะ จึงยังแก้ไม่ได้


    หากไม่ทำตามสิ่งท้าวฟ้าฟื้นต้องการเห็น เปลี่ยนเป็นใช้ระบบประชาธิปไตย 


    ในการปกครองแบบสภา เลือกตัวแทนจากราษฎรมาเป็นกระบอกเสียง 


    คิดหนักคือกลุ่มอนุรักษ์นิยมแบบเก่า ขุนนาง ข้าราชการ เหมือนถูกตอกหน้า


    เพราะยังติดกับความรุ่งเรืองเฉพาะชนชั้น อิทธิพลในมือ


    ตัวตั้งตัวตีมีท้าวคำสอน ซึ่งแสดงออกถึงความคิด


         “จังซี่ บ่ผิดคำเบิ่งดวงไว้”


    โน้มน้าวเป็นเรื่องชะตา เหมือนกับคำทำนายของปุโรหิตมังคลา


    ขณะทำหน้าที่โหรหลวง เพื่อลวงพ่อฆ่าลูก ผลประโยชน์สำหรับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 


    เล่ห์อุบายใช้วิธีลดทอนทายาทองค์เลอสรวง โดยอ้างประกาศิตลิขิตฟ้า


    ทั้งคณะขุนนางบีบ จนองค์ราชายินยอมสละลูก เมีย


    ท้าวคำสอนยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด ชี้ตรงกลุ่มกุมอำนาจเดิม 


    ต้องเสียเปรียบ หากขืนเปลี่ยนแปลงระเบียบ ตามที่ท้าวฟ้าฟื้นเรียกร้อง


         “มันกะ จำเป็นเนาะ”


    ท้าวแสนชัย เจ้ากรมทหาร ย้ำถ้าอาณาจักรไม่มีกษัตริย์ ย่อมขาดหลักบริบท


    ขบวนอัญเชิญ ไม่สามารถย้อนกลับ หากไม่มีท้าวฟ้าฟื้น


    มีเวลาถกเถียงหาทางออก เมื่อท้าวเทศเปิดเรือนเลี้ยงอาหาร จัดหาที่พัก พร้อมต้อนรับอย่างดี


    ชั่งคะแนน วัดใจท้าวแสนชัย ถามต่อผู้ผูกขาดดูแลการคลัง 


         “เจ่าว่าจังได๋แหน่ ท้าวโกษา”


    รับผิดชอบด้านเงิน ทอง ของอาณาจักร ตัวท้าวโกษาแอบยักยอกเอาทรัพย์สมบัติส่วนรวมไปใช้ โดยไม่มีใครรู้


         “คึสิ เอาตามหมู่นั่นหละข่อย”


    คิดเสียว่า ควรต้องระมัดระวังในหน้าที่ เพราะต่อแต่นี้ 


    จะมีพวกสอดส่องพฤติกรรม อันมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน


    เข้ามาค้านอำนาจที่เคยมี หากก็ไม่ขัดขืน ถ้าขาดผู้นำ ศรีจนาศะคงล่มสลาย


    ดังนั้นหนทางอันจะยอมพินอบพิเทากันได้ ท้าวโกษาเปิดใจรับ กับข้อเสนอของท้าวฟ้าฟื้น


    ในเจตนามาครองอาณาจักร คงคราวเปลี่ยนแปลงมาถึง


    ตนเองพิจารณาจะลงจากบทบาท ซึ่งทุจริตจนมั่งคั่งพอเลี้ยงครอบครัวได้ทั้งชาติ


         “เอ้า ว่าแม่นเจ่า สิเว้ายากกั่วข่อยอีกแมะ”


    ประโยคท้าวคำสอนเอ่ยกับท้าวโกษา นึกไม่ถึงกับความง่ายดายของข้าราชการ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมานาน


         “โอ๊ยน้อ ท้าว จักสิขวงไปเฮ็ดหยัง แนวเฒ่าขึ้นทุกมื้อ”


    ทั้งสามผู้หลัก ผู้ใหญ่ ปรึกษาหารือกัน มีท้าวเทศนั่งฟังระหว่างกลาง


    รอเวลาตัดสินจากมติลงความเห็น จนเป็นเอกฉันท์


         “จังซั่น กะเอาตามนี่เด้อ”


    หาบทสรุปเจอ จึงกล่าวขึ้นในฐานะพยาน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ 


    พลิกระบอบที่มีมาอย่างยาวนาน ทุกอย่างเปลี่ยนผัน 


    เก่าไป ใหม่มา ย่อมเป็นธรรมดาสัจธรรม ไม่มีรูปแบบใดยั่งยืน  


    ฉะนั้นจึงสรรหาความสอดคล้อง และตามให้ทันอุดมการณ์ของราษฎร นัยยะเป็นสิ่งชี้ตรรกะให้ปรับทิศทาง


    ...หมดวาระศรีจนาศะ แอ่งโคราชผนวกเข้ากับแอ่งสกล


    ขึ้นเถลิงศกเป็นเชียงยืนสห อาณาจักรอันยิ่งใหญ่


    ท้าวฟ้าฟื้นประกาศศักราชแห่งการยกระดับ เพื่อปรับรองรับปฏิรูปแผ่นดิน


    แถบลุ่มน้ำมูลและมวลน้ำชี รวมทั้งแม่น้ำโขง 


    ไม่ว่าอีสานเหนือหรือใต้ จะใช้ประชาธิปไตยเป็นหลัก 


    เน้นส่งเสริมการศึกษาเบื้องต้น ทุกคนได้เรียนหนังสือ


    ชาย หญิง สิทธิเท่าเทียม มีบัตรประจำตัวบ่งบอกภูมิลำเนา


    ปลดปล่อยบ่าว ไพร่ ทาสในเรือน ตามแต่สมัครใจ


    อาศัยวัดเป็นแหล่งรวมกิจกรรม ทำศาลาหอประชุมกลางหมู่บ้าน


    หัดให้มีการปกครองกันเองขนาดย่อย จัดตั้งหน่วยงาน ซึ่งประสานกับทางรัฐโดยตรง


    ที่สำคัญยกเลิกพฤติกรรมรับสินบน เพราะโทษหนักประหารสถานเดียว


    ลำพังแต่ศีลห้า ซึ่งนำมาพาปฏิบัติเป็นต้นแบบ ก็สามารถลดอาชญากรรมลงได้


    เนื่องเกรงกลัวต่อบาป ไม่ต้องใช้กฎหมายมาปราบปรามให้เหนื่อย


    แววจริญมีให้เห็น เยาวชนเกิดใหม่ เอาตัวอย่างจากคนรุ่นก่อน


    สมกับลงมือทำ ท้าวฟ้าฟื้นไม่ได้ยืนอยู่จุดสูงสุด แต่ขอยืนเคียงข้างประชา


    กล้าทำ กล้าคิด ฉีกกฎเดิม เพิ่มเติมคือต้องทำให้เห็น ว่าการเปลี่ยนแปลงแบบช้า ๆ ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย


    ไม่รีบ ไม่เร่ง เล็งที่เป้าหมาย แล้ววางนโยบายตามระยะสั้นหรือยาว


    ส่วนบรรดาผู้ร่วมงาน ล้วนไม่มองข้าม หากพื้นฐานมาจากอาสาด้วยใจ อะไรก็ง่ายดาย


    มีบ้างต่างจะคิด แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของแหวนวิเศษ 


    ก่อให้บางคนหวั่นต่อการทำผิดลับหลัง อันความศักดิ์สิทธิ์จะลงโทษ โดยเจ้าตัวรับรู้เอง


    ...คบหากันมาสามปี วัยพอที่จะแต่งงาน รจนาถูกสู่ขอตามประเพณี


    เธอได้แต่งตั้งขึ้นเป็นเทวีของท้าวฟ้าฟื้น ปณิธานจะช่วยกันนำพา ค้นหาสิ่งเหมาะต่อยอดสำหรับดำรงชีพของชาวบ้าน 


    เพื่ออาณาจักรเชียงยืนสห สามารถเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมแถบถิ่นราบสูง


    ทิ้งหลักฐานเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยัน อันตำนานมีอยู่จริง.


    โดยอ้างอิงเพื่อความบันเทิงและสอดคล้อง ต่อบทนิยายเชียงยืนฟื้นรัก 


    ผู้เขียนขออนุญาตนำเรื่องราวในอดีตของ*ชุมชนบ้านเชียง


    มาประกอบปูพื้นจินตนาการเท่านั้น ไม่มีเจตนาบิดเบือนประวัติศาสตร์แต่อย่างใด


    ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ เนื่องอาจก่อความสับสนขึ้นได้


    *บ้านเชียง แหล่งโบราณคดีแห่งหนึ่งของประเทศไทย 


    ซึ่งค้นพบว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัย และที่ฝังศพของคน


    ช่วงก่อนประวัติศาสตร์ยุคโลหะ เมื่อราว 5,000 กว่าปีมาแล้ว 


    มีความเจริญก้าวหน้าทางวัฒนธรรม รวมทั้งด้านเทคโนโลยี


    ชาวบ้านเชียงโบราณเป็นชุมชนยุคโลหะ ที่รู้จักทำการเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ 


    นิยมทำเครื่องมือเครื่องใช้ และเครื่องประดับจากสำริดในระยะแรก 


    รู้จักใช้เหล็กในระยะต่อมา แต่ก็ยังคงใช้สำริดควบคู่กันไป


    ชาวบ้านเชียงรู้จักทำเครื่องปั้นดินเผา มีลายขูดขีด ลายเชือกทาบ และขัดมัน 


    สามารถสร้างภาชนะดินเผา ที่ถือเป็นเอกลักษณ์


    เช่น ลายเขียนสี รูปทรง และลวดลายต่าง ๆ มากมาย 


    กรมศิลปากรตรวจสอบพบว่า มีอายุประมาณ 5,000-7,000 ปี อาจจะเก่าแก่ที่สุดในโลกก็เป็นได้


    นอกจากนั้นชาวบ้านเชียงสมัยโบราณ ยังรู้จักทำเครื่องจักสาน ทอผ้า


    มีประเพณีการฝังศพ ฝังสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร รวมกับศพไปด้วย


    สื่อถึงเป็นการอุทิศให้กับผู้ตาย สิ่งของที่เป็นโบราณวัตถุ 


    ซึ่งได้จากการสำรวจรวบรวม และขุดค้นที่บ้านเชียง


    รวมแหล่งใกล้เคียง เช่น ขวาน ใบหอก มีด ภาชนะดินเผา


    ทั้งที่เขียนสีและไม่เขียนสี และดินเผา ลูกกลิ้งดินเผา 


    แม่พิมพ์หินใช้หล่อเครื่องมือสำริด ทำจากหินทราย เบ้าดินเผา 


    รูปสัตว์ดินเผา ลูกปัดทำจากหินสี แก้วกำไล และแหวนสำริด 


    ลูกกระสุนดินเผา ขวาน หินขัด และได้พบเศษผ้าที่ติดอยู่กับเครื่องมือสำริด


    อีกทั้งเศษแกลบข้าว ที่ติดอยู่กับเครื่องมือเหล็ก 


    นับได้ว่าเป็นหลักฐานทางโบราณคดีสำคัญ 


    ควรค่าอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาวิถีบรรพบุรุษ


    ข้อมูลจาก : http://www.udonthani.com


    (อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)


     


     


     


     



     



     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     



     



     


     


     


         


     


     


     


     


     



     


     

    คล้ายกับเรื่องเชียงยืนฟื้นฮัก ที่คุณอ่าน