============ รักนี้ดีต่อใจ ============
เปลือกตาบางขยับยุกยิกก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นร่างบอบบางพลิกตัว คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อััได้ถึงความว่างเปล่าข้างตัว
กลิ่นเจือจางของนิโคตินยังติดอยู่บนหมอนทำให้เธอแน่ใจว่าชายหนุ่มนอนกอดเธออยู่ทั้งคืนแน่ๆแต่ตอนนี้ไปไหน
ยิ่งเมื่อกวาดสายตารอบห้องหูก็เงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้องน้ำก็ยิ่งทำให้คิ้วเรียวขมวดลงอีก
เงียบเกินไป
สำหรับคนอื่นการตื่นก่อนของคนที่นอนด้วยอาจเป็เื่ปกติเพียงแต่ไม่ใช่กับคีตา
เธอรู้ว่าชายหนุ่มเป็คนตื่นเช้าไม่ว่าจะเมา จะเหนื่อย หรือจะนอนดึกแค่ไหน ชายหนุ่มมักจะตื่นตามนาฬิกาชีวิตตัวเองประจำพี่คีย์ไม่เคยตื่นสายกว่าเจ็ดโมง หากแต่......
แม้ชายหนุ่มจะตื่นเช้าแค่ไหนสิ่งที่คีตาจะทำเสมอยามเธอมาค้างด้วยก็คือจะนอนต่ออยู่ข้างเธอจนกว่าเธอจะตื่นนั่นแหละถึงจะยอมลุกจากเตียงไปทำอย่างอื่น
และนั่นสร้างความเคยชินให้เธอโดยที่ไม่รู้ตัวยามเมื่อััได้ถึงความว่างเปล่าข้างตัวในตอนตื่นมาวันนี้ถึงได้มานั่งขมวดคิ้วนิ่วหน้าอยู่อยู่แบบนี้
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนักก่อนจะขยับตัวพิงกับหัวเตียงหมอนอิงใบเล็กถูกคว้ามากอดไว้ ดวงตาคู่หวานเต็มไปด้วยรอยครุ่นคิด
เพราะเื่เมื่อคืนงั้นเหรอ
ความถามที่ทำให้เธอได้แต่ทอดถอนใจปลายนิ้วเรียวสวยเลื่อนไปแตะบ่นไหล่ตัวเองพลางหลับตาลง
ััของใครอีกคนยังติดตรึงอยู่ในหัวแม้ไม่ต้องเห็นเธอก็รู้ดีว่าใต้เสื้อนอนตัวนี้คงเต็มไปด้วยรอยประทับของใครอีกคน
พี่คีย์ไม่น่าหยุดเลยจริงๆ
คนที่อ่อนไปทั้งตัวและหัวใจคิดอย่างไม่ชอบใจนัก
คนแถวนี้อาจไม่รู้สึกตัวเพราะเธอแสดงออกไม่บ่อยนัก แต่เธอรู้ตัวเองดี
ทั้งหัวใจและร่างกายของเธอยกให้ชายหนุ่มไปนานแล้ว
หากแต่.....
ถ้าคีตาสะกิดใจเพียงสักนิดก็น่าจะรู้ตัวเพราะทุกครั้งที่ความสัมพันธ์ของเธอและเขาทำท่าจะเลยเถิด คนที่หยุดไม่ใช่ตัวเธอแต่เป็เขาต่างหาก
“รู้งี้ไม่น่ายอมให้สัญญาแบบนั้นก็ดีหรอก”
พึมพำเบาอย่างนึกหนักใจเธอบอกไม่ได้หรอกว่ารักคนที่คอยอยู่ข้างตัวนี้ั้แ่เมื่อไรรู้ตัวอีกทีเธอก็ตกลงไปในหลุมพลางของเขาแบบถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้วตกลงไปแบบที่เธอเต็มใจโดดลงไปเองเสียด้วย หากแต่เธอไม่รู้จะเอ่ยบอกคนตรงหน้ายังไงเธอรู้ตัวว่าเป็คนเปิดใจกับใครไม่เก่ง จึงไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหน ยังไงและเมื่อไรดี
จึงได้แต่ใช้การกระทำและสายตาส่งบอกคนข้างตัวเงียบๆ
แต่ก็นั่นแหละ
คีตาก็เหมือนจะไม่รับรู้ซะแบบนั้น
ยิ่งคิดร่างบอบบางก็ยิ่งถอนหายใจออกมาอีกหลายๆรอบก่อนจะสะบัดความงุ่นง่านในหัวใจทิ้งแล้วลุกไปอาบน้ำ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
สายน้ำเย็นฉ่ำสร้างความสดชื่นให้กับคนที่มีความคิดขะมุกขะมัวได้บ้างหญิงสาวก้าวออกจาก shower zone ด้วยใบหน้าที่สดใสกว่าเดิมโขหากแต่ต้องชะงักกึกยามเมื่อทรุดกายลงหน้ากระจกไดร์เป่าผมถูกวางลงข้างอ่างล้างหน้าที่แห้งสนิทดวงหน้าสวยขึ้นสีจัดเมื่อเห็นตัวเองชัดเจนริมฝีปากสีแดงสดขบเม้มเข้าหากันอย่างขัดเขิน
ในเมื่อกระจกเงาบานโตสะท้อนภาพตรงหน้าอย่างชัดเจนั้แ่คอ หัวไหล่ ต้นแขนขาว ไล่ลงมาจนถึงเนินอกแทบจะไม่มีตรงไหนเลยที่ผิวขาวเนียนจะว่างเว้นจากรอยที่ใครบางคนทิ้งไว้เมื่อคืน
มีตรงไหนอีกไหมล่ะนั่น
ความคิดที่หญิงสาวตวัดสายตาก้มลงมองตัวเองก่อนจะส่ายหัวนิดๆ เธอยังไม่กล้าพอที่จะปลดผ้าขนหนูที่พันตัวออกเพื่อดูไปมากกว่านี้ว่ามีร่องรอยซ่อนไว้ตรงไหนอีกหรือเปล่า
แต่เธอเชื่อว่ามีแน่ๆล่ะ
“อดอยากมาจากไหนกันคะเนี่ย ช้ำไปหมดทั้งตัวขนาดนี้พริ้งจะกลบยังไงล่ะทีนี้” ริมฝีปากบางพึมพำถึงใครอีกคนขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยยกขึ้นแตะรอยช้ำแดงๆที่เด่นชัดที่สุดตรงซอกคอขาวเนียนนั่นแ่เบา
รอยย้ำชัดที่เรียกให้สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องน้ำนี้เมื่อคืนกลับมาฉายซ้ำในหัวอีกคราภาพที่เรียกความร้อนให้ไปกองบนดวงหน้าหวานใสหนักกว่าเก่า ขณะที่ริมฝีปากบางขบเข้าหากันแน่นขึ้นอีก
เธอรู้อยู่แล้วว่าคีตาน่าจะเก่งเื่อย่างว่าแต่ไม่คิดว่าจะเจนสนามถึงกับขนาดช่วยให้ผู้หญิงสบายตัวได้ถึงขนาดนี้นี่ถ้าพี่คีย์ไม่หยุดเธอไม่ตายคาเตียงหรอกหรือ
ความคิดที่เลยเถิดยิ่งทำให้เธอยกมือขึ้นกอดตัวเองแน่นขณะที่สูดหายใจลึกเสียงหวานยังพึมพำเบา
“ทำขนาดนี้มารับผิดชอบกันเลยนะพี่คีย์บ้า!”
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
คีตายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ริมระเบียงแม้ว่าแสงแดดอ่อนๆยามเช้าเริ่มจะแปรเปลี่ยนเป็แสงอันแรงกล้าแล้วก็ตามดวงตาคู่คมยังมองตรงนิ่งอย่างเหม่อลอย ใบหน้าคมยังเครียดขึ้งไม่ต่างจากยามค่ำคืนบุหรี่ยังคงถูกคีบไว้ปล่อยให้ควันลอยละล่องในอากาศจะมีเพิ่มเติมก็แก้วน้ำสีอำพันที่ตั้งอยู่ข้างตัว พร้อมขวดสวยที่มีน้ำสีเดียวพร่องไปไม่น้อยกว่าสองในสามของขวดตั้งอยู่คู่กัน
สองสิ่งที่เคยช่วยบรรเทาความเครียดถูกหยิบขึ้นมาใช้ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้ช่วยให้มันดีขึ้นสักนิด
ชายหนุ่มหลับตาลงพลางขบกรามแน่น
เขาหนีกลับมาห้องตัวเองั้แ่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าดีรู้ตัวว่าหลับไม่สนิทเพราะมีสิ่งกวนใจ บวกกับความรู้สึกอีกอย่างที่พุ่งทะยานขึ้นในอกทำให้คนที่คิดว่าจะอยู่รอจนร่างบางข้างๆนั่นตื่นแล้วค่อยคุยกันเปลี่ยนใจกลับห้องเอาดื้อๆ
บอกตรงๆว่ากลัวคนตัวเล็กโกรธเอามากกว่ารู้สึกผิดเสียอีก
และเขาคงทำใจไม่ได้ถ้าปฏิกิริยาจากร่างบางๆนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความโกรธแต่อาจจะพ่วงมาด้วยความเกลียด
ถ้าเ้าหล่อนเกลียดเขา คงขาดใจตายได้ไม่ยาก
แค่คิดว่าจะไม่มีร่างนิ่มๆนั้นมาอยู่ในอ้อมกอดอีกแล้วความเครียดที่มีอยู่แล้วก็ดูจะปะทุเข้าสู่ใจชายหนุ่มให้สั่นไหวได้ไม่ยาก ใจของคนที่เคยตัดสินใจและแก้ปัญหาได้เฉียบคมมาตลอดกำลังสั่นคลอนหนัก
ความคิดวุ่นวายทำให้ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงการบุกรุกห้องของใครบางคน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ร่างบอบบางของพริ้งพราวก้าวอย่างแ่เบามาหยุดอยู่ข้างหลังคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสวยดวงตาคู่สวยจับจ้องไหล่กว้างที่สั่นเบาๆนั่นนิ่งก่อนจะไล่สายตาไปมองสองสิ่งที่อยู่ในมือคนด้านหน้าแล้วลอบถอนหายใจเบา
ว่าแล้วเชียว
ความคิดที่ทำให้พริ้งพราวยิ้มบางก่อนจะวาดวงแขนเรียวเล็กของตัวเองกอดเข้าที่คอของชายหนุ่มดวงหน้าสวยพาดลงบนไหล่กว้าง แล้วน้ำเสียงหวานใสก็ดังก้องหู
“ทิ้งพริ้งไว้คนเดียวแบบนี้ ไม่สมกับเป็พี่คีย์คนเก่งเลยนะคะ”
ประโยคที่เรียกให้คนฟังสะดุ้งอย่างใดวงหน้าคมหันมองตามเสียงก่อนจะชะงัก
“.......พ......”คนที่หันมาขยับริมฝีปากราวกับจะเอื้อนเอ่ยแต่ก็เงียบลงแล้วหันหน้ากลับไปที่เดิมอย่างหลบสายตาปลายนิ้วเรียวยาวหยิบสิ่งที่อยู่ในมือมาดับไฟลงอย่างไม่้าให้ควันที่ลอยล่องปะทะเข้าหาหญิงสาวก่อนจะนิ่งสนิท
“นั่งโทษตัวเองไปถึงไหนแล้วคะ” ท่าทางที่พริ้งพราวเพียงแค่ขยับยิ้มพลางกระชับวงแขนตัวเองให้แน่นขึ้นอีกนิด
“พี่.......” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแ่เบามือใหญ่เอื้อมมาจับแขนคนที่กอดคอเขาอยู่แน่น “พี่ขอโทษ......”
เสียงขอโทษที่อาจจะดูแย่กว่าเมื่อคืนทำให้เธอมุ่ยหน้าลงนิดก่อนเสียงใสๆจะเอ่ยออกไปอีก“พริ้งยังไม่ได้บอกว่าโกรธพี่คีย์สักคำเลยนะคะ”
ไม่ว่าเปล่าคนพูดกดปลายจมูกตัวเองลงบนแก้มสากของชายหนุ่มแรงๆหนึ่งที
ััที่เรียกให้คีตาหันหน้ากลับมองมองคนของใจนิ่งอยู่พักใหญ่ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานจัดที่ขึ้นสีจางๆจากการกระทำเมื่อครู่ริมฝีปากบางยังคงไว้ด้วยรอยยิ้มสดใสนิ่ง
คีตาแกะมือที่คล้องรอบคอตัวเองออกก่อนจะดึงรั้งเบาคนถูกดึงก็ยืดตัวขึ้นแล้วขยับตามแรงดึง ร่างบอบบางทรุดกายลงบนตักกว้างของชายหนุ่มมือบางจับประสานกับมือใหญ่สองข้างก่อนจะจับรั้งให้วางลงที่เอวตัวเองแล้วเอนกายพิงกับอกกว้างดวงหน้าหวานเหลือบมองคนที่ยังมุ่นคิ้วอยู่ก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้ากว้างเบื้องหน้าแทน
“พี่นิสัยไม่ดีใช่ไหมคะ ผิดคำพูดกับแม่ ผิดสัญญากับพริ้งทำลายความเชื่อใจของพริ้งที่มีต่อพี่” คีตากระชับแขนตัวเองแน่นขึ้นขณะพูด“พี่เป็ผู้ชายที่แย่ที่สุดเลยค่ะ”
คำพูดที่คนหน้าหวานอยากจะหัวเราะอยู่หรอกหากว่าชายหนุ่มที่โอบกอดเธอไว้ไม่ได้อยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่มั่นคงเช่นนี้คนฟังจึงเพียงแค่ขยับยิ้มบาง มือบางปล่อยมือเรียวที่เกาะกุมกันไว้อยู่แน่นออกก่อนจะหันกายไปเผชิญหน้าคนตัวโตกว่า
“ถ้าพี่คีย์เป็ผู้ชายที่แย่ พริ้งคงแย่กว่าที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ผู้ชายขนาดนี้.......”เสียงหวานใสว่าขณะที่ช้อนสายตามองสบคนตรงหน้า แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำอย่าง้าให้ชัดเข้าไปถึงหัวใจของคนฟัง“เื่เมื่อคืนพริ้งไม่ได้พลั้ง หรือเผลอ หรือแค่อารมณ์พาไปนะคะพริ้งเต็มใจและพร้อมจริงๆถ้าเป็พี่คีย์”
“หือ....” เสียงทุ้มยานครางอย่างไม่แน่ใจดวงตาคู่คมตวัดมองคนที่เงยหน้าแดงๆขึ้นมาสบตาอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ
“งื้ออออ พี่คีย์อ่ะ ต้องให้พริ้งพูดมากกว่านี้จริงๆหรือคะ”คนหน้าหวานที่แก้มแดงจัดซุกหน้าลงกับอกของคนที่ดูเหมือนสมองจะทำงานช้ากว่าปกติแน่น
คีตาขมวดคิ้วลงหนักกว่าเก่าอย่างครุ่นคิด หากแต่คนที่เคร่งเครียดมาั้แ่เมื่อคืนแถมยังอดนอน ไหนจะนั่งตากลมตากแดดอยู่หลายชั่วโมงรวมทั้งเหล้าที่กรอกเข้าปากมาั้แ่เช้าก็ดูเหมือนจะพากันออกฤทธิ์อย่างหนักเสียตอนนี้เสียงทุ้มต่ำถึงได้เอ่ยออกไปอย่างไม่ชอบใจนัก “พี่คิดอะไรไม่ออกเลยค่ะตอนนี้ปวดหัวจัง”
คำพูดที่เรียกให้คนที่กำลังเขินอยู่ชะงักคนหน้าสวยดันตัวออกจากอกกว้าง ดวงตาคู่หวานจ้องมองดวงหน้าคมที่ยังขมวดคิ้วมุ่นอยู่อย่างห่วงใยฝ่ามือบางเอื้อมไปแตะหน้าผากกับแก้มของคนตัวโตเบาๆฉับพลันดวงตาคู่ใสก็เบิกขึ้นนิดอย่างใ
มิน่าเล่า ตอนเธอกอดเขาถึงได้ััถึงไอร้อนแปลกๆ
คนที่ััถึงความผิดปกติั้แ่กอดคอคนตัวโตกว่าบ่นในใจ
“พริ้งขอสั่งให้พี่คีย์โยนทุกอย่างออกจากหัวเดี๋ยวนี้เลยนะคะเลิกคิดให้หมด สิ่งที่พริ้งอยากให้พี่คีย์รับรู้ตอนนี้มีแค่อย่างเดียวคือพริ้งไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจพี่สักนิด ส่วนเื่อื่นเดี๋ยวค่อยคุยกันตอนพี่คีย์หายดีตอนนี้ไปนอนเลยค่ะ เดี๋ยวไข้จะกินหนักกว่านี้”เสียงใสๆของพริ้งพราวร่ายยาวพลางฉุดแขนคนตัวโตกว่าให้ลุกเดินตามซึ่งคีตาก็เดินตามอย่างว่าง่ายใจที่หนักอึ้งมาตลอดคืนเริ่มคลายลงเมื่อจบประโยคของสาวน้อยที่ยังลากเขากลับเข้าห้องช้าๆ
“นอนไปเลยนะคะ ห้ามดื้อ เดี๋ยวพริ้งไปหาข้าวหายาให้กินนี่ออกไปนั่งริมระเบียงั้แ่เมื่อคืนใช่ไหมคะ พริ้งได้กลิ่นบบุหรี่นะ”คนหน้าหวานกำชับกับคนที่ทรุดกายลงบนเตียงพลางบ่นมือบางขยับผ้าห่มผืนโตคลุมตัวชายหนุ่มก่อนจะหยิบรีโมทแอร์มาปรับอุณหภูมิให้เย็นลงอีกนิดร่างบอบบางเดินไปปลดม่านทึบริมหน้าต่างลงก่อนจะผลุบหายไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
การกระทำที่คีตาได้แต่มองตามอย่างไม่วางตาใจเหี่ยวๆดีขึ้นอีกนิดเมื่อััได้ถึงความเป็ห่วงจากคนตรงหน้า
คนที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำกลับมาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูสีขาวผืนนึงมือเล็กวางของในมือลงบนหัวเตียงบิดผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุบน้ำให้หมาดก่อนจะพับแล้ววางลงบนหน้าผากคนที่ยังใช้สายตาจับจ้องเธออยู่ดังเดิม
“เลิกมองแล้วหลับตาได้แล้วค่ะ นอนสักตื่นก่อนนะคะห้องพี่คีย์ไม่มียาติดไว้เลย กว่าจะหาอะไรมารองท้องก่อนกินยาอีก พริ้งว่าคงนอนได้สักตื่นนึงเดี๋ยวพริ้งมาปลุกนะคะ” คนหน้าหวานว่าพลางใช้หลังมือแตะที่แก้มของชายหนุ่มเบาๆ“ตื่นมาค่อยเช็ดตัวนะคะ ห้ามลุกไปอาบน้ำนะ”
เ้าหล่อนกำชับเสียงดุพลางลุกจากเตียงนุ่ม
หมับ
มือใหญ่ของใครอีกคนคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างออดอ้อน “อย่าเพิ่งไปได้ไหมคะ อยู่กับพี่ก่อน......นะ”
คำร้องขอที่มาพร้อมกับสายตาที่ไม่มั่นคงของชายหนุ่มเรียกให้คนหน้าหวานทรุดกายลงข้างเตียงอีกครั้งมือนุ่มกระชับมือใหญ่ที่จับตัวเองไว้เบาๆ
“ก็ได้ค่ะ”คำตอบสั้นที่เรียกให้คนตัวโตยิ้มออกมาได้นิดนึงก่อนจะค่อยๆหลับตา
เปลือกตาที่ยังยุกยิกอีกทั้งคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันของคนตรงหน้าทำให้พริ้งพราวถอนหายใจด้วยรู้ว่าใจของคนป่วยยังคงพะวง
เธอควรทำยังไงให้ใจเขาคลายลงกว่านี้ แบบนี้ไม่ยอมหลับง่ายๆแน่
ดวงหน้าหวานจ้องมองคนตรงหน้านิ่งๆอยู่นานอย่างใช้ความคิด ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆแล้วสูดหายใจลึก
ลองดูละกัน เผื่อจะได้ผล
คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแล้วเอ่ยเรียกเบาๆ“พี่คีย์คะ”
คนถูกเรียกลืมตาขึ้นแล้วก็ลมหายใจสะดุดเมื่อดวงหน้าสวยของคนเรียกอยู่ห่างเพียงไม่กี่เซ็นดวงตาคู่คมมองคนที่คลี่ยิ้มหวานหยดให้นิ่ง
“อย่าคิดมากเลยนะคะ”รอยยิ้มที่ว่าหวานแล้วก็ยังหวานไม่เท่าน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง“พริ้งรั......”
คำสุดท้ายไม่ถูกต่อให้จบเมื่อเ้าของกดแนบริมฝีปากตัวเองกับริมฝีปากอิ่มที่ดูเหมือนจะร้อนกว่าทุกทีเบาๆก่อนจะผละออก
ัับางเบาที่เรียกให้ใจของคนได้รับให้กลับมาชุ่มชื้นใหม่อีกครั้งคราวนี้คีตายอมผ่อนลมหายใจลงแล้วปิดตาลงอย่างว่าง่ายคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นเข้าหากันคลี่ออก หัวที่ปวดตุบๆก็คลายลงจากััที่ได้รับ
“ฝันดีนะคะ” เ้าของเสียงว่าพร้อมรอยยิ้มบางเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า
ครู่ใหญ่
เมื่อััได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอบนเตียง มือบางก็ผละออกจากมือร้อนของใครอีกคนก่อนจะขยับกายออกจากห้องไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ตื่นแล้วหรือลูก ตาคีย์ล่ะจ๊ะ”ผู้าุโกว่าเอ่ยปากทักเมื่อเห็นร่างบอบบางของหญิงสาวเดินเข้าครัวมาคนเดียว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่ ขอโทษที่ลงมาช้านะคะไม่ทันได้ทานข้าวเช้ากับคุณพ่อคุณแม่เลย” พริ้งพราวสาวเท้าเข้ามาใกล้ส่งยิ้มหวานให้กับหญิงตรงหน้าแล้วเอ่ยต่อ “พอดีพี่คีย์ไม่สบายค่ะพริ้งเพิ่งบังคับให้หลับได้เมื่อกี้เอง”
คำพูดที่เรียกให้คุณหญิงกิตติยาตวัดสายตาไปมองคนพูดอย่างแปลกใจ“ทำไมอยู่ๆไม่สบายได้ล่ะจ๊ะ เมื่อคืนยังดีๆอยู่เลย”
“คือ.....”คราวนี้คนอ่อนวัยกว่าอ้ำอึ้งด้วยไม่รู้จะบอกกับคนตรงหน้ายังไงริมฝีปากบางขบกันเบาๆอย่างใช้ความคิดนิดนึงแล้วเอ่ยเบา “พี่คีย์เครียดนิดหน่อยค่ะไข้เลยกิน”
ถ้อยคำที่เรียกให้คนฟังขมวดคิ้วเข้าหากันนิดก่อนจะหันไปสั่งหัวหน้าแม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่ในครัว“ป้าพิมจ๊ะ ฉันวานทำข้าวต้มให้คนป่วยและก็หนูพริ้งอีกที่นะเตรียมยาแก้ไข้ไว้ด้วยล่ะ ถ้าเสร็จแล้วเอาไปห้องเ้าคีย์เลยก็ได้เดี๋ยวฉันตามไปพริ้งมากับแม่หน่อยสิลูก”
ท้ายประโยคคุณกิตติยาหันมาพยักเพยิดให้หญิงสาวเดินตามออกมาพริ้งพราวยิ้มรับก่อนจะหันไปหาผู้สูงวัยอีกคนแล้วสำทับเพิ่ม“ของพริ้งขอกาแฟเพิ่มด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะคุณพริ้ง” หัวหน้าแม่บ้านรับคำเธอพร้อมรอยยิ้มพริ้งพราวเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินตามผู้สูงวัยกว่าออกไป
“มีอะไรที่แม่ต้องรู้หรือเปล่าลูก”คุณกิตติยาว่าขณะที่สาวเท้าขึ้นบันไดเพื่อไปยังห้องลูกชาย
“ถ้าพริ้งเล่า คุณแม่จะดุพี่คีย์อีกหรือเปล่าคะ”คำที่ผู้อ่อนวัยเอ่ยออกมาทำให้คนที่เดินขึ้นบันไดอยู่ชะงักแล้วหันมามองดวงหน้าหวานจัดของคนพูดนิ่ง
“ไปที่ห้องหนูก่อนดีกว่าแม่ว่า”คุณกิตติยาไม่ตอบหากแต่เดินนำไปยังห้องของหญิงสาว
ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมๆกับหญิงสองวัยที่ทรุดลงนั่งบนเตียงมือเล็กที่มีริ้วรอยตามวัยจับมือเย็นๆของหญิงสาวที่หลบตาเธอไปแล้วแน่นพลางทอดเสียงถามอย่างอ่อนโยน
“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ”
“คือ......” ร่างบางของหญิงสาวตรงหน้าเงยขึ้นสบตาผู้สูงวัยนิดดวงตาคู่สวยมีร่องรอยของความหนักใจ ก่อนที่จะตวัดผมยาวๆของเธอไปรวมกันที่อีกข้างเผยซอกคอขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยประทับแดงๆรอยที่หาก้าปิดให้มิดชิดหญิงสาวคงต้องใส่เสื้อคอเต่าเพื่อปกปิดมัน
“ตายแล้ว!” ผู้สูงวัยกว่าร้องออกมาอย่างใ ใบหน้าสวยซีดเผือดอย่างตกตะลึง“อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนหนูกับเ้าคีย์............”
“ใจเย็นๆก่อนนะคะแม่” พริ้งพราวบีบมือที่เย็นเฉียบเหมือนกับเธอแน่นก่อนจะเอ่ยต่อทันทีที่เห็นสีหน้าของคุณกิตติยา“แค่เกือบค่ะแม่ เกือบเฉยๆค่ะ ยังไม่ไปทั้งหมด แต่ก็.....เกือบไปจริงๆ”
คำที่ทำให้คนสูงวัยกว่าสีหน้าดีขึ้นนิดนึงใจที่ร้อนรนเย็นลงเล็กน้อยแต่ดวงตาคู่สวยวาววับและเอ่ยเสียงเข้ม “แม่ต้องคุยกับคีย์ให้รู้เื่เดี๋ยวนี้!”
ประโยคและอาการผุดลุกขึ้นของผู้สูงวัยเรียกให้พริ้งพราวต้องรีบรั้งแขนผู้เปรียบเสมือนมารดาเธออีกคนไว้แน่นพร้อมเอ่ยท้วง“อย่านะคะแม่ พี่คีย์ไม่ได้บังคับพริ้ง พริ้งยอมพี่คีย์เองแม่อย่าดุพี่คีย์อีกเลยนะคะ แค่นี้พี่คีย์ก็โทษตัวเองจะแย่แม่เชื่อพริ้งนะคะว่าพี่คีย์หยุดแล้วจริงๆพี่คีย์หยุดทั้งที่พริ้งพร้อมจะให้เป็อย่างที่ควรเป็แต่แล้วพี่คีย์ก็บอกว่าไม่ได้เพราะพี่คีย์สัญญากับแม่ไว้เราก็เลยแค่นอนกอดกันเฉยๆเท่านั้นเองจริงๆนะคะ”
คำพูดที่เรียกให้ดวงหน้าสวยหันมามองคนที่ร้อนรนตรงหน้านิ่งแล้วเอ่ยเสียงเข้ม“แต่ถ้าคีย์ไม่เริ่มมันก็ไม่เกิดแต่แรก”
“แม่คะ พริ้งกับพี่คีย์.........”คำแย้งที่อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“แม่จะไม่ว่าสักนิด ถ้าพริ้งกับคีย์บอกได้เต็มปากว่ารักกันหรือว่าหมั้นกันมีผู้ใหญ่รับรู้อย่างเป็ทางการแล้ว” ผู้สูงวัยกว่าว่าเสียงดุ
“วันนี้เราสองคนอาจจะหยุดทัน แต่วันต่อๆไปเราจะหยุดกันได้หรือเปล่าลูกแม่ไม่ได้หัวเก่าที่จะบอกให้หนูรอจนแต่งงานกันแล้วค่อยมีอะไรกันได้ แต่นี่แม่เป็ห่วงห่วงทั้งคีย์ ห่วงทั้งพริ้ง โดยเฉพาะหนู แม่รักหนูไม่ต่างจากลูกคนนึงความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนของพวกหนูทำให้แม่กังวล ถ้าสักวันมันไปไม่ถึงฝั่งแล้วพวกหนูก้าวข้ามเส้นของพี่ชายและน้องสาวไปแล้วในตอนนี้หนูจะไม่สามารถกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีก ตาคีย์คงไม่เท่าไรเพราะเ้านั่นมีพ่อมีแม่ มีน้องสาวที่คอยช่วยพยุง แต่วันนั้นคนที่แม่ห่วงที่สุดคือหนู บ้านนี้ต้อนรับหนูเสมอไม่ว่าจะสถานะไหนแต่พริ้งเองนั่นแหละที่จะไม่กล้าเข้ามาหา มาขอความช่วยเหลือจากแม่เพราะมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้ว แม่ไม่อยากให้พริ้งต้องกลับไปอยู่คนเดียวแบบนั้นอีกพริ้งจะเป็ยังไงถ้าวันนั้นมันเกิดขึ้น คนบ้านนี้ก็คงเสียใจที่เอื้อมมือไปประคองหนูไม่ได้อีกแม่ถึงได้ต้องคอยปรามคีย์ ให้มันมีความชัดเจนก่อน ก่อนที่จะเลยเถิดกันไป”
คนสูงวัยกว่าว่ายาวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ถ้าหนูอยากเดินหน้าแม่อยากให้หนูกับเ้าคีย์เดินด้วยกันอย่างจริงจังซะทีนะลูก เกือบสี่ปีแล้วนะลูกชายแม่พอจะทำให้พริ้งวางใจจนเดินไปด้วยกันได้ไหม”
คุณกิตติยาทอดเสียงอ่อน มือเล็กลูบหัวคนที่น้ำตารื้นอยู่ตรงหน้าเบาๆ“แม่รักพริ้งนะ”
“ฮึก...” คนที่อ่อนวัยกว่าสะอื้นเบาแล้วสวมกอดผู้สูงวัยกว่าแน่นปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างไม่อาจห้าม
เธออาจโชคร้ายที่เกิดมาท่ามกลางบ้านที่ไร้ความอบอุ่นหากแต่เธอก็ยังมีโชคดีกว่าคนอื่นอยู่มากที่ได้พบกับผู้ใหญ่ที่ให้ความเอ็นดูเธอไม่ต่างจากลูกแท้ๆความรู้สึกเต็มตื้นในใจทำให้เธอได้แต่ปล่อยให้น้ำใสๆไหลรินด้วยััถึงความเป็ห่วงเป็ใยที่แท้จริงจากหญิงสูงวัยตรงหน้า
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมลูก”คุณหญิงกิตติยาลูบหัวลูบไหล่เล็กของคนที่นั่งเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองอยู่หลังจากที่ปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้จนพอใจ เธอก็เอ่ยถามด้วยความเอ็นดู
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะแม่ พริ้งรักแม่จัง”ดวงหน้าหวานที่เอาผ้าเย็นโปะตาตัวเองอยู่ว่าด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“แม่ก็รักพริ้ง” หล่อนว่าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน“ยังไงแม่ก็ขอบใจนะลูกที่บอกกับแม่ตรงๆว่าเกิดอะไรขึ้น”
คำพูดที่ทำให้พริ้งพราวส่งยิ้มแหย๋ๆให้ก่อนจะเอ่ยเบา “จริงๆแล้วถ้ารอยมันไม่ชัดขนาดนี้แล้วถ้าพี่คีย์ไม่อาการหนักแบบนั้น พริ้งก็คงไม่พูดหรอกค่ะ แหะๆ”
คำพูดที่ทำเอาคนฟังส่ายหน้า “ช่วยกันปิดเข้าไปคิดได้ยังไงนะว่าแม่ไม่รู้”
คราวนี้ดวงหน้าหวานยิ้มเจื่อนหนักกว่าเก่าจากประโยคของผู้สูงวัยดวงหน้าหวานซีดลงอีกนิด ทำให้คนมองได้แต่อ่อนใจแล้วเอ่ยไปอีกเื่
“ตกลงว่าจะตกลงปลงใจกับลูกชายแม่แล้วใช่ไหม”
“ง่า.........” เสียงหวานลากยาวก่อนจะส่งยิ้มซีดให้คนถามก่อนจะตอบ“ขอพริ้งใคร่ครวญอีกนิด.....”
“จริงๆเลยเรานี่ เฮ้อออ แม่ไม่ล็อบบี้พริ้งแล้วก็ได้เอาเป็ว่าจะทำอะไรก็นึกถึงคำแม่ไว้หน่อยนะลูก”
ประโยคที่คราวนี้ดวงหน้าหวานถึงกับยิ้มหวานออกมาเต็มแก้มพุ่งตัวเข้าไปกอดเอวคนสูงวัยกว่าแล้วบอกเสียงดัง “พริ้งรักแม่ที่สุดเลยค่ะ”
คำบอกรักที่คุณกิตติยาได้แต่หัวเราะร่วนอย่างอ่อนใจจะอย่างไรเสียเธอก็ไม่สามารถโกรธคนตรงหน้าได้สักที
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ป่านนี้พี่คีย์ตื่นแล้วมั้งคะ” พริ้งพราวว่าพลางเปิดประตูเข้าไปร่างบอบบางเดินเข้าไปติดเตียงก่อนจะขมวดคิ้วลง กายบางทรุดลงนั่งบนเตียงนุ่มมือเรียวเล็กแตะเข้าที่แก้มของคนหลับอยู่เบาๆคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกนิดเมื่อััได้ถึงไอร้อนที่มากกว่าเก่า “พี่คีย์คะตื่นมาทานยาหน่อยเถอะค่ะ พี่คีย์”
เสียงใสว่าพลางเขย่าแขนคนตัวโตกว่าอย่าหวังปลุกให้ตื่น
“อือ....” คนที่ถูกปลุกขมวดคิ้วเข้าหากัน คนตัวโตขยับหนีแรงเขย่าที่แขนจนผ้าที่โปะอยู่บนหัวหล่นลง
“พี่คีย์คะ ตื่นก่อนเถอะค่ะ” พริ้งพราวขยับเข้าไปใกล้คว้าผ้าที่หล่นโยนใส่กะละมังที่ตั้งอยู่แล้วขยับมือปลุกคนตัวโตมากกว่าเก่า
“อืมมม” คราวนี้คนถูกปลุกขยับเปลือกตาไปมาก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นเสียงทุ้มที่แหบลงมานิดเอ่ยเรียกเมื่อเห็นคนตรงหน้า “พริ้ง”
“ทานยาก่อนเถอะค่ะ พี่คีย์ตัวร้อนจี๋เลยนะคะ”เสียงหวานใสว่าอย่างเป็ห่วงดวงตาคู่หวานมองสบดวงตาคู่คมที่บัดนี้แดงก่ำด้วยพิษไข้
ถ้อยคำที่คนป่วยพยายามยันตัวขึ้นจากเตียงหากแต่พิษไข้ที่รุมเร้าไหนจะอาการปวดหัวจี๊ดๆทำให้คนที่เอามือยันตัวทรุดฮวบลงไปทันทีที่ออกแรงมือใหญ่อีกข้างกุมเข้าที่หัวตัวเองแน่น สีหน้าซีดเผือดด้วยความทรมาน
“พี่คีย์!!!” พริ้งพราวร้องเรียงเสียงดังก่อนจะถลาไปประคองตัวคนตัวโตให้ค่อยๆขยับลงไปนอนตามเดิม“ไม่ต้องลุกแล้วค่ะ ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนค่ะ นอนนิ่งๆก่อนนะคะ”
“ไม่....อ่ะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมแพ้หยุดลงเมื่อผ้าขนหนูสีขาวถูกโปะลงบนหน้าผากตัวเองอีกครั้ง ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้หันสายตามองตามก่อนจะเอ่ยเบา“แม่....”
“นอนพักเถอะเรา ยาไม่น่าจะกินไหว เดี๋ยวแม่เรียกตาภีมมาดูให้ดีกว่าไข้สูงแบบนี้” คุณกิตติยาว่าพลางส่งรอยยิ้มอ่อนโยนไปให้ลูกชายตัวเอง
“ขอบคุณ...ครับ” เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยตอบก่อนจะหันมาหาคนข้างตัว มือใหญ่เอื้อมไปคว้าแขนบางมากอดไว้แนบอกแล้วหลับตาลงอีกครั้งอย่างอ่อนแรง แรงดึงที่ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวถลาเข้าไปใกล้ดวงหน้าหวานหันไปมองผู้ใหญ่ในห้องหน้าตาตื่น
“เฝ้าพี่เขาไปก่อนละกัน ดึงไว้ขนาดนี้คงไม่ยอมปล่อยง่ายๆเดี๋ยวแม่ไปตามหมอก่อน พริ้งกินข้าวไปก่อนละกันนะลูก”ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆก่อนจะถอยออกไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เป็ไงบ้างภีม”เสียงของคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเอ่ยถามยามเมื่อคุณหมอประจำบ้านละมือจากลูกชายแล้วหันไปวุ่นกับการจัดเตรียมยาแทน
“จากที่ผมตรวจดูไข้น่าจะมาจากพักผ่อนไม่เพียงพอและก็ความเครียดนะครับป้าเดี๋ยวผมจะฉีดยาคลายเครียด ยาตัวนี้จะผสมกับยานอนหลับให้นอนเต็มตื่นสักคืนไข้ก็น่าจะลดลงแล้วครับแต่ถ้ายังไงพรุ่งนี้อาการไม่ดีขึ้นรบกวนโทรตามผมอีกนะครับอาจจะต้องฉีดยาอีกสักเข็มและให้น้ำเกลือเพิ่ม ถ้ายังลุกไม่ไหว”ภีรภัทรเอ่ยตอบคนถามอย่างสุภาพก่อนจะขยับยิ้ม “ไม่เห็นมันป่วยแบบนี้ซะนานนะครับป้าเห็นปกติมีแต่น้องภาที่ป่วย”
“เครียดจัดน่ะสิ ถึงได้เป็ขนาดนี้”ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยอย่างอ่อนใจก่อนจะมองตามสายตาของผู้อ่อนวัยกว่าแล้วเอ่ยยิ้มๆ“คนนี้หนูพริ้งจ้ะ”
ชื่อที่ออกจากปากของผู้สูงวัยเรียกให้ภีรภัทรหันไปมองคนที่คนป่วยยังรั้งแขนเ้าหล่อนไว้แน่นก่อนที่ดวงหน้าคมคายจะระบายยิ้มแล้วทวนคำ“คนนี้หรือครับแม่ที่ไอ้คีย์มันหวงของมันนักหนา”
คำที่คนถูกหวงนักหนาได้แต่แก้มแดงขึ้นนิดแล้วหันไปมองคนพูดเต็มตายามชายหนุ่มเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับคุณพริ้ง ผมภีรภัทรนะครับ เรียกภีมก็ได้เพื่อนสนิทอีกคนของไอ้ตัวนอนที่ป่วยอยู่บนเตียงนั่นอยากเจอมานานแล้วได้ยินมันมาเพ้อให้ฟังบ่อยๆ แต่ไม่ยอมพามาให้เจอตัวเสียที”
“เอ่อ....สวัสดีค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มทักทายคนตรงหน้าบางๆ
“เขาหวงของเขาน่ะ เลยไม่อยากพาไปเจอใคร กลัวหนุ่มๆหลงเสน่ห์”ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยบอกกับชายหนุ่มอีกคนเสียงรื่น
“ก็น่าหวงแหละครับ สวยขนาดนี้ ขืนพาไปให้รู้จักโดนหยอดยับพอๆกับแฟนไอ้ซีนแน่ๆ” ภีรภัทรตอบพลางกลั้วหัวเราะประโยคที่ทำให้คนฟังหันไปมองหน้าคนพูดก่อนเอ่ยถาม
“คุณภีมรู้จักแฟนพี่ซีนด้วยหรือคะ”
“รู้สิครับ ไอ้ซีนพาไปอวดอยู่บ่อยๆว่าแฟนน่ารัก ซึ่งก็น่ารักจริงนั่นแหละครับไม่รู้ว่าอิท่าไหนไปตกหลุมไอ้ซีนมันได้”ภีรภัทรว่าอย่างขำขันเมื่อนึกถึงเพื่อนอีกคน “เรียกพี่ภีมดีกว่าครับจะได้เรียกเหมือนกับไอ้ซีนมัน เรียกคุณมันดูทางการไปหน่อย”
“เบาหน่อยจ้าภีม คนนี้น่ะเพื่อนสนิทหนูรินเขานะจะบอกให้”คำปรามของผู้สูงวัยกว่าเรียกให้ตาตี่ๆของคุณหมอเบิกขึ้นนิดๆ
“คนที่ไอ้ซีนมันชอบบ่นว่าเป็มารหัวใจมันหรือครับ”
“ใช่จ้ะ” คุณกิตติยาตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
“พี่ซีนเอาพริ้งไปเผาหรือคะเนี่ย” คำที่คนฟังได้แต่มุ่ยหน้าลง“มันน่าแกล้งซะให้เข็ด”
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังจากชายหนุ่มอีกคนเมื่อเห็นดวงหน้าสวยนั้นบึ้งลง“อย่าใส่ใจเลยไอ้ซีนมันเลยครับ มันติดแฟนมากไปก็เลยบ่นไปเรื่อย”
“ก็ได้ค่ะ เห็นแก่พี่ภีมนะคะ”ดวงหน้าสวยหันไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะหันไปหาผู้สูงวัยกว่าอีกคน “แม่คะพริ้งวานให้ใครช่วยไปหยิบโทรศัพท์กับโน๊ตบุ๊คให้พริ้งหน่อยได้ไหมคะเล่นกอดไว้แบบนี้ถ้าไม่อยู่ด้วย ตื่นมาไม่เห็นเดี๋ยวก็โวยวายตายพอดี”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่จะให้คนมาช่วยเช็ดตัวให้ตาคีย์ด้วยพริ้งนั่งเฝ้าไปเฉยๆก่อนเถอะ ถูกล็อคแขนไว้แบบนั้นคงทำอะไรไม่สะดวก”คุณกิตติยารับคำก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มอีกคนในห้อง
“จะกลับเลยไหมภีม ป้าจะลงไปส่ง หรือจะอยู่กินข้าวด้วยกันก่อน”
“กลับเลยดีกว่าครับ เย็นผมมีเข้าเวร ยังไงเดี๋ยวผมโทรถามอาการมันกับป้าอีกทีนะครับ”หมอหนุ่มว่าพลางเก็บของของตัวเองแล้วเอ่ยลา “ลาก่อนนะครับน้องพริ้งยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“ลาก่อนค่ะ ขอบคุณพี่ภีมนะคะที่แวะมาดูพี่คีย์ให้”คนหน้าหวานว่าพร้อมส่งยิ้มสวยให้อีกครั้ง
“ด้วยความยินดีครับ”ภีรภัทรทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับคุณหญิงกิตติยา
ความเงียบรายล้อมเมื่อเหลือเพียงแค่หญิงสาวกับคนป่วยที่นอนซมอยู่พริ้งพราวทอดสายตามองคนบนเตียงอย่างอ่อนโยนเมื่อประโยคของคุณกิตติยายังคงก้องอยู่ในหัว
‘เกือบสี่ปีแล้วนะลูกชายแม่พอจะทำให้พริ้งวางใจจนเดินไปด้วยกันได้ไหม’
นั่นสินะ.......
ควรพอสักทีดีไหมนะกับการคบกันที่ไร้ซึ่งสถานะแบบนี้........
ความคิดที่ทำให้หญิงสาวขยับยิ้มมือบางอีกข้างเอื้อมไปััแก้มชายหนุ่มเบาๆ
พี่คีย์จะรู้เองอย่างที่เคยบอกพริ้งหรือเปล่านะว่าเวลาที่พี่รออาจจะมาถึงแล้วก็ได้
============ รักนี้ดีต่อใจ ============