“เธอมาเล่นไกลขนาดนี้เลยเหรอ”
“ไม่ทุกวันครับมาวันที่มีเพื่อนเท่านั้น”
“อ้อ…ปกติเล่นอยู่ในหมู่บ้านซินะ”
เขาส่ายหน้าไปมา แต่ไม่พูดอะไร
“เราไปหาที่นั่งคุยกันไหม” จ้าวเหว่ยเดินไปจูงมือเด็กชายตัวน้อย
เขามองมือจองเธอที่จูงมือเขาแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ จ้าวเหว่ยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างก่อนที่เขาจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง
ริมแม่น้ำข้างหมู่บ้าน…
“เราเดินไปตรงนั้นกันไหมฮะ เผื่อจะได้เจอพ่อที่นั่น”
“พ่อเธอชอบมาที่นี่เหรอ? ใครเป็คนบอกเธอกัน” จ้าวเหว่ยหาที่นั่งใต้ต้นไม้ชวนเขานั่งคุยกัน
“อาเป็คนบอก ถ้าหาพ่อไม่เจอให้มาหาที่นี่”
“แล้วเธอมาตามพ่อบ่อยเหรอ”
เขาส่ายหน้า
“ไหนเล่ามาซิทำไมเธอมาเล่นไกลจังเลยคนที่บ้านไม่เป็ห่วงเหรอ ทำไมไม่เล่นในหมู่บ้าน” จ้าวเหว่ยปะเหลาะถามเขา
“เขาชอบบอกผมไม่มีแม่ บางคนก็บอกผมโดนพ่อทิ้ง บางคนก็บอกผมมันซวยทำให้แม่ตาย” เขาก้มหน้าค่อยๆ เล่าให้เธอฟัง
ให้ตายเถอะ เด็กยังไม่สี่ขวบเลยนะ บทนี้แม่เขียนไว้หรือเปล่าเนี่ยแม่จะใจร้ายเกินไปแล้วนะแม่
“ไม่หรอกเธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลยพวกเขาพูดไปเรื่อยน่ะ” จ้าวเหว่ยไม่รู้จะปลอบใจยังไง
“คนอื่นก็ไม่อยากเล่นกับผมบอกว่าผมไม่มีแม่ เพื่อนบางคนพ่อก็ไปเป็ทหารเหมือนกัน เพื่อนๆ กลัวพ่อเขาไม่กล้าแกล้ง แต่ไม่มีใครกลัวพ่อผมเลย เขาบอกปู่ผมเคยติดคุกพ่อผมก็ลูกคนคุก” เขาน้ำตาซึมออกมาซิงซิงเอามือน้อยๆ เช็ดน้ำตาตัวเอง
ไม่ใช่แม่เขียนแล้วล่ะบทแบบนี้แม่ไม่ใจร้ายขนาดนี้หรอก ฉันจะปลอบเขายังไงดีเนี่ย
จ้าวเหว่ยดึงเด็กน้อยมานั่งตักเธอไม่รู้จะปลอบเขายังไง ทำได้แค่กอดเขาเอาไว้
“พี่เป็แม่ให้ผมได้ไหม” ซิงซิงเงยหน้ามองเธอ
“เธออยากมีแม่มากเหรอ?” จ้าวเหว่ยก้มหน้าลงไปมองเขา
“อือ... ถ้ามีแม่พวกนั้นก็ล้อผมไม่ได้อีกแล้วล่ะ”
จ้าวเหว่ยสงสารเขามากแต่เธอก็ต้องใจแข็งกับเขา
“ถ้าฉันไปแล้วเธอจะไม่คิดถึงฉันแย่เหรอ? ถ้าให้ฉันเป็แม่ของเธอ”
“ตอนนั้นผมก็โตแล้ว ผมไปหาได้” ซิงซิงพยายามอ้อนเธอ
“ก็ได้ แต่มีข้อแม้สองข้อ ถ้าเธอทำได้ฉันจะเป็แม่ให้เธอเอง”
ซิงซิงพยักหน้าตั้งใจฟัง
“ข้อแรกถ้าฉันไปแล้วเธอต้องเข้มแข็งเวลาที่เธอโตขึ้นเราค่อยมาเจอกันอีกเธอทำได้ไหม”
ซิงซิงพยักหน้า
“ข้อสองห้ามเรียกฉันว่าแม่ต่อหน้าพ่อของเธอ ถ้าเธอทำได้สองข้อนี้เราก็มาเกี่ยวก้อยสัญญากัน”
ซิงซิงยื่นมือมาเกี่ยวก้อยกับจ้าวเหว่ยพวกเขาสองคนหัวเราะให้กัน ก่อนที่ซิงซิงจะเล่าเื่ราวต่างๆ ของเขาให้แม่ใหม่ฟัง จ้าวเหว่ยก็รับฟังด้วยความเต็มใจพวกเขานั่งเล่นอยู่ตรงนี้เป็เวลานาน
เฉินเล่อที่เดินมาจากริมแม่น้ำอีกฝั่งเพราะได้ยินเสียงลูกชายของเขาหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขลอยมาแต่ไกล
ซิงซิงไม่เคยหัวเราะดังขนาดนี้ เขาเป็เด็กรู้ความมากปกติเขาจะเป็เด็กนิ่งๆ มากกว่า เฉินเล่อคิดว่าตัวเองได้ยินผิดเลยเดินมาดูเพื่อความแน่ใจ
ภาพที่เขาเห็นคือภรรยาของเขากับลูกชายกำลังหัวเราะเล่นกันอย่างมีความสุข ภรรยางั้นเหรอถ้าเปลี่ยนจากยายเด็กเสแสร้งเป็เยว่ซินได้เขาคงมีความสุขมากที่สุดในโลก
เฉินเล่อมองดูพวกเขาสองคนอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินจากไป
จ้าวเหว่ยเห็นว่าใกล้เย็นแล้วเธอเลยพาซิงซิงเดินกลับบ้าน ระหว่างเธอเจอหยางอ้ายเหรินน้องชายของเฉินเล่อระหว่างทาง
“อาฮะ อามาทำอะไรเหรอ” ซิงซิงวิ่งไปหาเขา
“พี่ใหญ่ให้มาตามซิงซิงกับพี่สะใภ้กลับบ้านน่ะ” อ้ายเหรินอุ้มซิงซิง แล้วหันไปบอกจ้าวเหว่ย
จ้าวเหว่ยทำหน้าไม่ถูกเลยกับสรรพนามที่เขาเรียก
“เรียกฉันจ้าวเหว่ยเถอะ ฉันอายุน้อยกว่าพี่อีก”
“แต่เธอเป็พี่สะใภ้ฉันนี่ เรียกแบบนี้ก็สมควรแล้ว”
“โธ่พี่อ้ายเหรินอย่าแกล้งฉันเลย” จ้าวเหว่ยรับไม่ไหวจริง ๆ เพราะในความทรงจำ คนคนนี้ก็ดีกับเธอมาตลอดถึงจะไม่สนิทกันแต่เขาก็ไม่เคยทำเื่แย่ๆ กับเธอเลย
พวกเขาเดินกลับบ้านไปด้วยกัน
หยางอ้ายเหริน อายุ 20 ปี ตอนนี้เขาเรียนวิทยาลัยครูอยู่ปีสองในเมือง เขาเป็คนจิตใจดีเหมือนพ่อแม่ของเขา
บ้านตระกูลหยาง…
เฉินเล่อเห็นภาพที่สามคนเดินกลับเข้าบ้านมาพร้อมกันก็หงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูกเขามองทั้งสามคนก่อนจะเดินกลับเข้าข้างในไป
“สรุปแล้วลูกหยุดกี่วันพ่อถามไปสองรอบแล้วนะ”
“อีกสองวันผมก็กลับแล้วครับ”
“ทำไมลูกลาพักน้อยขนาดนี้ นี่เรามาแต่งงานนะแทนที่จะใช้เวลาอยู่กับเหว่ยเอ๋อร์ แม่เห็นลูกออกไปข้างนอกทุกวัน” แม่สามีบ่น
“พี่เขามีธุระค่ะแม่ แม่อย่าบ่นเขาเลย” จ้าวเหว่ยเป็ห่วงแม่สามีไม่อยากให้อารมณ์เสีย
เธอหันไปยิ้มให้เฉินเล่อ
สมน้ำหน้า!! ถ้าชอบหนีออกจากบ้านมากกลับไปหน่วยก็ไม่ต้องกลับมาเลยนะ จะหย่าเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมา ใครเขาอยากอยู่ห้องเดียวกับนายกัน
เฉินเล่อหรี่ตามองหน้าเธอนับวันยิ่งเสแสร้งจะให้เขาเชื่อได้ยังไงว่าเธอไม่เหมือนพ่อของเธอ ไม่อยากอยู่กับฉันมากใช่ไหม งั้นได้พรุ่งนี้ฉันจะอยู่กับเธอทั้งวันเลย
“ถ้าแม่ไม่สบายใจพรุ่งนี้ผมจะอยู่กับเธอทั้งวันเลยครับ จะได้มีเวลาอยู่กับภรรยาก่อนจะกลับไปทำงาน” เฉินเล่อยิ้มกลับให้จ้าวเหว่ย
ผีเข้าเหรอ? ใครอยากอยู่ด้วย? ใครเขาขอ?
จ้าวเหว่ยฝืนยิ้มกลับไปเช่นกัน
ห้องนอนเฉินเล่อ…
หลังจากกินข้าวล้างจานเรียบร้อยจ้าวเหว่ยก็มาอาบน้ำให้ซิงซิง ก่อนที่เธอจะบอกเขาว่าพรุ่งนี้เธอสอนเข้าเขียนหนังสือที่ห้อง ซิงซิงยิ้มรับด้วยความเต็มใจ ก่อนที่เธอจะไปอาบน้ำ
ที่นี่ไม่มีอะไรทำเลย ตอนกลางคืนก็เหงามากทำได้แค่นอนเท่านั้น จ้าวเหว่ยเล่นกับซิงซิงบนเตียงก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะหลับไป
เฉินเล่อเข้ามาในห้องเห็นไฟยังติดอยู่ก็คิดว่าสองคนนั้นยังไม่หลับ เขากำลังคิดวิธีเอาคืนยายเสแสร้งยังไงดี พอเปิดประตูมาก็เห็นทั้งเธอและลูกชายของเขาหลับไปแล้วทั้งคู่
ก่อนหน้านี้เขาไปอยู่ห้องน้องชายมา
“พี่นอนกับผมก็ได้นะ ถ้าไม่อยากกลับห้อง”
“เดี๋ยวพ่อกับแม่รู้ก็จะไม่สบายใจ แกกลัวฉันทำอะไรหล่อนงั้นเหรอ? ” อยู่ดีๆ เขาก็อยากถามแบบนี้ขึ้นมา
“ใครจะคิดแบบนั้นกันล่ะ พี่ก็ถามแปลกๆ ”
“ฉันว่าเธอเปลี่ยนไปมากตอนที่ฉันไม่อยู่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เธอบอกเธอไม่ได้ชอบฉันเธอขอหย่า”
“ไม่มีนะ ก่อนหน้าวันแต่งงานเธอก็ยังเขินอายอยู่เลยตอนที่คนถามเื่งานแต่ง ที่ฉันเห็นกับตาก็วันแต่งงานนั่นล่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันถามซีอันที่วิทยาลัยให้”
“แกสืบมาให้ฉันหน่อยก็แล้วกัน”
เฉินเล่อคิดถึงเื่ที่คุยกับน้องขายระหว่างที่แต่งตัวหลังอาบน้ำเสร็จ เพราะอะไรเธอถึงเปลี่ยนไป? แล้วทำไมเขาได้ยินความคิดเธอ?
กลับมาคราวนี้ถ้าไม่ทำธุระ พอมีเวลาว่างเขาจะไปนั่งแถวกระท่อมริมแม่น้ำเพื่อระลึกถึงเยว่ซิน แต่หลังจากแต่งงานเขามักจะคิดสองเื่นี้ตลอดเวลาที่เขานั่งที่นั่น
เฉินเล่อสลัดความคิดไร้สาระออกไป เขาไปจัดการสองคนที่นอนไม่เป็ที่บนเตียง
เฉินเล่อประคองจ้าวเหว่ยเบาๆ ให้ไปนอนที่ฝั่งข้างใน ก่อนที่จะอุ้มซิงซิงให้นอนตรงกลาง ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนในที่ของตัวเอง เขายังนอนมองเพดานห้องคิดเื่จ้าวเหว่ยเหมือนทุกคืน
ในขณะที่กำลังเหม่ออยู่ แขนของจ้าวเหว่ยก็พาดผ่านตัวซิงซิงมาอยู่ตรงท้องเขา เฉินเล่อโมโหจับข้อมือเธอจะเหวี่ยงไปยังฝั่งเธอแต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ
เขานอนตะแคงมองหน้าเธอปล่อยให้มือเธอวางไว้บนตัวเขาอยู่แบบนั้น เขามองเธออยู่แบบนั้นจนหลับไป
จ้าวเหว่ยตื่นมาในตอนเช้าตอนที่กำลังงัวเงียลืมตาขึ้นมาเธอเห็นเฉินเล่อยังนอนอยู่บนเตียงเธอก็คิดว่ากำลังฝันอยู่ก่อนที่จะรู้ตัวว่าไม่ได้ฝันหน้าเธอกับเขาห่างกันไม่เกินคืบ เธอนอนกอดเขาใกล้ขนาดนี้ได้ยังไง ส่วนซิงซิงนอนดิ้นไปนอนที่ปลายเตียงเรียบร้อยแล้ว
จ้าวเหว่ยพยายามดึงมือออกจากตัวเขา เฉินเล่อขยับตัวพอดี จ้าวเหว่ยรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมาก ก่อนที่จะนอนนิ่ง
จะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมทำไม หน้าจะโดนหน้าฉันอยู่แล้วนะ
พอเห็นว่าเขาไม่ขยับแล้วเธอก็ค่อยๆ ดึงมือออกมาจากตัวเขาอย่างช้าๆ นอนนิ่งๆ เพื่อมองหน้าเขาอย่างพิจารณา โอกาสแบบนี้หาไม่ได้จริง ๆ
เป็ทหารจริงๆ ใช่ไหมหน้าจะเนียนแบบนี้ได้ยังไง ลูกรักพระเ้าแน่ๆ ตากแดดก็ไม่ทำให้หน้ากร้านเลยสักนิด ถ้าขาวกว่านี้จะหล่อขนาดไหนน่ะ เสียอย่างเดียวปากเสียแถมยังโง่งมในความรักอีกต่างหาก ปล่อยวาง รู้จักคำนี้ไหมสุดหล่อปล่อยวางได้แล้ว
จ้าวเหว่ยค่อยๆ เอานิ้วลูบจมูกเขาเบาๆ เธออยากรู้ว่าเขาเป็ทหารผิวเขาจะเป็ยังไง ก่อนจะเอานิ้วลองจิ้มแก้มเขาอย่างระมัดระวัง
ผิวก็ยังเนียนอยู่จริงๆ ด้วย แถมนุ่มอีกต่างหาก เฮ้อ!!! หน้าแบบนี้ จมูกแบบนี้ ผิวแบบนี้ น่าจะไปอยู่บนหน้าคนจิตใจดี ไม่น่ามาอยู่กับตานี่เลย จ้าวเหว่ยเอ๊ยเธอนี่อ่อนหัดจริงๆ ที่หลงหมอนี่มาตั้งหลายปี
จ้าวเหว่ยถอนหายใจเมื่อคิดถึงตัวละครนี้ แม่ก็เขียนซะน่าสงสารเกินไปล่ะ แม่มีปมตอนสาวๆ หรือเปล่านะก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลุกจากที่นอน เพื่อไปล้างหน้าแต่งตัว
เฉินเล่อที่นอนอยู่มุมปากเขามีรอยยิ้มเล็กน้อย