ครั้นเมื่อลั่วเหวินเหย่ขึ้นไปยังบนเวทีแสงไฟสีทองอร่ามดวงใหญ่ก็สาดส่องไปที่เธอราวกับเป็ดวงดาวที่เจิดจรัสท่ามกลางเวทีใหญ่ น้ำเสียงหวานเสนาะหูถูกเปล่งขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือเป็กำลังใจดังลั่นไปทั่วทั้งร้าน
สายตาของหญิงสาวเหลือบมองลงมายังด้านล่างของเวทีก่อนจะปรายหางตาหวานเยิ้มให้กับชายหนุ่มอย่างหวงเต๋อจงที่นั่งอยู่ด้านหน้า
เขายิ้มกริ่มมองดูเธออย่างไม่ละสายตา น้ำเสียงหวานของเธอนั่นช่างเสนาะหูจับจิตจับใจของเขาเป็อย่างมาก แต่เมื่อลั่วเหวินเหย่ร้องเพลงไปได้เพียงไม่กี่ท่อนจู่ๆชายผ้าที่แหวกด้านข้างของเธอก็ดันไปเกี่ยวเข้ากับกำไรข้อมือจนฉีกขาดขึ้นเหนือต้นขาเกือบเห็นชั้นใน เธอหยุดชะงักนิ่งด้วยความใก่อนจะพยายามดึงกำไรนั่นออกแต่ยิ่งเธอดึงกระโปรงก็ยิ่งแหวกสูงขึ้นเธอใและรู้สึกอับอายเป็อย่างมากจึงรีบวิ่งหนีลงไปยังด้านหลังของเวทีในทันทีทิ้งให้แเื่ที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างทำหน้าฉงนงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่นานนักสถานการณ์ก็กลับมาปกติอีกครั้งเมื่อมีเสียงหวานอันทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟดวงใหญ่ที่ส่องสว่างไปยังร่างอรชรที่ปรากฏอยู่บนเวทีใหญ่ แทบทุกสายตาต่างหันควับไปมองยังหญิงสาวสวยผู้ที่มีน้ำเสียงอันน่าทึ่งนั่นด้วยความตกตะลึง
น้ำเสียงหวานและทรงพลังเปล่งขึ้นพร้อมกับความสวยงามหยดย้อยทำให้ทุกสายตาต่างหันไปจดจ้องที่เธออย่างไม่ละสายตาแม้แต่หวงเต๋อจงก็ถึงกับอ้าปากค้างในความสวยงามและน้ำเสียงอันมีเสน่ห์นั่นของเธอเพราะเขาไม่เคยเห็นเธอในภาพนักร้องมาก่อน
“จินซีร้องเพลงได้งั้นเหรอ”เขาพูดขึ้นเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความทึ่งและประหลาดใจ
ครั้นเมื่อเพลงจบลงเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่ว แม้แต่หวงเต๋อจงรวมทั้งผู้พันเยว๋ลู่หยางที่เข้ามานั่งทานอาหารที่ร้านก็ถึงกับต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับการแสดงอันน่าทึ่งของเธอในค่ำคืนนี้
เธอก้มหัวขอบคุณเสียงปรบมือที่อยู่หน้าเวทีก่อนปรายสายตาจะเหลือบไปเห็นรอยยิ้มหวานของผู้พันเยว๋ เธอยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเดินลงมายังด้านล่างวที
ลั่วเหวินเหย่เดินมาจับแขนของหยินจินซีอย่างไม่พอใจ
“จินซีทำไมเธอถึงได้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีได้”เธอถามขึ้นอย่างไม่พอใจ
หยินจินซีแสยะยิ้มหวาน
“ทำไมก็ฉันเห็นเธอเดินลงจากเวทีทั้งๆที่เพลงยังไม่จบ เธอจะให้ฉันปล่อยทิ้งแเื่ที่มารอฟังเพลงอย่างนั้นเหรอ”
“แต่นั่นเป็หน้าที่ของฉันนะ”
“แล้วยังไงกัน ในเมื่อเธอหน้าที่ไปโดยไม่สนใจคนที่อยู่ด้านล่างแลยด้วยซ้ำ เธอไม่ใช่มืออาชีพจริงๆเหวินเหย่”
“นี่เป็แผนของเธองั้นเหรอจินซี เธอ้าให้ฉันอับอายเพื่อตัวเองจะได้ขึ้นไปเจิดจรัสบนเวทีใช่มั๊ย”
“เธอทำไมพูดอย่างนั้นล่ะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอฉันเป็คนทำงั้นเหรอ ฉันจะทำอย่างนั้นทำไมกันเราเป็เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ เอ๊ะหรือเธอไม่ได้เห็นฉันเป็เพื่อนกัน”หยินจินซีแสร้งหลอกถาม
ลั่วเหวินเหย่รีบหลุบหน้าต่ำลงเพราะกลัวหยินจินซีจะจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอเกลียดและอิจฉาหยินจินซีมาโดยตลอดเธอเธอรีบกดเก็บอารมณ์โกรธไว้ในทันทีก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มขึ้น
“ปะ เปล่าฉันอาจจะแค่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้แสดงบนเวทีจนจบเลยพูดอะไรไม่คิด ฉันขอโทษนะจินซี”
หยินจินซีแสร้งยิ้มราวกับไม่ติดใจอะไรในสิ่งที่ลั่วเหวินเหย่พูด
“ช่างมันเถอะ”
“แต่เอ๊ะ จินซีเธอไปฝึกเรียนร้องเพลงที่ไหนงั้นเหรอ ปกติเธอไม่ชอบร้องเพลงไม่ใช่หรอกเหรอแต่ทำไมเมื่อครู่ตอนอยู่บนเวทีเธอถึงได้”
“ฉันถึงได้ร้องเพลงได้งั้นเหรอ ก็ไม่มีอะไรหรอกฉันเพียงแค่ฟังเธอร้องเพลงทุกวันจนจำได้น่ะ”
“เธอก็ชอบร้องเพลงงั้นเหรอ คุณหนูหัวดีอย่างเธอเนี๊ยะน่าอิจฉาจังเลยนะทำอะไรก็ดีก็เก่งไปซะหมด”
หยินจินซีแสยะยิ้มก่อนจะเดินจากไปแม้เธอจะรู้ดีว่าคำชมของลั่วเหวินเหย่เป็เพียงการพูดประชดประชันก็ตาม อันที่จริงเธอก็ไม่เคยชอบการร้องเพลงเลยซักนิดแต่ที่หันมาสนใจก็เพียงเพราะ่เวลานั้นเธอแค่อยากเอาใจคนรักอย่างหวงเต๋อจงแต่สุดท้ายก็เธอถูกลั่วเหวินเหย่แย่งคนรักไปอยู่ดี แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้เธอค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอมีน้ำเสียงและพร์ด้านการร้องเพลงที่น่าทึ่ง หากแต่เป็เขาผู้ที่อยู่รอฟังเธอร้องเพลงในทุกๆวันตลอดระยะเวลา 70 ปี การขึ้นมาร้องเพลงในคืนนี้เธอไม่ได้้าให้หวงเต๋อจงสนใจเธอด้วยซ้ำแต่เธอเพียงอยากดับแสงจรัสของลั่วเหวินเหย่ในสายตาของหวงเต๋อจงและอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือเธออยากให้ชายหนุ่มที่รักเธอได้เห็นวันที่เธอได้ขึ้นมายืนร้องเพลงบนเวทีอย่างที่เขาหวังต่างหาก
“ฉันได้ขึ้นมาร้องเพลงอยู่บนเวทีใหญ่อย่างที่คุณ้าแล้วคุณได้เห็นฉันแล้วนะคะ”เธอพูดเบาๆก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข