“ถ้าไม่ใช่เพราะความยากจนในครั้งนั้นฉันย่อมไม่มีวันให้เฉิงเหว่ยรับตัวกาลกิณีแบบนี้เข้ามาในบ้านเด็ดขาด!”
ดวงตาของเซียวหยวนซินเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยว่า“แม่ครับ หยวนซินเธอไม่ใช่ตัวซวยนะ เธอ... เธอคือภรรยาของผม…”
แต่เสียงของเขาแผ่วเบาและอ่อนแรงเมื่อฟังดูก็รู้ว่าไม่กล้าพูดเสียงดังกับแม่ของตนเอง
พอคุณย่าหลิวจ้องเขาเขาก็เงียบเสียงลงทันที
ซูเจียวเจียวถอนหายใจเซียวหยวนซินเป็นคนดี แต่เธอกลับมีนิสัยอ่อนแอเกินไปจึงถูกกลั่นแกล้งในบ้านตระกูลหลิวอยู่ร่ำไป
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตระกูลเซียวถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกกดขี่ สถานะทางสังคมไม่ดีนักซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอเธอรู้สึกต่ำต้อยและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใคร
ดังนั้นคุณย่าหลิวและคนอื่นๆจึงกดขี่เธออย่างหนัก แต่เธอก็ไม่กล้าโต้ตอบ
คุณปู่หลิวและพี่ใหญ่หลิวต่างก็พากันพูดว่าหลิวเกาเป็นเด็กดีไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น
ซูเจียวเจียวแค่นหัวเราะ“หลิวเกาทำหรือไม่ทำ แค่เรียกเด็กๆ ในกองผลิตมาถามก็รู้แล้วตอนนั้นมีเด็กหลายคนเห็นเหตุการณ์ค่ะ”
เลขาธิการเฉินและหัวหน้ากองผลิตหลิวต่างก็เป็นคนซื่อตรงและยุติธรรมเมื่อได้ยินคำพูดของซูเจียวเจียว ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทันที
หากหลิวเกาเป็นเด็กเลวร้ายถึงเพียงนี้ก็ย่อมต้องอบรมสั่งสอนกันอย่างจริงจัง
ไม่นานเด็กๆที่เล่นกับหลิวเกาก็ถูกเรียกตัวมา
แต่ละคนมองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดกลัวแล้วหลบอยู่ข้างหลังผู้ใหญ่ของตน
ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าขาวผ่อง“พวกเธอไม่ต้องกลัวนะ เห็นอะไรก็พูดความจริงออกมาได้เลยแต่จำไว้ข้อหนึ่งคือห้ามโกหก! เด็กที่โกหกจะถูกจับเข้าคุกแล้วจะไม่ได้เจอพ่อแม่ของตัวเองอีกเลย! ส่วนเด็กที่พูดความจริงจะได้รับรางวัลเป็นลูกอมนมกระต่ายขาวคนละสองเม็ด”
เด็กๆหลายคนยังเล็กนัก ถูกซูเจียวเจียวทั้งข่มขู่และหลอกล่อต่างก็พากันพูดความจริงออกมา
มีเด็กชายคนหนึ่งอายุราว 7-8ขวบ เขาชี้ไปที่หลิวเกาที่หลบอยู่ข้างหลังคุณย่าหลิวแล้วกล่าวว่า“หลิวเกาจงใจยื่นขาไปถีบหลิวหยวนหยวนให้ตกน้ำผมบอกให้เขาเรียกคนมาช่วย เขากลับบอกว่าหลิวหยวนหยวนเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ไม่สำคัญตายแล้วก็แล้วไป”
“ใช่! พวกเราก็ได้ยิน!”
“หลิวเกายังบอกอีกว่า เขาเป็นหลานชายทองคำของตระกูลหลิวคุณย่าของเขารักเขาที่สุด เขาพูดอะไรคุณย่าก็จะเชื่อถึงตอนนั้นก็แค่บอกว่าหลิวหยวนหยวนพลาดตกลงไปในน้ำแล้วจมน้ำตายเองก็พอ…”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลุงกับคุณป้าผ่านมาละก็ หลิวหยวนหยวนก็คงจมน้ำตายไปแล้ว”
เด็กๆหลายคนพอได้เปิดปากพูด ก็พากันเล่าออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ยิ่งพวกเขาพูดยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก
สวรรค์ทรงโปรด!
โลกนี้มีเด็กเลวร้ายขนาดนี้ได้อย่างไร!
หลิวเกาอายุแค่เก้าขวบกว่าเท่านั้น!ยังไม่ถึงสิบขวบเลย! กลับมีจิตใจที่ชั่วร้ายขนาดนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ!
“พวกเด็กเวรนี่ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน!” คุณย่าหลิวยกมือขึ้นหมายจะตีคนแต่ถูกเซียวหยวนหมิงขวางไว้
เซียวหยวนหมิงยืนตัวตรงสูงสง่าราวกับเทพสงครามบดบังคุณย่าหลิวไว้ทันที
ดวงตาของเขาดำมืดราวกับน้ำหมึกจ้องมองคุณย่าหลิวด้วยความโกรธ สายตาของเขาราวกับจะกินคนทำให้คุณย่าหลิวต้องหุบปากฉับ
พ่อแม่ของเด็กๆเห็นคุณย่าหลิวคิดจะตีลูกของตน ก็พากันต่อว่าคุณย่าหลิวว่าไร้ยางอายไม่สอนหลานชายของตนให้ดี กลับคิดจะตีลูกของพวกเขาอีก
หลังจากสอบถามความจริงจนชัดเจนแล้วซูเจียวเจียวก็ไม่พูดอะไรอีก เธอทำตามสัญญา ควักลูกอมนมกระต่ายขาวมาหนึ่งกำมือแบ่งให้ทุกคนคนละสองเม็ด
เด็กๆหลายคนดีใจที่ได้ลูกอม ไม่คิดเลยว่าการพูดความจริงจะได้กินลูกอมจริงๆ!
เด็กๆอดใจไม่ไหว แกะลูกอมใส่ปากทันที หวานอร่อย ชื่นใจเหลือเกิน!
ซูเจียวเจียวยกมือขึ้นลูบหัวพวกเขา“พวกเธอเป็นเด็กดี ต่อไปเห็นอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัวต้องกล้าพูดความจริง เข้าใจไหมจ้ะ?”
เด็กๆพยักหน้าหงึกหงัก แล้วกลับไปเล่นกันต่อ
หลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้ว
หัวหน้ากองผลิตหลิวถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าตระกูลหลิวอบรมสั่งสอนหลิวเกาจนกลายเป็นคนเลวร้ายแบบนี้ได้อย่างไร?
คนเราอาจไม่มีความสามารถแต่ต้องไม่ไร้ซึ่งคุณธรรม!
มิฉะนั้นหากเติบโตขึ้นจะไม่กลายเป็นภัยต่อสังคมหรือ!
เซียวหยวนซินโกรธจนตัวสั่นเทาดวงตาแดงก่ำจ้องมองหลิวเกา แล้วถามเสียงแหลมว่า “หลิวเกา!เธอทำแบบนี้ได้ยังไง! หยวนหยวนก็เป็นน้องสาวของเธอนะ!ทำไมถึงเตะหยวนหยวนจนตกน้ำไปได้!”
“ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจนี่” หลิวเกาเบะปากอย่างไม่ใส่ใจ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้เธอเริ่มร้องโวยวายทันที “ใช่แล้ว!หลิวเกาของฉันไม่ได้ตั้งใจนี่! อีกอย่างเขาก็เพิ่งจะเก้าขวบกว่าเท่านั้นเอง!เขาไม่ได้ตั้งใจ! เขายังเด็ก ยังไม่รู้ความ แล้วเธอล่ะ น้องสะใภ้สี่เธอยังจะถือสาเด็กเล็กอีกเหรอ!”
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นว่าพวกเขาไม่เพียงไม่สำนึกผิดหากแต่ยังคงแถราวกลัวสีข้างไม่ถลอก โทสะก็พลุ่งพล่านจนดวงตาแดงก่ำร่างของเธอสั่นสะท้ายไปด้วยความโกรธ ก่อนจะกล่าวเสียงสั่นว่า"เฉิงเหว่ย หยวนหยวนเป็นลูกสาวของคุณคุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไง! วันนี้ถ้าอาหมิงกับน้องสะใภ้ไม่ผ่านมาละก็บางทีหยวนหยวนก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!"
ใบหน้าของหลิวเฉิงเหว่ยพลันมืดครึ้มเขาเงยหน้ามองพ่อแม่และพี่ชายใหญ่พี่ชายรองของตน “เรื่องนี้หลิวเกาผิดอย่างชัดเจน…”
คุณปู่หลิวขัดจังหวะคำพูดของเขา“นี่มันเรื่องภายในบ้าน กลับบ้านไปเราค่อยสั่งสอนเกาเอ๋อร์อีกทีวันนี้ก็ให้เรื่องจบแค่นี้เถอะ อย่าให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้เลย”
พี่ใหญ่หลิวกล่าวเสริม“ใช่! มีอะไรก็กลับบ้านไปพูด!มาทะเลาะกันที่นี่ให้คนอื่นหัวเราะเยาะทำไม!”
เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้วนี่ชัดเจนว่าต้องการยุติเรื่องนี้อย่างสงบ
หัวหน้ากองผลิตหลิวและเลขาธิการเฉินมองหน้ากันเรื่องนี้พูดตรงๆ แล้วก็เป็นเรื่องในครอบครัวเซียวหยวนหมิงได้สั่งสอนหลิวเกาไปแล้ว ทั้งสองครอบครัวยังเป็นญาติกันอีกด้วย
แม้แต่ผู้พิพากษาที่ซื่อสัตย์ก็ยังตัดสินเรื่องในครอบครัวได้ยาก
ซูเจียวเจียวเงยหน้ามองเซียวหยวนซินหากเซียวหยวนซินต้องการกลับบ้านไปจัดการกันภายใน และต้องการให้เรื่องนี้จบไปทั้งๆแบบนี้จริงๆ เธอก็หมดหนทาง…
“ไม่!”
ทันใดนั้นเซียวหยวนซินก็คำรามออกมาแล้วก้าวออกมาข้างหน้า “คุณแม่คะปกติคุณแม่จะตามใจหลิวเกาแค่ไหนฉันก็ไม่เคยว่า! แต่ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ!เขาต้องการฆ่าลูกสาวของฉัน! เรื่องนี้จะจบลงแค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด!”
คุณย่าหลิวกล่าวอย่างโกรธเคือง“แล้วแกอยากทำยังไง? อยากจะโยนเกาเอ๋อร์ลงน้ำหรือ?อย่าลืมนะว่าวันนี้เจ้าน้องชายคนดีของแกเกือบจะทำให้เกาเอ๋อร์จมน้ำตายไปแล้ว!นี่ก็ถือว่าเจ๊ากันแล้ว!”
“เจ๊ากัน? เรื่องแบบนี้จะเท่าเทียมกันได้ยังไง!”เซียวหยวนซินไม่ยอมแพ้ หากเป็นเรื่องเก่าๆ เธอก็จะปล่อยผ่านไปแต่เรื่องวันนี้เธอไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
คุณปู่หลิวกล่าวอย่างโกรธเคือง“มาทะเลาะกันที่นี่ให้ขายหน้าผู้คนทำไมเล่า!”
หัวหน้ากองผลิตเห็นว่าการทะเลาะกันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจึงกล่าวว่า “หลิวเกาจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างแน่นอนเขาโตพอแล้ว และสามารถลงไปทำแต้มคะแนนงานได้แล้ว พรุ่งนี้เป็นต้นไปให้เขาไปทำงานในไร่นา ทำมากทำน้อยไม่เป็นไร แต่ต่อไปต้องไปทำงานจะได้ไม่สร้างความวุ่นวายและก่อเรื่องไม่ดีไปวันๆ อีก”
คุณปู่หลิวและคุณย่าหลิวต่างก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
หลิวเกาได้ยินว่าจะต้องลงไปทำนาก็ไม่พอใจทันที “ผมไม่ไป! ผมไม่ทำนา!”
สกปรกและเหนื่อยขนาดนั้นแถมยังร้อนจนจะตายอีก เขาไม่ไปหรอก!