บาร์เซทท์พุ่งเข้าไปคว้าร่างของเด็กชายเอาไว้ตามสัญชาตญาณก่อนที่หลังคาโกดังจะพังถล่มลงมาได้อย่างทันท่วงที
แผ่นหลังคาเก่าคลาคล่ำหล่นลงมาเฉียดร่างของคนทั้งสองไปไม่ถึงวา เศษฝุ่นเศษผงลอยฟุ้งตลบจนแทบมองทัศนียภาพเดิมไม่ออก
ทว่ายังไม่ทันได้ถามไถ่หรือพักหายใจหายคอจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บาร์เซทท์ก็ััได้ว่าบรรยากาศรอบด้านดูผิดปกติ ชายหนุ่มรีบพยุงร่างไนเจลที่ยังคงมึนงงตั้งตัวไม่ทันขึ้นยืนแต่ไม่ได้ปล่อยมือออกในทันที
จู่ๆ แรงกดอากาศรอบกายพลันลดต่ำลงกะทันหันพร้อมๆ กับเสียงดังอึงอลจากกระแสลมพัดกระโชกกระทบผนังโกดังอย่างรุนแรง
โกดังที่เก่าเก็บสั่นโคลงเคลงอย่างน่ากลัวไม่กี่วินาทีก็พังถล่มลงมา บาร์เซทท์ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วโอบร่างเด็กชายเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วก้มลงหมอบราบกับพื้นทันที แต่เพราะกระแสลมที่พัดโหมเข้ามาอย่างรุนแรง แม้บาร์เซทท์จะมีค่าพลังมวลกายระดับ SS ก็ไม่อาจต้านแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นได้นานนัก
ไม่นานกระแสลมแรงพลันเปลี่ยนเป็พายุหมุน มันม้วนกลืนเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเขตรัศมีที่ทิศทางลมเคลื่อนผ่านเข้าไปภายในกระแสวังวนของพายุ ซึ่งรวมถึงร่างของบาร์เซทท์และไนเจลที่ติดอยู่ในโกดังด้วย จากนั้นมันก็เคลื่อนห่างออกไปตามทิศทางลมอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นแต่กลับสร้างความเสียหายเป็วงกว้าง
หลังจากพายุรุนแรงสงบลง บริเวณที่พายุเคลื่อนผ่านหลงเหลือเพียงเศษซากปรักหักพัง กลุ่มบอดี้การ์ดที่ออกไปสำรวจบริเวณรอบนอกรีบกลับมาที่โกดังอย่างรวดเร็ว แต่นอกจากซากโกดังและเพื่อนบอดี้การ์ดที่ได้รับาเ็แล้วก็ไม่พบเจอสิ่งใดอีก
แล้วเ้านายของพวกตนเหล่า!!
" กระจายกำลังออกค้นหาคุณชายรองให้พบ ส่วนนายติดต่อไปที่คุณเจคอปแจ้งเื่ที่เกิดขึ้นแล้วรอพวกเขาอยู่ที่นี่ พวกฉันจะล่วงหน้าไปก่อน "
ครูซ เอซ หัวหน้าบอดี้การ์ดประจำตัวของบาร์เซทท์หันไปสั่งการนิโคลัส บูท ลูกน้องคนสนิทแล้วรีบติดต่อไปยังหน่วยใหญ่เพื่อขอกำลังกำลังคนเพิ่ม ส่วนตนและคนที่เหลืออีกส่วนหนึ่งแยกตัวกันออกค้นหาผู้เป็นาย อีกส่วนหนึ่งอยู่นำส่งร่างคนที่าเ็ไปรักษาที่โรงพยาบาล
5 นาทีต่อมาพวกเจคอปก็มาถึงที่เกิดเหตุ ด้านหลังมีนายทหารและอาสาสมัครป้องกันชายแดนติดตามมาด้วยอีกชุดหนึ่ง
" เหตุการณ์เป็ยังไงบ้างครับ " เจคอปเอ่ยถามด้วยสีหน้าตึงเครียด
เมื่อครู่ขณะที่พวกตนอยู่ระหว่างเดินทางมาที่โกดังก็ทราบข่าวแล้วว่ามีพายุไซโคลนถล่มในพื้นที่ใกล้เคียง ยังนึกอยู่เลยว่าโชคดีที่พายุไม่พัดมาทางพวกตน แต่ใครจะไปคิดว่าบอสของพวกเขาจะประสบเหตุเสียเอง เมื่อได้รับรายงานชายหนุ่มจึงรีบประสานไปทางกองทัพเพื่อขอความร่วมมือในการออกตามหาคนทันที
" ไม่พบคุณชายรองในที่เกิดเหตุ ตอนนี้หัวหน้ากระจายกำลังคนออกค้นหารอบๆ แล้วครับ " นิโคลัสตอบเสียงเครียดไม่ต่างกัน
" ค้นหาจาก GPS แล้วหรือยังคะ "
อมีตี้หน้าซีดเผือด แม้จะใและเป็ห่วงบาร์เซทท์มากแค่ไหนก็ยังพยายามตั้งสติไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียภาพลักษณ์ต่อบุคคลภายนอกได้
" เราค้นเจอนาฬิกา AI ของคุณชายรองด้านในโกดังคาดว่าจะหลุดออกมาตอนที่เกิดพายุครับ "
ความหมายของนิโลคัสก็คือตอนนี้บาร์เซทท์หายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยสมบูรณ์แล้ว
" พวกคุณไม่ต้องกังวลนะครับ พวกผมเป็คนในพื้นที่รู้จักที่นี่ดีกว่าใคร พวกเราจะช่วยออกตามหาอย่างสุดความสามารถครับ "
เจริคที่ติดตามมากับนายทหารหันไปพูดกับพวกเจคอปเพื่อคลายความกังวลใจของกลุ่มคนด้านข้าง ซึ่งชายหนุ่มไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใด เพราะเขาและเพื่อนสนิทเที่ยวเล่นแถวนี้มาั้แ่เกิดย่อมรู้จักพื้นที่ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใครๆ
" รบกวนพวกคุณด้วยนะครับ "
เพื่อไม่ให้เสียเวลาเจริคและเจย์ ดิซส์ รวมถึงอาสาสมัครคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันออกปฏิบัติการค้นหาคนหายทันทีเพราะเกรงว่าจะมืดค่ำไปเสียก่อน ซึ่งมันจะยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการค้นหามากขึ้นอีกหลายเท่า
ต้องบอกก่อนว่าพื้นที่แถวนี้เป็บริเวณชายป่าท้ายหมู่บ้าน โดยปกติแล้วชาวบ้านจะไม่ค่อยย่างกายเข้ามาแถวนี้ถ้าไม่จำเป็ เพราะบริเวณนี้ยังคงเป็ป่ารกทึบและภายในป่าก็มีอันตรายมากมายที่หลบซ่อนอยู่ โดยเฉพาะสัตว์กลายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายในนั้นที่อันตรายและน่าเป็ห่วงที่สุด
" ผมว่าคุณไปพักผ่อนก่อนเถอะ ทางนี้ปล่อยให้พวกผมจัดการเอง " เจคอปเหลือบมองใบหน้าซีดเซียวของเลขาสวยก่อนถอนหายใจออกมา
เขารู้ว่าอมีตี้คิดอย่างไรกับบอส อันที่จริงหญิงสาวหรือธีโอเกือบค่อนบริษัทต่างก็คิดไม่ต่างจากเลขาสาวคนนี้เท่าไร แต่มีใครในเออเบรย์เทคโนโลยีกรุ๊ปไม่รู้บ้างว่าบอสมีกฎเหล็กของตัวเองอยู่
บอสจะไม่มีทางเดทกับพนักงานในบริษัทของตัวเอง!!
ถึงแม้บอสจะค่อนข้างทำอะไรตามอำเภอใจ คบใครไม่ซ้ำหน้า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบอสเป็คนมีความสามารถมากคนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเขาจะควบคุมวงการธุรกิจ FS ไว้ในกำมือได้อย่างไร ไม่แปลกที่บอสจะเป็ที่หมายปองของบรรดาสาวๆและธีโอมากมาย
แม้จะรู้สึกเห็นใจหญิงสาวอยู่บ้างแต่เจคอปก็ไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายความคิดหรือความรู้สึกของใคร ขอแค่มันไม่ส่งผลกระทบกับบอสหรือบริษัทใครจะแอบรักแอบชอบใครเขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น
" ฉันขออยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ กลับไปฉันก็คงไม่ได้พักผ่อนอยู่ดี "
อมีตี้เองก็ไม่ได้คิดปกปิดความรู้สึกของตัวเอง เธอมักแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ามีใจให้บาร์เซทท์ต่อหน้าคนอื่นๆ เสมอ พนักงานในบริษัทต่างรับรู้กันหมด แต่พออยู่ต่อหน้าบาร์เซทท์หญิงสาวกับต้องเก็บงำซ่อนเร้นความรู้สึกเอาไว้เพราะรู้ดีว่าบาร์เซทท์ไม่ชอบให้คนใกล้ตัวคิดเกินเลยกับตนในเชิงชู้สาว
เมื่อเห็นว่าอมีตี้ปฏิเสธอย่างจริงจัง เจคอปก็ไม่พูดอะไรอีก ชายหนุ่มเดินเข้าไปสมทบกับเหล่าบอดี้การ์ดเพื่อออกค้นหาบาร์เซทท์อีกแรงโดยมีอมีตี้ติดตามไปด้วยไม่ห่าง
ใต้หุบเขาทางทิศตะวันออก
บริเวณต้นหญ้ารกทึบด้านหนึ่งปรากฏร่างสองร่างนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น ร่างของคนตัวใหญ่กว่าแผลนอนแผ่หลาห่างออกไปจากร่างคนตัวเล็กไม่ไกล สภาพร่างกายของแต่ละคนเต็มไปด้วยาแน้อยใหญ่มากมาย
แม้ยังอยู่ใน่บ่ายของวัน แต่เพราะใต้หุบเขาแห่งนี้อยู่ลึกลงไปมากทำให้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง บรรยากาศโดยรอบจึงมืดทึบและเหน็บหนาวราวกับยามค่ำคืน
ห่างออกไปบริเวณพงหญ้าที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์รกเรื้อปรากฏสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองมาที่ร่างทั้งสองเขม็ง ดวงตาสีแดงในเงามืดทอแสงวาววับก่อนส่งเสียงคำรามออกมาต่ำๆ
กรร!!!!
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)