เจ้าเมืองในตอนนี้ไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้เลยเพราะทั้งสองที่นั่งอยู่ในห้องล้วนแต่เป็นบุคคลที่ไม่ควรไปมีเรื่องอย่างถิงจี้คือของตายศิษย์ของเจ้าสำนักคนหนึ่งอีกคนมีโอกาสที่จะเป็นศิษย์ของเซียนกระบี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแถมบุตรชายของตนยังเป็นคนไปหาเรื่องก่อน
“คุณชาย”หลิงเอ๋อกังวลว่าอีกฝ่ายจะคลั่งและลงมือ
“วางใจเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“ขอเสียมารยาทหน่อยนะ”ขณะที่เจ้าเมืองแทบจะสิ้นหวังองค์ชายรองก็เดินเข้ามาพร้อมกับสามใช้ที่กอดกระบี่เอาไว้ที่เอว
“ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวมา”ถิงจี้หัวเราะ
“องค์ชาย”เจ้าเมืองเหมือนกับเห็นความหวังรีบเข้าไปทำความเคารพทันที ใบหน้าของรองเจ้าเมืองเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
“เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเราเองเพราะงั้นอย่าได้กล่าวโทษบุตรชายของเจ้าเมืองเลย”องค์ชายรองกล่าว
“ขอถามเอาไว้ก่อนเพราะเหตุใด” เมิ่งเจี้ยนเฉินหรี่ตาลง
“องค์ชาย”สาวใช้รีบมายืนตรงหน้าองค์ชายของตนใบหน้ากลายเป็นเคร่งเครียดนางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอ่อนๆแต่กลับคมกริบออกมาจากตัวของเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“ไม่เป็นอะไรสหายเมิ่งจะโกรธก็ไม่แปลกคนที่ไม่เคยรู้จักกลับทำตัวเสียมารยาทแบบนี้เป็นข้าก็ต้องโกรธ”องค์ชายรองกล่าว
“องค์ชายรองข้าแนะนำว่าอย่าได้เอาความคิดเจ้าเล่ห์ที่พวกราชวงศ์ใช้มาใช้กับพวกเราจะดีกว่าโดยเฉพาะกับเซียนกระบี่เพราะไม่แน่เมืองหลวงอาจจะถูกปราณกระบี่เส้นหนึ่งตัดผ่านท้องฟ้าผ่าเมืองหลวงออกเป็นสองส่วนเลยก็ได้”ถิงจี้ยกยิ้ม
“เสียมารยาท”เจ้าเมืองคำรามใส่ถิงจี้ทันที
“เมื่อครู่ยังแสดงท่าทางนอบน้อมแต่พอมีองค์ชายหนุนหลังเลยมีความกล้างั้นรึ”ถิงจี้หรี่ตาลง
“โปรดอภัยที่เจ้าเมืองเสียมารยาทและข้าด้วยข้าจะบอกความจริงให้ทั้งสองฟังตรงๆที่ข้าทำแบบนั้นเพราะข้าต้องการจะรู้ว่าสหายท่านนี้คือเซียนกระบี่จริงๆหรือไม่เพราะข้านั้นเคยได้ยินเมื่อหลายปีก่อนมีเซียนกระบี่ปรากฏตัวและทำให้ขุมอำนาจทั่วแคว้นโจวต้องหวาดกลัว
ข้าที่หลงใหลในเรื่องราวของเซียนกระบี่เลยรวบรวมข้อมูลของคนผู้นั้นแต่ก็ไม่ได้อะไรเลยแต่เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินว่าเซียนกระบี่ผู้นั้นมีลูกศิษย์เลยเกิดความสนใจเท่านั้นเอง” องค์ชายรองกล่าว
“องค์ชายข้าจะให้โอกาสท่านอีกครั้งบอกความต้องการมาเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อย่างที่คิดเหตุผลแค่นี้คงไม่พอสินะความจริงแล้วคนที่ชื่นชมเซียนกระบี่ไม่ใช่ข้าแต่เป็นพี่หญิงของข้าหรือก็คือองค์หญิงใหญ่ที่กำลังจัดงานหาคู่ในตอนนี้”องค์ชายรองกล่าว
“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับท่านกันละ”ถิงจี้กล่าว
“สหายถิงจี้น่าจะรู้ว่าข้าและพี่หญิงเกิดจากมารดาคนเดียวกันคือพี่น้องกันอย่างแท้จริงดังนั้นแปลกเหรอที่ข้าจะช่วยให้ฝันของพี่สาวตนเองเป็นจริง”องค์ชายรองกล่าว
“ข้าไม่สนใจเรื่องนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“พี่หญิงของข้าคือหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเลยนะแถมพรสวรรค์เองก็ได้รับการยอมรับจากสามสำนักอีกด้วยแถมไม่ใช่ว่าท่านต้องแต่งเข้าราชวงศ์แต่เป็นนางแต่งออกต่างหาก”องค์ชายรองกล่าว
“เรื่องนั้นไม่สำคัญข้าแค่ไม่ชอบราชวงศ์เท่านั้นการเข้าไปยุ่งมันจะทำให้ข้าวุ่นวายเปล่าๆ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ดูเหมือนราชวงศ์สุ่ยจะทำให้สหายรังเกียจราชวงศ์อย่างมากเลยสินะ”องค์ชายรองถอนหายใจ
“ถูกครึ่งหนึ่งและอีกเหตุผลคือข้ามีสัญญาหมั้นกับผู้หญิงคนหนึ่งแล้วและในสัญญาของพวกเราสองคนคือข้าจะไม่สามารถแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่นได้จนกว่าข้าจะแต่งกับนางก่อนหรือก็คือต่อให้ข้าเข้าร่วมและชนะสุดท้ายข้าก็แต่งงานไม่ได้อยู่ดีเข้าใจหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“หญิงสาวคนนั้นที่เจ้ายอมทำตามคำสัญญาจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่นอนใช่หรือไม่”ถิงชี้กล่าวอย่างแปลกใจ
“ยอดเยี่ยมมากเลยละเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ฮ่าฮ่า องค์ชายยอมแพ้เถอะหากเป็นอย่างที่สหายเมิ่งกล่าวเรื่องนี้ไม่มีทางออกที่ดีได้เลย”ถิงจี้หัวเราะ
“งั้นเหรอแบบนี้ก็ออกจะเป็นปัญหาแล้วที่จริงข้าก็ไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นข้าแค่อยากจะขอความช่วยเหลือสหายเท่านั้น”องค์ชายรองกล่าว
“หมายความว่ายังไง”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ข้าอยากจะให้สหายช่วยจัดการกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งก็พอแล้วขอแค่ไม่เหลือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะพี่หญิงได้การเลือกคู่ก็จะจบโดยที่ไม่มีใครได้แต่งกับพี่หญิง”องค์ชายรองกล่าว
“ทำไมองค์ชายถึงต้องทำเรื่องแบบนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ข้ามีพี่สาวเพียงคนเดียวตั้งแต่เด็กก็ได้นางที่แหละคอยปกป้องข้าจากการกลั่นแกล้งของคนในเมืองหลวงแถมตอนนี้นางกำลังถูกพวกชั่วช้าบีบบังคับให้แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของพวกมันข้าจะทนได้อย่างไรข้าจะต้องทำให้ท่านพี่เป็นอิสระจากสถานะองค์หญิงเพื่อให้นางได้เดินทางท่องโลกกว้างตามที่นางปรารถนา”องค์ชายรองกล่าว
“องค์ชายรองในยุทธภพนั้นบางเรื่องการขอร้องคนอื่นก็ต้องมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อบ้างนะ”ถิงจี้กล่าว
“แน่นอนข้าย่อมต้องมีของตอบแทนที่จริงเมื่อหลายปีก่อนข้าได้ซื้อภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่ห่างจากภูเขาเซียนตูเอาไว้ที่นั่นเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งและมีเหมืองแร่โลหะและวัตถุดิบในการสร้างอุปกรณ์อยู่ไม่น้อยตอนแรกข้าเก็บเอาไว้ใช้ขายให้กับสามสำนักเพื่อต่อรองให้ช่วยข้าบางเรื่องแต่ตอนนี้สถานการณ์ของพี่หญิงสำคัญกว่าข้าเลยต้องนำมันออกมาเป็นค่าตอบแทนหวังว่าสหายเมิ่งจะยอมช่วย”องค์ชายรองโค้วตัวคารวะทันที
พวกเจ้าเมืองเบิกตากว้างไม่คิดว่าองค์ชายรองจะทำความเคารพและขอร้องเมิ่งเจี้ยนเฉินจริงๆ
“เจ้าคิดว่าอย่างไร”เมิ่งเจี้ยเนฉินหันไปมองหลิงเอ๋อที่ไร้เดียงสา
“หากเป็นข้าแล้วถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักข้าก็คงทรมานมากแน่ๆ”หลิงเอ๋อกล่าว
“นั่นสินะย่อมได้ข้าจะยอมช่วยหวังว่าองค์ชายจะไม่เล่นลูกไม้อย่างเอาข้าไปเป็นเครื่องมือในการเมืองไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าลัทธิเต๋าเลย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แน่นอนเอาจริงๆขอแค่สหายยอมลงมือข้าก็ได้ผลประโยชน์หลายทางแล้ว”องค์ชายรองกล่าว
“แล้วมีใครบ้างที่ต้องการให้ข้าจัดการ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“รายชื่อทั้งหมดข้าจะรวบรวมมาให้หลังจากที่แต่ละเมืองส่งตัวแทนมาแล้วสหายเมิ่งสามารถเป็นตัวแทนของเมืองหยางโจวแห่งนี้ได้โดยตรง” องค์ชายรองกล่าวเสร็จก็มองไปยังเจ้าเมือง
“แน่นอนข้าจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”เจ้าเมืองกล่าว
“แล้วอย่าลืมเรื่องภูเขาลูกนั้นด้วยละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แน่นอนข้าย่อมไม่ผิดสัญญาแน่ข้าไม่โง่พอที่จะหาเรื่องใส่ตัวหรอกนะ” องค์ชายรองกล่าว
“ดูเหมือนจะจบลงด้วยดีนะเช่นนั้นข้าจะยอมเล่นละครเป็นเพื่อนเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน” ถิงจี้กระซิบกับเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“เจ้าคิดจะทำอะไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“หากเจ้าลงประลองแล้วจัดการคนที่แข็งแกร่งหมดแล้วเจ้าจะถอนตัวยังไงหรือประกาศยอมแพ้ไปดื้อๆงั้นเหรอแบบนั้นออกจะเสียมารยาทมากเกินไปและเกรงว่าทางเมืองหลวงคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ง่ายๆเพราะงั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง เมื่อเจ้าจัดการทุกคนหมดแล้วข้าจะเป็นคนต่อสู้กับเจ้าต่อจากนั้นพวกเราสองคนก็แค่ต้องเล่นละครบทหนึ่งเท่านั้น” ถิงจี้กล่าว
“แล้วเจ้าจะได้อะไรจากเรื่องนี้ละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่เข้าใจ
“เรื่องสนุกไงละสำหรับข้าเรื่องสนุกๆแบบนี้จะขาดข้าไปได้ยังไงแต่ก่อนหน้านั้นข้าต้องไปรับมือกับสหายคนนั้นก่อน”ถิงจี้กล่าว
“ตกลงตามนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
เหมืองแร่โลหะและวัตถุดิบต่างๆสำหรับการหลอมอุปกรณ์เป็นสิ่งที่ตระกูลเมิ่งต้องการจริงๆหากได้รับมาจะช่วยให้ตระกูลเมิ่งวางรากฐานตระกูลเซียนได้เร็วยิ่งขึ้นเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ยิ่งสบายใจสามารถท่องเที่ยวไปทั่วทวีปได้
องค์ชายรองได้แต่มุมปากกระตุกเห็นได้ชัดว่าถิงจี้รู้ถึงจุดประสงค์ขององค์ชายรองเลยออกตัวที่จะช่วยเมิ่งเจี้ยนเฉินเท่านี้ผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดขององค์ชายรองก็หาไป
ตอนแรกองค์ชายรองวางแผนเอาไว้แล้วเมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินชนะการประลองและถอนตัวออกไปจะต้องทำให้หลายคนโกรธถึงตอนนั้นเขาจะเสนอความคิดให้กับฮ่องเต้เพื่อหมั้นองค์หญิงใหญ่และเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ก่อนเพียงแค่นี้เขาก็ถือว่าทำผลงานจนพวกองค์ชายคนอื่นๆไม่อาจเทียบได้แล้ว
สำหรับองค์หญิงใหญ่แม้นางจะไม่ถึงขั้นรักเมิ่งเจี้ยนเฉินแต่ก็ต้องไม่รังเกียจแน่เพราะเมิ่งเจี้ยนเฉินคือเซียนกระบี่น้อยคนหนึ่งคือบุคคลที่นางชื่นชมอย่างมากถือได้ว่าองค์ชายรองได้ช่วยทั้งพี่สาวของตนและได้ผลประโยชน์ต่อตัวเองไปในตัวด้วย
เมื่อองค์ชายรองกลับมายังที่พักสาวใช้ก็ถอนหายใจเมื่อครู่นางอึดอัดอย่างมากแรงกดดันของพวกถิงจี้และเมิ่งเจี้ยนเฉินทำเอานางแทบหายใจไม่ออก
“ไม่คิดว่าอายุแค่นี้กลับมีแรงกดดันมากขนาดนี้แล้ว”สาวใช้กล่าว
“ไม่งั้นจะเป็นศิษย์ของเซียนกระบี่ได้เหรอ”องค์ชายรองยิ้ม
“ทั้งหมดเป็นไปตามแผนขององค์ชายหรือไม่”สาวใช้กล่าว
“ไม่ทั้งหมดแต่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้วแม้ข้าจะเสียดายเหมืองแร่พวกนั้นก็ตาม”องค์ชายรองกล่าว
“ของพวกนั้นอยู่ในมือพวกเราก็มีแต่จะนำปัญหามาให้”สาวใช้กล่าว
“ฮ่าฮ่า มีเพียงเจ้านี่แหละที่กล้าพูดแบบนี้แต่ก็เป็นความจริงละนะ” องค์ชายรองกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินได้ถูกพาไปพักในสถานที่ส่วนตัวไม่มีใครสามารถเข้ามาก่อกวนได้ส่วนการประลองเลือกตัวแทนเจ้าเมืองได้ประกาศออกไปว่าได้ตัวแทนแล้วทำให้หลายคนที่เข้ามาพากันไม่พอใจแต่เมื่อรู้ว่าใครคือตัวแทนพวกเขาก็เงียบและจากไป
บ้าหรือไงให้พวกเขาไปต่อสู้กับเซียนกระบี่ที่มีกระบี่แห่งชีวิตที่น่ากลัวแบบนั้นพวกเขาย่อมไม่บ้ามากพอ
แต่ขณะที่ผู้คนได้พากันแยกย้ายกลับมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในเมืองนางถือกระบี่เล่มหนึ่งเดินเข้ามาในเมืองอย่างช้าๆ
“สหายเมิ่งสหายเมิ่งอยู่หรือไม่” ขณะที่เมิ่งเจี้ยนเฉินนั่งหลอมกระบี่อยู่ในที่พักก็ได้ยินเสียงของถิงจี้
“มีอะไรงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินเปิดประตูออกมามองอีกฝ่าย
“นางมาแล้วข้าและนางกำลังจะประลองกันเจ้าสนใจจะไปดูหรือไม่” ถิงจี้กล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง
“หืมนางมาแล้วงั้นเหรอตกลงเจ้าไปรอข้าก่อนเดี๋ยวข้าตามไป” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินเดินกลับเข้ามาในห้องอุ้มหลิงเอ๋อในร่างจิ้งจอกที่นอนหลับอยู่ไว้ในอ้อมแขนและเดินออกไปจากที่พักบนสนามประลองของเมืองหญิงที่แต่งกายเป็นชายยือดกอดกระบี่รอถิงจี้อยู่
“รอนานหรือไม่”ถิงจี้เดินมาพร้อมกับเมิ่งเจี้ยนเฉินโบกมือด้วยรอยยิ้ม
“ไม่นานเท่าไหร่”อีกฝ่ายกล่าว
“เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะครั้งนี้ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้”
“มันก็ไม่แน่นักหรอก”ถิงจี้ทะยานขึ้นสู่สนามประลองและชักดาบออกมาทั้งสองไม่พูดมากปลดปล่อยพลังของตนเองออกมาทันที