เนตรดาวกับจูจูเข้ารายงานตัวที่คณะสังคมศาสตร์ เนื่องจากมีเป้าหมายที่จะได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมที่ยังด้อยโอกาส อีกทั้งความตั้งใจเดิมที่อยากจะช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุดเท่าที่กำลังของเธอกับครอบครัวจะสามารถช่วยได้
ชีวิตนักศึกษาของเนตรดาวกับจูจูที่ติดตามมาเรียนด้วยนั้นเต็มไปด้วยความรู้และประสบการณ์หลากหลาย อีกทั้งเธอยังได้รู้จักกับอิงฟ้ากับอิงดาว เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็ลูกสาวเ้าของโฮมเสตย์ชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ในทุกวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เนตรดาวกับเพื่อน ๆ ก็จะพากันตระเวนไปตามบ้านเลี้ยงเด็กอ่อนหรือสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ภายในเมืองเชียงใหม่ หากเป็่ปิดเทอมคณะที่พวกเธอเรียนก็จะมีกิจกรรมออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชน ซึ่งเนตรดาวกับจูจูชอบมากเพราะได้ขึ้นเขาลงห้วยเปิดประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เคยได้พบเจอ รวมถึงได้ช่วยเหลือผู้คนยากไร้และด้อยโอกาสที่รอคอยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเ่าั้เท่าที่กำลังความสามารถของเธอจะมี จูจูก็พาเธอกับคุณพ่อไปซื้อสลากอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ทุกงวดเพราะ้าให้ผู้อื่นได้มีโชคบ้าง แต่นาน ๆ ครั้งที่ถูกรางวัลก็ได้เงินมาเกือบล้านบาท จูจูรบเร้าให้เนตรดาวซื้อของที่จูจู้า พักหลัง ๆ มานี้จูจูจะเน้นไปทางปัจจัยสี่ไปซะส่วนใหญ่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เธอพอเข้าใจได้ แต่ที่อยู่อาศัยนี่สิคล้ายกับว่าจูจูชอบให้เธอเลือกซื้อบ้านน็อคดาวน์ที่มีขนาดต่าง ๆ พร้อมกับอุปกรณ์โซลาเซลล์ แม้แต่เต้นท์เดินป่ากับอุปกรณ์เดินป่าจูจูก็คะยั้นคะยอให้เธอซื้อให้ แล้วก็เข้าไปตั้งแคมป์กับจูจินในมิติหลายรอบแล้วด้วย จนตอนนี้ในมิติของจูจินเต็มไปด้วยสิ่งของที่จูจูช้อปกระหน่ำมาแล้ว
ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เนตรดาวได้อาศัยและศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ สุขภาพของคุณพ่อก็เริ่มทรง ๆ ทรุด ๆ หาก่ไหนมีไฟป่าฝุ่น PM2.5 ฟุ้งกระจายเธอจะพาคุณพ่อเข้าไปพักผ่อนในมิติของกำไลสรรพสิ่งแล้วให้จูจินช่วยดูแล โดยในมิตินั้นจูจินจะปรับเวลาภายในมิติให้เท่ากับเวลาภายนอกเพื่อให้คุณพ่อไม่ต้องกังวลใจ อาหาร ผลไม้ในมิติก็มีคุณค่าและมีพลังปราณบริสุทธิ์จึงทำให้ภารดามีสุขภาพภายนอกดีขึ้นมาก แต่เนื่องจากโรคหัวใจที่คล้ายกับเป็ะเิเวลาที่พวกเขาหรือคุณหมอไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะกำเริบหรือเกิดขึ้นในตอนไหน ภารดาได้ทำเื่เซ็นเอกสารยกมรดกทั้งหมดให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว หากเขามีอันเป็ไปลูกสาวเขาไม่ต้องลำบากต้องทำเื่ใด ๆ อีก
“ท่านพ่อจ๋า หนูกับพี่สาวกลับมาแล้วจ้ะ”
“อื้ม! ยินดีต้อนรับกลับบ้านลูก จูจู หลิน พ่อเตรียมน้ำกับขนมรอพวกลูกแล้วมากินเอาแรงกันก่อน”
“ขอบคุณค่ะพ่อ วันนี้พ่อเป็อย่างไรบ้างคะ”
“ฮ่า ฮ่า พ่อสบายดีลูก วันนี้พ่อนั่งสมาธิ ทานข้าวพักผ่อนกินยาตามที่หนูบอกทุกอย่างเลยจ้ะ แล้วลูกหล่ะเหนื่อยกับการซ้อมรับปริญญาไหมลูก”
“ก็มีเหนื่อยบ้างค่ะ มีซ้อมอยู่หลายรอบ ่พิธีการหนูก็แอบง่วงอยู่ค่ะ หนูได้แต่อิจฉาที่จูจูลอยไปลอยมาไม่ต้องมานั่งแกร่วแบบหนูค่ะ”
“ฮิ ฮิ แต่หนูก็ชวนพี่สาวคุยแก้เหงาอยู่นะจ้ะ หนูไม่ได้ทิ้งพี่สาวไปไกลเสียหน่อย หนูเป็บอดี้การ์ดของพี่สาวต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจ้ะ”
“พ่อเชื่อจูจูอยู่แล้วลูก , หลินวันรับปริญญาวันพรุ่งนี้พ่อจะรับหน้าที่เป็ตากล้องให้หนูเองลูก”
“ค่ะพ่อ แต่ถ้าคุณพ่อรู้สึกเหนื่อยคุณพ่อต้องพักนะคะ หนูรับปริญญา่เช้าเท่านั้นค่ะ แล้วตอนเย็นเรามาฉลองหมูกะทะกันนะคะ แต่เราคงต้องเข้าไปกินในมิติจูจินจะได้กินด้วยกันค่ะ”
“ได้สิลูก จูจินจะได้ไม่น้อยใจ จูจูกับจูจินอยากกินอะไรก็บอกพี่สาวได้เลยนะลูก”
“จ้ะท่านพ่อ หนูจะซื้อเนื้อหมู อาหารทะเล แล้วก็ขนมมาเยอะ ๆ เลยจ้ะ”
“เฮ้อ ! ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงของกินเลยนะเ้าลูกหมู”
******************
หลังจากสำเร็จการศึกษา เนตรดาวเลือกทำงานเป็นักสังคมสงเคราะห์ในมูลนิธิใกล้บ้าน เพราะเธอไม่อยากที่จะไปทำงานห่างไกลจากผู้เป็พ่อ ดังนั้นเธอจึงทำหน้าที่อยู่ในฝ่ายประสานงานกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ด้วยความที่เนตรดาวเป็หญิงสาวหน้าตาดีจึงมีชายหนุ่มทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ความสนใจ แต่มีหรือที่จูจูน้อยจะยอมปล่อยผ่าน เพราะจูจูถือคติจูจูรู้โลกรู้ ดังนั้นข้อมูลประวัติของชายหนุ่มทั้งหลายที่จูจูไปสืบมาจากท่านเ้าที่ หรือตามติดชีวิตผู้ชายเ่าั้ล้วนไม่มีใครจริงใจสักนิด อีกอย่างปลายด้ายแดงของพี่สาวก็ไม่ได้อยู่ในโลกนี้ด้วยดังนั้นจูจูจะต้องปกป้องพี่สาวไม่ใครชายคนใดมาหลอกเอาได้
และแล้ววันที่ฟ้าสลายของเนตรดาวกับจูจูและจูจินก็เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันหนึ่งในปลายปีของเดือนธันวาคม คุณพ่อผู้เป็ที่รักได้นอนหลับใหลและไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เนตรดาวผิดสังเกตจึงเข้ามาดูท่านก็พบกับร่างอันไร้ลมหายใจของคุณพ่อที่ได้จากลาไปแล้ว เนตรดาวร้องไห้ใจแทบสลายจูจูกับจูจินที่อยู่ในมิติก็ส่งเสียงร้องไห้เสียงดัง เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคุณพ่อจะจากไปไวเช่นนี้
“ฮือ ๆ คุณพ่อ คุณพ่ออย่าทิ้งหนูไปแบบนี้ แล้วหนูจะอยู่ยังไง ฮือ ฮือ”
“แง๊ ! ท่านพ่อ หนูคิดถึงท่านพ่อจ้ะ ท่านพ่อฟื้นขึ้นมาสิจ้ะ”
ิญญาของภารดาที่เฝ้ามองลูกทั้งสองคนที่เศร้าโศกเสียใจ เขาก็เ็ปเป็ห่วงลูกสาวอันเป็ที่รักเช่นกัน เขายังไม่ได้กล่าวลาลูกสาวของเขาเลยด้วยซ้ำ ิญญาของผู้เป็พ่อลอยเข้าไปโอบกอดลูกทั้งสองเอาไว้ด้วยความอาลัย ในขณะเดียวกันท่านปู่เซียนของจูจูก็ได้ปรากฏตัวให้ิญญาของภารดาได้เห็นแต่เพียงผู้เดียว
“ท่านอย่าอาลัยไปเลย นี่เป็เพียงชาติภพสุดท้ายในโลกมนุษย์ของท่านเท่านั้น เทพราตรี”
“คุณเป็ใคร ทำไมถึงเข้ามาในบ้านของผมได้ แล้วใครคือเทพราตรี"
“ข้าคือเซียนชะตา หรือเป็ท่านปู่เซียนของเ้าเซียนน้อยจูจูกับจูจิน ส่วนท่านคือเทพราตรีที่ลงมาติดตามดวงจิตของบุตรสาว บัดนี้หมดเวลาของท่านในมิตินี้แล้ว ท่านควรกลับไปยังที่ที่จากมาเพื่อเฝ้ารอบุตรสาวของท่านอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาท่านกับแม่หนูหลินก็จะพบเจอกันอีกครั้ง และจะไม่มีวันพรากจากกันอีก"
เทพชะตาได้ดีดลำแสงสีทองเข้าไปจุดกลางหน้าผากของิญญาของภารดา ทันใดนั้นร่างิญญาของภารดาก็เปลี่ยนไปเป็เทพราตรีที่อยู่ในชุดอาภรณ์จีนโบราณ เทพราตรีลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำในชาติภพที่ผ่านมา ท่ามกลางความสุขุมนุ่มลึกพร้อมกับแววตาที่อบอุ่นมองดูลูกสาวในชาตินี้ด้วยความรักอาทรไม่เสื่อมคลาย
งานฌาปณกิจของภารดาเสร็จสิ้นแล้ว เนตรดาวนำเถ้ากระดูกของผู้เป็พ่อเข้าไปเก็บรักษาไว้ในกำไลสรรพสิ่ง และในคืนนั้นเนตรดาวได้ฝันเห็นท่านปู่เซียนของจูจูพร้อมกับผู้เป็พ่อที่แต่งตัวแปลกไป เนตรดาวร้องไห้ฟูมฟายพุ่งตัวเข้ากอดผู้เป็พ่อแน่น
“ฮือ ๆ คุณพ่อ หนูคิดถึงคุณพ่อค่ะ”
“หลินลูก พ่อก็คิดถึงลูก แต่เวลาของพ่อในชาตินี้ได้หมดสิ้นไปแล้ว พ่อหวังว่าลูกคงจะไม่จมกับความโศกเศร้าแบบนี้อีก ตอนนี้พ่อได้ระลึกถึงชาติภพที่จากมาและพ่อจะไปคอยพบเจอลูกในอีกโลกหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเราย่อมได้พบเจอกันอีกครั้ง”
“จริงหรือคะคุณพ่อ ฮึก ”
“ใช่แล้วหล่ะแม่หนูหลิน บิดาของเ้าบัดนี้ได้กลับคืนเป็เทพราตรีตามที่เคยได้เป็อยู่ แม่หนูก็อย่าเศร้าเสียใจไปเลย เพราะบิดาของเ้านั้นเป็เทพย่อมสุขสบายดี อีกอย่างเวลาของแม่หนูในโลกใบนี้เหลืออีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แม่หนูจงเตรียมตัวให้พร้อม จูจูจะเป็ผู้บอกเ้าเองว่าสิ่งใดที่เ้าต้องจัดเตรียมบ้าง"
“ฮึก หมายความว่าหนูก็จะตายหรือคะท่านปู่เซียน”
"เ้าแค่หมดอายุขัยจากโลกใบนี้และจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกแห่งเซียน จงทำความดีและเตรียมพร้อมทุกสิ่งเมื่อถึงเวลาข้ากับท่านเทพราตรีจะมารับเ้าอีกครั้ง”
“ฮึก ค่ะ หนูจะเข้มแข็งและรอเวลาที่จะได้เจอคุณพ่ออีกครั้งค่ะ”
“ลูกรักของพ่อ พ่อต้องจากเ้าอีกครั้งเพื่อไปรอพบเจอเ้าในอีกภพหนึ่ง พ่อขออวยพรให้เ้ามีความสุขอย่าเ็ปอีกเลย ขอให้ลูกจำเอาไว้ว่าพ่อรักลูกอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาเราย่อมพบเจอกันอีกครั้ง”
ร่างของเทพราตรีกับเซียนชะตาล่องลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า เนตรดาวน้ำตานองหน้าเงยหน้ามองตามจนสุดสายตา พร้อมกับส่งยิ้มโบกมือให้กับผู้เป็พ่อ
“คุณพ่อขา หนูจะเข้มแข็งค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”
รุ่งเช้าเนตรดาวลืมตาขึ้นมาพร้อมกับดวงตาบวมแดง จูจูที่กระวนกระวายะโเรียกพี่สาวของตนมาั้แ่เมื่อคืน เนตรดาวได้แต่นอนหลับตาร้องไห้น้ำตาไหลพรากไม่มีสติรับรู้เสียงะโเรียกของจูจู ก็ทำเอาเ้าตัวน้อยใจเสียอยู่เหมือนกัน
“แง๊ ! พี่สาวตื่นซักที หนูเป็ห่วงแทบแย่”
“เกิดอะไรขึ้นหรือจูจู ร้องไห้ทำไม”
“ก็หนูเรียกพี่สาวั้แ่เมื่อคืน พี่สาวเอาแต่นอนร้องไห้ หนูเรียกอย่าไรพี่สาวก็ไม่ตื่นหนูกลัวมากเลยจ้ะ”
“โอ๋ ๆ พี่ผิดเอง เมื่อคืนนี้ท่านปู่เซียนของจูจู กับคุณพ่อมาหาพี่จ้ะ จูจูรู้มั๊ยว่าคุณพ่อของเราเป็เทพราตรีด้วยหล่ะ”
“ท่านปู่เซียนมาทำไมหนูไม่รู้ แล้วท่านพ่อก็เป็ท่านเทพราตรีเหรอจ้ะ”
“อื้อ ! ใช่สิ ท่านปู่ยังบอกว่าเพราะคุณพ่อหมดเวลาในโลกใบนี้แล้วกลับคืนเป็เทพราตรี แล้วท่านปู่ยังบอกพี่อีกว่าพี่มีเวลาในโลกนี้อีกหนึ่งปีให้สะสมความดีกับเตรียมสิ่งของต่าง ๆ แล้วท่านปู่บอกว่าจูจูรู้ว่าต้องเตรียมสิ่งของอีกด้วย อย่างนี้หมายความว่าจูจูรู้ว่าพี่จะมีชีวิตในโลกนี้อีกแค่ปีเดียวใช่ไหม”
“งื้อ! ใช่จ้ะ ความจริงหลังจากที่พี่สาวได้กำไลสรรพสิ่ง ท่านปู่เซียนก็บอกหนูแล้วว่าเวลาของพี่สาวเหลืออีกเจ็ดปี แต่ไม่ให้หนูบอกเพราะกลัวว่าพี่สาวจะเกิดจิตมารเพราะเป็ห่วงท่านพ่อจ้ะ สิ่งของที่หนูขอพี่สาวซื้อไว้ก็เพื่อเตรียมตัวที่เราจะย้ายไปในโลกแห่งเซียนจ้ะ ในเมื่อท่านปู่บอกพี่สาวเองหนูก็ไม่ต้องแต่งเื่ให้พี่สาวซื้อของแล้วจ้ะ ในเมื่อตอนนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งปีพี่สาวก็เตรียมตัวกับสิ่งของให้พร้อมนะจ้ะ ที่นั่นคล้ายกับโลกเซียนในนิยายที่พี่สาวชอบอ่าน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็แบบนั้น พี่สาวต้องเตรียมทุกอย่างั้แ่ของใช้เด็กอ่อนไปถึงคนแก่เลยจ้ะ”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเหลือเวลาอีกหนึ่งปีเรามาจัดเตรียมทุกสิ่งกัน ขาดเหลืออะไรจูจูก็บอกพี่ด้วยหล่ะ แล้วเราจะได้เจอกับคุณพ่อในโลกใหม่กัน”
“จ้ะพี่สาว แล้วเราจะได้พบเจอกับท่านพ่ออีกครั้งจ้ะ”
*****************************