"ยายตาๆตื่นๆ"
" ฮื่อ อีกแปปหนึ่ง "
" ไม่แปป นี่ตี 4แล้ว ลุกๆ"
" แล้วจะตื่นทำไมตั้งตี 4 "
" ฉันจะพาแกไปต่างจังหวัดไง ลุกๆ"สิตาตื่นขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน บิดขี้เกียจไปมาแล้วนั่งหลับต่อ จนเพื่อนสาวอย่าง อิงอิงต้องปลุกด้วยการเขย่าอีกรอบ
" แกยังไม่อาบน้ำอีกหรอ "
" ไม่ขี้เกียจอะ อยากนอนมากกว่า"หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แทนที่สิตาจะรีบแต่งหน้าทำผมกลับนั่งมองตนเองในกระจกพร้อมกับทำตาบรื่อๆเหมือนจะหลับอีกรอบ จนกระทั่งอิงอิงที่แต่งตัวเสร็จแล้วทนนั่งมองไม่ไหว จึงลุกขึ้นมาเขียนคิ้วทาปากให้เพื่อนพร้อมกับจัดการหวีผมมัดผมให้เสร็จสรรพ
" แกจะพาฉันไปที่ไหนอิง"สิตาหันไปถามเพื่อนสาวแล้วหันไปมองทิวทัศน์ด้านนอกตัวรถอย่างเหม่อลอย
" ไปหนองคาย พรุ่งนี้วันเกิดหลวงปู่ "
" ถึงว่าแกให้ฉันจัดกระเป๋ามาด้วย "
" แกอย่าโกรธฉันนะที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าเพราะกลัวบอกแกแล้วแกจะไม่ยอมมา"
" ไม่โกรธหรอก ต้องขอบใจแกมากกว่าที่พาฉันมาด้วยดีกว่านั่งเศร้าอยู่ที่ห้องคนเดียว"นางแบบสาวอิงอิงเห็นเพื่อนจะเศร้าอีกรอบจึงหยุดพูดแล้วเอี้อมมือตัวเองไปกุมมือเพื่อนไว้อย่างให้กำลังใจ ส่วนสิตาที่เผลอเศร้าไปก็สลัดความเศร้าทิ้งแล้วเอามือที่ว่างมาตบมือเพื่อนเบาๆเพื่อบงบอกว่า ฉันโอเค ฉันไม่เป็นไร
Rrrrrr......
"ใครโทรมาอะแกทำไมไท่รับ"สิตาไม่ตอบเพื่อนแต่กลับกดปิดเสียงแล้วโยนไปไว้ในกระเป๋าแบรนด์หรูเหมือนเดิม ส่วนอิงอิงเมื่อเห็นเพื่อนสาวทำพฤติกรรมแบบนี้ก็รู้เลยว่าใครเป็นคนโทรมา จึงเงียบปากโดยไวไม่พูดอะไรต่อเพราะกลัวพูดไปแล้วจะกระทบจิตใจของเพื่อนจึงได้แต่ให้กำลังใจเงียบๆอยู่ข้างๆ
ผ่านไปเกือบชั่วโมงสถานะการณ์ในรถก็เงียบดั่งเดิมเพิ่มเติมคือเสียงเพลงที่ดังขึ้นจากเครื่องเล่นในรถโดยผ่านการเชื่อมต่อบูลทธูของอิงอิงๆที่เปิดขึ้น เพราะเธอคิดว่า ความเงียบและเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆจะช่วยเยียวยาสิ่งที่ิอยู่ในใจของเพื่อสาวเธอได้
" แกหิวยัง"
" อื้ม เริ่มหิวแล้ว "
" งั้นหากินปั้มร้านข้างหน้านะ "
" เค "อิงอิงไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการใช้เท้าเยียบเพิ่มขึ้นอีกนิดและใช้สายตาสอดส่องหาปั้มที่อยู่ข้างหน้า จนกระทั่งขับมาได้สักประมาณเกือบ 5 กิโล ก็เจอกลับป้ายคำว่า ปตท. ตัวใหญ่ๆตั้งอยู่ซ้ายมือพอดี
" เท่าไหร่ครับ "
" E20 เต็มถังค่ะ "สิตายื่นแบงค์สีเทาๆให้เพื่อน2ใบแล้วหันไปกดโทรศัพท์เหมือนเดิม ส่วนอิงอิงเมื่อเห็นเพื่อนยื่นเงินให้ก็เอื้อมมือไปรับเงินมาอย่างเต็มใจ เพราะเธอรู้ดีว่าปฏิเสธยังไงเพื่อนเธอก็ไม่ยอม และที่เธอรับเงินมาโดยไม่คิดอะไรนั้นเพราะเธอก็รู้ดีว่าคนอย่างหม่อมหลวงสิตาที่มีทรัพย์สมบัติมรดกตกทอดมาอย่างมหาศาล เงินแค่ 2 ใบที่ยื่นมานั้นไม่ทำให้กระทบเรื่องการเงินได้หรอก
" ตากินไร "
" ข้าวมันไก่ก็ได้ "
" งั้นอิงไปซื้อข้าวเอง ตาไปซื้อน้ำนะ"
" เคๆ"ตกลงกันได้ก็พากันแยกย้ายไปซื้อของที่ตัวเองต่างพากันรับผิดชอบ
" รับน้ำอะไรดีค่ะ "
"มองต์เฟลอ 2 ขวดค่ะ "
" สักครู่นะค่ะ "ระหว่างรอน้ำสิตาจึงฆ่าเวลาโดยการหาหยิบกระเป๋าสตางต์ขึ้นมา และในระหว่างที่เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมานั้นก็มียายแก่ๆ แต่งตัวม่อมแม่ม มายืนจ้องหน้าอยู่ข้างๆ จนเธอตกใจกลัวต้องขยับออกห่าง 2ก้าว
"หนู ขอเงินคนแก่กินข้าวกินน้ำหน่อยจ้า "ด้วยความสงสารและความกลัว สิตาจึงยื่นยื่นแบงค์สีม่วงในกระเป๋าไปให้ 1ใบอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดอะไร คิดแต่ว่ารีบๆให้ไป เพือแกจะได้ไปเร็วๆ
" ขอบใจมากนะหนู บุญหนูมากนัก อีกไม่กี่วันหนูจะได้กลับไปที่ ที่หนูจากมา แต่หน้าเศร้านักที่เคราะห์กรรมครั้งนี้ยังไม่หมดจะได้พลัดพลาดจากคนที่รักและหวนกลับมาอีกครั้ง "
สิตาขมวดคิ้วคิดหนักกับคำที่ยายแก่คนนั้นพูด ใจก็ไม่เข้าใจว่าแกหมายความว่าไงคั้นปากจะถามไป เจ้าของร้านก็เอาน้ำที่สั่งมาให้ จนต้องเบรกปากถาม แล้วหันมาจ่ายตังค่าน้ำก่อน พอหันกลับมาจะถามยายแก่เรื่องที่ค้างคาใจ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในรัศมีที่เธอยืนอยู่เลย...