ตอนที่ยี่สิบ นางเอกทำงาน
ตะวันตกแล้ว ต้องขึ้นอีกครา คนรักของข้าไยเล่าไม่กลับมา?
บางครั้งเราก็ต้องทำใจในการรับผลที่เลวร้าย เพื่อให้ได้ผลที่ดีกว่า ผมไม่ค่อยเชื่อเื่ในเื่ทนลำบากแล้วจะได้ดีทีหลัง แต่อย่างน้อยเคสนี้ผมก็พยายามทำให้เป็อย่างนั้น
..
หวังไต้คือหนึ่งในเด็กที่ร่างกายสูงใหญ่ กล้ามเนื้อทรงพลังสูงกว่าเด็กทั่วไปร่วมสอง่ศีรษะ
บรรลุระดับสะสมปราณหกดาวั้แ่อายุยังเยาว์เท่านี้ นิสัยขยันหมั่นฝึกวิชา นับเป็เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ที่หาได้ยากยิ่ง
“เปรี้ยง”
หน้าของเขายุบไปตามแรงหมัดและลอยออกนอกเวทีด้วยหมัดของอี้จิง
แต่ใช่แล้วครับ สำหรับผมที่รู้ระดับพลังของอี้จิง ตัวประกอบแล้วยังมีขั้นพลังด้อยกว่านางเอกยังท้าสู้นางเอกนี่ ผลลัพธ์ก็มีแบบเดียวว่าจะแพ้อย่างไรเท่านั้นล่ะ
การที่คนเขียนมักจะโม้ให้พระเอกโจมตีข้ามขั้นสู้กับผู้าุโนั้นมันมีเหตุผลอยู่
เพื่อจะโชว์ความเทพของพระเอก นางเอกว่าเทพกว่าคนธรรมดา โจมตีข้ามขั้นได้
แล้วลองปล่อยให้พวกนั้นไปสู้กับคนพลังต่ำกว่าสิครับ
ท่านคิดว่าผลจะเป็อย่างไร?
อี้จิงทำความเคารพจนถึงเอวแก่หวังไต้ที่ตาเหลือกสลบอยู่ข้างเวที
“ได้รับการออมมือแล้วค่ะ”
ส่วนผมทำท่าถอนหายใจแล้วมองฟ้า พยายามคิดในใจว่า นี่ผมพยายามช่วยพวกแกอยู่นะ โอกาสรอดในอนาคตของพวกแกอยู่ที่การปวารณาตนเป็ลูกน้องใช้โอกาสนี้ให้ดีอย่าให้พลาดเสียล่ะ
หวังซู่
ร่างกายผ่ายผอมแต่ไหวพริบปราดเปรียว ระดับพลังขั้นสะสมปราณขั้นห้า การบุกแต่ละครั้งเขาจะคำนวณมาอย่างดีว่า..
กร็อบ
อี้จิงชกหมัดอัปเปอร์คัตเสยไปที่ปลายคงจนฟันร่วงหมดทั้งปากออกนอกเวทีไปอีกเช่นกัน
“ได้รับการออมมือแล้วค่ะ”
ผมมองท้องฟ้าไม่อยากดูภาพบนเวทีแม้ด้วยสัญชาตญาณััและการจับปราณของอี้จิงและคนบนเวทีได้จะทำให้ผมรู้ว่าพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม
ความรู้สึกเหมือนเพชฌฆาตที่อ่านรายชื่อนักโทษปะา
“คนต่อไป”
ผมตวาดไปทางพวกที่เข้ามารุมล้อมที่ชักไม่กล้าขึ้นเวทีประลองไปแล้ว
อั๊กก
คนหนึ่งซี่โครงหัก
แกร๊บ
คนหนึ่งดั้งจมูกหัก
ซี่โครงหน้าอกหัก
จนมีคนหนึ่งฉี่ราดและขึ้นไปบนเวที
เอาหัวโขกพื้นโป๊ก โป๊กโป๊ก
“ละเว้นข้าด้วยเถอะ ข้ายอมนับถือแล้ว”
อืมคนนี้ฉลาดสุดน่าจะ..
อี้จิงพุ่งเข้ามาแบบไม่ลังเลเป็เส้นสายสีน้ำเงินในพริบตา
หมัดกระทบใบหน้าของคนที่คุกเข่าร้องขอความเมตตาจนลอยไปตามเวทีอีกคนไม่มีการลังเล
“ได้รับการออมมือแล้วค่ะ”
เธอพูดประโยคตามธรรมเนียมเหมือนไม่ได้ยินการขอความเมตตาของคนฉลาดที่ฉี่ราดนั่นเลย
โหดจริงๆคนอะไร
นี่แปลว่าผมคิดถูกแล้วที่การขอความเมตตาไม่น่าจะได้จากคนในโลกใบนี้
ผมส่ายศีรษะขณะมองคนที่กระดูกแตกหักและสลบบนพื้น
พร้อมกับพวกอีกสี่ห้าคนที่เหลือที่กลัวจนฉี่ราดไม่กล้าขึ้นมาบนเวที
“เอ้าคนต่อไป”
ผมไม่อยากตวาดอีกแล้วเพราะพอเห็นคนพวกนี้หวาดกลัว ผมก็ไม่ใช่คนใจแข็งขนาดนั้น
ผมส่งสายตาไปทางอี้จิงทำนองว่า
“ให้จบการประลองนี้เถอะ”
อี้จิงก็ทำหน้าพยักหน้าอย่างเข้าใจเป็ความหมายว่า “จะทำอย่างที่พี่สั่งค่ะ”
กระโจนลงมาจากเวทีและใช้ความรวดเร็วจนแยกเป็ห้าร่าง
ชกคนอีกห้าคนจนกระดูกกรามแตกดัง
แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ
และไม่มีใครเหลือสภาพพอที่จะยืนขึ้นได้อีกเลย
ซึ่งจบลงด้วยความรวดเร็วจริงๆตามที่ผมสั่งไว้เป๊ะเลย..ไม่ใช่แล้วเว๊ย
“ได้รับการออมมือแล้วค่ะ
“ได้รับการออมมือแล้วค่ะ”
อี้จิงพยายามทำท่าเคารพคนที่สลบไปแล้วให้ครบห้าคน
จากนั้นก็ทำหน้าตายิ้มแย้มมาทางผมและบอกว่า
“ทุกคนสลบหมดแล้วตามที่ท่านพี่สั่งไว้เลยค่ะ”
ผมว่าผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้นะ
“ทำได้ดีมาก”
ผมพยักหน้าแบบคนที่คาดการณ์ว่าเื่อย่างนี้จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งก็จริงครึ่งหนึ่ง
ผมรู้เื่ความโหดของนางเอกดีอยู่แล้วแต่กลับประมาทไป
มาอยู่ในโลกนี้เพียงสักพักเราก็ประมาทคนในเื่นี้ไปมากขึ้นเราต้องรอบคอบให้มากขึ้นกว่านี้แล้ว
แสงอาทิตย์สาดส่องต้องร่างของหวังลี่ ร่างกายของเขาส่องแสงสว่างเรื่อราวกับจะสาดส่องแก่โลกหล้าเมื่อเขามองท้องฟ้าอยู่ปานนั้น
ซึ่งก็จริง หวังลี่นั้นดีใจอย่างยิ่งที่อย่างน้อยเขาก็ให้โอกาสเด็กพวกนี้ที่อาจจะแค่าเ็ตอนนี้มากกว่าโดนฆ่าตายอนาถในอนาคต
ด้วยความที่รู้สึกว่าได้ทำกุศล แสงสีขาวที่ส่องออกมาจากร่างกายเขาให้ความอบอุ่นแก่คนใกล้ชิดยิ่งนัก