ตอนที่6 การทดสอบกรณีพิเศษ
เขาจ้องมองท่าฝึกของเธอด้วยความสนใจและลองทำตามท่าฝึกของเธอ
พลันรู้สึกได้ทันทีว่าสภาพกล้ามเนื้อคล้ายถูกกระตุ้นให้แข็งแกร่งมากขึ้น
เขายืนจ้องมองเธอพลางลูบคางด้วยความสนใจมากขึ้นและคิดในใจว่า
“อืมนอกจากจะสวยแล้ว ยังเก่งกาจอีกด้วย ใครเป็คนสอนเธอ?ท่าทางพวกนี้ไม่ธรรมดาเลย”
ซ่งเย่ฝึกศิลปะต่อสู้ได้สักพักจนเกือบถึงเวลากลับไปทานอาหารและอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนแล้ว
เมื่อเธอหันมาเห็นหลิวเย่ที่ยังคงออกกำลังกายข้างๆเธอ
ซ่งเย่เอียงคอมองด้วยความสนใจเล็กน้อย
หลิวเย่ที่รู้สึกตัวว่ามีคนมองเขาหยุดออกกำลังกายและหันหน้ามามองเธอด้วยดวงตายิ้มเป็ประกาย
“มาต่อสู้กัน!”ซ่งเย่้าทดสอบความแข็งแกร่งของเธอพอดี
จึงได้เอ่ยชวนหลิวเย่หลังจากที่สังเกตเห็นท่าทางการออกกำลังกายของเขานั้น
แสดงว่าเขาเป็คนที่มีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้ที่ดีทีเดียว
“อ่อ ได้สิ”หลิวเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าตกลงอย่างเป็ธรรมชาติ
ซ่งเย่พุ่งตัวและตวัดสันมือทั้งสองข้างเข้าใส่เขาไม่ยั้งพลัง
หลิวเย่ผงะไปเล็กน้อยที่พบว่าสาวน้อยไม่ออมแรงเลย
“โอ๊ะ!”
“ฟุ้บ”
“วื้ด”
“ฟิ้ว”
“พั้บ”
ซ่งเย่ออกอาวุธจากส่วนต่างๆของร่างกายด้วยความแรงและเร็ว
หลิวเย่เริ่มตื่นเต้นที่พบว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ทักษะการต่อสู้ของเธอแปลกประหลาดแต่ทรงพลังอย่างน่าทึ่ง
มันเดาทางได้ยากยิ่งนักว่าเธอจะพุ่งอาวุธประเภทใดออกมา?
เขาต้องคอยตื่นตัวและเฝ้าระวังขั้นสูงแต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เขาสนุกและตื่นเต้น
มันหายากที่จะมีใครมีฝีมือและทักษะที่คู่ควรกับเขา!
หลิวเย่คิดในใจ“เห็นทีพบกันคราวหน้า จะต้องเพิ่มความยากของทักษะมากขึ้น เธอดูมีการพัฒนาการรวดเร็ว”
สิบห้านาทีต่อมา
ซ่งเย่หยุดโจมตีหลิวเย่
“หมดเวลา!”เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลาและกล่าวเบาๆ
จากนั้นเดินหันหลังกลับวิลล่าทันที
“เดี๋ยวสิครับ” หลิวเย่งุนนงงกับท่าทางของเธอที่ดูเฉยเมยมากเกินไป
“ต่อสู้กันมาตั้งนานผมยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย?”เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงสดใส
“อ้อ! ซ่งเย่ค่ะ” เธอตอบอย่างเป็ธรรมชาติ
“อ้อ! ชื่อเย่เหมือนกันครับนี่คงเป็โชคชะตาของเราสองคน” หลิวเย่ตื่นเต้นเมื่อพบว่าเขาและเธอมีชื่อเหมือนกัน
ซ่งเย่หันหน้ากลับมาและขมวดคิ้วเล็กน้อย“ชื่อคุณล่ะคะ?”
“แซ่หลิวชื่อเย่ครับ” เขายักคิ้วให้เธออย่างสนุกสนาน
“เข้าใจแล้วค่ะ”เธอพยักหน้าอย่งเข้าใจแล้วกับคำว่า “ชื่อเหมือนกัน”
ซ่งเย่วิ่งเหยาะๆโดยมีหลิวเย่วิ่งประกบตามอย่างไม่ลดละ
เมื่อวิ่งถึงหน้าวิลล่าข้างๆที่ตอนนี้มีคนบางตาจากเดิม
พลันมีเสียงดังจากหลิวเย่“สาวน้อย สนใจมาทานอาหารเช้าด้วยกันไหมครับ?”
เขากำหมัดแน่นพลางลุ้นกับคำตอบจากเธอ
ซ่งเย่หยุดวิ่งและหันหน้าไปมองเขาด้วยความสงสัย“.....”
“อะแฮ่ม! อันที่จริงพวกเราควรทานข้าวด้วยกันนะครับในฐานะที่ผมยอมเป็คู่ซ้อมให้กับเธอ”
เขากระแอมไอและเอ่ยชวนอย่างจริงจัง
ซ่งเย่กำลังคิดถึงเหตุผลของคำเชิญนั้นซึ่งเธอเองก็รู้สึกเกรงใจเขาเช่นกันที่ต่อสู้กันโดยที่เขาอาจจะไม่ได้้า
“ตกลงค่ะ”เธอจึงตอบรับอย่างเป็ธรรมชาติ
“เชิญครับ”หลิวเย่มีแววตาเป็ประกายด้วยความสุขและตื่นเต้น
ทั้งคู่เดินเข้าไปในวิลล่าที่ใหญ่โตพอๆกับวิลล่าของตระกูลซ่งแต่มันดูกว้างขวางและสบายตากว่าที่นั่นมาก
“แม่ครัวกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ผมพาคุณเดินชมรอบๆก่อนดีไหม?”
เขาเอ่ยชวนเมื่อมองเห็นสายตาของเธอมองสำรวจรอบๆด้วยความสนใจ
“.....”เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ
หลิวเย่ยิ้มกว้างที่เธอไม่ได้ขัดขืนหรือเ็ามากเกินไปนัก
เขาเดินนำเธอสำรวจชั้นบนของวิลล่า
ด้านตะวันตกทางเหนือเป็ห้องหนังสือที่มีชั้นหนังสือราวยี่สิบชั้นและบรรจุหนังสือมากมายเต็มทุกชั้น
ซ่งเย่มองหนังสือเ่าั้ด้วยตาเป็ประกายเจิดจ้าคล้ายมองเห็นสมบัติ“โอ้”
หลิวเย่เห็นพฤติกรรมของเธอเขาเริ่มมีความหวังที่จะชักนำสาวน้อยให้มาเยี่ยมเยียนที่นี่ได้อีก
ด้านตะวันตกทางใต้เป็ห้องวาดภาพและมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์มากมายกองอยู่
ซ่งเย่เดินเข้าไปหยิบดูอุปกรณ์เ่าั้ด้วยความสนใจ
หลิวเย่ยืนพิงขอบประตูมองด้วยรอยยิ้มทั้งริมฝีปากและดวงตา
สายตาอ่อนโยนของเขามองตามทิศทางที่เธอเดินไปมาอย่างมีความสุข
“ฉันขอใช้อุปกรณ์พวกนี้ได้ไหมคะ?” ซ่งเย่ถามด้วยความสนใจ
“ได้สิครับมาได้ตลอดเวลา” หลิวเย่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ซ่งเย่เอียงคอมองครู่หนึ่งเธอแปลกใจที่พบว่าเขาขยันยิ้มมาก แต่นั่นทำให้เขาดูหล่อเหล่ายิ่งขึ้น
ทางด้านตะวันออกเป็ห้องนอนขนาดใหญ่ของเขาและห้องนอนรับแขกอีกหนึ่งห้อง
หลิวเย่ไม่กล้าเสียมารยาทพาเธอไปดูเขาแค่ชี้บอกเธอให้รับรู้
ขณะหลิวเย่และซ่งเย่กำลังทานอาหารเช้าด้วยกัน
“ทานเยอะๆนะครับ”หลิวเย่ตักเนื้อหมูและไข่ให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอก้มหน้าทานข้าวเงียบๆ
เช้านี้พวกเขาทานโจ๊กหมูสับผลไม้และน้ำเต้าหู้
“อิ่มแล้วค่ะ”ซ่งเย่ลุกขึ้นยืนและกล่าวสั้นๆบอกลาหลิวเย่
“พรุ่งนี้เจอกันที่เดิมไหมครับ?” หลิวเย่ร้องบอกซ่งเย่ก่อนที่เธอจะเดินถึงประตูห้องโถง
“ตกลงค่ะ”เธอโบกมือตอบรับโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับคืนมา
หลิวเย่อมยิ้มอย่างมีความสุข
เขาคิดว่านี่เป็การตัดสินใจที่ดีในการซื้อวิลล่าแถบนี้และทำให้มีโอกาสได้พบกับสาวน้อยคนสวย
ซ่งเย่เดินเร็วมาถึงหน้าประตูวิลล่าตระกูลซ่งเวลา07.00 น.
“คุณหนูรองทานข้าวก่อนไหมคะ?”แม่ครัวเอ่ยทักเธอขณะกำลังเดินขึ้นบันได
“ไม่ค่ะทานมาแล้ว” เธอตอบกลับเสียงเรียบ
แม่ครัวงุนงงที่เธอไปทานข้าวที่ไหนมาเนื่องจากแถบนี้เป็วิลล่าคนรวยที่ไม่มีร้านอาหารหรือแผงลอยใดๆเลย
แต่ในเมื่อเธอบอกว่าทานเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นแม่ครัวจึงไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก
“อะไรกัน? จนป่านนี้ยังไม่ลงมาทานข้าวเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายกันพอดี”
เสียงบ่นของหญิงชราดังขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหารเช้าอยู่
“ก็ช่างเขาน่าถ้าสายนักก็ไม่ต้องทาน” ชายชราพูดตัดรำคาญ
“คุณแม่พูดถูกค่ะแบบนี้จะทำให้หว่านเอ๋อร์ไปโรงเรียนสายได้นะคะ”ไป๋จูซีสนับสนุนคำพูดแม่สามีเต็มที่
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะหว่านเอ๋อร์รอเธอได้ พวกเรามีรถไปส่งโรงเรียนแค่คันเดียว” หว่านเอ๋อร์พูดเชิงเข้าใจซ่งเย่
“ถ้าเธอทำให้หว่านเอ๋อร์ไปโรงเรียนสายต่อไปก็ให้ไปโรงเรียนเอง” เว่ยผิงพูดด้วยความโมโห
“มาแล้วค่ะ”ซ่งเย่เดินลงบันไดและเตรียมตัวพร้อมไปโรงเรียนด้วยชุดใหม่เสื้อยืดสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนส์
ความสวยน่ารักของเธอสะท้อนเข้าั์ตาทุกคน
แต่อนิจจา!
ไม่มีใครสนใจเธอ!
นอกจากพ่อของเธอคนเดียว!
“ลูกมาแล้วมาทานข้าวก่อนไหมครับ?”ซ่านจิงที่เพิ่งมีโอกาสพูด เขารีบเอ่ยชวนซ่งเย่ทันที
“ทานเสร็จแล้วค่ะ”ซ่งเย่ส่ายหัวปฏิเสธเบาๆ
“งั้นพ่อไปทำงานก่อนนะ”ซ่านจิงกล่าวลาซ่งเย่ด้วยความอ่อนโยน
“ค่ะ”เธอพยักหน้ารับคำ
“เอาละไปโรงเรียนได้แล้ว เดี๋ยวสายกันพอดี” ชายชราเอ่ยขึ้นตัดบทสนทนาของทุกคน
ซ่งเย่และซ่งจูหว่านเดินไปนั่งเบาะด้านหลังรถโดยมีลุงโจวขับรถไปส่งเช่นเดิม
เมื่อนั่งบนรถซ่งเย่หยิบหูฟังมาสวมทันที
ตอนนี้เธอกำลังเรียนรู้องค์ประกอบทางเคมีของโครงสร้างร่างกาย
บทที่สามของความรู้ทางการแพทย์
ซ่งจูหว่านที่เห็นการกระทำของซ่งเย่เธอเบ้ปากเล็กน้อยอย่างดูแคลน
แต่ท่าทางของเธอไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของลุงโจวเขาถอนหายใจเล็กน้อยที่เห็นพฤติกรรมของซ่งจูหว่าน
ขณะใกล้จะถึงโรงเรียนซ่งเย่ร้องบอกลุงโจวทันที
“ลุงโจวคะ จอดรถด้วยค่ะหนูจะลงที่นี่”
“เอี๊ยด”เสียงเบรกห้ามล้อรถยนต์ดังขึ้นใกล้ๆร้านตามใจ
ลุงโจวหันหน้ามาถามซ่งเย่ด้วยความแปลกใจ“คุณหนูรองครับ มันยังไม่ถึงโรงเรียนเลยนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะลุงโจวไปต่อเลย” ซ่งเย่ส่ายหน้าปฏิเสธที่จะพูดอะไรอีก
“ลุงโจวไปกันเถอะคะ”ซ่งจูหว่านไม่ได้สนใจซ่งเย่แต่อย่างใด
ซ่งเย่หันหลังเดินเข้าไปในร้านตามใจทันที
เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาข้าวของภายในร้านมีเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้สนใจอะไร
หลี่ซูเต๋อซึ่งกำลังนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ในร้าน
เมื่อเขาเห็นซ่งเย่เดินเข้ามาเขาหยิบกล่องเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้เธอ “ของอยู่นี่ครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่รับกล่องเอกสารมาตรวจสอบอุปกรณ์ที่อยู่ข้างใน
พบว่ามันครบทุกรายการตามที่เธอ้าและถามราคาโดยตรง“เท่าไหร่คะ?”
“100 หยวนครับ”หลี่ซูเต๋อกัดฟันตอบเบาๆ เขาแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง เพราะราคาที่แท้จริงคือ 1ล้านหยวน
แต่คำสั่งของเ้านายให้รับเงินจากเธอแค่100 หยวน นี่มันแตกต่างกันมากมายมหาศาล
ซ่งเย่แปลกใจเล็กน้อยที่พบว่ามันราคาถูกมากกว่าที่คิดเอาไว้
เธอหยิบเงิน 100หยวนออกมาจ่ายอย่างเป็ธรรมชาติ
แล้วหยิบอุปกรณ์ใส่กระเป๋าเป้และหันหลังเดินออกจากร้านไป
ทางด้านหลี่ซูเต๋อที่เมื่อได้เงินมาแล้วเขานำเงินไปให้เ้านายที่นั่งจ้องหน้าจอเฝ้าระวังกล้องวงจรปิดอย่างสบายใจ
“โธ่! เ้านาย นี่มันขายของต้องห้ามราคาถูกเกินไปไหมครับ?” ซูเต๋อโอดครวญเสียงเบา
“ฉันจะสปอยล์สาวน้อยมีปัญหาหรือ?” หลิวเย่หรี่ตาลงมองเขาอย่างคาดคั้น
“อ๊ะ! ไม่กล้ามีปัญหาครับ เธอซื้อมันไปเ้านายไม่แปลกใจหรือครับ?”ซูเต๋อถามด้วยความประหลาดใจ
อุปกรณ์ตัวแปลงสัญญาณX ใช่ว่าใครจะสามารถใช้มันและ้ามันได้
มันสามารถดัดแปลงเพื่อเชื่อมเข้ากับบางระบบของการสื่อสารได้
“ฉันสนใจว่าเธอทำได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก”หลิวเย่ไม่ได้กังวลกับเธอเลย
ั้แ่ได้เริ่มเรียนรู้นิสัยใจคอของเธอเมื่อเช้านี้เขาพอจะคาดเดานิสัยและอารมณ์ของเธอได้บางส่วน
และรู้ในใจว่าเธอไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายแน่นอน
..........
ซ่งเย่เดินเข้าห้องที่สามชั้นสอง
เธอพบกับสายตาแปลกๆที่เพื่อนร่วมชั้นส่งมาและมีสายตาอิจฉาริษยาจากหรูเพ่ยเพ่ย
เมื่อเธอเดินไปนั่งที่โต๊ะข้างซูฉี
ซูฉีเขยิบเข้ามาใกล้และกระซิบเบาๆกับเธอ“ตอนนี้ทุกคนไม่พอใจถ้าเธอทำคะแนนสอบได้เต็ม พวกเขาอิจฉาน่ะ”
“อ้อ!” ซ่งเย่รับคำเบาๆเธอไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนอื่น
เสียงฝีเท้าของอาจารย์เผิงเดินเข้ามาในห้องเรียน
เธอวางกองเอกสารและประกาศเสียงดัง
“เพื่อไม่เป็การเสียเวลาและถือโอกาสทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้าวิทยาลัยกันอีกไม่นานดังนั้น
อาจารย์จึงตัดสินใจให้ทุกคนทำแบบทดสอบนี้ไปพร้อมกันกับซ่งเย่ หัวหน้าห้องเรียนมารับแบบทดสอบไปแจกให้ทุกคนด้วยจ้ะ”
“โอ้! ไม่!”
“โหดร้าย!”
“ฉันยังไม่ได้อ่านอะไรเลย!”
“เวร! อึใคร!”
เสียงโวยวายดังขึ้นจากนักเรียนหลายคนในห้อง
“โป๊ก โป๊ก”เสียงเคาะหนังสือเล่มหนากระทบโต๊ะดังลั่น ทำให้เสียงโวยวายเ่าั้เงียบลงทันที
“พวกเธอมีเวลาหนึ่งชั่วโมงทำแบบทดสอบได้แล้วจ้ะ” เสียงเข้มจริงจังมาจากอาจารย์เผิง
สุดท้ายทุกคนก็ต้องก้มหน้าลงทำแบบทดสอบอย่างเต็มใจและไม่เต็มใจ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
“ก๊อก ก๊อกก๊อก” เสียงแปรงเคาะกับโต๊ะดังลั่น
“หมดเวลาหมดเวลา ส่งกระดาษคำถามและคำตอบมาได้แล้วจ้ะ” อาจารย์เผิงประกาศดังลั่น
ตันจิ่วเดินรวบรวมเก็บเอกสารจากเพื่อนทุกคน
เขาเคร่งเครียดกับแบบทดสอบที่ยากกว่าทุกครั้ง
เมื่ออาจารย์เผิงได้รับแบบทดสอบครบแล้วเธอกล่าวว่า
“พรุ่งนี้เช้าจะมาประกาศผลและใครทำคะแนนได้เต็ม150 คะแนน แน่นอนว่าอาจารย์รักษาสัญญาที่ให้ไว้จ้ะ” เธอกวาดสายตามองทุก
คนและไปหยุดที่ซ่งเย่ที่หยิบหูฟังมาสวมโดยไม่สนใจคนรอบตัว
เมื่ออาจารย์เผิงเดินออกจากห้อง
เพื่อนนักเรียนแต่ละคนเดินไปถามไถ่ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันและส่งเสียงโอดครวญที่ทำแบบทดสอบไม่ได้
พวกเขารีบกลับไปนั่งที่ทันทีเมื่อมีเพื่อนส่งสัญญาณแจ้งว่าอาจารย์อู๋อาจารย์สอนคณิตศาสตร์เดินใกล้ถึงห้องแล้ว
“สวัสดีนักเรียนทุกคนเมื่อคืนคงหลับสบายดีนะครับ” อาจารย์อู๋ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
นักเรียนในห้องขนลุกและเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
“อะแฮ่ม!อาจารย์คิดว่าไหนๆจะให้เพื่อนนักเรียนบางคนทำแบบทดสอบ ก็ไม่สู้ทำกันทั้งหมดทุกคนในห้องจะดีกว่าพวกเธอเห็นด้วย
ไหมครับ?”
คำถามที่ไม่้าคำตอบนั้นสร้างความโกลาหลเกิดขึ้นในห้องเรียนอีกครั้ง
วันนี้อาจารย์เป็บ้าอะไรกัน?
พวกเขานัดหมายกันเพื่อกดดันนักเรียนใช่ไหม?
หรือนี่คือการลงโทษแบบใหม่จากอาจารย์?
ความงุนงงและสับสนปรากฏบนใบหน้าของนักเรียนหลายคน
“อาจารย์คิดว่าพวกเธอเห็นด้วยแน่นอนดังนั้นจงมารับเอาแบบทดสอบนี้ไปทำทันที มีเวลาทำแค่หนึ่งชั่วโมงนะครับ คะแนนเต็ม150
คะแนน”
สิ้นเสียงของอาจารย์อู๋ตันจิ่วลุกขึ้นไปรับแบบทดสอบและแจกจ่ายให้เพื่อนๆในชั้นเรียน
สายตาโกรธแค้นมาจากหรูเพ่ยเพ่ยที่จ้องมองมายังซ่งเย่
ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนก้มลงทำแบบทดสอบอย่างตั้งใจ
ต่อมาทั้งห้องเงียบเสียงลงทุกคนก้มหน้าก้มตาทำแบบทดสอบ หลายคนกุมขมับเพราะทำไม่ได้
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
“เอาละหมดเวลาแล้ว ส่งแบบทดสอบกลับคืนมาให้อาจารย์ได้แล้วครับ”อาจารย์อู๋สั่งเสียงดังลั่น
ตันจิ่วและเพื่อนนักเรียนหลายคนช่วยกันรวบรวมเอกสารส่งคืนอาจารย์ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
“ดีมากนักเรียนทุกคนพรุ่งนี้อาจารย์จะมาบอกคะแนนที่พวกเธอทำได้ อย่าลืมว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเข้าวิทยาลัยกันั้แ่
เนิ่นๆนะครับ”อาจารย์อู๋กวาดสายมองทุกคนและหยุดที่ซ่งเย่ด้วยความคาดหวัง
เขา้าศักดิ์ศรีและความมั่นใจกลับคืนมาในฐานะอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่โดดเด่นแต่ถูกโรงเรียนมัธยมจากเมืองหลวงเบียด
แรงแซงทางโค้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พักทานข้าวแล้ววันนี้ซ่งเย่ไปกับฉันไหมจ๊ะ?”ซูฉีหันหน้ามาถามซ่งเย่เมื่อได้ยินเสียงกริ่งบอกหมดเวลาเรียน
“จ้ะ”ซ่งเย่ตอบตกลง เพราะได้รับปากกับซูฉีไว้แล้ว
“นี่ซ่งเย่มีนักเรียนชายย้ายมาใหม่อยู่ห้อง 5 กำลังโด่งดังในฟอรัมของโรงเรียนน่ะ”
ซูฉีบอกข่าวซุบซิบในโรงเรียนแก่ซ่งเย่
“หือ!”ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางสงสัยความโด่งดังนั้น
“รูปหล่อสูงสมาร์ท เป็นักกีฬาบาสเก็ตบอลด้วย สาวๆกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่”ซูฉีมีแววตาเคลิบเคลิ้มหลงใหล
“.....” ซ่งเย่ส่ายหัวเบาๆอย่างไม่สนใจ
วันนี้เป็วันแรกที่ซ่งเย่มาทานข้าวในโรงอาหาร
นักเรียนหลายคนที่ยังไม่เคยเจอเธอเมื่อพวกเขามองเห็นความสวยงามที่เ็าหลายคนหยุดยืนมองและหันกลับมามองเธอเป็จุด
เดียว บางคนก็ซุบซิบเปรียบเทียบความสวยงามระหว่างซ่งจูหว่านกับซ่งเย่
ซ่งจูหว่านนั่งทานอาหารอยู่มุมหนึ่งของโรงอาหาร
เธอมองเห็นภาพฝูงชนที่พุ่งความสนใจไปยังซ่งเย่เธอกำมือเล็บจิกแน่นฝ่ามือด้วยความโกรธและริษยา
“เป็อะไรไปครับหว่านเอ๋อร์? ทานข้าวสิครับ” กู้เจ๋ออ้ายเอ่ยเตือนเธออย่างหวังดี
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนแปลงไป
จึงหันหลังไปมองต้นกำเนิดความสนใจของฝูงชน
และพบกับภาพของหญิงสาวสวยงามสวมเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนส์ใบหน้าเรียบเฉย รูปร่างที่สมบูรณ์แบบ
และขาเรียวยาวตรงที่สวยงามของเธอทำให้เขาอึ้งตะลึงไปชั่วครู่ดูเหมือนเธอจะแตกต่างจากเมื่อวันก่อน
“พวกเราทานข้าวเถอะค่ะ” ซ่งจูหว่านได้สติกลับคืน เธอรีบตอบรับคำของกู้เจ๋ออ้ายทันที
อันที่จริงกู้เจ๋ออ้ายเป็คู่หมั้นระหว่างตระกูลที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน
เธอกังวลกลัวว่ากู้เจ๋ออ้ายจะเปลี่ยนใจไปชอบซ่งเย่มากกว่าตนเอง
ในตอนนี้ซ่งเย่ไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวเธอเดินไปหยิบถาดอาหารมานั่งทานกับซูฉี
ทันใดนั้นมีถาดอาหารวางลงบนโต๊ะตรงข้ามกับที่นั่งของเธออย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
“ปึ๊ก!” ซ่งเย่เงยหน้าขึ้นและมองเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีผิวขาว สูง รูปร่างกำยำคล้ายนักกีฬา
เกาเฉินเป็นักเรียนย้ายมาใหม่ เขาไม่ชอบความวุ่นวายจากสาวๆที่คลั่งไคล้ตนเอง
เมื่อมองเห็นซ่งเย่และซูฉีที่นั่งทานข้าวโดยไม่สนใจใคร
เขาจึงตัดสินใจมานั่งทานด้วยโดยหวังแค่ความสงบระหว่างทานข้าว
ซ่งเย่มองเห็นเขาแล้วเธอก็ก้มลงทานข้าวต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ซูฉีที่นั่งตรงข้ามกับเธอและนั่งฝั่งเดียวกับเกาเฉินมีอาการตื่นเต้นตัวสั่นเล็กน้อย
“กินข้าว!” ซ่งเย่เตือนซูฉีเบาๆ
“อ๋อใช่! กินข้าว!”ซูฉีพยายามระงับความตื่นเต้นและก้มหน้ากินข้าวต่อไป