บทที่ 16 ฮ่องเต้ทรงผิดหวังในตัวกุ้ยเฟย
รางวัลนี้มาอย่างกะทันหัน
แต่หลิ่วตาอิ้งกลับรู้ดีว่าเหตุใดจึงได้รับมา
หลิ่วตาอิ้งสูดหายใจลึก มองดูธิดาน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจว
ฮ่องเต้ยังอุ้มไม่พออีกหรือ?
นางยังอยากกอดบุตรสาวอยู่เลย
เว่ยเจิ้งกงกงที่อยู่ข้าง ๆ กระแอมเบา ๆ เตือนให้นางคุกเข่าขอบพระทัย
แต่ก่อนที่หลิ่วตาอิ้งจะทันได้คุกเข่า ฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวก็ทำท่าเหมือนจะประคองนางไว้
"ไม่ต้องคำนับ"
สายตาของเขาเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ทอดมองหลิ่วตาอิ้งที่ยังคงตะลึงอยู่ โอ้ ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าหลิ่วผิน
"หลายปีมานี้ เราปล่อยปละละเลยเ้า เ้าให้กำเนิดโอรสและธิดาที่ดีแก่เราถึงสองคน"
ยามนี้เซียวอวิ๋นโจวมองหลิ่วผิน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
แท้จริงแล้วเขาบำเพ็ญเพียรมาเป็เวลากว่าสามปี มาถึงปีนี้ก็ไม่ค่อยสนใจไปวังหลังเท่าไร
แต่สตรีในวังหลังกลับมาหาเขา ส่งน้ำแกงหรือผ้าเช็ดหน้า ถุงผ้าที่ตนเย็บเอง ไม่ก็บอกว่าองค์ชายองค์หญิงป่วย หรือตนเองไม่สบาย เพื่อให้เขาไปเยี่ยม
แต่หลิ่วตาอิ้งไม่เคยทำเช่นนั้นเลย
ก่อนหน้านี้เซียวอวิ๋นโจวไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ได้ยินเื่ที่กุ้ยเฟย 'ทำ' เขาก็เริ่มระแวงว่า 'พระสนมทั้งหลายล้วนจะทำร้ายเขา'
เหมือนกุ้ยเฟย ยิ่งขยันส่งน้ำแกง อาจยิ่ง้าทำร้ายเขา
หลิ่วตาอิ้งไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา ไม่ประจบสอพลอ ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างยิ่ง
เซียวอวิ๋นโจวกวาดตามองหลิ่วผินที่ไม่ได้แสดงสีหน้ายินดีปรีดา เห็นนางไม่รู้จักคุกเข่า ดูจริงใจและไม่แสวงหาตำแหน่ง ในใจก็ชื่นชมขึ้นมาทันที
"หลิ่วผิน เ้ามีนามรองหรือไม่?"
ชื่อรองของสตรี ไม่อาจบอกกับคนนอก
หากอยู่ในห้องหอ มีเพียงบิดามารดาเท่านั้นที่จะเรียกได้
เซียวอวิ๋นโจวไม่เคยถามมาก่อน แม้แต่บัณฑิตและขุนนางในราชสำนักก่อนหน้านี้ เขายังจำชื่อและที่มาไม่ได้ทุกคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตรีในวังหลัง
แต่วันนี้ หลิ่วผินในใจของเขาแตกต่างจากสตรีในวังหลังทั่วไปแล้ว
"นามรองของหม่อมฉัน คือหลิ่วฉานเหนียงเพคะ"
"เช่นนั้นต่อไปเราจะเรียกเ้าว่าอาฉาน ดีหรือไม่?"
หลิ่วตาอิ้งที่ตอนนี้ได้รับการเลื่อนขั้นเป็หลิ่วผิน หางตาของนางกระตุกเล็กน้อย
ฉู่ฉู่ถูกเซียวอวิ๋นโจวอุ้มไว้ หัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน สลับมองมารดาที่ก้มหน้าด้วยท่าทางเขินอาย กับใบหน้าหล่อเหลาของเซียวอวิ๋นโจวผู้เป็บิดา
"ฝ่าา กุ้ยเฟยขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"
"หึ!" อารมณ์ดีของเซียวอวิ๋นโจวถูกทำลายในพริบตา
หลิ่วฉานเหนียงรีบแย่งบุตรสาวจากอ้อมกอดของเขาทันที "หม่อมฉันขอทูลลาก่อนเพคะ"
เซียวอวิ๋นโจวเบิกตาโพลง เขาไม่เคยเห็นหลิ่วผินกล้าขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยมีสตรีใดไม่เชื่อฟังเขาเช่นนี้
แต่เขาไม่รู้ว่า หลิ่วฉานเหนียงได้ยินเสียงในใจของบุตรสาวมาก่อนแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนนางก็รู้ว่าเขาเป็ 'พระสวามี' ที่จะตเร็ว
หลังจากเขาต ก็เป็เพียงกองธุลีเท่านั้น
นางจึงไม่กลัวเขาอีกต่อไป
เซียวอวิ๋นโจวใในความกล้าของนาง แต่กลับไม่โกรธ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกชอบเสียด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะเมื่อด้านนอกมีสตรีที่ภายนอกอ่อนโยนต่อเขา แต่จิตใจกลับเป็พิษดุจแมงป่อง เซียวอวิ๋นโจวจึงพยักหน้า "อาฉาน เ้าอุ้มธิดาไปพักที่ตำหนักรองก่อน"
"เว่ยเจิ้ง เ้าคอยปรนนิบัตินางกับองค์หญิงด้วย"
เว่ยเจิ้งรับคำอย่างนอบน้อม ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หลิ่วผินคงจะได้เลื่อนขั้นแล้ว!
แต่ตอนนี้ หลิ่วฉานเหนียงที่อุ้มองค์หญิงน้อยไว้กลับไม่มีความยินดีบนใบหน้าแต่อย่างใด
‘โอ้ ๆ ท่านแม่ ข้าอยากดูว่านางเอกในนิยายเล่มนี้ ดอกบัวขาวกุ้ยเฟยหน้าตาเป็อย่างไร’
‘นางเป็ถึงฮองเฮาของสองราชวงศ์เชียวนะ’
เซียวฉู่ฉู่ตื่นเต้นมาก พยายามบิดตัวมอง แต่เพิ่งจะเห็นชายชุดสีมุกอันงดงามของกุ้ยเฟยผู้เป็นางเอกนิยาย และปิ่นผีเสื้อทองประดับหยกเขียวบนศีรษะของนาง ก็ถูกมารดาอุ้มจากไปเสียแล้ว
หลิ่วฉานเหนียงมาถึงตำหนักรอง ก็อดไม่ได้ที่จะจิ้มจมูกบุตรสาว
"ฉู่ฉู่เป็เด็กดี ถึงเวลานอนแล้วนะ"
นางไม่อาจให้บุตรสาวถูกกุ้ยเฟยผู้โหดร้ายจับตามองในตอนนี้
แต่ไม่นาน หลังจากที่นางเดินตามเว่ยเจิ้ง ผ่านฉากบังตาลายเสือขาว เข้าสู่ห้องหนังสือในตำหนักรอง ก็ได้ยินเสียงถ้วยแตกดังมาจากห้องบรรทมที่ฮ่องเต้ประทับ
เสียงโกรธกริ้วของเซียวอวิ๋นโจวดังก้องไปทั่วตำหนักจ้งหัว
"กุ้ยเฟย! ห้ามวังหลังก้าวก่ายการเมือง เ้าช่างกล้านัก ยังมาขอความเมตตาให้ขุนนางตรวจการเฉิน!"
"เ้าคิดว่าการที่เขาถวายโอสถเม็ดนั้นไม่ผิดหรือ? เป็เราที่ลงโทษเขาผิดไป ทำให้เขาต้องรับความอยุติธรรมอย่างนั้นหรือ!?"
เซียวฉู่ฉู่ตื่นเต้นจนไม่ง่วงนอนเลย 'นางเอกโดนด่าเสียแล้ว~ ช่างดราม่าอะไรเช่นนี้!'
'โอ๊ย ทำไมข้าถึงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุนะ! เื่อื้อฉาวใหญ่โตขนาดนี้~!'
เื่อื้อฉาวรึ?
หลิ่วฉานเหนียงก้มมองลูกสาวที่ยังเด็กนัก แต่กลับพยายามชูคอขึ้น นางอดที่จะขำไม่ได้
'นางเป็หญิงในดวงใจของฮ่องเต้ทั้งสองแผ่นดินนะ แต่ข้ากลับได้ยินว่านางโดนด่าจนหมดสภาพ'
'หากภายหลังให้นางได้เป็ฮองเฮาของอ๋องแห่งแคว้นหยวน คงจะต้องเอาศพเสด็จพ่อฮ่องเต้ของข้ามาเฆี่ยนเพื่อระบายแค้นเป็แน่!'
ทารกน้อยสนุกกับการติดตามเื่อื้อฉาวนี้มาก ถึงขั้นใช้คะแนนระบบสองคะแนนเพื่อดูเหตุการณ์ที่เซียวอวิ๋นโจวกำลังโกรธ
นี่เป็หนึ่งในความสามารถของระบบ สามารถใช้คะแนนแลกดูภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ของบุคคลใดก็ได้
ราวกับกำลังดูการถ่ายทอดสด
ความสามารถนี้ทรงพลังมาก แต่มีข้อจำกัดคือ ผู้ที่จะดูได้ต้องเป็คนที่นางเคยพบมาก่อน
ตอนนี้ฉู่ฉู่สามารถดูฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวได้
เขาสวมฉลองพระองค์ัปักด้วยด้ายทอง มองลงไปยังสตรีที่ร้องครวญครางแล้วล้มลงคุกเข่าเพราะความหวาดกลัวจากการถูกดุด่า - ฟู่ฉากุ้ยเฟยผู้งดงามโฉมสะคราญ
ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางเต็มไปด้วยน้ำตา แทบจะคลานเข่าไปที่แทบเท้าของฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจว
"ท่านพี่ หม่อมฉันจะคิดว่าท่านพี่ผิดได้อย่างไร? หม่อมฉันเพียงแต่ได้ยินว่าท่านพี่ทรงกริ้วลงโทษขุนนางตรวจการเฉิน ก็อยากมาดูท่าน เมื่อคืนท่านพี่าเ็ ไม่ควรกริ้วจนทำร้ายพระวรกาย"
"หม่อมฉันเป็ห่วงนะเพคะท่านพี่"
ช่างเป็ดอกบัวขาวดอกใหญ่จริง ๆ
เซียวฉู่ฉู่ส่ายหน้าด้วยความขบขัน
แต่นางพบว่าในภาพถ่ายทอดสดของระบบนั้น เป็มุมมองจากของฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวที่ประทับบนเตียง สามารถมองเห็นความโกรธและความอับอายในดวงตาของฟู่ฉากุ้ยเฟยได้อย่างชัดเจน
เหมือนกับที่นักเรียนจะแอบทำอะไรก็หนีไม่พ้นสายตาของครูที่มองผ่านมาจากบนแท่นบรรยาย
"เ้าช่างพูดจาคล่องแคล่วนัก กุ้ยเฟย วันนี้เราถึงได้รู้ว่าการที่เ้าไม่ได้เป็ตุลาการนั้นช่างน่าเสียดายจริง ๆ!"
เซียวอวิ๋นโจวที่นั่งอยู่บนเตียงแสดงสีหน้าเยาะหยัน
เมื่อหวนระลึกถึงอดีต เขาถูกคำพูดอ่อนหวานของน้องหญิงหลอกลวง จนเชื่อว่านางจริงใจต่อตน
ใครจะรู้ว่าทั้งหมดล้วนเป็เื่หลอกลวง
แต่ก่อนเขาเชื่อใจนาง จึงไม่ระแวงตระกูลฟู่ฉาเท่าไร พวกเขาไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน นางจึงไม่เคยแสดงพิรุธ
แต่วันนี้ ความไม่พอใจ ความโกรธ และความอดกลั้นในดวงตาของฟู่ฉากุ้ยเฟย แม้จะปรากฏเพียงชั่วครู่ก่อนที่นางจะกดข่มไว้ แต่เขาก็เห็นได้อย่างชัดเจน!
นางไม่ได้บริสุทธิ์ใจจริง ๆ!
และไม่ได้คิดดีต่อเขาผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องเลยจริง ๆ!
มิเช่นนั้น เหตุใดกุ้ยเฟยจึงไม่ถามถึงผลการรักษาาแที่ขาของเขาจากหมอหลวง แต่กลับสนใจแต่เื่ที่น้องเขยของนางถูกลงโทษ!
นางเป็ดังที่ธิดาเขากล่าวไว้จริง เป็สตรีที่มีความทะเยอทะยาน
นางซ่อนความในใจได้ดีเหลือเกิน จนบัดนี้เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่มีน้ำตาของนาง ได้ยินนางพร่ำพูดว่ารักเขา เขากลับรู้สึกว่าช่างเสแสร้งและน่าขยะแขยง
"เว่ยกงกง เชิญกุ้ยเฟยกลับไป"
"ในเมื่อกุ้ยเฟยเป็ห่วงความปลอดภัยของเรามากเช่นนี้ นับจากวันนี้ไป เ้าจงบำเพ็ญเพียรแทนเราเถิด"
กุ้ยเฟยเงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ บนใบหน้ายังคงแสดงท่าทางน่าสงสารดุจดอกท้อร่วงโรยคลอน้ำตา ประกอบกับโฉมงามของนาง ยิ่งทำให้ดูน่าหลงใหล
"ท่านพี่... ท่านกริ้วข้าหรือ เพราะเหตุใด?"
"ไม่... ไม่นะ ท่านพี่..."
"กุ้ยเฟย" เซียวอวิ๋นโจวลืมตา ปิดบังความผิดหวังและความสั่นสะท้านของตน "โอสถเม็ดที่ขุนนางเฉินกล่าวถึง เ้าจงลองชิมแทนเราเถิด"
ฟู่ฉากุ้ยเฟยทรุดลงกับพื้นในทันที
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?
เป็ไปไม่ได้!
เขาไม่มีทางรู้ได้!
เมื่อวานมีแผ่นดินไหว นางเพิ่งคิดชั่วร้ายเพียงเล็กน้อย... หากต่อไปองค์ชายสามของนางแพ้องค์ชายใหญ่ และท่านพี่ยืนกรานจะแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ นางก็จะให้คนใส่ยาพิษลงในโอสถเม็ดของพี่ชาย
เขากินโอสถเม็ดอยู่เป็ประจำ ไม่มีผู้ใดจะโยงมาถึงนางกับองค์ชายสาม
แม้เื่จะแดง ก็แค่ปะานักพรต ไม่เกี่ยวกับนาง
แต่เหตุใดกัน... นางยังไม่ได้ทำอะไรเลย เหตุใดท่านพี่ถึงดูเหมือนรู้เื่ไปแล้ว!
"ยังไม่พาฟู่ฉากุ้ยเฟยไปยังสำนักนักพรตในวังอีก!"
เซียวอวิ๋นโจวตวาดด้วยความโกรธ
เขาครองบัลลังก์มาสิบปี บริหารราชการด้วยตนเองมาหกปีแล้ว
เพียงแค่เขาพูดถึงโอสถเม็ด กุ้ยเฟยก็ใจนไม่เป็ตัวของตัวเอง ก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
เสียงในใจขององค์หญิงน้อยเป็ความจริง!
ฟู่ฉากุ้ยเฟยทรุดลงกับพื้นในทันที แล้วก็สลบไป
"ไปเชิญหลิ่วผินกับองค์หญิงน้อยกลับมา"
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปลี่ยนคำพูดใหม่ "ไม่ต้องแล้ว พยุงเราไปที่นั่นเถอะ"
'อืม ดูเหมือนเสด็จพ่อฮ่องเต้จะฉลาดขึ้นนะ'
ฉู่ฉู่ที่ดูการถ่ายทอดสดครึ่งหลังจบแล้วปิดระบบ รู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย
'หรือว่านี่เป็ผลของทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกจากการที่ข้าเกิดใหม่'
หลิ่วฉานเหนียงได้ยินแล้วรู้สึกใ
องค์หญิงน้อยของนางเกิดใหม่หรือ? ไม่แปลกใจที่รู้เื่มากมายเช่นนี้ องค์หญิงน้อยเคยผ่านเื่เหล่านี้มาแล้วหรือ?
เซียวฉู่ฉู่เผลอพูดผิด เื่จากที่นางข้ามภพ กลายมาเป็การเกิดใหม่
แต่นางไม่ทันสังเกต รีบยิ้มเขินให้กับมารดาที่จ้องมองนางอยู่
'พูดถึง ใบหน้าของเสด็จพ่อฮ่องเต้ก็หล่อเหมือนกันนะ'
'เขาบำเพ็ญเพียรมาสามปี แทบไม่ได้ย่างกรายเข้าวังหลัง ปีนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม แม้แต่ตำหนักกุ้ยเฟยกับฮองเฮายังแค่เข้าไปนั่งเล่นไม่ได้ร่วมหอ ก่อนถูกวางยาพิษ ร่างกายเขาแข็งแรงดี ดูท่าคงเก่งเื่บนเตียง อย่างไรเสียก็เคยออกรบ ยกธนู ยกหินได้'
'ถ้าท่านพ่อฮ่องเต้รักษาความบริสุทธิ์ต่อไป ท่านแม่จะลองดูไหม?'
'ฮิ ๆ ๆ ก็เหมือนหนุ่มบริการในร้านนั่นแหละ...'
ลองดูอะไร... หนุ่มบริการอะไร…
หลิ่วฉานเหนียงสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินความในใจของบุตรสาว
ไม่นานฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวก็ถูกขันทีพยุงมาที่ตำหนักรอง สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหาร
"อาฉาน เ้าอยากกินอะไร สั่งพวกเขาได้เลย"
หลิ่วฉานเหนียงยังถูกสายตาบุตรสาวจ้องจนขนลุก ยังไม่ทันตอบสนอง แต่เซียวฉู่ฉู่ก็น้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัวแล้ว
'โอ๊ย ข้าอยากกินหม้อไฟ~ เอาเนื้อแกะส่วนสันคอ นุ่มที่สุดในบรรดาความนุ่ม มันสามส่วนเนื้อเจ็ดส่วน พอดีทั้งมันและเนื้อ แล้วหั่นบาง ๆ เป็แผ่น ๆ ใส่ลงในหม้อน้ำแกงแดงที่ผัดจนหอม ลวกสักครู่ พอสุกก็ตักขึ้น คลุกในน้ำมันงาที่โรยต้นหอมซอย กระเทียมสับ ถั่วลิสงบด...'
เซียวฉู่ฉู่ดูดน้ำลายดังจ๊วบ
'แล้วก็ไส้เป็ดกรอบ ๆ อีกจาน แค่ลวกก็พอ...'
เซียวอวิ๋นโจวฟังแล้ว แม้จะเป็ถึงผู้ครองแผ่นดิน ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายตามนางอึกหนึ่ง