หลายวันผ่านไป
“เจเจ~” นับดาวเรียกหาสามีตัวเองเสียงอ่อนเสียงหวานขณะมองเขาที่กำลังขยับตัวหนี
“เจเจทำให้ได้แทบทุกอย่าง แต่บางอย่างเจเจก็ทำไม่ได้นะคะ” เช่นการทำขนมที่เขาไม่เคยทำ ขนาดกินยังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ภรรยาคนสวยของเขาก็ยังจะตื๊อให้ทำให้ได้
“ก็อยากกินขนมฝีมือสามีนี่นา แค่นี้ทำให้กันไม่ได้เหรอ”
“คือ...” จิณณวัตที่เห็นสายตาเศร้าก็ใจอ่อนยวบไปหมด
“ได้ไหมคะ ทำให้ภรรยาคนสวยคนนี้ได้ไหม” นับดาวคลานเข่าไปหาจิณณวัตที่หนีไปนั่งสุดทางของโซฟา ก่อนที่เธอปีนขึ้นไปนั่งตักและใช้สองมือโอบรอบลำคอเขา
“ก็ได้ค่ะ เจเจจะทำสุดความสามารถเพื่อคนสวยแล้วกัน”
“เอาบานอฟฟีนะเจเจ ขอคาราเมลเยอะ ๆ กล้วยลูกใหญ่ หวาน ๆ” นับดาวยิ้มออกมาทันทีเมื่อใช้ลูกอ้อนได้ผล
“ได้ค่ะ เจเจจะไปซื้อของมาแล้วรีบทำให้คนสวยกินเร็ว ๆ เลย โอเคไหมคะ”
“งั้นพี่เข้าไปนอนดูซีรีส์รอในห้องนะ”
“เดี๋ยวเจเจอุ้มไปส่งค่ะ” พูดจบร่างสูงก็ช้อนตัวนับดาวขึ้นมาในอ้อมแขนก่อนจะอุ้มไปวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็รีบขับรถออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับทำบานอฟฟีที่ภรรยาต้องการ
“เฮ้อ ช่วงนี้คนสวยเป็นอะไรนะ” จิณณวัตบ่นพึมพำหลังจากที่กลับมา ตั้งแต่วันที่นับดาวบอกว่าปวดหัวเธอก็มีอาการงอแงผิดปกติและติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะรู้สึกดีที่เมียอ้อนแต่บางทีก็มากเกินไปจนเหมือนการบังคับกลาย ๆ เพราะยังไงเขาก็ปฏิเสธลูกอ้อนของเธอไม่ได้
จิณณวัตใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการพยายามทำบานอฟฟีให้ภรรยาด้วยความตั้งใจ โดยที่นับดาวนั้นไม่แม้แต่จะออกมาช่วยเลยสักนิด เขาเชื่อแล้วว่าเธออยากกินฝีมือของเขาจริง ๆ
“เสร็จแล้วเหรอ” นับดาวยิ้มแฉ่งเมื่อจิณณวัตเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดในมือ
“ใช่แล้วค่ะ น่ากินไหม” จิณณวัตลองชิมแล้วซึ่งมันก็อร่อยสำหรับเขา แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปากเธอหรือเปล่า
“โห น่ากินมากเลย” นับดาวตาโตเป็นประกายเมื่อเขาวางขนมลงบนโต๊ะข้างเตียง
“งั้นลองชิมนะคะ”
“ป้อนหน่อยได้ไหม” นับดาวช้อนตาขึ้นอย่างออดอ้อน
“ได้อยู่แล้วค่ะ” จิณณวัตตักพอดีคำและป้อนให้ภรรยาได้ลองชิม ก่อนจะนั่งลุ้นว่าเธอจะชอบหรือเปล่า
นับดาวเคี้ยวจนหมดคำก็ส่งยิ้มให้กับจิณณวัต และอ้าปากรอเพื่อให้เขาป้อนคำใหม่
“อร่อยจัง เจเจทำเองหมดทุกอย่างเลยเหรอ”
“ทำเองหมดเลยค่ะ ถ้าอร่อยก็กินให้หมดนะคะ” จิณณวัตยิ้มตามเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของนับดาว
นับดาวที่กินจนจะหมดแล้วเพิ่งสังเกตเห็นมือของจิณณวัตที่มีรอยบวมแดงขึ้นมา
“ทำไมมือบวมไปโดนอะไรมา”
“น่าจะเผลอไปโดนหม้อนิดหน่อยค่ะ”
“เจ็บมากไหม” นับดาวคว้ามือของสามีมาดูใกล้ ๆ
“ไม่เจ็บค่ะ คนสวยกินต่อเถอะ ใกล้จะหมดแล้ว ถ้าไม่อิ่มยังเหลือด้านนอกอีกเยอะเลยนะ” จิณณวัตพูดจบก็ป้อนคำใหม่ให้เธอ
“ฮึก!” จู่ ๆ นับดาวที่กำลังเคี้ยวอยู่ก็น้ำตาไหลลงมา
“เป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม” จิณณวัตรีบวางช้อนในมือลงและเช็ดน้ำตาให้เธอทันที
“ขอโทษ”
“ขอโทษทำไมคะ คนสวยยังไม่ได้ทำอะไรเลย” เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้ไม่หยุดเขาจึงดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้
“ทั้งที่พี่รู้ว่าเจเจทำขนมไม่เป็นก็ยังจะบังคับจนทำให้เจเจต้องเจ็บตัว พี่งี่เง่ามากเลยใช่ไหม ฮืออ” นับดาวปล่อยโฮออกมาอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เลยค่ะ ไม่งี่เง่าเลย ไม่ร้องไห้นะคะ เจเจไม่ชอบน้ำตาของคนสวย” ภายในใจของจิณณวัตรู้สึกปวดหนึบไปหมดเพราะเขาไม่อยากให้ภรรยารู้สึกผิด
ผ่านไปเกือบสิบนาทีนับดาวจึงยอมเงียบ เธอร้องไห้จนหลับไปในที่สุด จิณณวัตลูบกล่อมศีรษะของภรรยาจนได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอจึงวางเธอลงบนเตียง ก่อนจะเอาผ้าผืนเล็กไปจุ่มน้ำแล้วมาซับน้ำตาให้เธอ
นับดาวผิดปกติไปหลายอย่างจนเขาเริ่มทบทวนดูว่าอะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่เธอเคยบอกว่าประจำเดือนไม่มาสองเดือนกว่าแล้ว
“ครับแม่” จิณณวัตรีบโทรศัพท์หาแม่ของเขาทันทีด้วยความตื่นเต้น
(มีอะไร ทำไมทำเสียงแบบนั้น)
“คือผมมีเรื่องจะถาม” ต่อจากนั้นจิณณวัตก็ยิงคำถามรัว ๆ จนรับการยืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดมีความเป็นไปได้ หลังจากวางสายเขาจึงรีบหยิบกุญแจรถและขับไปยังร้านขายยาใกล้คอนโดอย่างไม่รอช้า
“เป็นอะไรมาคะ”
“มาซื้อที่ตรวจครรภ์ครับ เอาสามอัน”
“สักครู่นะคะ” เภสัชกรก้มลงหยิบที่ตรวจครรภ์มาใส่ถุงและคิดเงินให้
“โอนไปแล้วนะครับ”
“ได้รับแล้วค่ะ มีวิธีการใช้อยู่ข้างกล่อง ลองอ่านก่อนนะคะ เมื่อขึ้นสองขีดแปลว่าอาจจะตั้งครรภ์ แนะนำว่าให้ไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอีกทีนะคะ”
“ขอบคุณครับ” จิณณวัตเดินออกจากร้านขายยาและแวะซื้อผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ก่อนจะขับรถกลับคอนโดไปอย่างรวดเร็ว