เหมือนอวี้เฉิงรุ่ยจะนึกบางสิ่งได้จึงะโออกมาเสียงดัง"แย่แล้วพี่ใหญ่ ท่านลืมน้ำแกงไก่ของจื่อเอ๋อร์ไว้บนเตาใช่หรือไม่"
"แย่แล้ว หม้อต้มยาของนางด้วย" นึกได้ก็รีบวิ่งออกไปโดยลืมเื่ฝาปิดหม้อ
ตกเย็นวันนั้นกว่าอวี้จื่อลู่จะได้กินข้าวและดื่มยาก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามซวีเพราะเหล่าพี่ชายทั้งสองต่างดีใจที่น้องสาวคนสำคัญของพวกเขาฟื้นแล้วจึงวิ่งวุ่นหลายชั่วยามเพื่อทำอาหารที่ดีที่สุดให้นางกินถึงแม้ว่าอาหารมื้อนั้นจะเป็น้ำแกงไก่ก็นับว่าเป็อาหารรสเลิศที่สุดแล้วการได้กินเนื้อสักครั้งในแต่ละมื้อนับว่าน้อยมาก หากมิใช่พรานล่าสัตว์
เมื่อรับรู้ความพยายามและความตั้งใจของอวี้เหิงเยว่กับอวี้เฉิงรุ่ยผู้เป็พี่ชายั์ตาคู่สวยฉายแววสั่นระริกทำเอานางน้ำตาคลอเบ้าการมีครอบครัวคอยห่วงใยมันดีแบบนี้เองสินะ 'อบอุ่นใจจัง ภาพตรงหน้าราวกับอยู่ในห้วงฝันถ้าหากมันเป็ความฝันนางก็ไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาเลย'
ยามเฉินของวันต่อมา
อวี้เหิงเยว่ขลุกตัวอยู่ในครัวั้แ่ปลายยามเหม่าจนล่วงเลยเข้ายามเฉินกลิ่นน้ำแกงไก่ก็ลอยคลุ้งไปทั่วทำเอาอวี้เฉิงรุ่ยที่กำลังเดินผ่านถึงกับชะงักเท้าแล้วเดินถอยหลังกลับมามองแล้วโผล่หน้าเข้าไป "พี่ใหญ่ หอมจังเลย หอมกว่าเมื่อวานอีก"เสียงร้องทักของเขาทำเอาคนด้านในที่กำลังตั้งอกตั้งใจอยู่ถึงกับสะดุ้ง
อวี้เหิงเยว่เมื่อเห็นว่าเป็ใครก็อดไม่ได้ที่จะสวนกลับและแกล้ง"โถ่!! น้องรองทำเอาใหมด มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงหากว่าข้าเกิดมือเท้ากระตุกเขวี้ยงหม้อเขวี้ยงชามใส่ เ้าจะาเ็เสียเปล่าข้ายิ่งเป็คนขวัญอ่อน"
ได้ยินคำว่าขวัญอ่อนจากคนเป็พี่ชายชวนให้คิ้วดกดำกระตุกยิก ๆ หากคนตรงหน้าเป็คนขวัญอ่อนแล้วตัวเขาล่ะเรียกว่าอะไร"พี่ใหญ่ไม่น่าถาม ก็ต้องหลบสิ จะรอให้หม้อจานชามมาประดับบนใบหน้าก็กะไรอยู่อีกอย่างข้าเห็นท่านกำลังตั้งอกตั้งใจทำน้ำแกงอยู่ เลยลองเรียกแค่นั้นเอง"
"ช่างเถอะ ๆ เ้าไปดูหน่อยว่าน้องเล็กตื่นหรือยัง จะได้ปลุกนางมากินข้าว”ก่อนจะโบกมือไล่ 'เฮ้อ...คุยกับเ้ารองทีไรให้ความรู้สึกเหมือนตนเองกำลังแก่ลงไปหลายปีทั้งที่ตัวเขาอายุเพียงแค่สิบสี่ปี'
“ก็ได้ ๆ เพราะข้าเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”
"..."อะไรคือการสะบัดหน้าใส่แล้วค่อยเดินไปอวี้เหิงเยว่ทำได้แค่ส่ายหัวไปมา แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างชอบใจที่ได้แกล้งเพราะนี่คือความสุขเล็ก ๆ ของพวกเขาสามคนพี่น้อง
ยามซื่อ
หลังจากสามพี่น้องกินข้าวเสร็จเรียบร้อยต่างก็ยกตะกร้าที่สานจากไม้ไผ่สะพายขึ้นหลังโดยเฉพาะอวี้เหิงเยว่ที่หยิบเอาหน้าไม้ติดตัวไปด้วยคราวนี้เขาหวังว่าจะล่าสัตว์ติดมือกลับบ้านหากโชคดีพร้อมเชือกและมีดแล้วทั้งสามมุ่งหน้าเดินเข้าป่าด้วยความแข็งขัน
“วันนี้จะล่าตัวอะไรดีเ้าคะพี่ใหญ่” เมื่อพี่ใหญ่หยิบหน้าไม้มาถือก็ถามออกไปด้วยความตื่นเต้น
“น้องเล็กอยากได้ตัวอะไรล่ะ ถ้าไม่เกินกว่าแรงพี่ใหญ่ก็พอหาล่าได้อยู่”
“นั่นสิ น้องเล็กอยากกินตัวอะไร”
“งั้น จื่อเอ๋อร์ว่าเราล่ากระต่ายกับไก่ป่ากันเถอะ เผื่อว่าวันนี้จะโชคดี”
“ได้สิ/ได้เลย” บุรุษตรงหน้าสองคนรีบเอ่ยออกมาพร้อมกันก่อนมุ่งหน้าเดินเข้าป่าใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยาม ก็มาอยู่บริเวณขอบป่าชั้นกลางอวี้จื่อลู่หันมองไปรอบพลางก็คิด 'ทำไมรอบ ๆแถวนี้ถึงได้คุ้น ๆ นัก' ก่อนจะเพ่งมองดี ๆ กลับพบว่า 'แถวนี้นี่มันไม่ใช่ว่าเป็ตอนที่นางฟื้นขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?' ดูเหมือนว่านางจะนึกบางสิ่งออก “เอ๊ะ!!ลืมได้ยังไงกันครั้งก่อนได้ทำกับดักทิ้งไว้นี่นา”ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายทั้งสองแล้วพูดออกมาเสียงดัง “พี่ใหญ่ พี่รองตามมาเร็วเข้า” ไม่รอช้าอวี้จื่อลู่กึ่งลากกึ่งจูงมือพี่ชายสองคนให้เดินตามนางมายังอีกที่หนึ่ง
อวี้เหิงเยว่เห็นท่าทางรีบร้อนของนางก็เกิดความกังวลใจหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางถึงได้รีบร้อนเช่นนี้ “ใจเย็นน้องเล็กเหตุใดเ้าถึงต้องรีบเช่นนี้” จึงถามออกไปด้วยความไม่สบายใจ
อวี้เฉิงรุ่ยเองก็สงสัยไม่แพ้กัน“นั่นสิน้องเล็ก เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรีบลากพวกพี่ออกมา แล้วเราจะไปที่ใดกัน”
“จะไม่ให้รีบได้อย่างไรล่ะเ้าคะ ก็จื่อเอ๋อร์เพิ่งนึกออกว่าได้ทำกับดักทิ้งไว้เมื่อสองวันก่อน ก่อนที่จะออกจากป่า”
ทั้งสองได้ยินสิ่งที่นางพูดก็พร้อมใจกันมองหน้าโดยมิได้นัดหมายในขณะที่อวี้จื่อลู่กำลังจับมือจูงพี่ชายทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่สายตาก็สอดส่องตลอดทาง บรรยากาศรอบ ๆ ป่านี้มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ อากาศก็บริสุทธิ์ช่างเป็ป่าที่หาพบได้ยากจากโลกเก่า เดินได้สักพักสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับขอนไม้ผุ‘นี่มัน! เห็ดหอมนี่นา อ่าจ๊ากกก ไม่อดแล้ว แบบนี้ต้องเก็บ’ “พี่ใหญ่ พี่รองทางนี้เร็วเข้า ข้าเจอเห็ด”
“ไหนน้องเล็ก” อวี้เฉิงรุ่ยมาถึงก้มมองดูเห็ดมีลักษณะกลม ๆ เล็ก ๆก่อนเงยหน้ามองเด็กสาว “มันจะกินได้จริง ๆ หรือ”
“กินได้สิเ้าคะ เอามาทำอาหารอร่อยมากๆเลยล่ะ” พอนางบอกว่ากินได้ทั้งสามก็ก้มลงช่วยเก็บเห็ดหากพูดตามจริงเ้าเห็ดพวกนี้ทั้งสองเคยเห็นมาก่อนเมื่อยามเข้าป่าหาของขายแค่ไม่คาดคิดว่ามันจะกินได้
“น้องเล็ก”
“เ้าคะ พี่ใหญ่”
“กับดักที่น้องเล็กทำไว้อยู่ตรงที่ใด เดี๋ยวพี่จะไปดูให้ ส่วนน้องเล็กก็เก็บเห็ดอยู่แถวนี้กับน้องรองไปก่อน”
หากคิดตามที่อีกคนพูดมันก็ดีอยู่อย่างน้อยก็ไม่เสียเวลาเยอะ “ก็ได้เ้าค่ะพี่ใหญ่แต่อย่าลืมทำกับดักไว้ให้เป็เหมือนเดิมนะเ้าคะเรายังใช้กับดักพวกนั้นหาเงินได้อยู่ตราบใดที่มันยังคงใช้ได้” จากนั้นอวี้จื่อลู่ก็อธิบายการทำกับดักสัตว์ในแบบของนางและจากนั้นก็บอกอวี้เหิงเยว่ผู้เป็พี่ชายว่ากับดักอยู่ตรงที่ใดบ้าง
“อืม ทั้งหมดมีห้าจุด” เขาตอบรับแล้วเดินออกไป อวี้เหิงเยว่เข้าใจดีว่าทำไมน้องสาวของเขาถึงได้บอกแบบนั้นแต่วิธีการวางกับดักของนางนั้นช่างแปลกประหลาดเขาไม่เจอใครวางกับดักสัตว์แบบนี้รวมถึงคนในหมู่บ้านเมื่อยามที่เคยไปล่าสัตว์ด้วยกันก่อนพึมพำออกมาคนเดียวระหว่างเดินไปตามตำแหน่งที่นางบอก 'ไปถึงเดี๋ยวก็คงรู้เอง'เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าก็ต้องหยุดชะงักเท้าเป็ไปได้ยังไงกันกับดักของน้องสาวเขาได้ผลด้วยทั้งยังมีไก่ป่าติดอยู่ด้วยหนึ่งตัว ที่น่าแปลกกว่านั้นคือไก่ยังไม่ตายได้ผลจริงด้วยไม่รอช้ารีบเข้าไปจัดการไก่แล้วเดินไปดูกับดักจุดต่าง ๆปรากฏว่าได้ไก่ป่ามาสองตัว กระต่ายสองตัวและหมูป่าขนาดกลางหนึ่งตัวกระต่ายกับไก่เขาใช้เชือกมัดไว้แล้วจับใส่ลงตระกร้าไม้ไผ่ที่ยังเป็ ๆ อยู่ส่วนหมูป่าตัวนั้นหากจับเป็ ๆมาคงลำบากไม่น้อยจึงตัดสินใจใช้หน้าไม้ยิงเข้าไปที่จุดตายจากนั้นใช้เชือกมัดแล้วหาไม้มาสอดไว้เพื่อสะดวกแก่การหามกลับ "คงต้องไปเรียกน้องรองมาช่วยเสียแล้ว"
ด้านสองพี่น้อง
ในขณะที่เก็บเห็ดอยู่นั้นอวี้จื่อลู่มองภาพตรงหน้า “พี่รอง พวกเรารอดแล้ว พวกเรารอดแล้ว”นางะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ปากก็พร่ำพูดว่าพวกเรารอดแล้วซ้ำไปซ้ำมาก็จะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร ในเมื่อนางเจอขุมทรัพย์นับจากนี้พวกเขาทั้งสามจะได้ไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกแล้วดูสิของตรงหน้ามีทั้ง ต้นหอมป่า ต้นกระเทียมป่า มะนาว พริก มะเขือเทศ ขึ้นช่ายไหนจะ องุ่น แอปเปิ้ล อวี้จื่อลู่มองของเ่าั้ด้วยสายตาเป็ประกายระยิบระยับ 'แม่เ้า ไม่อดตายแล้วหากเจอต้นมะละกอด้วยก็คงดีจะได้ตำส้มตำกิน' นางคิดอย่างเสียดาย'ไม่เป็ไรคราวหน้าค่อยเข้าไปให้ลึกกว่านี้ดู'
"พี่รอง ช่วยข้าขุดต้นอ่อนพวกนี้หน่อย"
อวี้เฉิงรุ่ยคิดเมื่อสงสัยก็ต้องถามสินะ"เ้าจะเอาหญ้ากับต้นไม้ป่าพวกนี้ไปทำอะไรน้องเล็ก"
"ของพวกนี้ข้าจะเอาไปทำอาหารเ้าค่ะพี่รองพวกนี้ล้วนใช้เป็เครื่องเทศในการปรุงให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้น"
"..."
"เดี๋ยวข้าไปเก็บองุ่นกับแอปเปิ้ลก่อนนะเ้าคะที่เหลือรบกวนฝากพี่รองจัดการให้ด้วย หากเสร็จแล้วข้าจะมาช่วยขุด"
"เ้าไปเถอะประเดี๋ยวพี่จัดการขุดและเก็บให้"
เพียงสองเค่อทุกอย่างก็เป็อันเสร็จสิ้นอวี้จื่อลู่และอวี้เฉิงรุ่ยต่างเดินไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ระหว่างรอให้พี่ใหญ่กลับมาก่อนยื่นกระบอกน้ำไปให้น้องสาวตน "น้องเล็กดื่มน้ำก่อนดูตัวเ้าสิเปื้อนดินไปหมดแล้วพี่บอกแล้วก็ไม่ยอมฟัง"พลางใช้มือหนาปัดเศษดินออกจากชุดนาง
"โถ่!พี่รองก็ข้าอยากช่วยนี่เ้าคะจะได้เสร็จเร็วยิ่งขึ้นหากมีคนช่วยขึ้นมาอีกหนึ่ง"
"..."มันก็จริงอย่างที่นางพูด แต่เขาไม่อยากให้น้องสาวตัวน้อยต้องเหนื่อยจึงทำได้แค่ถอนหายใจ ทว่าไม่ทันได้พูดต่อก็ปรากฏร่างสูงเดินเข้ามา"เป็อย่างไรบ้างพี่ใหญ่ กับดักของน้องเล็กเห็นผลหรือไม่"
"ยิ่งกว่าเห็นผลเสียอีกน้องรอง"
"หมายความว่ายังไง ที่ยิ่งกว่าได้ผล"
"หึหึ" พลางหันไปมองเ้าของกับดัก "น้องเล็กขอบใจเ้ามากจากนี้และอีกหลายวันเราไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกแล้ว ดูนี่สิ"จากนั้นอวี้เหิงเยว่ก็หยิบกระต่ายและไก่ป่าออกมาให้น้องทั้งสองคนดู
"โห พี่ใหญ่ได้มาตั้งหลายตัวเลย"เยอะมากเลยเมื่อก่อนกว่าที่พี่ใหญ่จะล่ามาได้สักตัว ก็นาน ๆ ครั้งถึงจะได้
"ต้องขอบใจน้องเล็กเ้าเสียแล้ว"
"ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะพี่ใหญ่ พี่รอง ไยถึงต้องมาขอบใจข้ากัน"
"หากไม่ใช่กับดักของเ้าป่านนี้คงได้แค่ไก่หรือไม่ก็กระต่ายเพียงหนึ่งถึงสองตัวเท่านั้นหรือไม่ก็อาจจะไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ"
"หมายความว่ายังไงเ้าคะ หรือว่ามีอย่างอื่นอีก"แววตานางเป็ประกายขึ้นทันที
"จริงหรือพี่ใหญ่"
"จริงสิ ข้าเคยโกหกพวกเ้าด้วยหรือ"
ฟังที่พี่ใหญ่พูดก็พร้อมกันส่ายหน้าเพราะคนเบื้องหน้าไม่เคยพูดเล่นหรือโกหกกับน้องอย่างพวกเขา
"ไปเถอะ ประเดี๋ยวจะออกจากป่าติดเย็นเสียก่อน" ทั้งสามมุ่งหน้าไปยังกับดักอีกที่หนึ่งด้วยความรวดเร็วไม่นานก็มาถึงที่หมายและเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าถึงกับปากสั่น พูดติดอ่าง
"นะ...นี่มัน"ไม่รอช้าอวี้จื่อลู่กับอวี้เฉิงรุ่ยะโออกมาเสียงดังลั่นป่าทำเอาเหล่านกน้อยใโผบินหนีทิ้งรังกันเลยทีเดียว
"หมูป่า!!"