Champagne Part
“เอาล่ะถึงโรงเรียนแล้ว เราไปสมัครเรียนกันเถอะ” คนอายุมากกว่าที่ฉันเคารพจอดรถและพูดเสียงเหนื่อยๆเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน ก่อนที่จะหยิบเอกสารต่างๆ ออกมา
“เดี๋ยวหนูไปคนเดียวได้ค่ะ”ฉันคว้าเอกสารที่อยู่ในมือชายวัยกลางคนและฮึดฮัดลงจากรถไป ฉันเดินมาเรื่อยๆ และนึกขึ้นได้ว่าฉันไม่รู้ว่าต้องไปสมัครเรียนที่ไหน นี่สินะ จุดจบของคนอวดดี ฉันมองซ้ายมองขวาและ์ก็เห็นว่าฉันกำลังเดือดร้อน เลยส่งคนมาช่วยฉันฉันปรี่เข้าไปหาคุณลุงภารโรงคนหนึ่งที่กำลังกวาดพื้นอยู่
“ลุงคะพอดีหนูจะมาสมัครเรียน หนูต้องไปที่ไหนหรอคะ”
“นั่นตึกสีเทาๆนั่นเลยหนู ไปห้องธุรการนะ” คุณลุงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร
“ขอบคุณนะคะลุง”หลังจากที่รู้เป้าหมายแล้ว ฉันก็ตรงไปที่ตึกเทาตามที่ลุงภารโรงบอกและก็หาห้องธุรการทันทีฉันเดินหาก็ไม่เจอป้ายห้องธุรการ ไม่เจอป้ายห้องอะไรซักห้อง และในห้องก็ปิดไฟมืดนี่ฉันกำลังถูกฟ้าลงโทษที่ทำตัวไม่น่ารักกับคุณลุงหรอบ้าจริงแล้วจะไปสมัครเรียนที่ไหนล่ะเนี่ยฉันฟุบตัวลงไปนั่งที่บันไดและหันซ้ายหันขวา เผื่อจะเจอใครซักคนที่ช่วยฉันได้และฉันก็เหลือบไปเห็นห้องหนึ่งที่เปิดไฟอยู่ เอาว่ะยังไงก็ต้องลองถามดูฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้นทันที
“คือว่าจะมาสมัครเรียนค่ะ ต้อง...” นี่ฉันตาฝาดไปรึเปล่า มีเื่อุบาทว์แบบนี้อยู่ในโรงเรียนด้วยหรอผู้ชายร่างสูงที่ยอมรับเลยว่าหล่อเอาการที่กำลังหันมามองฉันอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งเอาจริงๆฉันก็ไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นหรอก เพราะผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นบังมิดเลยล่ะแต่ที่รู้ว่าเป็ผู้หญิงหรือมีผู้หญิงอีกคน เพราะว่าฉันเห็นขาเขาไงและชายหญิงอยู่ด้วยกันสองคน ในสภาพที่ปากของผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นเปรอะลิปสติกสีแดงอยู่นี่สิจะให้ฉันคิดดีๆคงเป็ไปไม่ได้ เอาเป็ว่าฉันควรจะออกไปจากตรงนี้ก่อนจะดีกว่า
“เอ่อ...เดี๋ยว ออกไปรอข้างนอกก็ได้ค่ะ” ฉันกำลังหันหลังออกไป แต่หนุ่มหน้าหล่อท่านนั้นหยุดฉันไว้
“ไม่เป็ไรฉันไปเอง” ร่างสูงขาวก็เดินออกไปทำให้ฉันเห็นหน้าผู้หญิงปริศนาอย่างชัดเจน ว้าววว เธอสวยมาก เข้ากันสุดๆผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย คู่กันอย่างกับ ซักคิวบัสและอินคิวบัส เอิ่มมมนี่ฉันเปรียบเทียบแรงเกินไปรึเปล่านะ
“เอ่อ..ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะเราเป็แฟนกันน่ะ” ร่างผอมเรียวพูดอย่างเขินๆไม่ต้องเขินกันแล้วมั้งกล้าทำเื่แบบนี้ในโรงเรียน ในสถานที่ราชการ
“ฮ่าๆๆ...ค่ะไม่เป็ไรเลยค่ะ” ฉันหัวเราะแห้งๆออกไป
“เอ่อ..ขอร้องอย่าเอาเื่นี้ไปบอกใครนะคะไม่งั้นโดนไล่ออกแน่ๆเลย” ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล นี่เขากังวลเื่นี้อยู่สินะมันก็คงจะเป็เื่ที่น่ากังวลอยู่หรอก
“ไม่ต้องห่วงนะคะหนูจะไม่เอาเื่นี้ไปบอกกับใคร” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นเพราะยังไงเื่นี้มันก็ไม่ใช่เื่ของฉันอยู่แล้ว
“ขอบคุณนะจ๊ะพูดแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย แล้วนี่มาทำอะไรจ๊ะ”
“อ๋อ..พอดีหนูจะมาสมัครเรียนค่ะแต่หนูหาห้องธุรการไม่เจอ” ได้เข้าเื่ซักทีนะ นึกว่าวันนี้จะไม่ได้สมัครเรียนซะแล้วเชียว
“พอดีเลยนี่คือห้องธุรการค่ะ”
“ฮ่าๆๆๆห้องธุรการอยู่นี่เองสินะ หนูนี่นะมาสมัครเรียนได้ถูกจังหวะจริงๆ ฮ่าๆๆ”ฉันขำแห้งและตอบเขา มาได้ถูกเวลาจริงๆเลยแชมเปญ มาตอนที่คนเขากำลังเข้าได้เข้าเข็ม
“งั้นก็ขอแนะนำตัวก่อนเลยแล้วกันนะอาจารย์ชื่อ ซินเทียค่ะ สอนวิชาสังคม และเป็อาจารย์ฝ่ายวิชาการด้วย”
“แล้วหนูจะ..สมัครเรียน...”จะดูเสียมารยาทไหมนะ ถ้าไม่แนะนำตัว แต่ยังไงก็ช่างเขาก็ต้องรู้จักฉันอยู่ดีตอนอ่านประวัติของฉันน่ะ
“อ๋อเอาสิ...กรอกตรงนี้เลยนะ”และแล้วก็ได้สมัครเรียนจริงๆซักที แหม่ กินเวลาไปนานเลยนะกับการสมัครเรียนครั้งนี้
หลังจากที่ฉันสมัครเรียนเสร็จระหว่างทางที่เดินไปที่รถของคุณลุง ก็เจอเข้ากับผู้ชายหน้าหล่อเ้าของร่างสมส่วนคนนั้นยืนพิงรถบิ๊กไบค์คันโตดูดบุหรี่อยู่บ้าจริง ตา หู จมูก ปาก ที่ดูเข้ากันดีกับโครงหน้า บวกกันทรงผมสีเทาควันบุหรี่เข้มแสกกลางที่ไถผมด้านในซ้ายขวาออกให้เกรียนนิดหน่อยจนถึงด้านหลัง ให้ผมยาว้าลงมาปิดทุกอย่างบนตัวเขาดูสมมาตรไปหมดมันจะมีคนที่หล่อขนาดนี้อยู่บนโลกจริงๆหรอ อิจฉาอาจารย์ซินเทียชะมัดมีแฟนหล่อขนาดนี้ ฉันชื่นชมความหล่อเหลาของเขาได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวกว่ากำลังโดนแทะโลมทางสายตาอยู่เขาหันมามองฉัน ฉันรีบหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาปิดหน้าและรีบเดินดุ่มๆไปขึ้นรถคุณลุงทันที
“เปญหนูเป็ไรรึเปล่า” คนอายุมากกว่าหันมาถามฉัน พร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่างกายฉัน
“ไม่บอกค่ะเหมือนที่ลุงกับพี่ไวน์เลือกที่จะไม่บอกหนู ไม่อธิบายอะไรให้หนูฟัง”โอกาสทองของฉันมาถึงแล้วสินะ เล่นขนาดนี้ต้องบอกอะไรฉันบ้างแล้วแหละ
“ปากแข็งกล้าต่อรองได้แบบนี้ แสดงว่าไม่เป็อะไรมากสินะ” ห๊ะ ตรรกะไหนของคุณลุงกันเนี่ย ร่างหนาวัยกลางคนทำหน้าสบายใจและพอใจก่อนที่จะออกรถไป พอมาถึงคอนโด ฉันก็ต้องอยู่คนเดียว คุณลุงออกไปข้างนอกส่วนพี่ไวน์ก็ต้องไปสมัครเรียนที่มหาลัยใหม่ต้องมาอยู่คนเดียวกับเหตุการณ์บัดสีที่เพิ่งเจอมา มันช่าง...บ้าจริงฉันสลัดผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นออกจากหัวไม่ได้เลย ไม่ได้การล่ะฉันว่าฉันต้องดื่มอะไรซักหน่อยฉันเดินไปที่ครัวกะว่าจะเทน้ำดื่ม ขณะที่ฉันเทน้ำอยู่ฉันกลับเทน้ำหก
“แชมเปญหนูเหม่ออะไรอ่ะ พี่เห็นหนูยืนเหม่อมาซักพักล่ะ”เสียงของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็พี่ฉันเอง พูดขึ้นอย่างเป็ห่วงหลังจากเห็นว่าฉันยืนเหม่ออยู่นาน
“หนูไม่บอก ก็เพราะทั้งคุณลุงและพี่ไม่มีใครบอกเื่พ่อแม่ให้หนูฟังซักคน”พอพูดเื่นี้ทีไร หงุดหงิดชะมัดเลย ฉันเดินหนีอีกฝ่ายเข้าห้องไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปดู วันนั้นทั้งวันฉันพยายามที่จะติดต่อพ่อกับแม่ทุกช่องทางที่ทำได้ แต่ก็ไม่เกิดผลอะไรเลยไม่มีใครรับสายซักคน หรือว่าฉันต้องแจ้งความคนหาย ใช่ฉันต้องโทรหาตำรวจหลังจากที่หาทางได้ฉันเลยโทรหาตำรวจทันที
ตู๊ดดด ~ตู๊ดดดด แกร๊กก
“สวัสดีค่ะ ที่นี่191มีเหตุอะไรแจ้งรึเปล่าคะ” ปลายสายรับแล้วทักขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ
“สวัสดีค่ะคุณตำรวจ”ฉันกล่าวสวัสดีไปอย่างลุกลี้ลุกลน ก็..ฉันเพิ่งเคยคุยกับตำรวจครั้งแรกและก็ไม่คิดไม่ฝันด้วยว่าจะต้องแจ้งความคนหาย
“คือว่าฉันจะ...” ฉันพูดยังไม่จบประโยคด้วยซ้ำพี่ชายตัวดีของฉันก็เข้ามาในห้อง
“แชมเปญ หนูกำลังทำอะไรครับ” ร่างหนาพูดด้วยน้ำเสียงเ็าที่พาฉันเสียวสันหลังวาบแต่ถ้าคนอื่นได้ยิน คงคิดว่าเสียงนี้น่าเอ็นดูมากกว่าน่ากลัว
“พี่ขอโทรศัพท์ด้วยครับ”ความรู้สึกเย็นวาบนี่มาอีกแล้ว ฉันค่อยๆยื่นโทรศัพท์ไปให้ร่างสูงกว่าช้าๆบ้าจริงไอ้มือไม่รักดี
“ขอโทษด้วยนะครับคุณตำรวจที่น้องสาวผมโทรไปรบกวนวันหลังผมจะคุมน้องสาวผมให้ดีกว่านี้” หลังจากพูดจบ พี่ชายตัวดีของฉันก็วางสายไป ร่างหนาคืนโทรศัพท์ให้ฉันและเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
“กวนหรอ?พี่ไวน์หนูไม่ได้กวนเขานะคะ พ่อกับแม่หายไปเกิน 24 ชม. แล้ว เราควรจะแจ้งความสิคะ”ฉันเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นและอธิบายให้เขาฟัง จนในที่สุดเขาหยุดเดิน
“แจ้งความหรอหนู ต่อให้หนูไปแจ้งความคนหายทุกสน. พ่อกับแม่ก็ไม่กลับมาหาเราหรอก” และแล้วความอดทนของพี่ชายสุดที่รักก็ถึงขีดจำกัดเขาตะหวาดใส่ฉัน นั่นคือการกระทำที่เขาไม่เคยทำมาก่อนแต่ว่าเื่ที่พี่ไวน์พูดหมายความว่าอะไรกัน คงไม่ใช่เื่ที่ฉันคิดหรอกนะ
“พ่อกับแม่ทิ้งเราไปแล้วหรอคะเขาไปเริ่มชีวิตใหม่กันสองคนแล้วหรอ เขาไม่รักเราแล้วหรอคะ” ดวงตาฉันเริ่มร้อนผ่าวน้ำสีใสๆเริ่มไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้าง บ้าจริงนี่ฉันกำลังร้องไห้หรอว่าจะไม่ร้องแล้วเชียว
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่นะหนู ชู่วววฟังพี่นะคนเก่ง” ร่างสูงอันอบอุ่นกอดฉันด้วยอ้อมแขนอบอุ่น ใช้นิ้วเรียวปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มออกอย่างแ่เบาและอ่อนโยน
“พ่อกับแม่รักเรา ท่านรักเรามากพี่อยากให้หนูจำไว้ อย่าเอาความคิดที่ว่าท่านทั้งสองไม่รักเรามาใส่หัวเด็ดขาดนะ”ฉันพยักหน้างึกๆ
“พี่อยากอยู่เป็เพื่อนหนูนะคะแต่พี่ต้องเอาเอกสารไปให้ทางมหาลัยก่อน หนูจะไปกับพี่ไหม?” ร่างสูงระหงส์ถามฉันด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวลละมุนละไม
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้”ฉันตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นเครือ
“โอเค เอางั้นก็ได้เดี๋ยวคุณลุงก็กลับมาแล้วแปบเดียว เดี๋ยวอีกแปบพี่กลับโอเคนะ”ฉันพยักหน้าให้เป็คำตอบ หลังจากรู้คำตอบแล้ว ร่างที่คุ้นเคยก็รีบคว้ากุญแจรถออกไปทันที
ในเมื่อพ่อกับแม่รักเราทั้งสองคนแล้วตอนนี้พ่อกับแม่อยู่ไหนนะ หรือว่าพ่อกับแม่อยู่ที่โรงแรมของบ้านเราถ้าเราลองโทรไปจะเป็ไรไหมนะ ฉันเดินไปมา ครุ่นคิดอยู่หลายรอบ
“ลองโทรไปดีกว่า”และฉันก็ตัดสินใจได้ ฉันพูดออกมาเบาๆกับตัวเอง แต่ความคิดนั้นก็ต้องดับลงไปเพราะบุคคลที่สามที่โผล่เข้ามาห้ามไว้
“ไม่ได้หนูจะโทรหาทางโรงแรมของเราไม่ได้” ฉันหันไปตามเสียง ก็เจอกับชายวัยกลางคนที่ฉันเคารพยืนทำหน้าบึ้งตึงยืนพิงอยู่ตรงประตูนี่เขาอ่านความคิดคนออกด้วยหรอ เขาเป็คนรึเปล่าหรือว่าเขาเป็มนุษย์ต่างดาว
“เมื้อกี้ลุงสวนกับพี่ไวน์ของหนูข้างหน้าห้องไวน์บอกลุงหมดแล้วว่าหนูโทรหาตำรวจแต่ไวน์ไม่ได้ยินหนูคุยกับคุณน้ำฝ่ายบุคคลโรงแรมของเรา ซึ่งหนูมีเบอร์เขาคนเดียวงั้นก็แสดงว่าคนที่หนูกำลังโทรหาเมื่อกี้คือคุณน้ำ ใช่ไหม หรือว่าลุงเข้าใจผิดขอให้ลุงเข้าใจผิดทีเถอะ” สมกับตำแหน่งเลขาคุณพ่อจริงๆ ไม่เคยทำงานพลาดไม่เคยโดนติเตียน มองการไกล
“เงียบแบบนี้แสดงว่าลุงคิดถูกสินะถ้าเป็แบบนั้นลุงขอห้ามไม่ให้หนูพยายามหาคุณท่านทั้งสอง ด้วยวิธีใดๆก็ตาม ตอนนี้หนูเป็เด็กในการปกครองของลุงแล้วถ้าหนูดื้อ ไม่ยอมทำตามลุง ลุงจะลงโทษหนูเสมือนคนงานคนหนึ่ง” ชายอายุมากกว่าที่ฉันเคารพรักเขาเหมือนลุงแท้ๆพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเอาจริง ใจดำชะมัด
“คุณลุงใจร้าย ทำนู่นก็ไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ สั่งหนูอย่างเดียว ไม่อธิบายอะไรให้หนูฟังซักคำ” ฉันพูดเสียงดังใส่ร่างหนาด้วยน้ำสีหน้าที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหงุดหงิดฉันเดินหนีเข้าห้อง คิดว่าจะไม่ออกไปจากห้องให้ใครเจอหน้าเลยซักคนฉันอยู่ในห้องซักพักใหญ่ๆ จนกระทั่ง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“หนูคะออกมาคุยกับพี่หน่อยสิคนเก่ง” พี่ชายคนเดียวของฉัน เรียกฉันด้วยน้ำเสียงใจดีดูอบอุ่นฉันไม่ออกไปข้างนอกเลยั้แ่ฟ้ายังไม่มืดตอนนี้ฟ้ามืดสนิทจนเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า ฉันยังคงเงียบไม่ขานอะไรกลับไป
“หนูพี่รู้นะว่าหนูกำลัง...”ฉันไม่รอให้คนที่อยู่อีกฝั่งของประตูได้พูดจนจบประโยคเดินไปเปิดเพลงที่ลำโพงให้ดังที่สุดเสียงดังทั่วห้องจนกลบเสียงของพี่ไวน์จนฉันไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงเพลงฉันปล่อยเวลาผ่านไปซักพักใหญ่ๆแล้วก็ปิดเพลงลง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“แชมเปญ หนูต้องกินอะไรบ้างนะลุงวางไว้หน้าห้องนะ” คราวนี้เป็เสียงของคุณลุง ฉันที่นั่งพิงประตูห้องอยู่ััได้ว่าคุณลุงก็นั่งพิงประตูห้องอีกฝั่งเหมือนกัน
“เห้ออ ลุงก็ลำบากใจนะที่ต้องบังคับให้หนูทำนู่นทำนี่ แต่...” ฉันลุกไปเปิดเพลงอีกครั้งฉันเคยได้ยินมาว่า คำพูดของคนเราทุกคำ ถ้ามีคำว่า ‘แต่’คำก่อนหน้าจะไม่มีความหมายอะไรเลย
วันต่อมา
09.00 น.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เปญ ลุงกับพี่หนูออกไปข้างนอกนะ”
ฉันงัวเงีย สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูและเสียงของชายวัยกลางคนบวกกับความหิวนิดๆ เพราะกระเพาะน้อยๆของฉันเริ่มประท้วงแล้ว ขอโทษนะจ๊ะกระเพาะจ๋าฉันไม่น่าปล่อยให้แกหิวเลย ฉันใช้สมองอันน้อยนิดคิดวิธีออกไปกินข้าวยังไงไม่ให้คนจับได้ฉันเลยใช้จังหวะที่คนไม่อยู่บ้านแอบย่องออกไปกินข้าว ทำตัวเป็โจรในบ้านของตัวเองฉลาดจริงๆแชมเปญ I’m so proudof myself มันใช่เื่ที่น่าภูมิใจไหมเนี่ย -_-
ฉันเดินมาดูกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะทานข้าวหื้มมมม มีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลย รอดตายแล้วสินะเรากระเพาะฉันจะได้กินของอร่อยแล้ว ฉันเดินไปตักข้าว ฉันนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่ได้กินข้าว 1 มื้อ ความรู้สึกเหมือนไม่ได้กินเป็ปีฉันกินแบบไม่สนด้วยซ้ำว่าในห้องนี้ที่ฉันคิดว่าไม่มีใครอยู่แล้ว กลับมีคนหนึ่งที่แอบซุ่มดูฉันอยู่
“อ่ะแฮ่มม!!”ฉันวางช้อนส้อมทันที และทำหน้าบึ้งตึงโดยอัตโนมัติหันไปมองทางต้นเสียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง ตลกตัวเองชะมัด นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่
“ลุงแค่มาเอาเอกสารกำลังจะไปแล้ว” ฉันเห็นร่างใหญ่ที่ฉันเคารพยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโอ๊ยยย นี่ฉันทำอะไรลงไป แล้วถ้าฉันงอนเขาต่อ เขาจะเชื่อฉันไหมล่ะทีนี้ หลังจากที่ร่างหนาวัยกลางคนออกไปแล้วฉันที่ไม่มีอารมณ์กินข้าวต่อก็กลับเข้าห้องล็อคประตู จนกระทั่งตอนมืด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ครั้งนี้มาแค่เสียงเคาะประตูไม่มีเสียงพูดขึ้นมา ฉันเดินไปดูที่ประตู ก็เห็นแผ่นโน้ตสีขาวที่อยู่ตรงพื้นดูเหมือนถูกส่งมาจากอีกฟากของประตูผ่านช่องประตูเข้ามา ฉันก้มไปหยิบขึ้นมาอ่าน ‘พรุ่งนี้เรียนวันแรกลุงเอาชุดที่สั่งตัดไว้หน้าห้องนะ’ฉันออกไปดูก็เจอกับชุดนักเรียนใหม่ของฉันถูกแขวนไว้ที่ลูกบิดประตู
ช่องทางการลงนิยายของไรท์
ReadAwrite : Darby.writer
Tunwalai : Darby
Kawebook : Darby
Joylada : Darby
Fictionlog : Darby
Dek-D : Darbywriter
ฝากติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ