อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 34

    แม่บ้านมุกนวลทำให้คุณปลายนภาไว้วางใจถึงขนาดที่เรื่องบางเรื่องแม่บ้านมุกนวลคนนี้ก็รับรู้และช่วยคุณปลายนภาแก้ปัญหามาแล้วมากต่อมากนั่นจึงทำให้สองบ่าวนายสนิทสนมพอที่จะเก็บความลับและพร้อมที่จะขจัดตัวปัญหาออกไปจากชีวิตของคุณปลายนภา!!เมื่อเนตรนภาได้ยินคำพูดสะกิดและเตือนสติของแม่บ้านมุกนวลหญิงสาวก็อ้อมแอ้มเผยความในใจ

                    “คือ..เนตรกับเพื่อนในคณะโดนผีที่มหาวิทยาลัยหลอกค่ะ!” สิ้นคำบอกเล่าคุณปลายนภาแผดเสียงหัวเราะราวกับว่าเรื่องตลกทั้งประเทศมารวมอยู่ในคำพูดของผู้เป็นลูกสาวคนเดียวของเธอทำเอาแม่บ้านมุกนวลต้องขึงตานิดๆ ใส่ผู้เป็นนายตนและนั่นก็ทำให้เนตรนภาหุบปากสนิทอีกคราด้วยความเสียหน้า ส่วนคุณปลายนภาน่ะเหรอเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพลาดพลาดที่ทำให้ลูกสาวคนเดียวเกิดความไม่ไว้วางใจที่จะเล่าปัญหาให้ฟังอีก..

                    “เห็นไหมล่ะก็เนตรบอกแล้วว่าคุณแม่ไม่เชื่อเนตร เรื่องนี้คงจะมีแต่พี่อลินเท่านั้นที่พอให้คำปรึกษาเนตรได้..” เนตรนภาพูดโพล่งโดยไม่สังเกตเลยว่าผู้เป็นแม่กำช้อนส้อมแน่นเนื่องจากไม่พอใจที่เนตรนภาพูดอวยอลินตาต่อหน้าตัวเอง คุณปลายนภาตวาดบุตรสาวด้วยน้ำเสียงดุกราดอย่างที่เนตรนภาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

                    “ใครบอกว่าฉันไม่เชื่อแกนังอลินมันเป็นแม่แกเหรอแกถึงเลือกปรึกษามันไม่เลือกฉัน..” น้ำเสียงดุดันเกรี้ยวกราดราวกับเป็นคนละคนเนตรนภาชะงัก แม่บ้านมุกนวลเองก็ชะงักไม่ต่างไปจากเนตรนภาความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ จนคุณปลายนภาเริ่มรู้สึกตัวและสายตาเขม็งของแม่บ้านมุกนวลที่ตวัดกลับมามองคุณปลายนภานายของตัวเองอีกครั้งอย่างไม่พอใจแต่ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา เด็กรับใช้ในบ้านก็เข้ามารายงานคุณปลายนภาด้วยความนอบน้อม

                    “คุณปลายนภาคะคุณพิศเพลินพิศสมัยมาขอเข้าพบ ตอนนี้อยู่ในห้องรับแขกค่ะ” คราวนี้สติของคุณปลายนภาเริ่มบินกลับมาสู่สมองตนอีกครั้งสาวใหญ่รู้สึกไม่ค่อยดีที่แสดงกิริยาอาการอันเป็นธาตุแท้ของตนออกมาต่อหน้าบุตรสาวคุณปลายนภาละล้าละลังเพราะเป็นห่วงเนตรนภาที่เมื่อกี้ตัวเองเผลอเกรี้ยวกราดออกไปอย่างไม่น่าให้อภัยซึ่งกิริยานี้ไม่ควรจะให้ใครได้พบเห็นแต่กลับเป็นบุตรสาวที่ตนรักได้เห็นเต็มตาขณะที่คุณปลายนภากำลังคิดไม่ตก แม่บ้านมุกนวลก็รีบชิ่งพูดตัดหน้า

                    “คุณปลายนภาไปพบคุณพิศเพลินพิศสมัยเถอะค่ะมาเช้าแบบนี้สงสัยจะมีธุระสำคัญแน่ๆ ทางด้านนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะเดี๋ยวมุกนวลจัดการให้เองค่ะ” แต่กระนั้นก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะเนตรนภาลุกจากโต๊ะอาหารไปด้วยความน้อยใจที่โดนแม่ดุทั้งที่ตนไม่มีความผิดอะไรคุณปลายนภาได้แต่อ้อมแอ้มเรียกบุตรสาว

                    “เนตร...” แม่บ้านมุกนวลรีบส่ายศีรษะห้ามคุณเนตรนภาอีกครั้ง ก่อนจะพูดเสียงหนัก

                    “ไปพบคุณพิศเพลินพิศสมัยเถอะค่ะ...”นั่นแหละคุณปลายนภาถึงยอมรามือ และเดินออกไปพบเพื่อนรักต่างวัยส่วนแม่บ้านมุกนวลก็ค่อยๆ เดินตามเนตรนภาออกจากห้องอาหารไป

                    ขณะเดียวกันในภพอดีตบริเวณหน้าเรือนของสัปเหร่ออุ่นพรหมชายหนุ่มทุกคนพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภูแสน โหรหลวงหนานเมืองอินทร์สัปเหร่ออุ่นพรหม ชัยยันต์ และอวยชัย หนุ่มทั้งห้าแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมด้วยย่ามสำหรับใส่ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นทุกคนยืนบ้าง เดินบ้างส่วนสัปเหร่ออุ่นพรหมกับหนานเมืองอินทร์นั่งจิบน้ำร้อนบนแคร่ เพื่อรออลินตา สักพักก็ปรากฏว่าเสียงหวานใสแต่มีแววเสียงแห่งความมั่นอกมั่นใจก็ดังขึ้นทางด้านรั้วหน้าเรือนของสัปเหร่ออุ่นพรหม

                    “ยืนคอยใครอยู่คะฉันพร้อมตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันด้วยซ้ำ นี่ก็เพิ่งจะกลับจากไปปลุกไก่มา แหม..ไก่บ้านลุงอุ่นพรหมขี้เกียจชะมัด...” อลินตาปรากฏตัวอยู่ในชุดชาวดอยไม่มีเป้ ไม่มีย่ามใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ก๋วยที่สะพายด้านหลัง ศีรษะโพกพันผ้าเรียบร้อยเผยให้เห็นใบหน้าขาวนวลรูปไข่สวยเก๋ไปอีกแบบ

                    เจ้าภูแสนหรี่ตามองแม้ว่าชุดที่เจ้าหล่อนใส่จะดูทะมัดทะแมง แต่มันก็ดูไม่คุ้นตาอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงเวลาที่เคยรู้จักแพงอรนั้นเขาไม่เคยเห็นแพงพรแต่งตัวแบบนี้เลยสักครั้งมันดูไม่เป็นแม่หญิงที่เรียบร้อยศรีเรือนเอาซะเลย ดูเป็นผีเรือนมากกว่า

                    “แต่งตัวอะไรแบบนั้นดูยากจริง ยังกับไม่ใช่แม่หญิง” อลินตายกมือไหว้หนานเมืองอินทร์แต่หันมาหรี่ตามองเจ้าภูแสน แล้วยิ้มๆเจ้าภูแสนเห็นรอยยิ้มแกมเยาะเช่นนั้นก็เริ่มยืนโอนเอน ไม่มั่นใจในตนเองอย่างน้อยแพงอรก็ไม่เคยมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ แพงอรมีแต่รอยยิ้มที่อ่อนหวานแต่แม่คนนี้ยิ้มทีไรเหมือนจะมีเรื่องต้องให้เยาะเขาได้ทุกทีสิน่าและก็เป็นดังคาดอลินตาไม่ได้ยิ้มอย่างเดียว

                    “เดี๋ยวนะคะเจ้าก่อนจะคอมเมนท์ฉันเจ้าน่ะแต่งตัวอะไรก่อน?” เจ้าภูแสนมองสำรวจตัวเองแล้วแอบเหล่ตาไปมองอวยชัย และชัยยันต์เพราะสองคนนั้นเป็นคนออกแบบการแต่งตัวเข้าป่าในครั้งนี้ซึ่งอยู่ในธีมอำพรางห้ามมิให้ใครรู้ว่าเจ้าภูแสนเป็นใคร และเมื่อเจ้าภูแสนปรายตามามองไปทางอวยชัยและชัยยันตร์สองคนสนิทก็หลบตาวูบทันที อลินตาเดินช้าๆ รอบตัวเจ้าภูแสนคล้ายสำรวจก่อนพูด

                    “โพกผ้าบนศีรษะเหมือนชาวเหนือแต่สวมเสื้อเหมือนพวกตะวันตก เอ๊าพอมองท่อนล่างดันนุ่งห่มไปเหมือนบุรุษชาวสยามประเทศแต่.. ที่สำคัญมันพีคตรงไหนไหมคะเจ้า..?” อลินตาหยุดแล้วชี้มือไปที่รองเท้าซึ่งมีลักษณะคล้ายรองเท้าคนจีน แต่มันดันมีจะงอยหงอน ตรงปลายรองเท้านี่สิอลินตาส่ายหน้าไปมา

                    “พีคตรงรองเท้าอาละดินของเจ้านี่ล่ะค่ะ..ฉันคิดว่าใครก็ตามที่ดีไซน์การแต่งตัวให้เจ้า คงต้องเข้าคอสออกแบบเสื้อผ้าใหม่นะคะ”อลินตาพูดพลางหันไปขยิบตาปิ๊งข้างเดียวให้กับสองคนสนิทของเจ้าภูแสนสองคนนั้นก็แอบขำตามอลินตาไปด้วย ทั้งชัยยันต์และอวยชัยเริ่มมีความไว้วางใจและสนิทใจให้อลินตามากขึ้นทุกขณะ

                    เจ้าภูแสนยืนเก้อเขินไม่กล้ามองตัวเองอีกเลยมันจริงอย่างที่อลินตาว่าเสียด้วยสิซึ่งอันที่จริงเจ้าภูแสนก็รู้สึกอยู่เหมือนกันตั้งแต่ทีแรกว่าสององครักษ์เลือกเสื้อผ้าแต่งตัวให้เขาออกจะประหลาดไปหรือเปล่าแต่ก็นึกทอดถอนใจว่าพวกมนุษย์มักทำเรื่องให้ยุ่งยากแม้แต่การแต่งตัวช่างน่าเบื่อที่สุดแล้วก็แอบคิดว่าไม่น่าไปบ่นเรื่องรสนิยมการแต่งตัวของอลินตาเลย เป็นไงล่ะทีนี้โดนชำแหละการแต่งตัวของตัวเองขึ้นมาก็อดจะเขินอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียประเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ อลินตายังไม่ยอมหยุดบังอาจมาวิจารณ์การแต่งตัวของผู้หญิงเช่นเธอ

     

                   “ชุดที่ฉันใส่อยู่เหมาะกับการเดินทาง และเหมาะกับยุคสมัยนี้ที่สุดหรือจะให้ฉันตะแบงชุดรามเกียรติ์ขึ้นเขาไปล่ะ ถ้าต้องการฉันก็จัดให้ได้นะแต่เจ้าต้องช่วยฉันหิ้วหัวหนุมานตอนปีนเขาด้วย เอาไหม..?” แม่ฟาดกลับเจ้าภูแสนไม่ยั้งจนสัปเหร่ออุ่นพรหมที่นั่งจิบน้ำร้อนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนเผลอแอบยิ้มออกมาไม่ได้ มีเพียงโหรหนานเมืองอินทร์ที่มองอลินตานิ่งๆ ก่อนจะถาม

                    “ไปไหนมาแต่เช้า?”ใครจะรู้ว่าเธอไปทำวัตรเช้าที่วัดมาอลินตาชอบมากกับบรรยากาศการทำวัตรในช่วงเช้าของพระสงฆ์โดยเฉพาะพระสงฆ์สมัยโบราณนานกว่าร้อยปีที่นั่นมีพระสงฆ์ แม่ชี อุบาสก อุบาสิกามาทำวัตรเช้าพร้อมกันและอลินตาก็ได้เห็นว่าคนเข้าวัดนี่มาตรฐานเดียวกันหมดไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดนั่นคือรอให้ชราวัยก่อนถึงจะพากันเข้าวัด อลินตาไม่ได้ตอบคำถาม แต่...

                    “โหรหลวงก็เหมือนกันนอนดึกเพราะมายืนจับผิดฉันเกือบค่อนคืนแล้วยังตื่นเช้าได้อีกนะคะ” ต้นตระกูลหมอผีและทายาทมองหน้ากัน ชิ้ง.. ขวับ.. กินกันไม่ลงสินะในเรื่องความเก่งกาจด้านไสยเวทย์หนานเมืองอินทร์แอบคิดในใจไม่ใช่เล่นเลยนะแม่คนนี้รู้ด้วยเหรอเนี่ยว่ามาเฝ้าจับตาตั้งแต่เมื่อคืน อลินตาเองก็ไม่คิดว่าต้นตระกูลของเธอจะธรรมดาเพราะดูแล้วเป็นคนช่างสังเกตรายละเอียดทุกอย่างที่ผ่านตาไม่ปล่อยผ่านโดยง่าย

                    “ไปเถอะเดี๋ยวจะสายถ้ำที่จะไปไม่ใช่ใกล้ๆ อาจต้องพักค้างกันกลางป่าด้วย” หนานเมืองอินทร์พูดขึ้นดูเป็นงานเป็นการที่สุดในหมู่คณะ นอกนั้นสามัคคีคือพัง รวมกันตายหมู่จ้า...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน