“นี่แกจะอายุสามสิบปีแล้วนะ อวี่เอ๋อร์… แกไม่มีแม้แต่เงาผู้ชายสักคนจะมาดูใจ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง?”
เสียงบ่นจากหลิวซื่อผู้เป็แม่กระแทกเข้ามาในหัว เหมือนเสียงเตือนจากเครื่องมือจับเท็จที่ดังขึ้นมา มือที่เลื่อนเมาส์อยู่หยุดชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนเ้าตัวจะระบายลมหายใจยาวเหยียด
“คดีคนหายหนูยังปิดไม่ได้เลยแม่...” เสียงตอบนิ่ง ๆ ของไป๋เหยียนอวี่ลอดออกมาจากริมฝีปากบาง นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบา ๆ ขณะสายตายังคงจดจ่ออยู่กับจอภาพ ภาพจากกล้องวงจรปิดในคอนโดเปิดใหม่ย่านฝั่งตะวันออกของปักกิ่ง ที่ตอนนี้หญิงสาวรายหนึ่งตอนนี้หายหัวไปโดยที่ไม่มีใครพบ
“แฟนอะไรหนูไม่มีเวลาหาหรอกค่ะ คดีอุ้มฆ่ารายนี้เชื่อมโยงไปฆาตกรที่ฆ่านักเขียน 'ไป๋ลั่วเฟิง' ที่งานหนังสือ หนูตั้งใจจะลากคอคนร้ายที่เหี้ยมโหดออกมาจากที่ซ่อนให้ได้”
ผู้เป็แม่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา ข่าวนี้เป็ข่าวดังมากสถานีโทรทัศน์รายงานข่าวแทบทุกช่อง
“แม่ละสงสารนักเขียนคนนั้นจริง ๆ …ช่างโชคร้ายเสียเหลือเกิน โดนฆ่าเพราะเื่อะไรก็ไม่รู้”
ไป๋เหยียนอวี่เหลือบตาออกจากจอ กลอกตานิด ๆ “โชคร้ายหรือคะ? หนูเคยอ่านนิยายของเธอแล้วตอนสืบสวนคดี แม่รู้ไหม คนอะไรเขียนตอนจบหดหู่ขนาดนั้น พระเอกตาย นายเอกก็โดนฮาเรมยื้อแย่งกันเหมือนของลดราคา สมควรแล้วที่จะโดนแฟนคลับด่ายับ”
“อ้าว แกนี่นะ…พูดให้มันดีๆ หน่อย” คุณนายหลิวถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ถึงแม้นักเขียนจะเขียนจบแบบปวดตับยังไง แต่มันก็เป็แค่เื่แต่ง คนจริง ๆ น่ะตายไปแล้วนะ แกก็พูดจาให้เกียรติเขาหน่อย เดี๋ยวก็โดนแช่งให้ไปติดอยู่ในโลกแฟนตาซีแบบนั้นกับเขาบ้าง จะได้รู้รสชาติ”
ไป๋เหยียนอวี่ชะงัก ก่อนจะประชดแม่กลับด้วยประโยคสุดเจ็บจี๊ด
“ไร้สาระค่ะ แม่… ใครที่ไหนจะไปเกิดใหม่ในโลกนิยายกันเล่า นี่มันศตวรรษที่เท่าไหร่แล้วค่ะ?”
สายตาเธอกลับไปจดจ่อกับจอภาพอีกครั้ง ภาพซูมไปที่มุมมืดของลิฟต์ ร่างคนร้ายปรากฏในเงา เป็คนเดียวกับฆาตกรที่ฆ่านักเขียนไป๋ลั่วเฟิง เสี้ยวหน้าชัดเจนพอให้รอยยิ้มเยือกเย็นแต้มขึ้นที่มุมปากเธอ
“หนูไม่มีเวลาไปท่องโลกนิยายหรอก แม้แต่เวลาหาแฟนหนูยังไม่มีเลย หนูขอปิดคดีนี้ให้จบก่อนนะคะแม่”
ผู้เป็แม่ได้ยินแล้วก็โมโหขึ้นมาทันที “ถ้าแกไม่มีเวลาหาแฟน งั้นก็ไปดูดวงกับแม่ หมอดูเ้านี้เขาดังมากนะ คนแถวนี้บอกว่าทำนายแม่นสุด ๆ”
คุณนายหลิวว่าอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะเอียงตัวมาหาลูกสาว กระซิบเสียงเบา
“เขาว่าชะตาแกน่ะ…ใกล้ถึงคราวพลิกผันแล้วอวี่เอ๋อร์ แกระวังตัวหน่อยก็ไม่เสียหายนะ”
ไป๋เหยียนอวี่กะพริบตาช้า ๆ ปลายนิ้วกดหยุดภาพบนหน้าจออย่างนิ่งสงบ
“พลิกผันเหรอคะ…คดีที่ปักกิ่งยังปิดไม่ได้ แม่ยังจะให้หนูวิ่งไปหาหมอดูอีก”
“คดีมันก็เื่ของแก แต่แต่งงานนี่เื่ของแม่ ไม่แน่นะ... เนื้อคู่ของแกอาจจะอยู่ไกล หรือไม่อาจไม่ใช่คนบนโลกนี้ก็ได้”
ไป๋เหยียนอวี่เงยหน้าขึ้นจากจอภาพทันที “ขอโทษนะคะ? แม่พูดเหมือนคนรักของหนูเป็มนุษย์ต่างดาวเลย”
คุณนายหลิวขมวดคิ้ว มือเท้าเอวด้วยท่าทีไม่พอใจ “แกจะเถียงแม่ทุกคำเลยใช่มั้ย? อายุป่านนี้แล้ว ยังไม่คิดจะลงหลักปักฐาน แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานเสียที”
หญิงสาวถอนหายใจยาวอย่างคนเริ่มหมดแรงเถียง เธอรู้ดีว่าถ้าไม่ตามใจมารดาเสียตอนนี้ เื่คงจะไม่จบง่าย ๆ เหมือนคดีวนลูปที่ไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน และไม่มีวันปิดได้เสียที
“โอเคค่ะ...แม่” เธอยกมือขึ้นยอมแพ้เบา ๆ “พรุ่งนี้หนูจะไปดูหมอกับแม่ก็ได้”
ยังไม่ทันจบประโยคดี หลิวซื่อก็ยิ้มกว้างเสียจนตาหยีสีหน้าดีใจราวกับลูกสาวเพิ่งประกาศจะแต่งงานจริง ๆ
“เออ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าลูกแม่”
จากนั้นผู้เป็มารดาก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับทันที “พรุ่งนี้แกมารับแม่ที่บ้านนะ” ว่าจบผู้เป็แม่ก็เดินออกจากห้องไปทันที โดยที่หญิงสาวไม่ทันได้เอ่ยห้าม
ไป๋เหยียนอวี่ส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ คว้าแฟ้มสืบสวนในมือตัวเอง เตรียมออกไปทำงานต่อ
เธอไม่รู้เลยว่า... แค่ “ตามใจแม่” ในวันพรุ่งนี้ จะกลายเป็จุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่ไม่มีวันหวนกลับเหมือนเดิมอีกต่อไป
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋เหยียนอวี่ลืมตาตื่นพร้อมกับถอนหายใจแ่ เหมือนกับว่ายังไม่พร้อมจะเริ่มต้นวันใหม่
เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียง ปลายนิ้วเลื่อนหาเบอร์ “ร้อยเวรของเช้าวันนี้ทันที” ที่บันทึกไว้ในเครื่อง เมื่อสัญญาณดังขึ้นเพียงสองครั้ง ปลายสายก็กดรับ
“ฮัลโหล... ร้อยเวรจ้าวเว่ยรับสายครับ”
“ฉันสารวัตรไป๋นะคะ วันนี้ฉันติดธุระไปกับครอบครัว จะเข้า สน. ตอนบ่ายโมง”
“รบกวนร้อยเวรจ้าวแจ้งลูกทีมฝ่ายสืบสวนทั้งหมดให้เข้าประชุมตอนบ่ายโมงตรง มีประเด็นคดีค้างจากเมื่อคืนที่ต้องเคลียร์ให้จบ”
“รับทราบครับสารวัตร เดี๋ยวผมแจ้งทีมให้เข้าประชุมตามเวลา แล้วลงบันทึกไว้ให้ครับ”
“ขอบคุณมาก” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนกดวางสาย
หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะนั่งนิ่ง สายตาเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างคอนโด มือเรียวเลื่อนไปแตะหน้าผากเบา ๆ อย่าง้าปลุกตัวเองให้หลุดจากห้วงง่วงงุน... ไป๋เหยียนอวี่ ผู้หญิงที่กล้าเผชิญหน้ากับอาชญากรทุกประเภทในเขตเมืองหลวงมาเกือบสิบปี แต่กลับไม่กล้าเถียงแม่ตัวเองเมื่อต้องถูกลากไป “ดูดวง”
"ภารกิจดูดวง...ใช่สิ มันน่ากลัวกว่าการตามจับคนร้ายซะอีก..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง
หลังจากรวบรวมสติ เธอลุกขึ้นเปลี่ยนเป็เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีน คว้ากุญแจรถแล้วขับมุ่งหน้าไปยังย่านเมืองเก่า ที่ซึ่งบ้านไม้สองชั้นทรงคลาสสิกตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางสวนเล็ก ๆ รายล้อมด้วยต้นลีลาวดีและกลิ่นเก่าของวันวาน
บ้านหลังเดิมที่เคยเป็เรือนหอของพ่อกับแม่ และตอนนี้…กลายเป็ที่พักของแม่เธอเพียงลำพัง เพราะพ่อของเธอ... หายไปจากโลกใบนี้เมื่อห้าปีก่อนจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครลืมได้ลง
ในตอนนั้น เขากำลังทำงานในฐานะนักโบราณคดี ลงพื้นที่สำรวจถ้ำโบราณลึกแห่งหนึ่งทางตอนเหนือแต่แล้ว... จู่ๆ ทีมของคุณพ่อนับสิบชีวิต ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงแค่สมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่งที่เปื้อนฝุ่นดิน กับคำถามมากมายที่ไม่มีใครตอบได้
แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร แม่ของเธอก็ยังรอคอยผู้เป็พ่ออยู่เสมอในบ้านหลังนี้ที่เต็มไปด้วยอดีต...และบางสิ่งที่ยังคงซ่อนอยู่
เมื่อไป๋เหยียนอวี่ขับรถมาจอดรถหน้าบ้าน เธอเห็นผู้เป็แม่ก็นั่งรออยู่ที่ศาลาไม้หน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว หลิวซื่อในชุดผ้าแพรลายดอกกับหมวกกันแดดสีอ่อน ใบหน้าของหญิงวัยห้าสิบ แต้มรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามเก็บซ่อน ความเศร้าแต่มันก็ปิดไม่มิด
ไป๋เหยียนอวี่ เดินเข้าไปใกล้ ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะถามขึ้นเสียงอ่อน
“แม่คะ… ทำไมแม่ไม่ย้ายไปอยู่กับหนูที่คอนโด? อยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ แม่ไม่เหงาหรือคะ?”
คุณนายหลิวหันมามองลูกสาว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“แม่ทิ้งบ้านหลังนี้ไม่ลงหรอกลูก มันเป็ความทรงจำของพ่อกับแม่ ทุกมุมบ้านยังมีกลิ่นกายของพ่อของลูกอยู่เลย...”
ไป๋เหยียนอวี่นิ่งฟัง ไม่รู้จะพูดอะไรออกมา เธอเพียงแค่ยืนเงียบ ๆ แต่แล้วผู้เป็แม่ก็เปลี่ยนน้ำเสียง กลับมากึ่งหยอกกึ่งบ่นเหมือนเคย
“ถ้าแกไม่อยากให้แม่เหงา... ก็รีบมีลูกให้แม่สักคนสองคนสิ จะได้มีอะไรให้แม่เลี้ยงแก้เหงาได้บ้าง”
ไป๋เหยียนอวี่ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “แม่คะ... หนูยังไม่ทันจะมีแฟนเลย จะให้ข้ามขั้นไปมีลูกเลยเหรอคะ?”
เธอถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ราวกับเหนื่อยใจั้แ่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นวันใหม่
คุณนายหลิวยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “เอาเถอะน่า... ไปดูดวงวันนี้ก่อน ไม่แน่ฟ้าจะจัดสรรลูกกับผัวมาให้แกเอง”
ไป๋เหยียนอวี่ไม่พูดอะไรเพื่อดับความหวังของแม่เธออีก หญิงสาวเดินนำแม่ไปที่รถ ก่อนขึ้นประจำที่คนขับอย่างเงียบ ๆ แล้วสตาร์ทรถเคลื่อนตัวออกจากบ้าน
รถยนต์คันเล็กค่อย ๆ แล่นไปตามถนนลาดยางที่คดเคี้ยวขึ้นสู่เนินเขา สองข้างทางมีต้นไม้บังแดดยามสาย เงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงล้อบดถนน
แต่ความเงียบก็อยู่ได้ไม่นาน เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “แม่ยังเชื่องมงายเื่ดูดวงพวกนี้อยู่อีกเหรอคะ?”
หลิวซื่อเมื่อได้ในยินในสิ่งที่ลูกสาวเอ่ยเธอสะบัดหน้ามองผู้เป็ลูกแวบหนึ่ง ก่อนตอบอย่างมั่นใจ
“ลูกไม่เชื่อก็เื่ของลูก แต่แม่เชื่อ วัดนี้แม่นจริง ๆ นะ ท่านนักพรตเคยทักน้าเซี่ยของลูกว่าหลานชายจะได้แต่งกับหญิงต่างแดน... แล้วดูเ้าอี้หานสิได้เมียฝรั่งสมคำทำนายเป๊ะ”
เหยียนอวี่ถอนหายใจพลางเลี้ยวรถเข้าโค้ง “แล้วถ้าพระท่านบอกว่าเนื้อคู่หนูเป็เอเลี่ยนละคะ แม่จะจัดพิธีแต่งงานให้หนูแบบยกขันหมากขึ้นยานแม่เลยไหม?”
คุณนายหลิวหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน “ถ้าเขารักแกจริง แม่ก็ไม่ติดอะไรหรอก ยานแม่ก็ยานแม่สิ ขอแค่ให้หลานมาเกิดให้แม่อุ้มสักคนก็พอ”
คำตอบของผู้เป็แม่ทำให้ไป๋เหยียนอวี่ถึงกับเงียบไป เธอไม่รู้จะหาคำไหนมาเถียงกับตรรกะของมนุษย์แม่ได้อีก สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้บทสนทนานี้หล่นหายไปในอากาศ
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า หลังจากการไปพบนักพรตเฒ่าในวันนี้… เส้นทางชีวิตของสารวัตรสาวผู้ยึดมั่นในโลกแห่งเหตุและผล จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
และสิ่งที่ไม่มีอยู่ในบันทึกของโลกใบนี้ กำลังรอคอยเธออยู่ข้างหน้าแล้ว อย่างเงียบงัน
เปิดตัวเื่ใหม่จ้าาาา! ยังอยู่ในจักรวาลเดียวกับ ตัวประกอบอย่างข้าเผลอจีบพระเอกธงแดงฯ
แต่รอบนี้ไม่ใช่สาววายทะลุมิตินะจ๊ะเป็ "สารวัตรหญิงโสดสนิท ที่มัวแต่ปิดคดีฆาตกรรมจนไม่มีเวลาไปหาแฟน"
คือแบบ... ความรักเหรอ? ยัยน้องตอบเลย “ขอปิดแฟ้มก่อนแล้วค่อยเปิดใจ”
แม่ของน้องก็ไม่แพ้ใคร ลากลูกไปดูดวงเพราะทนไม่ไหว “ถ้าแกไม่รีบมีผัว ก็มาดูดวงกับแม่ซะ
ยัยน้องได้แต่บ่นในใจฆาตกรยังจับได้ง่ายกว่าแฟนดี ๆ สักคนเลยแม่...ฝากให้กำลังใจยัยน้องด้วยนะ