กระบี่สะบั้นบัลลังก์มาร

    มิตรภาพบนเส้นทาง

    รุ่งอรุณทอแสงอ่อนยามเช้า ปกคลุม สำนักกระบี่เมฆา ด้วยม่านหมอกจางๆ เสียงระฆังโบราณดังกังวานเป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ หลี่เฟิ่ง ยืนอยู่ที่ประตูทางออกสำนัก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความกังวล นี่คือ ภารกิจแรก ของเขาในฐานะศิษย์สำนักกระบี่เมฆา และยังเป็นการออกนอกสำนักครั้งแรกนับตั้งแต่เขามาถึง

    เขาไม่ได้ออกไปเพียงลำพัง หากแต่มี หลิงเทียน และ มู่หรงเยว่ ศิษย์พี่ทั้งสองร่วมเดินทางไปด้วย

    คำสั่งจากท่านอาจารย์ใหญ่

    เมื่อคืนที่ผ่านมา อาจารย์ใหญ่ แห่งสำนักกระบี่เมฆาได้เรียกหลี่เฟิ่งเข้าพบเป็นการส่วนตัวในโถงใหญ่ของสำนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้หลี่เฟิ่งแปลกใจเป็นอย่างมาก

    "หลี่เฟิ่ง" อาจารย์ใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ "เจ้าได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นในการฝึกวิชาพื้นฐาน และยังได้รับการชี้แนะเป็นการส่วนตัวจากอาจารย์เจียง ข้าชื่นชมในความมุ่งมั่นของเจ้า"

    "ข้าน้อยมิอาจหาญ" หลี่เฟิ่งประสานมือคารวะ

    "อย่าถ่อมตน" อาจารย์ใหญ่กล่าว "ความสามารถของเจ้าเป็นที่ประจักษ์แล้ว วันนี้ข้ามีภารกิจหนึ่งจะมอบหมายให้เจ้า"

    หลี่เฟิ่งเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ใหญ่ด้วยความตั้งใจ

    "ทางชายแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งนามว่า หมู่บ้านอวี้หลง ได้ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว" อาจารย์ใหญ่กล่าวต่อ "หน่วยสอดแนมของเราพบความผิดปกติบางอย่างที่นั่น ชาวบ้านบางส่วนที่หนีออกมาได้ มีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง และให้การที่คลุมเครือเกี่ยวกับ 'เงา' ที่คืบคลานเข้าปกคลุมหมู่บ้าน"

    อาจารย์ใหญ่เว้นจังหวะเล็กน้อย "ข้าสงสัยว่า พันธมิตรไร้เงา อาจอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้"

    หลี่เฟิ่งกำมือแน่น ชื่อของพันธมิตรไร้เงาทำให้เขาใจเต้นระรัวด้วยความแค้นที่ฝังลึก

    "ข้าขอรับภารกิจนี้ขอรับ!" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    อาจารย์ใหญ่พยักหน้าเล็กน้อย "ดี! เจ้ามีความกล้าหาญ! แต่ภารกิจนี้ไม่ง่ายนัก เพราะเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับภารกิจนอกสำนัก ดังนั้น ข้าจะให้หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ร่วมเดินทางไปกับเจ้าด้วย"

    "พวกเราพร้อมแล้วขอรับอาจารย์ใหญ่" หลิงเทียนกล่าวตอบอย่างหนักแน่น มู่หรงเยว่พยักหน้าเห็นด้วย

    อาจารย์ใหญ่หันมามองหลี่เฟิ่งอีกครั้ง "จงจำไว้ หลี่เฟิ่ง ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การตรวจสอบ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น และเป็นการทำความเข้าใจถึงความชั่วร้ายของพันธมิตรไร้เงาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"

    การเดินทางสู่ชายแดน

    รุ่งเช้า หลี่เฟิ่งมาถึงจุดนัดพบ หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ยืนรออยู่แล้ว ม้าศึกสามตัวยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย

    "พร้อมแล้วหรือหลี่เฟิ่ง?" หลิงเทียนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

    "พร้อมแล้วขอรับท่านพี่หลิงเทียน" หลี่เฟิ่งตอบ

    "ดี!" มู่หรงเยว่กล่าว "เส้นทางไปยังหมู่บ้านอวี้หลงนั้นค่อนข้างทุรกันดาร เราต้องผ่านป่าและภูเขาหลายแห่ง"

    ทั้งสามควบม้าออกเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางในช่วงแรกเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ลำธารใสสะอาด และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เป็นระยะๆ

    หลี่เฟิ่งสังเกตเห็นว่าหลิงเทียนและมู่หรงเยว่ดูจะเข้ากันได้ดี พวกเขาสนทนาและหัวเราะกันอย่างเป็นธรรมชาติ หลี่เฟิ่งเองก็ค่อยๆ เปิดใจมากขึ้น เขาเล่าเรื่องราวการเดินทางของตนเองให้ทั้งสองฟังอย่างคร่าวๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับคัมภีร์วิหคโลกันตร์หรือมีดสั้นปริศนามากนัก

    "ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะผ่านมาได้มากมายขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียว" หลิงเทียนกล่าวด้วยความชื่นชม "เจ้าช่างอดทนและแข็งแกร่งนัก"

    "ข้าเพียงแค่พยายามเอาชีวิตรอดและทำในสิ่งที่ควรทำขอรับ" หลี่เฟิ่งกล่าวถ่อมตน

    มู่หรงเยว่มองหลี่เฟิ่งด้วยรอยยิ้ม "ถึงแม้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในยุทธภพนี้ บางครั้งมิตรภาพก็สำคัญไม่แพ้พลังฝีมือ จงจำไว้ว่านับจากนี้เป็นต้นไป พวกเราคือสหายร่วมเป็นร่วมตายของเจ้า"

    คำพูดของมู่หรงเยว่ทำให้หลี่เฟิ่งรู้สึกอบอุ่นในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงนับตั้งแต่เขาสูญเสียทุกสิ่งไป

    หมู่บ้านร้างแห่งความกลัว

    เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าใกล้ชายแดน บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มเปลี่ยนไป ต้นไม้เริ่มหนาแน่นขึ้น อากาศเย็นลง และเงียบสงบจนผิดปกติ ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดผ่าน

    "เราใกล้ถึงหมู่บ้านอวี้หลงแล้ว" หลิงเทียนกล่าวเสียงเบา "เตรียมตัวให้พร้อม"

    ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงขอบของป่าเบื้องหน้า หมู่บ้านอวี้หลงปรากฏขึ้นสู่สายตา หลี่เฟิ่งต้องตกใจกับภาพที่เห็น

    หมู่บ้านที่ควรจะคึกคัก บัดนี้กลับกลายเป็น หมู่บ้านร้าง บ้านเรือนหลายหลังถูกทิ้งร้าง บางหลังมีร่องรอยการต่อสู้ ประตูบ้านเปิดอ้าทิ้งไว้ ไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว สิ่งของต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นดิน ราวกับว่าชาวบ้านได้ละทิ้งไปอย่างกะทันหัน

    "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?" มู่หรงเยว่พึมพำด้วยน้ำเสียงกังวล

    พวกเขาสามคนลงจากหลังม้า และเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง

    กลิ่นอายของความหวาดกลัวยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ หลี่เฟิ่งสัมผัสได้ถึงพลังปราณบางอย่างที่ผิดปกติ มันเป็นพลังที่มืดมิดและเย็นยะเยือก แตกต่างจากพลังปราณที่เขาคุ้นเคย

    "ทุกคนหายไปไหนหมด?" หลิงเทียนกล่าวขณะเดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่ประตูเปิดอ้า

    "ดูนี่สิ!" มู่หรงเยว่ร้องขึ้น นางชี้ไปที่กำแพงบ้าน มีรอยเลือดสีคล้ำติดอยู่เป็นหย่อมๆ และมีร่องรอยของการขูดขีดบนผนัง ราวกับว่ามีคนพยายามหนีตาย

    หลี่เฟิ่งเดินสำรวจรอบๆ หมู่บ้านอย่างละเอียด เขาสังเกตเห็นว่าที่ใจกลางหมู่บ้าน มีลานว่างขนาดใหญ่ ที่นั่นมีร่องรอยการก่อกองไฟขนาดใหญ่ และมีสิ่งของบางอย่างวางเรียงรายอยู่

    "ตรงนั้นมีอะไรบางอย่าง" หลี่เฟิ่งกล่าว พลางเดินนำไป

    ร่องรอยพิธีกรรมต้องห้าม

    เมื่อมาถึงลานกว้าง หลี่เฟิ่ง หลิงเทียน และมู่หรงเยว่ก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า

    เบื้องหน้าของพวกเขา คือ ร่องรอยของพิธีกรรมต้องห้าม ขนาดใหญ่ที่ถูกวาดขึ้นบนพื้นดินด้วยเลือดแห้งกรัง รอบๆ พิธีกรรมนั้น มีกระดูกสัตว์บางชนิดวางเรียงรายอยู่เป็นวงกลม และมีเศษผ้าสีดำที่ถูกเผาไหม้บางส่วนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

    "นี่มัน... พิธีกรรมของมาร!" หลิงเทียนอุทานด้วยความตกใจ "พันธมิตรไร้เงา... มันทำพิธีอะไรกันที่นี่!"

    มู่หรงเยว่เดินเข้าไปใกล้ร่องรอยพิธีกรรมอย่างระมัดระวัง "มันคือพิธีเรียกขวัญ... หรือพิธีดูดกลืนพลังวิญญาณ!"

    หลี่เฟิ่งคุกเข่าลงใกล้กับร่องรอยพิธีกรรม เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่มืดมิดและชั่วร้ายที่ยังคงอบอวลอยู่ มันเป็นพลังที่น่ารังเกียจและทำให้เขารู้สึกถึงความเกลียดชังอย่างรุนแรง

    "ท่านพี่หลิงเทียน ท่านพี่มู่หรงเยว่... นี่คือพิธีกรรมที่พันธมิตรไร้เงาใช้ในการดูดกลืนพลังวิญญาณจากมนุษย์" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าเคยพบเห็นร่องรอยเช่นนี้มาก่อนในหมู่บ้านหลินเจียง!"

    คำพูดของหลี่เฟิ่งทำให้หลิงเทียนและมู่หรงเยว่หน้าซีด พวกเขาไม่คิดว่าพันธมิตรไร้เงาจะใช้วิธีที่โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้

    "แล้วชาวบ้านล่ะ... พวกเขาไปอยู่ที่ไหน?" หลิงเทียนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    "คงถูกดูดกลืนพลังวิญญาณจนหมดสิ้นแล้ว" หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หรือถูกนำตัวไปเป็นเหยื่อในพิธีที่อื่น"

    จุดหักมุม: เสียงกระซิบจากความมืดและเบาะแสใหม่

    ขณะที่ทั้งสามกำลังสำรวจร่องรอยพิธีกรรมอย่างละเอียด หลี่เฟิ่งพลันรู้สึกถึงพลังปราณที่มืดมิดบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใต้พื้นดิน เขาหันไปมองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง

    "มีอะไรหรือหลี่เฟิ่ง?" มู่หรงเยว่สังเกตเห็นท่าทีของเขา

    "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่ใต้ดิน... และมันกำลังเคลื่อนไหว" หลี่เฟิ่งกล่าว

    ทันใดนั้นเอง! พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นจากใต้ดิน เสียงนั้นเย็นยะเยือกและแฝงไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน ราวกับเสียงของวิญญาณที่กำลังร่ำไห้

    "ช่วย... ด้วย..." เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

    "เสียงอะไรน่ะ?" หลิงเทียนถามด้วยความตกใจ

    หลี่เฟิ่งคุกเข่าลงกับพื้นดิน พยายามฟังเสียงนั้นอย่างตั้งใจ เขามั่นใจว่านี่คือเสียงของดวงวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ใต้ดิน

    "มีวิญญาณของชาวบ้านถูกกักขังอยู่ใต้ดินขอรับ! พวกเขากำลังขอความช่วยเหลือ!" หลี่เฟิ่งกล่าว "พันธมิตรไร้เงาคงไม่ได้ดูดกลืนพลังวิญญาณทั้งหมด แต่กักขังไว้เพื่อใช้ในพิธีที่ยิ่งใหญ่กว่า!"

    มู่หรงเยว่เบิกตากว้าง "เป็นไปได้! นี่เป็นเพียงพิธีเริ่มต้นเท่านั้น!"

    หลี่เฟิ่งใช้มีดสั้นปริศนาขุดลงไปบนพื้นดิน ณ จุดที่เขาสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบนั้น หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ช่วยกันขุดด้วยกระบี่ของพวกเขา

    ไม่นานนัก พวกเขาก็ขุดพบ หินแกะสลักสีดำ ขนาดเท่าฝ่ามือ หินนั้นเปล่งประกายแสงสีดำสลัวๆ และมีพลังปราณมืดมิดแผ่ออกมาอย่างรุนแรง

    "นี่มัน... หินวิญญาณ!" หลิงเทียนอุทาน "พวกมันใช้กักขังดวงวิญญาณ!"

    หลี่เฟิ่งใช้มีดสั้นปริศนาแตะลงบนหินวิญญาณ ทันใดนั้น! หินวิญญาณก็ส่องประกายแสงสีดำเข้มขึ้น และเสียงกระซิบจากวิญญาณที่ทรมานก็ดังขึ้นในจิตใจของหลี่เฟิ่งอย่างชัดเจน

    "ปราสาท... เงา... ดับ..." เสียงกระซิบนั้นขาดหายเป็นห้วงๆ แต่ก็พอให้หลี่เฟิ่งจับใจความได้

    "ข้าได้ยินแล้ว!" หลี่เฟิ่งกล่าว "วิญญาณเหล่านั้นบอกว่า... ปราสาทเงาดับ!"

    "ปราสาทเงาดับ?" หลิงเทียนขมวดคิ้ว "มันคืออะไร?"

    มู่หรงเยว่ ใบหน้าซีดเผือด นางมองไปที่หินวิญญาณในมือของหลี่เฟิ่งด้วยแววตาตกใจอย่างถึงที่สุด

    "ปราสาทเงาดับ... มันคือ ชื่อจริงของที่มั่นหลักของพันธมิตรไร้เงา ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน!" มู่หรงเยว่กล่าวเสียงสั่น "เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาเท่านั้น!"

    หลี่เฟิ่งกำหินวิญญาณแน่น เบาะแสสำคัญชิ้นนี้ทำให้เขาตระหนักว่า ภารกิจนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสำรวจ แต่เป็นการเปิดประตูสู่ ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพันธมิตรไร้เงา และนั่นหมายถึงอันตรายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... มิตรภาพบนเส้นทาง ได้นำพาพวกเขามาใกล้กับใจกลางแห่งความมืดมิดยิ่งขึ้นแล้ว...

    คล้ายกับเรื่องกระบี่สะบั้นบัลลังก์มาร ที่คุณอ่าน