ไช่ซุนหลันได้รับโทรเลขจากซูเจี๋ยหญิงสาวที่ไช่ซุนหลันเคยเจอเมื่อตอนไปเยี่ยมหลี่เหวินไคที่ได้มีการพูดคุยเป็เพื่อนกันว่าตอนนี้หลี่เหวินไคและลูกสาวของผู้บังคับบัญชากำลังมีความสัมพันธ์บางอย่างกันลับหลังไช่ซุนหลันเื่นี้ทำให้ไช่ซุนหลันรู้สึกทนไม่ได้แม้การเดินทางจากที่บ้านมายังค่ายทหารจะไกลมาก แต่เธอก็ยังกระเสือกกระสนมาจนได้เพราะเธอกังวลว่าหลี่เหวินไคจะทิ้งเธอไปคบกับลูกสาวของผู้บังคับบัญชาหากเป็เช่นนั้นเธอก็จะไม่ได้เป็ภรรยาของทหารอีกต่อไป
ความบาดหมางของไช่ซุนหลันและหลี่เหวินไคเริ่มต้นั้แ่ที่เธอก้าวเท้าเข้ามาที่ค่ายทหารแห่งนี้ทั้งสองคนทะเลาะกันรุนแรงมากจนไช่ซุนหลันขู่ฆ่าตัวตายแต่สุดท้ายมันก็เป็เพียงแค่คำขู่เท่านั้นเพราะเธอไม่เคยคิดว่าจะต้องตายจริง
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่หลี่เหวินไคกลับมาบ้านหลังจากเลิกงานจนพักหลังนี้เขาเลือกที่จะนอนที่กองทัพเสียมากกว่า หากเหนื่อยกับงานแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับภรรยาตัวเขาเองก็ไม่อยากจะให้เป็เช่นนั้น สามวันก่อนหลี่เหวินไคลองตัดสินใจกลับมานอนที่บ้านเนื่องจากเพื่อนสาวของภรรยามาบอกเขาว่าเขาควรกลับไปดูไช่ซุนหลันเสียหน่อย เพราะไช่ซุนหลันนั้นสำนึกผิดและอยากจะขอโทษกับเื่ราวที่ได้กระทำลงไปเมื่อได้ฟังที่ซูเจี๋ยพูด หลี่เหวินไคก็ยินยอมกลับไปดู แต่แล้วเื่ราวกลับไม่เป็เช่นนั้นทว่าเมื่อเขากลับไปถึงภรรยาก็หาเื่ทะเลาะกับเขาอย่างรุนแรงมากกว่าทุกครั้งและทำให้ได้มีการทำร้ายร่างกายกันในที่สุด
หลังจากที่ซินดี้ได้รื้อฟื้นความทรงจำของเ้าของร่างเดิมแล้วเธอก็ถึงกับขนลุกชันให้กับความเอาแต่ใจของไช่ซุนหลันคนเดิม
“นี่ท่านเทพ้าจะแกล้งฉันหรือเปล่าเนี่ย! ทำไมคนอย่างซินดี้ต้องเกิดมาร้ายกาจและโง่เง่าเหมือนโลกเดิมด้วยล่ะจะให้ฉันเป็คนดีหน่อยก็ไม่ได้”
แต่ถึงจะคิดน้อยใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะไม่ว่าอย่างไรเื่ราวเหล่านี้มันก็คงไม่สามารถแก้ไขได้ ถึงแม้จะแก้ไม่ได้แล้วแต่เธอก็ยังสามารถที่จะทำให้อนาคตมันดีกว่าเดิมได้
“ในเมื่อครั้งนี้ฉันมีโอกาสเกิดอีกครั้งฉันจะไม่ทำให้ร่างนี้ลำบากอีกต่อไป!ตอนนี้ฉันคือไช่ซุนหลันไม่ใช่ซินดี้หรือซู่ซินอีกแล้วนะ” ไช่ซุนหลันแววตาลุกโชนด้วยแสงไฟแห่งความตั้งมั่นอันแรงกล้า
เมื่อตั้งสติและเรียบเรียงเื่ราวได้แล้วไช่ซุนหลันก็เริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านพักทหารหลังนี้ให้เหมือนบ้านจริงๆ ด้วยการเก็บกวาดทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของบ้านเพราะตอนนี้ร่องรอยาที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทของคู่สามีภรรยายังคงมีอยู่เต็มบ้านไช่ซุนหลันใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงบ้านพักหลังน้อยๆ นี้จึงเข้าที่เข้าทาง เธอปาดเหงื่อพลางมองไปรอบบ้านด้วยความภาคภูมิใจแม้ตอนที่เธอเป็ซินดี้จะเคยทำความสะอาดบ้านมาก่อนแต่ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมันทำให้เธอทำงานบ้านไม่หนักหนาเท่าครั้งนี้
โครก! ~
“เริ่มหิวเสียแล้วสิ เอ ฉันจะทำอะไรกินดีนะ?”
ไช่ซุนหลันได้ยินเสียงร้องโครกครากของตัวตะกละในท้องแต่ด้วยความที่ร่างกายนี้ยังไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก อีกทั้งยังไม่เคยทำงานหนักมาก่อนเมื่อต้องมาโหมทำงานบ้านติดต่อกันสี่ชั่วโมง มันจึงเป็อะไรที่สาหัสมากไช่ซุนหลันไม่สามารถที่จะลงมือทำอาหารได้ในเวลานี้ เธอจึงตัดสินใจจะกินอาหารง่ายๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเธอเริ่มจากการก่อกองไฟ ถึงแม้ตอนเป็ซินดี้เธอจะใช้เครื่องสิ่งอำนวยความสะดวกแต่เธอไม่เคยลืมว่าเธอนั้นก็เคยเป็ซู่ซิน จิติญญาจากยุคจีนโบราณเื่ก่อไฟจึงไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับไช่ซุนหลันเลย
เมื่อกองไฟเริ่มติดแล้วไช่ซุนหลันก็ตั้งกาต้มน้ำรอให้น้ำเดือดจึงเทน้ำใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและรอเพียงสามนาที บะหมี่อันน่าหลงไหลก็พร้อมรับประทาน
“ซู้ดไม่คิดเลยว่าแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมันจะอร่อยขนาดนี้!!!” ไช่ซุนหลันคิดขณะที่ซดน้ำซุปบะหมี่ที่เหลือจนเกลี้ยงชาม
หลังจากที่ไช่ซุนหลันจัดการบะหมี่หมดเกลี้ยงภายในพริบตาเธอก็เริ่มสำรวจร่างกายใหม่นี้และจัดการทำความสะอาดเรือนร่างจดสะอาดหมดจด ไช่ซุนหลันสังเกตเห็นว่าบนร่างกายนี้มีทั้งรอยฟกช้ำทั้งสีม่วงและสีเขียวเป็จ้ำๆและนี่เองทำให้เธอถึงกับขมวดคิ้วและลูบรอยฟกช้ำนั้นอย่างเป็กังวล ไม่รอช้าไช่ซุนหลันทำท่ามินิฮาร์ทเพื่อเปิดมิติทันทีแล้วนำทั้งยากินยาทา รวมถึงครีมบำรุงออกมาและทำการประโคมทั้งหมดลงบนร่างกายนี้
เดิมทีไช่ซุนหลันคิดจะออกไปสำรวจด้านนอกในวันนี้แต่เพราะรอยฟกช้ำทำให้เธอต้องพับโครงการไปก่อน และเมื่อไม่มีอะไรให้ทำแล้วไช่ซุนหลันก็เดินไปมาในบ้านพักทหารของหลี่เหวินไคอย่างเบื่อหน่ายและทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า ั้แ่ที่เ้าของร่างเดิมทะเลาะกับหลี่เหวินไคนั้นเขาก็ยังไม่ได้กลับบ้านมาเลย บางทีวันนี้เข้าอาจจะกลับมาก็ได้หากเธอยังเป็เธอที่ชั่วร้ายเป็เ้าของร่างเดิมที่ร้ายกาจเห็นที่ว่าจุดจบของเธอและเ้าของร่างก็คงไม่ต่างกันนั้นก็คือความตาย
เมื่อคิดได้ดังนั้นไช่ซุนหลันก็เริ่มเตรียมอาหารสองอย่างไว้รอสามีซึ่งเมนูแรกที่เธอเริ่มทำหลังจากมีแรงนั่นก็คือข้าวผัดใส่ไข่และหมูสามชั้นอบผักดองแห้งอาหารจำนวนสองอย่างนั้นไม่มากหรือน้อยจนเกินไปในยุคนี้มีคำกล่าวที่ว่ากินแค่พออิ่ม โดยเฉพาะในค่ายทหาร สำหรับทหารแล้วการกินฟุ่มเฟือยถือเป็เื่แย่และควรถูกประณาม
ไช่ซุนหลันทำอาหารอย่างไม่รีบร้อนทำให้เวลาที่ใช้ทำอาหารค่อนข้างนานเธอเงยหน้ามองนาฬิกาที่ฝาผนังก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจนักว่า
“ฮึ่ม!!นี่มันก็สองทุ่มแล้ว ผู้ชายคนนั้นยังไม่มาอีกคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน!”
ทางด้านของหลี่เหวินไคไม่รู้เลยว่าผู้เป็ภรรยานั้นได้รออยู่เนื่องจากหลี่เหวินไคคิดจะฝากท้องที่โรงอาหารของกองทัพอย่างที่ทำเป็ประจำไม่ว่าไช่ซุนหลันจะมาอยู่ที่นี่หรือไม่มา ตัวของเขาก็ไม่รู้สึกว่าต้องกลับบ้านไปกินอาหารร่วมกันแต่อย่างใดเพราะ่เวลาที่เขาได้กลับหมู่บ้านมันไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ไช่ซุนหลันนั้นจะลงครัวทำอาหารให้เขากินภรรยาของเขาใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน ไม่ว่าจะถูกมารดาของเขาด่าทอแค่ไหนไช่ซุนหลันก็ไม่เคยเก็บมาคิดมาสนใจ เธอนั้นคิดเพียงเื่เดียวคือเื่ที่เธอนั้นคือเ้าของเงินที่หลี่เหวินไคส่งมาให้ทุกเดือน
แม้จะมียศสูงกว่าพลทหารชั้นผู้น้อยแต่เงินเดือนที่หลี่เหวินไคได้รับนั้นจะอยู่ที่ 35หยวนต่อเดือนซึ่งนี่จะไม่รวมกับเงินพิเศษที่หลี่เหวินไคจะได้นับขณะไปปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจพิเศษโดยเงินนี้ไช่ซุนหลันจะต้องแบ่งกับแม่หลี่ด้วย ไช่ซุนหลันจะได้รับเงินเดือนของหลี่เหวินไค10 หยวนและด้วยเงิน 10 หยวนนี้ทำให้เธอไม่คิดว่าจะต้องไปทำงานที่ฝ่ายผลิตร่วมกับคนอื่นในหมู่บ้าน แม่หลี่นั้นอยากจะกระอักเืกับการได้หมูี้เีมาเป็สะใภ้เสียเหลือเกินแต่จะทำอย่างไรได้ เพราะหมูี้เีตัวนี้เธอเป็คนเลือกมาเองกับมือ!
สิ่งที่ไช่ซุนหลันทำดีที่สุดั้แ่แต่งเข้ามาเป็สะใภ้บ้านหลี่นั่นก็คือการที่เธอคลอดลูกชายให้หลี่เหวินไคถึงสามคนด้วยกันครั้งนั้นแม่หลี่ถึงกับชมเปาะที่ไช่ซุนหลันเดินตามรอยเธอ แต่ขั้นตอนการทำลูกของหลี่เหวินไคและไช่ซุนหลันนั้นก็ไม่ได้มีความพิศวาสอะไรกันเลยเพราะทั้งสองไม่ได้ชอบพอกันที่แต่งให้กันก็เพราะว่ามีแม่หลี่เป็ธุระจัดแจงให้ และทางไช่ซุนหลันก็รักความสบายและชอบในหน้าตาและหน้าที่การงานของหลี่เหวินไคแต่หากเมื่อไรที่เธอเจอคนที่ดีกว่า เธอก็พร้อมจะถีบหัวส่งสามีผู้แสนจะเ็าคนนี้ทันที