กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 25 บทลงโทษ

        เมื่อคนใช้แยกย้ายกันออกไปแล้วคนที่เหลือก็พากันเดินเข้าไปในห้องที่คล้ายกับสมรภูมิรบนั่น  เปลวไฟถูกทำให้ดับมอดลงจากฝีมือของฟาร์ฮาน แอเรียสมองเห็นฟาร์ฮานร่ายเวทบางอย่างออกมา  มันคล้ายกับเกราะป้องกันขนาดใหญ่เป็นรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่รอบบริเวณที่ทุกคนยืนอยู่

     

         “ ท่านปู่ข้าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะ“

     

         “ ใช่ท่านปู่ ท่านจะไปเชื่ออะไรกับคำพูดเจ้าตัวไร้ค่าพรรค์นี้ “

        

         ทั้งมาเชลและดาเนสต่างพูดรีบแก้ต่างให้ตัวเอง ดูเหมือนคานล์จะบอกเรื่องราวบางส่วนแก่พวกมันแล้ว

     

         “ เมื่อครู่เจ้าเรียกใครว่าตัวไร้ค่านะ!! “

     

         แอเรียสหันไปมองดาเนสอย่างไม่พอใจนัก 

     

         “ แล้วเจ้าจะทำไม  ก็ในเมื่อเจ้ามันตัวไร้ค่าจริงๆ “

     

         ดาเนสมองมายังแอเรียสด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความคำดูถูก

     

         “ นี่พวกเจ้ายังเห็นหัวข้าอยู่รึไม! “

     

         เสียงฟาร์ฮานที่ดังขึ้นทำให้ทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ดูเหมือนจะไม่มีแม้แต่เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามายังภายในเกราะป้องกันนี้เลยแม้แต่น้อย  คาดว่าเสียงจากภายในก็คงจะไม่เล็ดลอดออกไปเช่นกัน แอเรียสมองดูการกระทำอันแสนรอบคอบของฟาร์ฮานด้วยความชื่นชมอยู่เล็กน้อย

     

         “ แอเรียสหลักฐานของเจ้ามีเพียงแค่คำพูดปากเปล่าใช่หรือไม่“

     

         ฟาร์ฮานหันหน้ามาถามแอเรียส 

     

         “ ใช่ ข้ามีเพียงคำพูดและความทรงจำในหัวของข้าเท่านั้น “

     

         แอเรียสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     

         “ จงอย่าได้หาว่าหาไม่ยุติธรรมต่อเจ้าเลย แต่เรื่องราวเช่นนี้เจ้าจะอาศัยเพียงคำพูดปากเปล่าปรักปรำผู้อื่นโดยไร้หลักฐานคงจะไม่ยุติธรรมต่อมันทั้งสองนัก  เรื่องวันนี้ข้าขอให้พวกเจ้าเลิกแล้วต่อกันจะได้รึไม่“

     

         ฟาร์ฮานถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ภายในใจของเขารู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ในเมื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ยอมรับสารภาพความและผู้ที่กล่าวหาผู้อื่นอย่างแอเรียสก็ไม่มีหลักฐานใดๆมายืนยัน  เขาก็ได้แต่เกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองฝ่ายเลิกแล้วต่อกันไป

     

         “ ส่วนห้องของเจ้าข้าจะสั่งให้พวกคนรับใช้ซ่อมแซมเสียใหม่“

     

         คล้ายกับฟาร์ฮานเดาใจได้ว่าเมอร์สันกำลังจะกล่าวสิ่งใด เมอร์สันที่กำลังจะเอ่ยปากท้วงติงเรื่องห้องของตนจึงไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ  แต่ทันใดในหัวของเมอร์สันก็พลันคิดเรื่องราวบางอย่างออก

     

         “ แล้วท่านจะลงโทษเช่นไรกับผู้ที่พูดจาหลอกลวงจนเกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ล่ะท่านพ่อ  หรือว่าท่านจะปล่อยไปเช่นนี้ การทำผิดโดยใส่ร้ายผู้ที่มีสายเลือดตระกูลเดียวกันเป็นความผิดร้ายแรง  ท่านจะปล่อยเลยผ่านไปเช่นนี้ข้าว่าคงไม่สมควรสักเท่าใดนัก“

     

         แต่ดูเหมือนเมอร์สันจะไม่พอใจกับคำตัดสินของฟาร์ฮาน มันยิ้มเล็กๆมุมปากก่อนจะทวงถามถึงความผิดของแอเรียสที่เป็นตัวต้นเรื่อง ฟาร์ฮานดูเหมือนจะลำบากใจอยู่ไม่น้อยเขาจึงได้แต่นิ่งเงียบเขาหันมองไปยังแอเรียสด้วยความรู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อย  แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มผู้กำลังได้รับความสงสารจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับบทลงโทษที่อาจจะมาถึงเลยแม้แต่น้อย

     

         “ ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกันกับท่านอา  ท่านปู่ไม่ควรจะปล่อยผ่านบทลงโทษไปเช่นนี้ ถึงข้าเองจะบอกว่าข้ามีเพียงคำพูดเป็นหลักฐานแต่ข้าก็ยังไม่เคยบอกเลยว่าข้าไม่มีสิ่งใดเป็นเครื่องพิสูจน์เรื่องราวที่ข้ากล่าว  แล้วเหตุใดท่านจึงรีบตัดสินราวกับว่าจะปล่อยผ่านเรื่องราวไปเช่นนี้? “

     

         “ เจ้ามีสิ่งใดเป็นเครื่องพิสูจน์กัน? “

     

         ฟาร์ฮานจ้องมองไปยังแอเรียสด้วยความแปลกใจ

     

         “ ข้าว่าท่านคงจะรู้จักเม็ดยาภูตโลหิตใช่หรือไม่  เม็ดยาที่ว่ากันว่ามีคำสาปของเหล่าภูตที่ชิงชังการหลอกลวงผสมอยู่ แม้มันจะไม่มีผลใดๆกับพลังเวทในร่างแต่หากผู้ใดกินเม็ดยานี้เข้าไปแล้วเอ่ยคำโกหกออกมาแม้แต่คำเดียวมันผู้นั้นก็จะรับความเจ็บปวดไปทั่วร่าง  ยิ่งคำโกหกมากเพียงใดความทุกข์ทรมานก็จะเพิ่มขึ้นเพียงนั้น“ 

     

         แอเรียสอธิบายออกมาด้วยความเสียงราบเรียบรอยยิ้มจางๆประดับอยู่บนใบหน้า ทันทีที่ได้ยินคำพูดของแอเรียสใบหน้าของเมอร์สันก็กลับกลายเคร่งเครียดอีกครั้ง โดยเฉพาะมาเชลและดาเนสที่แทบจะเปลี่ยนกลายเป็นซีดขาว มันจ้องมองไปยังบิดาของมันคล้ายจะวิงวอนให้ช่วยเหลือ  แม้มันทั้งคู่จะไม่รู้จักเม็ดยานั้นแต่มันก็รู้ดีว่าหากกินเข้าไปย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน 

     

         “ ยังไงข้าก็ไม่กินเม็ดยานั่นเข้าไปเด็ดขาด“

     

         “ ข้าก็เช่นกัน หากมันเป็นยาพิษขึ้นมาแล้วเจ้าจะรับผิดชอบยังไง!! “

     

         มาเชลและดาเนสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน  ภายในจิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ  เหงื่อเย็นไหลอยู่ทั่วแผ่นหลังของพวกมันในยามนี้  แม้แต่ฝ่ามือก็เต็มไปด้วยเหงื่อ

     

         “ ไม่ต้องห่วงข้าเองก็จะกินมันเข้าไปด้วยเช่นกัน“

     

         ยามเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของพวกมันแอเรียสก็ได้แต่หัวเราะเยาะอยู่ภายในใจอย่างผู้เหนือกว่า  เขาล้วงจับเอาบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า  มันเป็นขวดแก้วขนาดเล็กขวดหนึ่ง  ภายในมีเม็ดยาขนาดเล็กสีแดงสลับดำอยู่สามเม็ด  นี่คือเม็ดยาภูตโลหิตที่แอเรียสพูดถึง ทุกคนต่างจ้องมองไปยังแอเรียสอย่างไม่เชื่อสายตา  ดูเหมือนเขาจะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้อย่างดีมาเนิ่นนานแล้ว

     

         “ ยังไงซะพวกข้าก็ไม่กินของที่มาจากมือเจ้าหรอก!!  หากเจ้าวางยาพิษข้าขึ้นมาแล้วข้าจะทำยังไง“

     

         มาเชลตอบด้วยนามเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ยอมกลืนเม็ดยานี้ลงคอไปอย่างแน่นอน

     

         “ หากเจ้ายืนยันว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่แอเรียสกล่าวโทษเจ้าก็กินมันลงไปซะ  หากไม่เช่นนั้นข้าจะถือว่าเจ้าทำผิดเช่นนั้นจริงๆ“

     

         ฟาร์ฮานจ้องมองไปยังเม็ดยาในมือของแอเรียสก็รับรู้ได้ว่านั่นคือเม็ดยาภูตโลหิตของจริง  คำพูดของฟาร์ฮานเป็นดั่งประกาศิตของตระกูล  ดูเหมือนมาเชลและดาเนสจะไม่เหลือหนทางใดๆให้แก้ตัวอีกแล้ว หมากในกระดานดูเหมือนจะเอนเอียงชัยชนะมายังแอเรียสอีกครั้ง 

     

        เวลานี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตรึงเครียด มาเชลและดาเนสยืนถือเม็ดยาภูตโลหิตด้วยมือที่สั่นเทาไปด้วยความกลัว  เหงื่อเย็นไหลซึมอยู่ทั่วฝ่ามือและแผ่นหลัง มันย่อมรู้ดีว่าหากกินเข้าไปแล้วผลลัพธ์ของมันจะเป็นเช่นไร  ผิดกับแอเรียสที่กำลังถือเม็ดยาเอาไว้ในมือด้วยท่าทีสบายๆ

     

        เม็ดยานี้โดยปกติแล้วจะถูกใช้กับบรรดานักโทษหรือพวกสายลับที่ถูกส่งมาสอดแนม  แต่ยานี้จะส่งผลก็ต่อเมื่อพูดเท่านั้น มีบางคนเลือกที่จะไม่พูดสิ่งใดออกมาหรือไม่ก็ยอมตายก่อนที่จะถูกเค้นความลับ แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของมาเชลและดาเนสเขาไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้

     

        ในที่สุดมาเชลก็เป็นคนแรกที่เตรียมจะส่งเม็ดยาเข้าปาก ทุกสายตากำลังจ้องมองมายังมันเพื่อรอผลลัพธ์  ในสายตามันตอนนี้มองเห็นเม็ดยาภูตโลหิตราวกับเป็นสัตว์อสูรอันน่าหวาดกลัวก็มิปาน

     

         ตุบ !!

     

         เสียงของเม็ดยาที่ร่วงหล่นสู่พื้น

     

         “ ข้าทำไม่ได้….ท่านปู่ข้าผิดไปแล้วโปรดให้อภัยข้าด้วย แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะผลักแอเรียสลงไปเลยแม้แต่น้อยทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น“

     

         ดูเหมือนความหวาดกลัวที่มีภายในจิตใจจะเอาชนะความกล้าหาญ มาเชลปล่อยเม็ดยานั้นลงอย่างหมดแรงก่อนจะรีบคุกเข่าขอความเมตตาจากฟาร์ฮาน  ดาเนสเองก็ทำเช่นเดียวกัน การสารภาพผิดโดยไม่กลืนกินเม็ดยาย่อมดีกว่ามาก  อย่างน้อยพวกมันก็ยังมีหนทางที่จะแก้ตัวเพื่อลดความผิดได้  ‘ อย่างน้อยก็ยังฉลาดกว่าที่ข้าคิด ‘ แอเรียสมองดูพวกมันที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนฟาร์ฮานด้วยความสมเพช    

     

         “ หึ !! ขาดเขลายิ่งนัก นี่พวกเจ้าสืบทอดสายเลือดแห่งตระกูลสการ์เชียจริงรึไม่ กลับใช้วิธีอันต่ำช้าเพื่อหมายจะสังหารผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันกับเจ้า “

     

         ใบหน้าของฟาร์ฮานร้อนผ่าวไปด้วยความโกรธ เขาฟาดฝ่ามือไปยังโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี สายตาที่จ้องไปยังหลานชายทั้งสองที่กำลังสั่นกลัวอยู่กับพื้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธ

     

         “ ท่านปู่พวกข้าผิดไปแล้ว  ได้โปรดให้อภัยพวกข้าด้วย  วันนั้นหาใช่เพราะความตั้งใจของพวกไม่ พวกข้าเพียงแต่เล่นกับแอเรียสหาได้จงใจจะสังหารมันไม่  แต่ด้วยความอ่อนแอของมันจึงทำให้มันพลัดตกลงไปยังแม่น้ำนั่น“

     

         ดาเนสพูดออกมาอย่างละล่ำละลัก  น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว 

     

         “ แล้วทำไมพวกเจ้าถึงไม่ลงไปช่วยแล้วปล่อยให้บุตรชายข้าจมน้ำไป!! “

     

         อัลเบิร์ตกำดาบในมือแน่นด้วยความโกรธ 

     

         “ เรื่องนั้น…ขะข้าทั้งสองว่ายน้ำไม่เป็น “

     

          คำตอบของดาเนสช่างดูไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย 

     

         “ หากเป็นเช่นนั้นจริงพวกเจ้าก็กินเม็ดยาภูติโลหิตเข้าไปซะสิ“

     

         แอเรียสหัวเราะเล็กๆออกมาก่อนจะเดินไปใกล้ๆกับพวกมันทั้งสองแล้วก้มเก็บเม็ดยาภูติโลหิตขึ้นมาจากพื้น  เขาก้มตัวลงเบื้องหน้าพวกมันเล็กน้อยแล้วหยิบยื่นเม็ดยาในมือให้พวกมันอีกครั้ง  พวกมันมองไปยังเม็ดยานั่นด้วยควาวมหวากลัวไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่จะกล้าหยิบเม็ดยานั่นมาอีกครั้ง ภาพในตอนนี้ดูคล้ายกับพวกมันทั้งสองกำลังคุกเข่าให้แอเรียสอยู่ก็มิปาน ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือเพราะความตั้งใจของแอเรียสกันแน่

     

         “ ก็ในเมื่อพวกมันพูดความจริงออกมาแล้วเจ้าจะต้องการสิ่งใดอีก  หรือนั่นจะเป็นยาพิษจริงๆ “

     

         เสียงของเมอร์สันที่ดังมาจากด้านหลังแม้แอเรียสจะไม่ได้หันไปมองแต่ก็พอจะคาดเดาใบหน้าของมันได้ยามนี้ได้ ดูเหมือนแม้แต่จะเห็นอยู่เต็มตาว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริงแต่เมอร์สันก็ยังคงไม่หยุดที่จะป้ายความผิดให้แก่แอเรียส  เขาได้แต่แสยะยิ้มเล็กๆออกมา  ไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่ดาเนสเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มบนใบหน้าแอเรียสเขาก็รู้สึกเจ็บที่บาดแผลของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

     

         “ คานล์นำตัวพวกมันทั้งสองไปขังยังห้องท้ายตระกูล จนกว่าจะครบสองเดือนห้ามไม่ให้พวกมันฝึกฝนเวทใดๆหรือออกจากห้องนั้นแม้แต่ก้าวเดียว!! และหากพวกเจ้าทำผิดเป็นครั้งที่สองความผิดของพวกเจ้าคือถูกขับไล่ออกจากตระกูล“

     

         ในที่สุดฟาร์ฮานที่ยืนนิ่งเงียบไปด้วยเพลิงความโกรธก็เอ่ยวาจาออกมา  คำพิพากษาความผิดดังก้องไปทั่วเกราะป้องกันนั้น คำสั่งของผู้นำตระกูลเป็นดั่งประกาศิตที่ผู้คนทุกคนจะต้องทำตาม ทุกคนต่างรับฟังด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป อัลเบิร์ตและมาเรียได้แต่มองไปยังแอเรียสอย่างไม่เชื่อสายตาพวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบุตรชายของเขาจะเติบโตได้ถึงเพียงนี้ ชัยชนะที่พลิกกลับมาบนฝ่ามือของแอเรียสเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อเลยแม้แต่น้อย  มาเชลและดาเนสต่างเต็มไปด้วยความสั่นกลัว ห้องท้ายตระกูลที่ฟาร์ฮานกล่าวถึงก็คือคุกดีๆนี่เองพวกมันแทบจะไม่ได้เห็นแม้แสงเดือนแสงตะวันใดๆหนำซ้ำยังมีคำสั่งที่ห้ามมิให้ฝึกฝนเวทมนตร์ใดๆ  สำหรับนักเวทผู้ที่อยู่สุขสบายมาทั้งชีวิตเช่นพวกมันนี่เรียกได้ว่าไม่ต่างจากนรกดีๆนี่เอง

     

        แอเรียสยืนอยู่เบื้องหน้าพวกมันอย่างผู้มีชัย แม้นี่จะไม่ใช่บทลงโทษที่เขาเองอยากจะมอบให้กับพวกมันทั้งสองแต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่ฟาร์ฮานจะมอบให้พวกมันได้แล้ว เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ตกตายไปฟาร์ฮานจึงไม่อาจจะลงโทษสถานหนักไปกว่านี้ได้ และอีกอย่างทั้งสองก็เป็นผู้สืบทอดสายโลหิตของฟาร์ฮาน

     

         “ ท่านพ่อนี่ไม่เป็นการทำเกินเลยไปหน่อยเหรอ อีกสองเดือนข้างหน้าบุตรชายของข้าก็ต้องเข้าร่วมการประลอง หากท่านลงโทษพวกมันเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าท่านตัดอนาคตของหลานชายท่านหรอกรึ “

     

         เมอร์สันพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้ฟาร์ฮานลดหย่อนบทลงโทษนั้น เสียงของเมอร์สันคล้ายกับสายน้ำอันสดชื่นที่รดลงบนร่างของมาเชลและดาเนสพวกมันจ้องมองไปยังฟาร์ฮานเพื่อรอคอยคำตอบอีกครั้ง  ความหวังเล็กๆเริ่มปรากฏขึ้นบนจิตใจของพวกมัน

     

         “ ต้องให้ข้าเตือนความจำของเจ้ารึไม่ว่าการสังหารผู้คนร่วมตระกูลมีโทษสถานใดเมอร์สัน“

     

         แต่แล้วคำพูดของฟาร์ฮานก็ดับความหวังของพวกมันทั้งสองลง  ในที่สุดเหตุการณ์ทั้งหมดก็สิ้นสุดลง แม้มาเชลและดาเนสจะไม่ค่อยเต็มใจที่ถูกคานล์พาตัวยังห้องท้ายตระกูลสักเท่าไหร่แต่พวกมันก็ไม่อาจจะขัดขืนได้  คำสั่งของผู้นำตระกูลคือสิ่งที่พวกมันไม่อาจจะขัดขืนได้ เมอร์สันมองมายังแอเรียสด้วยความโกรธแค้นก่อนจะเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ 

     

         “ พวกเจ้าคงไม่มีสิ่งใดค้างคาใจอีกใช่หรือไม่“

     

         เมอร์สันหันไปยังทั้งสามคนที่เหลืออยู่ในห้อง

     

         “ ขอบคุณท่านพ่อที่ให้ความเป็นธรรมแก่บุตรชายข้า“

     

         อัลเบิร์ตก้มหัวเคารพฟาร์ฮานด้วยความรู้สึกขอบคุณ มันเองก็รู้ดีเช่นเดียวกันกับแอเรียสว่านี่คือบทลงโทษสูงสุดแล้วที่ฟาร์ฮานจะสามารถลงโทษแก่มาเชลและดาเนสได้

     

         “ หากไม่มีเรื่องใดแล้วพวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปได้  ส่วนเจ้าตามข้าไปที่ห้อง “

     

         ฟาร์ฮานเอ่ยก่อนจะหันมามองทางแอเรียส

     

         “ ข้าอย่างนั้นรึ? “

     

         แอเรียสชี้มายังตัวเองอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ก็ในเมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบสิ้นลงแล้วฟาร์ฮานยังมีสิ่งใดที่ต้องการจะพูดคุยกับเขาอีก