ตอนที่ 22 อาจารย์ฟู่ นักทำนายชะตา
ตลอด่สามวันที่ผ่านมาแม่เฒ่าหลี่และหวังิเหล่ยนั้นรู้สึกทุกข์ใจเป็อย่างมากและวันนี้ก็เป็วันที่เธอนัดกับลูกสาวเอาไว้ดังนั้นแม่เฒ่าหลี่จึงตื่นั้แ่เช้าตรู่
แต่หวังิเหล่ยนั้นยังคงหลับอยู่เนื่องจากเมื่อคืนนี้เขาพยายามข่มตาหลับแล้วแต่ก็ยังคงนอนไม่หลับจนได้มาหลับเอาตอนใกล้สว่างนั่นเอง
ส่วนหลี่เซียงหยุนที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้เธอจะต้องไปเยี่ยมบ้านของหวังซู่เหม่ยดังนั้นเธอจึงรีบตื่นแต่เช้า พร้อมกับะโปลุกลูกชายของเธอ
โดยปกติแล้วเธอมักจะชอบดูถูกคนอื่นอยู่เสมอ และยังชอบไปที่บ้านของคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านอยู่บ่อยๆ ก่อนจะไปนินทาข้อบกพร่องของแต่ละครอบครัวให้กับลุงหวัง สามีของเธอฟัง
และวันนี้เธอก็กำลังจะไปเยี่ยมบ้านของน้องสามีเธอก็เลยจะไปที่นั่นแต่เช้า เพราะจะได้กินข้าวที่นั่นให้ครบสามมื้อไปเลย
ดังนั้นทั้งสามคนจึงออกจากบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สาง
หวังซู่เหม่ยเองก็ตื่นแต่เช้าเช่นกันเพราะเช้านี้เธอจะต้องตื่นขึ้นมาทำเหล้าบลูเบอร์รี่ด้วยตัวเอง
ทางด้านฟู่ต้าหยงที่รู้ว่าแม่ยายกำลังมาเยี่ยมเขาจึงได้ตื่นแต่เช้าและขึ้นไปบนูเาเพื่อดูว่าพอจะจับสัตว์อะไรได้บ้างหรือเปล่าเขาตั้งใจที่จะนำมันกลับมาเป็ของต้อนรับแม่ยายของเขานั่นเองโดยมีฟู่เซินและฟู่ซินตามไปด้วยเช่นกัน
ฟู่เยี่ยนเฝ้าดูแม่ของเธอผสมเหล้าบลูเบอร์รี่เมื่อปิดถังเสร็จ เธอก็ได้ไปดูโสมในสวนต่อ
ในตอนนี้หวังซู่เหม่ยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก เธอจึงได้ตามไปคุยกับลูกสาว
“เสี่ยวฮั่วหนูรู้อะไรเกี่ยวกับพี่ิจื่ออีกหรือเปล่า ? ”
“แม่คะอย่ากังวลไปเลยค่ะ ตอนที่หนูตื่น หนูได้ทำนายดวงชะตาของพี่ิจื่อดูแล้วซึ่งวันนี้เขาจะได้รับการช่วยเหลือจากคนภายนอกอีกด้วยค่ะ”ฟู่เยี่ยนตื่นแต่เช้าและได้ทำนายดวงชะตาของเขาไปแล้ว
นับั้แ่ที่เธอได้อ่านหนังสือเล่มนั้นและมันก็หายไปแล้วเธอก็มักจะรับรู้ถึงสิ่งที่ควรจะทำได้โดยอัตโนมัติราวกับว่าเนื้อหาของหนังสือนั้นได้ถูกฝังอยู่ในสมองของเธอไปแล้วและมันจะออกมาเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเช้าตอนที่เธอตื่นขึ้นมาและกำลังแปรงฟันอยู่นั้นก็ได้เกิดความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมา เธอจึงได้ใช้ก้อนหินทำเป็สัญลักษณ์หกเหลี่ยมบนพื้นเพื่อทำนายดวงชะตา
ในตอนแรกนั้นหวังซู่เหมยก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายของฟู่เฉิงและคำพูดของป้าเหอขึ้นมาได้ท่าทีของเธอจึงดูผ่อนคลายลงไปและกลับไปเตรียมอาหารต่อ
แม้ว่าแม่เฒ่าหลี่จะอายุมากแล้วก็ตามแต่เธอก็ยังคงแข็งแรงดี ประกอบกับการที่เธอมีเื่บางอย่างอยู่ภายในใจด้วยดังนั้นเธอจึงเดินเร็วกว่าปกติและได้มาถึงบ้านของลูกสาวเร็วกว่าครั้งก่อนไปถึงหนึ่งชั่วโมง
“ซู่เหมย ! ”
“แม่คะทำไมมาถึงเร็วจังล่ะ” ในตอนนี้ หวังซู่เหม่ยกำลังสอนฟู่เหมี่ยวถึงวิธีทำบะหมี่อยู่ในครัวเพื่อที่จะทำเป็มือเที่ยงของวันนี้
“แม่คะเดินทางมาเหนื่อย ๆ เข้ามานั่งพักข้างในก่อนเถอะค่ะ”
นี่เป็ครั้งแรกที่ฟู่เยี่ยนได้พบกับยายของเธอและก่อนที่เธอจะขยับเก้าอี้นั้น แม่เฒ่าหลี่ก็ได้จับมือของเธอเอาไว้
“เสี่ยวฮั่วไหนมาให้ยายดูหน่อยสิว่าอาการของหนูเป็อย่างไรบ้าง ? ”หญิงชราพูดพร้อมกับดึงหลานสาวเข้ามาใกล้ ๆ
ฟู่เยี่ยนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มศีรษะลงไปเพื่อให้ยายของเธอดูาแเนื่องจากเธอใช้น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงทำให้าแของเธอหายอย่างรวดเร็วและตอนนี้ก็มีแค่แผลเป็เล็ก ๆ เท่านั้น
“วันที่แม่ของหนูบอกเื่นี้กับยายมันทำให้ยายใมาก เสี่ยวฮั่วของยายเป็เด็กหน้าตาน่ารักหากหลานต้องเสียโฉมไปล่ะก็ พวกเราจะทำอย่างไรกัน ? ” แม่เฒ่าหลี่จับมือของฟู่เยี่ยนเอาไว้พร้อมกับลูบเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน
เมื่อเห็นถึงความรักและความอบอุ่นนี้ความรู้สึกที่ระแวงของฟู่เยี่ยนก็ได้หายไปทันที
และความสัมพันธ์ระหว่างยายหลานก็กลับมาอีกครั้งก่อนที่เธอจะยิ้มพร้อมกับพูดออกไปว่า “คุณยายคะแผลที่ศีรษะของหนูไม่ได้ใกล้จุดสำคัญอะไร อีกอย่างมันก็ไม่เจ็บแล้วด้วยคุณยายอย่ากังวลไปเลยนะคะ”
ในตอนนี้แม่เฒ่าหลี่อยากจะถามฟู่เหล่าชวนมาก ว่าเขาปล่อยให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไรเธอแอบสาปแช่งเขาอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดออกมา เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็ปู่แท้ ๆ ของฟู่เยี่ยน !
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นฟู่เหมี่ยวก็ได้รินน้ำให้กับคุณยายของเธอ พร้อมกับเชิญทั้งสามคนให้เข้ามานั่งพัก
หลังจากที่เดินทางมาเป็เวลานานหลี่เซียงหยุนนั้นรู้สึกกระหายน้ำเป็อย่างมากเธอไม่ได้สนใจเลยว่าน้ำในแก้วนั้นจะร้อนหรือเปล่า และรีบหยิบมันขึ้นมาดื่มทันทีโชคดีที่ฟู่เหมี่ยวได้นำน้ำผสมน้ำผึ้งมาให้
เมื่อเห็นเช่นนั้นแม่เฒ่าหลี่ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีหากวันนี้เื่ทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับลูกสะใภ้ของเธอเธอคงจะไม่ยอมพามาด้วยอย่างแน่นอน
“ดื่มช้า ๆ หน่อยก็ได้ไม่อายเด็กบ้างหรืออย่างไร”
ทว่าหลี่เซียงหยุนกลับไม่ได้สนใจเื่นี้เลย“ทำไมแม่ถึงได้พูดแบบนั้นกันล่ะคะหนูเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลอะไรนี่นา น้ำแก้วนี้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยใช่หรือเปล่า ? มันมีรสชาติที่หวานและหอมมากๆ เลย”
หลังจากที่พูดจบเธอก็ได้ดื่มมันจนหมดแก้ว แต่ก็ยังไม่พอ “เสี่ยวฉุ่ยช่วยรินน้ำให้ป้าอีกสักแก้วหนึ่งสิ”
ฟู่เหมี่ยวกลอกตามองไปที่ป้าสะใภ้ของเธอก่อนจะรินน้ำเติมลงไปในแก้วอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีน้ำผึ้งผสมอยู่
ส่วนหวังิเหล่ยยังคงนั่งอยู่เงียบๆ และไม่ได้พูดอะไรออกมา และยังคงรู้สึกกังวลอยู่ในใจแต่แม่เฒ่าหลี่กลับมีท่าทีที่ดูสบาย ๆ เมื่อมาถึงบ้านของลูกสาวหญิงชราก็ไถ่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบตามประสา
ไม่นานนักฟู่ต้าหย่งและลูกชายทั้งสองคนของเขาก็ได้กลับมา วันนี้เป็วันที่โชคดีมาก ๆเขาออกไปล่าสัตว์และได้ไก่ฟ้ากลับมาด้วยถึง 2 ตัว
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็ได้เข้าไปก็ทักทายแม่ยายของเขา และพูดคุยกันจนเกือบจะเที่ยงก่อนที่พวกเขาจะไปทำอาหาร
ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันทำอาหารอยู่นั้นหลี่เซียงหยุนกลับนั่งอยู่เฉย ๆ เพราะวันนี้เธอเป็แขกดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็ต้องไปช่วยพวกเขาอยู่แล้ว
ขณะที่ทุกคนกำลังทำอาหารอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้นประตูรั้วบ้านก็ได้ถูกเปิดออก พร้อมกับมีคนเดินเข้ามา
“น้องสะใภ้อยู่บ้านหรือเปล่า ? ” เป็ป้าเหอ แม่ของฟู่เฉิงนั่นเองที่มาเยี่ยมพวกเขาโดยเธอมาพร้อมกับหลานชายคนเล็กของเธอ
“พี่สะใภ้นั่นเอง !เข้ามาข้างในก่อนสิ”
ป้าเหอเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นปลาให้กับฟู่เยี่ยนนับั้แ่ที่ฟู่เยี่ยนได้ช่วยชีวิตของเสี่ยวจวินเอาไว้เธอก็ได้ปฏิบัติต่อฟู่เยี่ยนดั่งผู้มีพระคุณคนหนึ่งและยังได้นำเอาอาหารมาฝากเป็ครั้งคราวอีกด้วย
และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวนั้นดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
“พอดีหลานชายคนโตของฉันไปตกปลาที่แม่น้ำและได้ปลาตัวใหญ่กลับมาด้วยฉันก็เลยเอามันมาให้ ก่อนหน้านี้ศีรษะของเสี่ยวฮั่วเพิ่งจะได้รับการกระทบกระเทือนมาการกินปลาจะได้ช่วยบำรุงสมองของเธอ”
“พี่สะใภ้ ขอบคุณมากแต่ไม่ต้องเอาอาหารมาให้เราบ่อย ๆ ก็ได้ เราเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสักหน่อย จริงสิวันนี้แม่ของฉันมาเยี่ยม เรากำลังจะทานมื้อเที่ยงกันอยู่พอเลย พี่ก็มากินด้วยกันเถอะอย่าเพิ่งรีบกลับเลยนะ ! ”
ป้าเหอจึงมองเข้าไปข้างในก่อนจะพบว่าคนที่นั่งอยู่นั้นไม่ได้มีแค่แม่ของหวังซู่เหมย
“คุณป้าไม่เจอกันนานเลยนะคะ เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งตอนที่เสี่ยวฮั่วยังเล็ก ๆคงจะนานเป็สิบปีได้แล้วสินะคะ ! ”
ป้าเหอเป็คนที่มีนิสัยเข้ากับคนอื่นได้ง่ายอยู่แล้วและลูกชายของเธอก็เป็ถึงหัวหน้าที่ดูแลหมู่บ้านอีกด้วยดังนั้นไม่ว่าจะเจอใครเธอก็มักจะยิ้มอยู่เสมอ
“พี่สะใภ้ของซู่เหมยเองอย่างนั้นเหรอ ? โอ้ เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วจริงๆ ” แม่เฒ่าหลี่เองก็เป็คนที่มีอัธยาศัยดีเช่นกัน
ทันใดนั้นเองเสี่ยวจวินก็ได้วิ่งไปหาฟู่เยี่ยนทันที ก่อนจะยื่นขนมที่อยู่ในมือของเขาให้กับเธอ
“พี่เสี่ยวฮั่วผมเอาขนมมาฝากพี่ด้วยล่ะครับ ลองชิมมันดูสิ”
ฟู่เยี่ยนรับขนมจากเสี่ยวจวินมาชิมก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องและหยิบเอาลูกกวาดรสผลไม้ที่เธอได้ซื้อตอนที่ไปยังร้านค้าสหกรณ์ในเมืองออกมาซึ่งมันมีสีสันที่สดใสและน่ากินมาก
ซึ่งเสี่ยวจวินชอบมันมากเขารับมันมาและยังไม่ลืมที่จะอวดป้าเหออีกด้วย
“คุณย่า ดูนี่สิครับพี่เสี่ยวฮั่วให้ลูกกวาดกับผมด้วยล่ะ ! ”
“อืมแล้วหลานขอบคุณพี่เสี่ยวฮั่วหรือยัง ? ”
“ผมขอบคุณแล้วครับและพี่เสี่ยวฮั่วก็ยังบอกว่าไม่เป็ไรอีกด้วย ! ”
คำพูดของเด็ก ๆนั้นมักจะทำให้ทุกคนหัวเราะได้เสมอ
ทันใดนั้นเองป้าเหอก็ได้พูดถึงเื่ที่เสี่ยวฮั่วได้ทำนายดวงชะตาให้กับเสี่ยวจวินขึ้นมาอีกครั้งเธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า
หวังซู่เหมยชำเลืองมองไปที่ฟู่เยี่ยนอีกครั้งก่อนจะพูดกับตัวเองในใจว่า:ที่เสี่ยวฮั่วบอกเมื่อเช้านี้ว่าจะมีความช่วยเหลือจากคนนอกเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ ? และพี่สะใภ้ของเธออย่างป้าเหอก็เป็คนที่เชื่อในสิ่งนี้มากๆ ด้วยเช่นกัน
แม่เฒ่าหลี่รู้สึกสับสนเป็อย่างมากเธอไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นนี่หลานสาวของเธอรู้เื่การทำนายดวงชะตาด้วยอย่างนั้นหรือ ?
ในทางกลับกัน ตอนนี้หัวใจของหลี่เซียงหยุนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเนื่องด้วยความที่เธอนั้นชอบอยากรู้อยากเห็นเื่ของคนอื่นอยู่แล้วซึ่งเธอยังคิดที่จะให้หลานสาวดูดวงให้ฟรีอีกด้วย
ณโต๊ะอาหารเที่ยงเธอจึงได้ถามกับป้าเหออีกครั้งเพื่อที่จะยืนยันว่าเื่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็ความจริงหรือเปล่า
“เสี่ยวฮั่วทำแบบนั้นได้จริงๆ ใช่ไหม เธอทำนายโชคชะตาได้จริง ๆ ใช่หรือเปล่า ? ”
ฟู่เยี่ยนแค่พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เมื่อเห็นหลานสาวทำตัวห่างเหินแบบนี้จึงทำให้หลี่เซียงหยุนเริ่มเชื่อว่าเื่นี้เป็เื่จริงมากขึ้น
“ว้าวช่างเป็อะไรที่ยอดเยี่ยมไปเลย ถ้าอย่างนั้นหนูลองทำนายดวงชะตาให้ป้าหน่อยได้ไหม ?หากหนูทำนายได้แม่นจริง ๆ ป้าจะกลับไปบอกกับคนอื่นให้ หลังจากนั้นหนูจะต้องได้เงินมากมายอย่างแน่นอน! ”
แม่เฒ่าหลี่ยังคงตกตะลึงกับเื่นี้อยู่และเมื่อเห็นเช่นนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นเพราะผู้ที่สามารถทำนายโชคชะตาของผู้อื่นได้นั้นถือเป็การละเมิดกฎ์แล้วแบบนี้หลานสาวของเธอจะไม่ถูก์ลงโทษที่ไปเปิดเผยความลับของผู้อื่นอย่างนั้นหรือ?
หลานสาวของเธอเพิ่งจะอายุเท่าไหร่กันจะให้มาทำเื่แบบนี้ได้อย่างไร ?
“เหลวไหล !กินข้าวเงียบ ๆ โดยไม่ต้องพูดมากเลยไม่ได้หรืออย่างไร ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เซียงหยุนก็หดคอลงทันที่นี้เธอมักจะรู้สึกว่าแม่สามีของเธอนั้นรับมือได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
“ฉันไม่ได้อยากให้เสี่ยวฮั่วเป็ที่รู้จักเพราะเื่แบบนั้นหรอกนะ”
แม่เฒ่าหลี่รู้สึกโมโหเป็อย่างมากเมื่อเห็นเช่นนั้น ฟู่เยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ จึงรีบเข้ามาเกลี้ยกล่อมผู้เป็ยายของเธอทันที
“ในเดือนนี้หนูได้ทำนายไปถึงสามครั้งแล้วจึงเหลือการทำนายอีกเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นหากป้าสะใภ้้าที่จะทำนายดวงชะตาของทุกคนในครอบครัวป้าสะใภ้ก็คงต้องเลือกแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทำนายดวงชะตาของลุงใหญ่หรือพี่ิจื่อ ?” ฟู่เยี่ยนพูดออกมาพร้อมกับทำท่าทางที่ดูเหมือนกับว่าเธอคือปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เซียงหยุนก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิม
“ถ้าอย่างนั้นทำนายดวงชะตาให้ป้ากับิจื่อหน่อยได้หรือเปล่า? ”
“ไม่มีปัญหาค่ะแต่เนื่องจากเดือนนี้หนูจะไม่สามารถทำนายได้อีกแล้วดังนั้นป้าสะใภ้จะต้องเอาสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าด้านซ้ายมาให้หนูเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนนะคะ” ฟู่เยี่ยนมองเห็นแล้วว่าในกระเป๋าด้านซ้ายของหลี่เซียงหยุนนั้นมีเงินอยู่1 หยวน
“เราเป็ครอบครัวเดียวกันนะป้ายังต้องจ่ายเงินด้วยอย่างนั้นเหรอ ? ” หลี่เซียงหยุนพูดออกมาด้วยท่าทีที่ดูไม่ค่อยเต็มใจนัก
“นี่คือราคาสำหรับคนในครอบครัวแล้วล่ะค่ะหากป้าสะใภ้คิดว่ามันแพงเกินไป ก็คิดเสียว่าเราไม่ได้คุยเื่นี้ก็แล้วกันค่ะ” ทันทีที่พูดจบ ฟู่เยี่ยนก็ได้เก็บชามและเดินเข้าไปในครัวทันที
หลี่เซียงหยุนมีท่าทีที่ดูลังเลเป็อย่างมาก
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดถึงเื่นี้อยู่แม่เฒ่าหลี่และหวังซู่เหมยก็ได้พูดคุยกับป้าเหอเกี่ยวกับเื่ทำนายดวงชะตาขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินว่าเป็ความจริงหลี่เซียงหยุนก็ไม่สามารถทนอยู่เฉยได้อีก
“เสี่ยวฮั่วช่วยทำนายดวงชะตาให้กับป้าด้วยเถอะ” ทันทีที่พูดจบเธอก็ได้หยิบเงินจำนวน 1 หยวนออกมาพร้อมกับวางมันลงบนโต๊ะ
“ป้าจะเก็บมันเอาไว้ก่อนหากหนูพูดถูกจริง ๆ แล้วป้าจะให้เงินนี้กับหนู ! ”หลี่เซียงหยุนรู้สึกเ็ปใจมากที่ต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ไป แต่ด้วยความเชื่อของเธอเธอจึงไม่สามารถฝืนตัวเองได้เลย
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้แอบหัวเราะอยู่ในใจ ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้และเดินไปที่ได้ต้นไม้พร้อมกับหักกิ่งไม้เล็ก ๆ มาเก้ากิ่ง
จากนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้เอากิ่งไม้เล็กๆ พวกนั้นมาวางลงบนโต๊ะ
เมื่อเห็นเช่นนั้นหลี่เซียงหยุนก็ได้ชะโงกศีรษะเข้าไปดู แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย
“บอกป้าได้หรือยังว่าเป็อย่างไรบ้าง? ”
อันที่จริงฟู่เยี่ยนมองเห็นตั้งนานแล้วแต่ที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อแค่อยากให้มันดูเป็พิธีการเท่านั้น
“ป้าสะใภ้คะปีนี้ป้ามีอายุ 42 ปีแล้ว ป้ามีน้องชายอยู่หนึ่งคน และน้องสาวอีกหนึ่งคนโดยมีป้าเป็พี่คนโต ตอนที่ป้าอายุได้ 4 ขวบ และ 19 ปี ป้าเคยประสบกับความทุกข์ร้ายแรงแต่หลังจากที่ผ่านเื่เ่าั้มาได้ ชีวิตของป้าก็มีแต่ความราบรื่นค่ะ”
หลี่เซียงหยุนยังคงไม่ปักใจเชื่อดังนั้นเธอจึง้าที่จะถามต่อ
“เสี่ยวฮั่วหากหนูสามารถมองเห็นสิ่งนี้จริง ๆ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าตอนที่ป้าอายุ 19ปีนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ? ”
ฟู่เยี่ยนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ความทุกข์ที่เกิดจากความรักค่ะ”