บทที่ 8 คุกเข่าอ้อนวอนอีกครั้ง
การขายหนิงฉยงให้พ่อค้าตระกูลเมิ่งในเมืองเป็ความคิดของป้าสะใภ้ใหญ่ นาง้าเงินจำนวนมากเพื่อส่งบุตรชายหนิงเซวียนไปเรียนในสำนักศึกษา ถ้าไม่รีดไถจากบ้านรองแล้วจะเอาเงินจากที่ไหน ป้าสะใภ้ใหญ่จึงวางแผนใส่ร้ายหนิงฉยงว่าทำกำไลมรดกของนางแตก จากนั้นก็ยุยงให้แม่เฒ่าตัดสินใจขายพี่ใหญ่ไป
เงินสิบตำลึงที่ได้มา นอกจากจะใช้สนับสนุนการค้าของบุตรชายคนเล็กของแม่เฒ่าแล้ว หนิงเซวียนเองก็ยังได้รับส่วนแบ่งไปด้วย
มิหนำซ้ำบ้านรองก็จะมีคนกินข้าวน้อยลงหนึ่งคน ไม่ต้องเสียค่าอาหาร ทั้งยังประหยัดเงินค่าเบี้ยเลี้ยงเดือนละตำลึง นับว่าเป็แผนการที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับพวกนาง
แม่เฒ่าเองก็เบื่อหน่ายกับเื่ที่เด็กทั้งสี่จากบ้านรองกินเก่งเกินไป ทุกครั้งที่เห็นพวกนางกินข้าวก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ การส่งหนิงฉยงออกไปจึงทำให้นางรู้สึกสงบลง
“เ้าอภัยให้ข้าได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าหากมีเงินเมื่อไหร่ ข้าจะชดเชยให้พวกเ้าแน่นอน” หนิงเวยเอ่ย
‘รอจนเ้าหาเงินได้ ดอกไม้บนหลุมศพคงเหี่ยวไปแล้วกระมัง’ หนิงลั่วแทบอยากร้องไห้ นางยังคงมีความหวังริบหรี่ จึงถามต่อว่า “แล้วตอนนี้พี่รองมีเงินเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ข้าจะได้ไปซื้อยาให้เสี่ยงเสี่ยง” นางคิดว่าพี่สาวคนรองน่าจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยวันนี้ก็ซื้อซาลาเปาไส้หมูมาได้
หนิงเวยเองก็รู้ว่าตอนนี้เป็เื่คอขาดบาดตาย แต่นางกลับรู้สึกละอายใจยิ่งนัก “ขอโทษด้วย น้องสาม ข้าเองก็ไม่มีเงินเหลือเลย ไม่เช่นนั้น ข้าไปขอร้องท่านย่าดีหรือไม่ พวกเราอุตส่าห์ทำงานหนักเพื่อบ้านใหญ่ นางคงไม่ใจร้ายถึงขั้นปล่อยให้หลานแท้ๆ ของตนตายหรอก”
“ขอร้องนางหรือ! ขอร้องนางไม่สู้พึ่งตัวเองเสียยังจะดีกว่า” หนิงลั่วไม่พูดถึงเื่ที่หนิงเสี่ยงเสี่ยงถูกทำร้าย เพราะหากพี่รองรู้ นางคงจะรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม
แต่หนิงเวยกลับไม่ยอมแพ้ รีบเดินออกไปพร้อมกำชับว่า “น้องสาม เ้ารออยู่ที่บ้าน ข้าจะไปขอร้องท่านย่าเอง”
แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม นอกจากเสียงร้องอ้อนวอนของหนิงเวยที่ดังมาจากหน้าประตูบ้านใหญ่แล้ว แม่เฒ่าก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลยสักคำ แต่กลับเป็เฉินซื่อที่ไม่พลาดโอกาสที่จะได้เหยียบย่ำหนิงเวย นางด่าทอต่อว่าหนิงเวยจนเท้าตัวเองแทบยืนไม่ติดพื้น
หนิงเวยไม่รู้จะเถียงกลับอย่างไร ทำได้เพียงคุกเข่าร้องไห้และอ้อนวอน
หนิงลั่วทนฟังอยู่ครู่หนึ่งก็สุดจะทน นางก้าวออกไป ฉุดดึงหนิงเวยขึ้นจากพื้นอย่างแรง “พี่รอง กลับไปเถอะ พวกเราไม่ต้องไปขอร้องพวกนาง เื่ยา ข้าจะหาทางเอง”
หนิงเวยใเมื่อเห็นสีหน้าของน้องสาว รีบคว้ามือนางไว้ กลัวว่านางจะทำอะไรบ้าระห่ำ “น้องสาม ถึงอย่างไรท่านย่าก็เป็ผู้าุโของพวกเรา เสี่ยงเสี่ยงก็เป็หลานแท้ๆ ของนาง คำกล่าวที่ว่า ‘เสือร้ายยังไม่กินลูกของตัวเอง’ ย่อมเป็จริง พวกเราไปคุกเข่าขอร้องนางเถอะ นางต้องใจอ่อนแน่นอน”
หนิงลั่วรู้ว่าหนิงเวยยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นางไม่รู้เลยว่าตอนบ่ายหนิงลั่วต่อสู้กับแม่เฒ่าอย่างไร หากคุกเข่าขอร้องตอนนี้ เท่ากับเปิดช่องให้พวกนางเหยียบย่ำ “พี่รอง ลุกขึ้นเถอะ ข้ามีเื่จะบอก”
แต่ไม่ทันแล้ว เฉินซื่อเดินออกมาจากบ้าน มือถือเตาอุ่นขนาดเล็ก นางใส่เสื้อหนาเป็พิเศษ เดินกรีดกรายอุ้ยอ้าย ท่าทางเย่อหยิ่ง ไม่แม้แต่จะเหลือบมองพวกนางราวกับพวกนางเป็สัตว์ไร้ค่า นางลากเสียงยาว ทำท่าทางโอ้อวด “ข้าก็คาดเดาไว้แล้ว เ้าสาม วันนี้เ้ากล้าตบแม่เฒ่าต่อหน้าผู้คน นั่นถือเป็การไม่เคารพผู้ใหญ่ นับเป็ความผิดอันใหญ่หลวง หากเื่นี้ไปถึงทางการ เ้าจะต้องได้รับโทษหนัก ข้านึกว่าเ้ากล้าหาญเสียอีก ฮ่าๆ ที่แท้ก็แค่นี้เอง”
เฉินซื่อผู้มีรูปร่างอ้วนฉุคงทุกข์ใจหากไม่ได้กดขี่ข่มเหงผู้อื่น
“หากเ้ายอมคุกเข่าเสียเดี๋ยวนี้ และตบหน้าตัวเองไปด้วย พร้อมกับพูดว่า ‘ข้าผิดไปแล้ว ข้าต่ำต้อยยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน’ ข้าจะช่วยพูดขอร้องแม่เฒ่าให้”
หนิงเวยได้ยินคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่ก็รู้สึกเวียนหัวไปหมด รีบดึงน้องสาวลงไปคุกเข่าตาม “คุกเข่าซะ!”
หนิงเวยรีบคุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะให้เฉินซื่อ “ป้าสะใภ้ใหญ่ ข้าขอร้องท่าน น้องสามยังเด็ก ไม่รู้ความ ท่านโปรดยกโทษให้นางเถอะ”
ทว่าหนิงลั่วกลับยืนขึ้นเต็มความสูง สะบัดมือของหนิงเวยออกแล้วกล่าวกับเฉินซื่ออย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าตามตรรกะของป้าสะใภ้ใหญ่แล้ว พวกท่านเป็ผู้ใหญ่ สามารถทุบตีเด็กห้าขวบได้ ทำร้ายหลานในบ้านได้โดยไม่ถือว่าเป็ความผิด เช่นนั้นหากเื่นี้แพร่ออกไปถึงสำนักศึกษาที่พี่ชายใหญ่กำลังเรียนอยู่ ท่านคิดว่าอาจารย์และสหายร่วมชั้นเรียนของเขาจะคิดเช่นไร”
เฉินซื่อไม่คาดคิดเลยว่าหนิงลั่วจะกลายเป็คนโต้กลับเก่งขนาดนี้ คำพูดนั้นแทงใจดำนางเต็มๆ เฉินซื่อโมโหจนตัวสั่นราวกับถูกลิงข่วนก้นจนลุกเป็ไฟ เงื้อมือจะตบหนิงลั่วอย่างแรง แต่กลับพลาดไปโดนศีรษะของหนิงเวยแทน ส่งผลให้หนิงเวยล้มลงไปกับพื้นทันที
“พวกเด็กสารเลว! เืชั่ว! พวกเ้าก็ไม่ต่างจากมารดาของพวกเ้า นางแพศยานั่นมีดีอะไร นางก็แค่หญิงสกปรกที่ไปอ่อยบุรุษ ท้องทั้งที่ยังไม่แต่งงาน ไม่รู้ว่าที่จริงพี่ใหญ่ของพวกเ้าเป็ลูกใครกันแน่!”
“ท่านโกหก! ท่านแม่ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น! ท่านแม่ข้าไม่ได้เป็คนเช่นนั้น!” หนิงเวยไม่คิดเลยว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะพูดจาต่ำช้าเช่นนี้ นางโกรธจนตัวสั่น น้ำตาไหลเป็สาย
หนิงลั่วฉุดหนิงเวยให้ลุกขึ้นมา “พี่รองจะร้องไห้ทำไม ร้องไห้แล้วจะทำให้นางรู้สึกผิดหรือ ลุกขึ้นมา ั้แ่นี้ไปพวกเราจะไม่ร้องขออะไรจากพวกนางอีก และอย่าหวังว่าข้าจะเรียกพวกนางด้วยความเคารพอีกต่อไป”
กล่าวจบ หนิงลั่วก็จับมือหนิงเวยแล้วลากออกไปจากตรงนั้นทันที
“เดี๋ยวก่อน! พวกเ้าสองคนจะไปไหน” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง
เมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าดังขึ้น หนิงเวยก็ราวกับเห็นแสงสว่าง นางรีบเอ่ยด้วยความหวัง “ท่านย่า เสี่ยงเสี่ยงป่วยหนัก ขอร้องท่านเถอะ เอาเงินให้ข้าไปซื้อยาให้เขาหน่อยเถอะ”
แต่แม่เฒ่ากลับยืนนิ่งอยู่กับที่ นางกวาดมองหนิงลั่วั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง “เ้าสาม ไม่เลวเลยนี่ แค่ไม่กี่วัน ปากเ้าก็จัดจ้านขึ้นเรื่อยๆ เ้ากล้าคิดทำลายชื่อเสียงของเซวียนเอ๋อร์ เ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วสินะ เ้ารู้หรือไม่ แค่ข้าเอ่ยปากกับหัวหน้าตระกูล พวกเขาก็สามารถใช้กฎบ้านกฎตระกูลลงโทษโดยการจับเ้าถ่วงน้ำได้”
“ถ่วงน้ำ? พวกท่านคิดว่าข้าเป็เด็กสามขวบที่หลอกให้กลัวได้หรือ ข้าไม่ได้ทำผิดกฎบ้าน ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และไม่ได้ทำให้ตระกูลต้องอับอาย ไหนบอกข้าหน่อยสิ แม่เฒ่า พวกท่านมีสิทธิ์อะไรมาจับข้าไปลงโทษ แต่ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น หากหัวหน้าตระกูลมา ข้าก็อยากให้พวกเขาตัดสินเช่นกัน พวกท่านไม่ให้พวกข้ากินข้าว ไม่ให้เงินรักษาอาการป่วย และท่านยังใช้คราดเหล็กแทงแขนข้าอีก หากให้หมอมาตรวจ ข้าก็อยากรู้นักว่าใครกันแน่ที่าเ็หนักกว่ากัน”
“น้องสาม ข้าขอโทษที่เข้าใจเ้าผิดไป” หนิงเวยในตอนนี้ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้น้องชายกับน้องสาวต้องเผชิญกับความอัปยศเช่นนี้ แต่นางกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
เดิมทีแม่เฒ่า้ากดดันให้หนิงลั่วอ่อนข้อและยอมคุกเข่าอ้อนวอนขออภัย แต่นางก็คิดไว้ก่อนแล้วว่าถึงหนิงลั่วจะยอมก้มหน้าขอโทษนางก็ไม่มีวันให้เงินอีกฝ่ายแม้แต่แดงเดียว
“ดูปากเก่งๆ ของเ้าสิ! ในเมื่อเ้ากล้าตบหน้าผู้ใหญ่และไม่เห็นหัวข้า ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ใจชีวิตความเป็อยู่ของพวกเ้าอีกแล้ว ไหนจะเื่ค่าใช้จ่ายในการตามหาศพและจัดงานศพให้บิดามารดาที่ตายไปของพวกเ้า ทั้งชีวิตนี้ของพวกเ้าก็ไม่มีปัญญาหามาใช้คืนได้! หากฉลาดก็รีบไสหัวกลับไป อย่ามานั่งทำหน้าทุกข์ราวกับงานศพที่นี่ พวกเ้าทำให้ใครดูกัน”
แม่เฒ่าโบกมือไล่พวกนางราวกับแมลงสาบ สายตาเ็าของนางยิ่งกว่ามองคนแปลกหน้าเสียอีก