เสียงน้ำตกซัดซ่าดังอยู่ไม่ไกล สร้างม่านเสียงและม่านน้ำที่ช่วยกลบเกลื่อนร่องรอยและสายตาได้เป็อย่างดี เฟิงอี้ค่อยๆ ใช้มือดันม่านน้ำที่ไหลลงมาอย่างต่อเนื่องให้แหวกออก เผยให้เห็นปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแเีหลังม่านน้ำตก ไอเย็นชื้นและกลิ่นดินเก่าๆ ที่อับทึบลอยออกมาปะทะใบหน้า เขาสูดลมหายใจลึก กวาดตามองเข้าไปในความมืดสลัวด้วยความระมัดระวังสูงสุด
"เสี่ยวหู่ ระวังตัวด้วย เข้าไปดูกัน" เขากระซิบเบาๆ
เ้าแมวขาวตัวน้อยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะแทรกตัวผ่านม่านน้ำเข้าไปก่อนอย่างคล่องแคล่วว่องไว เฟิงอี้รีบตามเข้าไปติดๆ เมื่อก้าวพ้นม่านน้ำเข้ามาแล้ว โลกภายนอกก็ดูเหมือนจะห่างไกลออกไป เสียงน้ำตกอื้ออึงกลายเป็เพียงเสียงทุ้มต่ำที่สะท้อนอยู่ในความเงียบสงัดอันเย็นเยียบของถ้ำ
ภายในถ้ำไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า แต่ก็กว้างขวางพอที่จะใช้เป็ที่พักพิงชั่วคราวได้อย่างไม่อึดอัดนัก พื้นถ้ำค่อนข้างเรียบและแห้งกว่าที่คาดไว้ มีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาอยู่บ้างตามผนังและเพดานถ้ำ อากาศภายในเย็นสบายและดูเหมือนจะสะอาด สดชื่นกว่าอากาศในป่าทึบด้านนอกอย่างประหลาด เสี่ยวหู่เดินสำรวจไปรอบๆ อย่างสนใจ ใช้จมูกเล็กๆ ดมฟุดฟิดไปตามพื้นและผนังถ้ำ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอันตรายใดๆ
"ดูเหมือนจะปลอดภัย... อย่างน้อยก็ในตอนนี้" เฟิงอี้พึมพำกับตัวเอง รู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้เล็กน้อย อย่างน้อยพวกเขาก็มีที่กำบังจากลมฝน สายตาของศัตรู (ทั้งคนและสัตว์ร้ายเ้าถิ่น) และยังได้พักหายใจชั่วคราว เขาวางสัมภาระเล็กน้อยที่พอจะเรียกว่าสัมภาระได้ลง ก่อนจะเดินไปสำรวจผนังถ้ำด้านในสุดอย่างละเอียด
ไม่มีอะไรพิเศษ... เป็เพียงผนังหินตันธรรมดา แต่เขากลับรู้สึกได้ถึง พลังงานฟ้าดิน ที่แม้จะเบาบาง แต่ก็ หนาแน่นและบริสุทธิ์ กว่าในป่าด้านนอกอย่างชัดเจน มันอาจจะไม่ใช่สถานที่บำเพ็ญเพียรชั้นยอดเลิศเลออะไร แต่สำหรับเขาในสภาพปัจจุบัน มันดีกว่าไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย และอาจจะเพียงพอสำหรับการเริ่มต้น
‘ต้องลองดู... ต้องลองทำความเข้าใจเคล็ดวิชานี่ให้มากขึ้น...’ เฟิงอี้ตัดสินใจแน่วแน่ ‘ต้องหาวิธีฟื้นฟูพลังชีวิตที่เสียไป และต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่โชคชะตาจะเล่นตลกกับข้าอีกครั้ง!’
เขาเลือกมุมที่ค่อนข้างเรียบและสะอาดที่สุดในถ้ำ นั่งขัดสมาธิลงอย่างมั่นคง หลับตาลงช้าๆ พยายามขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านและความกังวลทั้งหลายออกไปให้หมดสิ้น สูดลมหายใจเข้าลึก... ผ่อนออกยาว... ทำจิตใจให้สงบนิ่งดุจผิวน้ำในบ่อร้าง
เขาจดจ่ออยู่กับ ความรู้สึกเชื่อมโยงอันลึกลับ ภายในแก่นิญญา และพยายามระลึกถึง "เส้นทางการโคจรพลัง" ที่เคยรู้สึกได้รางๆ เมื่อคืน ภาพของเส้นสายพลังงานที่สลับซับซ้อนราวกับแผนที่ดวงดาวโบราณปรากฏขึ้นในห้วงมโนสำนึกอีกครั้ง มันดูเหมือนจะเป็ วิถีแห่งพลัง ที่ถูกต้อง ทรงพลัง และ... เก่าแก่เกินกว่าจะหยั่งถึง
เขาเริ่มลองโคจรพลังงานอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในร่างกาย ให้ไหลไปตามเส้นทางอันลึกลับนั้นอย่างช้าๆ...
มันยากเย็นแสนเข็ญ! ราวกับพยายามเข็นครกขึ้นูเาสูงชัน! หรือพยายามดันก้อนหินใหญ่มหึมาให้เคลื่อนที่ไปตามลำธารที่แห้งผาก! พลังงานติดขัดสะดุดในหลายๆ จุด บางครั้งก็ไหลย้อนกลับจนทำให้รู้สึกเจ็บแปลบไปตามเส้นชีพจรราวกับถูกเข็มนับพันทิ่มแทง! และที่สำคัญที่สุด... ความรู้สึกว่า "บางสิ่งในตัว... กำลังถูกสูบกินไปอย่างช้าๆ" กลับมาอีกครั้ง! ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม! มันไม่ใช่แค่ผลข้างเคียงจากการเร่งพลังฟื้นฟูอีกต่อไป แต่ราวกับว่า... การโคจรพลังตามวิถีนี้ มันต้องใช้ "แก่นแท้" ของชีวิตเป็เชื้อเพลิงโดยตรง! มันกำลังเผาผลาญอายุขัยของเขาเพื่อแลกกับความแข็งแกร่ง!
‘นี่มัน... วิถีบำเพ็ญเพียรอันใดกัน? เหตุใดมันถึงได้บ้าคลั่งและทำลายล้างเช่นนี้?’ เขาตื่นตระหนกและหวาดหวั่นเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณส่วนลึกที่เก่าแก่ยิ่งกว่า กลับร้องบอกอย่างหนักแน่นว่านี่คือหนทางเดียวที่ถูกต้องสำหรับเขา... หนทางที่ผูกพันกับตัวตนภายในอันลึกลับนี้... หนทางเดียวที่จะทำให้เขามีพลังพอจะปกป้องตัวเองและเสี่ยวหู่ได้!
เฟิงอี้กัดฟันแน่น! ความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาปะทุขึ้นมา! เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด จดจ่อกับการโคจรพลังต่อไปทีละนิด ทีละนิด... ช้าๆ แต่มั่นคง... เขาจินตนาการถึงวัฏจักรแห่งการเกิดดับ... การดับสลายและการก่อเกิด... ความมืดมิดและความสว่าง... ความว่างเปล่าและการเติมเต็ม...
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมและแผ่นหลัง แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าและเ็ป แต่จิตใจกลับยิ่งกระจ่างใสและมุ่งมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ
และแล้ว... ในที่สุด... เขาก็รู้สึกถึงมัน!
พลังงานสายเล็กๆ ที่ดูดซับมาจากอากาศภายนอกถ้ำ ผสมรวมกับ "เชื้อเพลิงชีวิต" ที่ถูกเผาไหม้จากภายในร่าง ค่อยๆ ไหลไปตามเส้นทางที่เคยติดขัดนั้นได้สำเร็จ! มันเอาชนะความติดขัดนั้นไปได้! แม้จะเชื่องช้าและขาดๆ หายๆ ในตอนแรก แต่มันก็คือ การโคจรพลังปราณรอบแรก ที่สมบูรณ์แบบตามเคล็ดวิชานี้!
ฟู่...
เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณอัน บริสุทธิ์และคมกล้า สายหนึ่ง ก่อตัวขึ้นอย่างแ่เบาในจุดตันเถียนของเขา มันน้อยนิดเสียจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยจิตัั แต่กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายที่แตกต่างจากพลังปราณของผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง... กลิ่นอายที่แหลมคมราวกับคมมีดที่เพิ่งลับใหม่... กลิ่นอายของ... "กระบี่ปราณ"?
คำนี้ผุดขึ้นในใจของเขาอย่างไม่มีที่มาที่ไป
ขณะเดียวกัน ชื่ออันแปลกประหลาด ลึกซึ้ง และแฝงนัยยะน่าสะพรึงกลัวก็ก้องกังวานขึ้นในห้วงจิต... 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 (轮回寂灭新生诀 - Luánhuí Jìmiè Xīnshēng Jué)... นี่คือชื่อของเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรอันน่าสะพรึงกลัวนี้หรือ? เคล็ดวิชาที่ต้อง "ดับสูญ" ก่อน จึงจะ "ก่อเกิด" ขึ้นมาใหม่ได้?
"ระดับ 'หลอมรากปราณ' (炼气筑基 - Liàn Qì Zhù Jī) ขั้นต้น..." เขาลืมตาขึ้นช้าๆ พึมพำกับตัวเอง เข้าใจถึงระดับขั้นแรกของเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของตนเอง และเข้าใจถึงธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวและราคาที่ต้องจ่ายของวิชาที่เขาเพิ่งัั... เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อต่อสู้กับศัตรูภายนอก แต่เพื่อต่อสู้กับ "ต้นทุน" ที่ต้องจ่ายจากภายในนี้ด้วย!
พร้อมกันนั้น ภาพของกระบวนท่า "เงาสะท้อนแห่งเข็มวายุ" (针风映影 - Zhēn Fēng Yìng Yǐng) ก็ผุดขึ้นในใจอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนและเชื่อมโยงกับ "กระบี่ปราณ" ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่นี้อย่างน่าประหลาด ราวกับว่าทั้งสองสิ่งคือส่วนหนึ่งของกันและกันมาั้แ่ต้น
เขาลองหลับตาลงอีกครั้ง ตั้งใจจะฝึกฝนต่อไปทันทีเพื่อทำความคุ้นเคยกับพลังใหม่นี้ แต่...
กรรรซ์!
เสียงคำรามต่ำๆ แต่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความเดือดดาล ดังมาจาก นอกถ้ำ ไม่ไกลนัก! สั่นะเืไปทั่วทั้งบริเวณ!
เฟิงอี้สะดุ้งสุดตัว! ลืมตาโพลงทันที!
เสี่ยวหู่ที่นอนหลับพักผ่อนอยู่ใกล้ๆ ก็ผุดลุกขึ้นยืน ขนทั้งตัวตั้งชัน! ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้าง หรี่ลงจ้องไปยังปากทางเข้าถ้ำ มันส่งเสียงขู่ฟ่อๆ ในลำคออย่างดุร้าย!
เ้าของรอยเท้าปริศนา... เ้าถิ่นผู้หวงแหนสมุนไพรวิเศษ... มันกลับมาแล้ว! และดูเหมือนจะรู้แล้วว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตและรังนอนของมัน!
*** จบตอนที่ 9 ***