“ส่งคนไปฟังความทุกอย่างที่ท่านตาข้าสนทนากับเสด็จแม่ ทุกคำอย่าให้ตกหล่น” ใจรัชทายาทกำลังหวาดหวั่น หากเสด็จแม่ผู้เป็นฮองเฮาเผลอไปกระทำสิ่งใดที่ผิดมหันต์อีกครั้ง รับรองว่าเรื่องใหญ่จะต้องเกิดขึ้น อย่าถามถึงโทษทัณฑ์จากเสด็จพ่อผู้เป็นฮ่องเต้เลย ท่านแม่ทัพม่อจิ้นจื่อผู้เป็นท่านตาของหวังปิงปิงอีกคนที่จะไม่ยอมไว้หน้าท่านตาของเขาซึ่งเป็นเพียงอำมาตย์แก่ๆ อย่างไรเสียเรื่องทุกเรื่องล้วนอาจมีทางแก้ไข สองขาแกร่งเดินออกจากวังหลวงพร้อมคนสนิทอีกสองคน จุดมุ่งหมายคือโรงเตี๊ยมสิบทิศ สถานที่นัดพบกับเยี่ยนมิ่งลี่ ‘เห็นทีเรื่องของนางคงถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจเสียแล้ว’
๑---------------------๑
จวนแม่ทัพใหญ่ม่อจิ้นจื่อ
“ถวายพระพรฝ่าบาท” เจ้าของจวนค้อมหัวลงเล็กน้อยให้บุรุษรุ่นลูกแต่มีศักดิ์เป็นถึงฮ่องเต้ที่น้อยครั้งจะเสด็จออกจากวังหลวง
“อย่าได้มากพิธีเลยแม่ทัพม่อ” เดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับท่านแม่ทัพใหญ่ที่ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะทราบแล้วว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องใด
“นั่นสิ อย่าได้มากพิธีเพราะอีกไม่นานคงได้ดองกันแล้วใช่หรือไม่” ม่อจิ้นจื่อเอ่ยแกมประชด เรื่องใหญ่เช่นนี้เขานั้นทราบจากบ่าวชายสกุลหวังแล้วตั้งแต่เมื่อตอนเช้ามืด คราแรกที่ได้ฟังนั้นเขารู้สึกตกใจมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือค่อนข้างพอใจ เนื่องจากในอดีตแอบคิดว่าบุตรสาวคนโตของตน (หรือก็คือม่อเจียวหลินที่ปัจจุบันนั้นเป็นมารดาของหวังปิงปิง) อาจจะต้องเข้าวังไปเป็นสนมชายาในสักวัน ที่ไหนได้นางกลับไปรักชอบกับพ่อค้าสกุลหวังเสียก่อน ยามนี้หลานสาวเป็นที่ต้องตาต้องใจของฮ่องเต้มีรึที่แม่ทัพใหญ่อย่างเขาจะมิชมชอบ
^^ “เป็นเช่นนั้น วันนี้เราแค่มาแจ้งข่าวและอยากจะใช้กุณซือของแม่ทัพตรวจดูดวงชะตาของเรากับปิงปิงได้หรือไม่”
ที่มู่เจี้ยนเทียนเลือกใช้กุณซือของแม่ทัพม่อมันอาจจะได้ความจริงและดวงชะตาที่แม่นยำมากกว่า ในทางกลับกันหากใช้โหรหลวงในวัง เขาคาดว่ามันอาจจะไม่ได้ความจริงทั้งหมด ไหนจะเรื่องที่นางลักลอบไปหาเขาอีกหลายครั้งมันดูไม่งามนัก โหรหลวงทั้งหลายอาจจะโป้ปดหาว่านางมิใช่สตรีที่เหมาะสมได้
“ได้พะยะค่ะ”
“เรามาเสนอตัวเป็นหลานเขย ท่านตาพูดคุยกับเราแบบธรรมดาก็พอ” แสดงความจริงใจต่อเครือญาติของสตรีที่รักและนั่นคือเรื่องดี
แม่ทัพม่อยิ้มชอบใจ “ดี!!” ก่อนจะกวักมือเรียกพ่อบ้านให้ไปตามหากุณซือฉู่หยวนที่มักจะขลุกอยู่กับม้าในคอกทางด้านหลังของจวนแม่ทัพ ในระหว่างเฝ้ารอบุรุษสองวัยจึงนั่งสนทนากันเกี่ยวกับข่าวลือหนาหูเรื่องที่กู้ฮองเฮาถูกสั่งกักบริเวณ ซึ่งฮ่องเต้มู่เจี้ยนเทียนก็มิได้ปิดบัง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการลอบสังหารหวังปิงปิงในคราก่อน “ฮองเฮากล้าถึงเพียงนั้น” แม่ทัพยิ้มหน้าเหี้ยม
“เราต้องขอโทษแทนนางด้วย” เพราะอีกฝ่ายได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์ แต่จะปกป้องผู้กระทำความผิดย่อมมิใช่เรื่องที่ดีสำหรับผู้ครองแคว้น ยิ่งสตรีที่กู้หลานหนิงสั่งให้สังหารคือหวังปิงปิงที่รักด้วยแล้ว ‘ทั้งหมดเขาจะปล่อยให้ทางกรมอาญาเป็นฝ่ายจัดการไปตามกฎ’
“มิใช่ความผิดของเจ้า หลานเขย ในเมื่อเจ้าได้สั่งองครักษ์เงาไปคอยปกป้องคุ้มครองหลานสาวของตา นั่นหมายความว่านางมีความสำคัญกับเจ้าใช่หรือไม่”
พยักหน้ารับอย่างชอบใจในคำพูดแบบธรรมดาสามัญ “เป็นเช่นนั้น เรารักหลานสาวของท่านตาด้วยใจจริง จึงต้องมาสู่ขอนางด้วยตนเอง ก่อนที่ราชโองการจะตามมาในภายหลัง” ราชโองการเรื่องงานสมรสที่ต้องเขียนเอง ประทับตราเองด้วยความเต็มใจ
สตรีต่างภพผู้สู้ตายแล้วได้ความโชคดีนั้นถึงกับยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามา “ปิงปิงก็รักฝ่าบาทเจ้าค่ะ” ในมือถือถาดใส่ขนมหวานหอมกรุ่น อันที่จริงแล้วนางมาถึงจวนพร้อมกับฝ่าบาทเพียงแต่ขนมที่นางทำไว้เมื่อวานต้องอุ่นให้ร้อนจึงจะทานอร่อย ซึ่งกว่านางและอาเปาจะเข้าครัวแล้วเดินมาถึงตรงนี้ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามเข้าไปแล้ว
“หึ” บุรุษสูงศักดิ์ผู้ถูกบอกรักออกมาเต็มปากเต็มคำอีกครั้งยิ้มหวานใส่นางที่กำลังวางถาดขนมแปลกตาลงกลางโต๊ะ น่าแปลกทั้งๆ ที่เขาและนางเพิ่งเปิดใจต่อกันเมื่อวันวานแท้ๆ แต่คำรักที่ได้ยินกลับบ่อยครั้งจนนับแทบไม่ได้ ซ้ำได้เห็นนางกล่าวมันออกมาโดยไร้ความเขินอายก็ยิ่งชอบใจ
“วันนี้ปิงปิงทำขนมบัวลอยเผือกมาให้ทานเจ้าค่ะ ไม่หวานมากแบบที่บุรุษชอบ” ใช้ทัพพีขนาดกลางตักขนมหวานใส่ถ้วยให้ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ก่อนจะตักให้ทานตาและของตนเอง “ลองทานดูนะเจ้าคะ”
สองบุรุษไม่ลังเลที่จะตักขนมหวานหอมกรุ่นเข้าปาก แต่ยิ่งตักหนึ่งช้อนก็ยิ่งต้องตักทานอีกเรื่อยๆ
มู่เจี้ยนเทียนนั้นรู้ดีตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่านางทำอาหารรสชาติดีมาก กับแกล้มทุกจานหน้าตาแปลกประหลาดแต่นางก็ทำมันออกมาอร่อยล้ำจนต้องทานให้หมด ไม่ต่างจากขนมหม้อนี้ที่ลดลงไปมากกว่าครึ่ง
ม่อจิ้นจื่อตักขนมหวานใส่ถ้วยครั้งที่สามแล้วลอบมองว่าที่หลานเขยกับหลานสาวยิ้มใส่กัน แววตาของทั้งคู่ทอดมองกันด้วยความรักแตกต่างจากครั้งที่ฮ่องเต้ผู้นี้มองกู้ฮองเฮาราวกับคนแปลกหน้า เขารู้ดีว่าอยู่ด้วยความรักกับอยู่เพราะหน้าที่ความรู้สึกมันต่างกัน “ตารู้ว่าเจ้าทำอาหารอร่อยแต่มิเห็นเคยรู้จักขนมหวานแปลกประหลาดนี้ ผู้ใดสอนรึ”