ระยะเวลาหนึ่งวันผ่านไป ณ เมืองหลวงขนาดใหญ่ของทวีปเทียนหยวนในตอนนี้มีชายอาภรณ์สีดำกำลังลอยอยู่ท่ามกลางท้องนภา ที่มือด้านขวามีคนๆหนึ่งกำลังถูกหิ้วอยู่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟยหงและคนส่งสารของจักรพรรดิ
"ฟิ้ว!"
"ตูม!"
ชายหนุ่มเหม่อมองไปทั่วทั้งอาณาจักรก่อนที่เขาจะขว้างชายที่อยู่ในมือเข้าไปยังวังหลวงอย่างไรปราณี จนเหล่าทหารทั้งหลายได้แต่มองไปที่ศพของชายคนดังกล่าวที่สภาพอนาถยิ่งและวิ่งไปรายงานเื่ราวให้กับองค์จักรพรรดิของมันในทันที
"องค์จักรพรรดิขอรับตอนนี้มีชายปริศนาลอยอยู่บนฟ้าขอรับ แถมมันยังโยนคนส่งสารที่ท่านให้ไปยังตระกูลเฟยลงมาและตอนนี้มันได้ตายแล้วขอรับ!!"ทหารคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมายังโถงบัลลังก์แล้วรีบกล่าวรายงานในทันที ตอนนี้องค์จักรพรรดิที่กำลังสำราญอยู่กับการปรนนิบัติจากนางสนมก็พลันคิ้วขมวดเป็ปมขึ้นมาทันใด ก่อนที่เขาจะสวมใส่อาภรณ์ัและรีบออกไปในทันที
เมื่อเขาออกมาเฟยหงที่รออยู่ก็พลันยกยิ้มเย็น สายตาจับจ้องไปที่องค์จักรพรรดิอย่างเย้ยหยันระดับจักรพรรดิขั้นสองไม่นับเป็อันใดสำหรับเขาในเวลานี้ หากจะกล่าวให้ถูกก็คือไม่มีใครในทวีปนี้ที่เขาต้องหวั่นเกรง
"เ้าเป็ใคร"องค์จักรพรรดิเทียนเหิงกล่าวออกมาสั้นๆในใจเต็มไปได้ความสงสัยไคร่รู้เนื่องจาก ไม่สามารถมองเห็นระดับพลังของอีกฝ่ายได้ดังนั้นจึงรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเองก็ไม่ธรรมดา
"เ้ายังกล้าเอ๋ยปากถามข้าอีกหรือ ทั้งๆที่ส่งคนไปถึงหน้าบ้านข้าแถมยังออกคำสั่งทำลายพื้นฐานการฝึกฝนของหลานของข้า ดังนั้นวันนี้ข้าจึงมาคิดบัญชีกับเ้าจักรพรรดิผู้โง่เขลา"เฟยหงกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบเฉย แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะร่าและกล่าวอย่างเยาะเย้ยว่า "ฮ่าๆๆๆที่แท้ก็พวกชั้นต่ำที่อยู่ขอบดินแดน คิดจะมีคิดบัญชีกับข้ามันเร็วไปร้อยปี เอาเช่นนี้เป็ไงมารับใช้ข้าแล้วข้าจะปล่อยให้หลานเ้าอยู่รอดต่อไป"
"ตบะเพียงแค่ระดับจักรพรรดิตัวเล็กๆกลับกล้ากล่าววาจาใหญ่โต ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา"เฟยหงกล่าวออกไป พร้อมทั้งชี้นิ้วไปทางเทียงเหิงผู้โง่เขลา ทันใดนั้นทุกคนในวังหลวงต่างดวงตาเบิกกว้างและมองไปยังบนท้องฟ้าอย่างไม่เชื่อในสายตารวมไปถึงจักรพรรดิเทียนเหิงด้วย
"นะ นี่มันบ้าอะไรกัน!!"มันกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนก เบื้องบนฟ้าปรากฏดรรชนีที่สร้างจากพลังปราณขนาดใหญ่มหึมาราวกับจะทำลายเมืองได้ทั้งเมืองค่อยๆเคลื่อนที่ลงมาด้านล่างจนทำให้พวกมันได้แต่หน้าถอดสีและพยายามวิ่งหนีกันอย่างเอาเป็เอาตาย
"หนึ่งดรรชนีปิดฟ้า"สิ้นคำกล่าวออกเฟยหง ดรรชนีปราณขนาดใหญพลันพุ่งไปอย่างรวดเร็วและแผ่ออร่าทำลายล้างที่สุดจะหยั่ง จักรพรรดิเทียนเหิงในตอนนี้ไม่มีทางเลือกใดนอกจากจะป้องกันการโจมตีนี้เอาไว้
"ข้าไม่ยินยอม!! หมัดเทพหมาป่าสะท้านภพ"เทียนเหิงตระโกนกู่ก้องปล่อยหมัดออกไปพร้อมกับปรากฏปราณสีน้ำเงินรูปลักษณ์หมาป่าเข้าต้านทานดรรชนีของเฟยหงแต่น่าเสียดายที่ช่องว่างของพลังนั้นมีมากเกินไป หมัดหมาป่าอันเล็กจ้อยไม่สามารถที่จะยับยั้งความยิ่งใหญ่ของดรรชนีนี้ได้และค่อยแตกสลายไปลง
"ทำไมกัน!! ทำไมต้องลงมือโเี้เช่นนี้ด้วย หากพลังนี้ตกลงไปเบื้องล่างคนในวังได้ตายหมดแน่ !!"จักรพรรดิเทียนเหิงกล่าวออกมาด้วยความไม่ยินยอม ด้านล่างมีเหล่าลูกๆและภรรยาของเขารวมไปถึงสนมมากมายรวมไปถึงคนของมันดังนั้นมันจึงไม่ยินยอมที่จะสูญเสียไปอย่างแน่นอน
"เวลาเช่นนี้เ้ายังมีเวลาห่วงคนเบื้องล่างงั้นหรือ ข้าจะบอกอะไรเ้าไว้อย่างหนึ่ง ตัวเ้าและราชวงศ์ของเ้าได้ตายไปั้แ่ออกราชองค์การนั้นออกมาแล้ว และสำหรับข้าแล้วร้อยพันชีวิตก็ไม่อาจจะเทียบเท่าหลานชายของข้าได้ ดังนั้นจงรับกรรมในสิ่งที่ตนเองก่อเอาไว้เสียเถอะ"เฟยหงกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย ดรรชนีปิดฟ้าเคลื่อนที่อีกคราและยังรุนแรงกว่าเก่ามากนัก จนทำให้เทียงเหิงหน้าซีดเผือดเนื่องจากสูญเสียพลังปราณมากเกินไปจนในที่สุดมันก็ไม่อาจที่จะต้านทานได้
"ตัดบัวอย่าให้เหลือใย!!"เฟยหงเค้นเสียงเย็นดรรชนีของเขากดทับร่างของเทียนเหิงลงไปยังวังเบื้องล่างทำลายพวกมันจนสิ้นซาก หากใครอยู่ภายในวังแน่นอนว่าไม่มีทางรอดไปได้ เมื่อการโจมตีหายไปวังหลวงที่เคยงดงามก็พังพินาศจนหมดสิ้น เหล่าราชวงศ์เทียนตายตกกันไปจนหมดไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ทุกสายตาของประชาชนในเมืองตอนนี้จับจ้องเพียงชายที่ยืนเด่นอยู่กลางฟากฟ้าด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยก่อนจะส่งเสียงเฮออกมาไม่ขาดสาย บางคนถึงกับคุกเข่าแล้วให้กับเขาราวกับพระเ้าอย่างไรอย่างนั้น นั่นเป็เหตุมาจากการถูกกดขี่มานาน เมื่อเห็นว่าราชวงศ์ที่เลวร้ายล่มสลายหายไปมันก็ไม่แปลกอะไรที่คนพวกนี้จะตื่นตันใจเช่นนี้
เฟยหงเมื่อกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ภัยแล้วแน่นอนว่าเขาก็จากไปในทันทีและไม่ได้หันไปเหลียวแลราชวังที่พังพินาศอีกต่อไป ในความคิดของเขานั้นจ้าวหยางน่าจะเหมาะที่สุดในการขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ต่อไป ดังนั้นก่อนที่จะถึงศึกชิงตำแหน่งเขาจะต้องกลับไปชี้แนะจ้าวหยางเสียหน่อย
ตัดภาพมาที่เฟยหรงเมื่อเขาส่งทุกคนกลับไปหมดแล้วเขาก็เดินเข้ามายังห้องที่ขังเ้านิกายสาวในทันทีซึ่งตอนนี้นางดูสงบกว่าแต่ก่อนมากแต่ทันทีที่เฟยหรงเข้าไปไม่ว่าจะเป็หมอน ผ้าห่ม หรือแม้แต่ข้าวของต่างๆก็ถูกความขว้างลอยมาหาเขาทั้งหมด
เฟยหรงที่เห้นดังนั้นเขาก็พลันถอนหายใจอย่างเอือมระอาเขาหลบหลีกสิ่งของที่ถูกโยนมาเ่าั้แล้วเข้าประชิดตัวนางก่อนที่จะกดลงบนเตียงที่ตอนนี้ว่างเปล่า
"เหตุใดจึงไม่เข็ดไม่หลาบ ต่อให้เ้าขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นมือข้าไปได้"เฟยหรงออกด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย หญิงสาวที่ถูกจับกดอยู่บนเตียงพลันเบือนหน้าหนีไม่ได้กล่าวอะไร นั่นทำให้เฟยหรงรู้สึกหมั่นใส้ที่นางไม่ยอมพูดกับเขา
"ดีมาก! ในเมื่อเ้าไม่ยอดพูดงั้นปากของเ้าก็มีไว้ทำอย่างอื่นสินะ"กล่าวจบชายหนุ่มก็เชยคางนาง ประทับริมฝีปากของเขาลงไปบนริมฝีปากของนางจนหญิงสาวได้นิ่งอึ้ง หน้าแดงกล้ำ ใจสั่นระรัว ก่อนที่จะกัดไปที่ริมฝีปากของชายหนุ่มจนเขาต้องผละออกมา
"จะ เ้า!!"นางอุทานออกมาใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด นั่นคือจูบแรกของนางแต่เ้าคนไร้ยางอายนี่กลับขืนใจบังคับให้นางต้องเสียมันไป แล้วจะไม่ให้นางโมโหได้อย่างไร
"เ้าอะไร!ก็เ้าไม่อยากจะพูดกับข้าเองช่วยไม่ได้"เฟยหรงยิ้มเยาะพร้อมกับเลียริมฝีปากที่มีเืติดอยู่ พร้อมมองไปที่หยิงสาวที่กำลังน้ำตาคลออยู่บนเตียง
"จูบนั่นจูบแรกของข้า! เ้าคนไร้ยางอายวันนี้ต่อให้ข้าตายข้าก็จะข้าเ้า!"นางเดือดดาลสุดขีดลุกขึ้นไปทุบตีเฟยหรงยกใหญ่แต่ก็ถูกเขาโอดรัดเอาไว้จนไม่มีแรงแม้แต่จะต้านทาน
"เ้าจะทุบตีนายท่านของเ้างั้นหรือ ช่างเป็สาวใช้ที่ร้ายกาจจริงๆ"เฟยหรงกล่าวหยอกล้อจนทางหน้าแดงกล่ำและทุบอกของเขาไปมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ก่อนนางจะไม่มีทางเลือกและกัดไปที่แขนของเฟยหรงอย่างเต็มแรง
"ต่อให้เ้ากัดหรือจะทุบตีข้าด้วยแรงอันน้อยนิดของเ้ามันก็ไม่เป็ปัญหาเลยแม้แต่น้อย"หญิงสาวไม่ฟังคำพูดได้และยังคงกัดเขาต่อไปพักใหญ่ๆก่อนที่พยายามผละตัวออกมาจากเฟยหรง
"เ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเ้าชายชั่ว มากรัก เ้าไม่กลัวภรรยาเ้าจะเสียใจหรืออย่างไรที่มาทำกับข้าเช่นนี้!"หญิงสาวกล่าวออกไปเช่นนั้น เนื่องจากนางได้ยินสาวใช้คุยกันว่าอีกไม่นานเฟยหรงจะแต่งงานดังนั้นนางจึงใช้ข้ออ้างนี้มาข่มขู่เขาเผื่อว่าเ้าคนไร้ยางอายคนนี้จะรู้สึกผิดแล้วปล่อยนางไป แต่ใครจะคิดกันว่านางจะคิดผิดมหันต์ นอกจากเฟยหรงจะไม่ปล่อยนางแล้วเขายังกระชับกอดนางแน่นกว่าเดิมเสียอีก
"หึ เสี่ยวเซียนนางรู้นิสัยข้าดีว่าเป็พวกมักมาก ดังนั้นเ้าไม่ต้องห่วงนางหรอกห่วงตัวเองดีกว่าว่าจะรอดจากข้าวันนี้ไปได้อย่างไร"เฟยหรงกล่าวพร้อมสูดดมกลิ่นหอมราวกับบุปผาที่ทำให้รู้สึกสดชื่นจากกายนาง แม้มันจะรู้สึกเย็นสบายแต่เขากลับเร้าร้อนอย่างประหลาดใจ วิญญานของกู่เทียนหลงเห็นดังนั้นจะกล่าวเตือนเฟยหรงก่อนจะทำอะไรไปมากกว่านี้ว่า "เ้าหนูเ้าดูไม่ออกเหลือว่านางมีเส้นลมปราณเก้าหยิน หากเ้าทำอะไรไปนางพร์ของนางจะหายไปในตอนนี้ทันที"
'ข้ารู้อยู่แล้วข้าแค่อยากแกล้งนางเท่านั้น ใครใช้ให้นางมารับสินบนจากไอ้พวกนั้นมาวางแผนกำจัดข้ากันละ'เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น เขาััได้ถึงเส้นลมปราณเก้าหยินตั้งนานแล้วที่เขาทำก้แค่อยากจะสั่งสอนนางเท่านั้นแต่ใครจะคิดว่ากลิ่นหอมจากกายนางจะทำให้เขาเร้าร้อนได้ถึงเพียงนี้
เส้นลมปราณเก้าหยินแน่นอนว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเนื่องจากมันคือเส้นลมปราณสายเย็นที่แข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้ หากนางอยู่ในทวีประดับสูงหรือทวีปศักดิ์สิทธิ์ย่อมโดดเด่นเหนือใครช่างน่าเสียดายที่นางเติบโตมาในทวีประดับต่ำเช่นนี้ และไม่ได้มีเพียงนางเท่านั้นที่มีเส้นลมปราณประเภทนี้ เสี่ยวเซียนว่าที่ภรรยาของเขาเองก็มีเส้นลมปราณระดับนิพพานเช่นนี้และมันมีชื่อเรียกว่า เส้นลมปราณเหมันต์หยกจันทรา มีความสามารถในการผนึกที่สูงมากแต่มีการบ่มเพาะระยะต้นที่เหมือนกับเส้นชีพจรเหมันต์ธรรมดาๆทั่วไปแต่มันจะทรงพลังมากในการบ่มเพาะพลังในขั้นปลาย
ในอดีตเคยมีตำนานเหล่าว่าเก้าหยินสามารถใช้ออกด้วยธาตุน้ำแข็งอย่างอิสระ ส่วนหยกจันทรานั้นสามารถใช้ออกด้วยการพันธนาการศัตรูที่หนาแน่นแม้จะดูเป็รองเก้าหยินอยู่บ้างแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะมันสามารถผนึกได้แม้แต่ัหากบ่มเพาะพลังจนแข็งแกร่ง
'ทั้งเสี่ยวเซียนและนางต่างมีเส้นชีพจรนิพพานอยู่ในกาย เ้าหนูหากเป็เช่นนี้เ้าต้องพึงระวังเอาไว้ให้ดีเส้นลมปราณของนางแน่นอนว่าย่อมมีคู่ของมัน อย่างเช่นเก้าหยินก็ต้องมีเก้าหยาง หยกจันทราเองก็มีทับทิมสุริยัน หากพวกมันเจอเหล่าหญิงสาวของเ้าละก็พวกมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาอย่างแน่นอนเพราะมันจะช่วยส่งเสริมกันและยกระดับเส้นลมปราณให้พิเศษจนทำให้ไปถึงระดับเทวะได้'กู่เทียนหลงกล่าว เฟยหรงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับทันที เื่นี้ช่างละเอียดอ่อนนักและเขาจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรภรรยาของเขาอย่างแน่นอนรวมไปถึงสาวใช้เ้าปัญหาคนนี้ด้วย
"เอาละไม่ล้อเ้าเล่นแล้วข้ามีธุระ"เฟยหรงคลายกอดนางอย่างรวดเร็วและเดินออกไปด้านนอกในทันทีทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่บัดนี้หน้าแดงกล่ำ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความหลากหลายอย่างบอกไม่ถูก
"พอนึกถึงตัวปัญหา ตัวปัญหาก็มาเลย แม่นางทั้งสามท่านเข้ามาในตระกูลข้ายามวิกาลเช่นนี้เกรงว่าไม่เหมาะสมกระมัง"เมื่อเฟยหรงเดินออกมาได้สักพักเขากล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉยแล้วมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ ที่ตอนนี้มีหญิงสาวสวมอาภรณ์สีขาวสามคนปกปิดใบหน้ากำลังมองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ