บทที่ 19 ต้านต้านคือผู้ใด?
เ้าของแผงลอยมองสำรวจเฟิ่งชิงหร่านอีกครั้ง
นางสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อน บุคลิกสง่างาม ราวกับดอกบัวสีฟ้าที่งดงามเหนือใคร ทำให้ผู้คนรู้สึกหวั่นไหว ละอายใจ และไม่กล้าลบหลู่
เฟิ่งชิงหร่านเห็นเ้าของแผงเหม่อลอย จึงเอ่ยเสียงเย็นว่า “ยังมีธุระอะไรอีกหรือ?”
เ้าของแผงตื่นจากภวังค์ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “สหายของคุณหนู อยู่ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายด้านหลังท่านใช่หรือไม่?”
ดวงตางามของเฟิ่งชิงหร่านเ็า “ท่านถามมากมายเช่นนี้มีความหมายอันใด?”
“คุณหนูอย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงแต่อยากบอกคุณหนูว่า จุดลงของค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นเป็แบบสุ่ม สหายของคุณหนูอาจถูกส่งไปที่อื่นแล้ว ท่านรออยู่ที่นี่คงไม่พบ”
มุมปากของเฟิ่งชิงหร่านกระตุกเล็กน้อย เื่สำคัญเช่นนี้ไฉนโม่จิงหงถึงไม่บอก? หากกล่าวว่าโม่จิงหง ไม่รู้เื่นี้ นางไม่มีทางเชื่อ แม้ว่าจะถูกตีตายก็ตาม!
เฟิ่งชิงหร่าน แต่เดิมตั้งใจจะรอให้เ้าของแผงเดินจากไปก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง ทว่าดูเหมือนยามนี้จะไม่จำเป็แล้ว “ขอบคุณที่เตือนข้า”
“คุณหนูไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างหนึ่ง ในตลาดมืดนี้ก็ไม่สามารถใช้ยันต์สื่อสารได้” เ้าของแผงเห็นเฟิ่งชิงหร่านสุภาพอ่อนน้อม จึงเตือนด้วยความจริงใจ “แม้ว่าในตลาดมืดนี้จะมียามลาดตระเวน แต่คุณหนูเดินทางมาเพียงลำพัง ก็ควรระมัดระวังให้มากที่สุด” ในตลาดมืดเฟิ่งชิงหร่านจะไม่มีอันตรายใด ๆ แต่ก็มิอาจรับประกันได้ว่าจะไม่ถูกคนชั่วจับตามอง
เฟิ่งชิงหร่านประสานมือกล่าวขอบคุณ “ข้าจะไปตามหาสหาย ขอคืนแผงนี้ให้ท่านแล้ว ลาก่อน”
เ้าของแผงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง เพราะได้ลวงเอาศิลาิญญาของนางมา เขาจึงหยิบสมุดเล่มหนึ่งส่งให้เฟิ่งชิงหร่าน “นี่คือสิ่งที่ข้าได้สรุปไว้จากประสบการณ์สิบกว่าปีในตลาดมืด หวังว่าจะเป็ประโยชน์ต่อคุณหนู”
เฟิ่งชิงหร่านรับมาอย่างไม่เกรงใจ พยักหน้าแล้วจากไป
ไม่นานหลังจากเฟิ่งชิงหร่านจากไป ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำก็เดินมาหยุดตรงหน้าเ้าของแผง
“ศิลาิญญาที่เด็กสาวผู้นั้นให้เ้าเมื่อครู่ เอามาให้ข้าดูหน่อย” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าสวมหน้ากาก
เ้าของแผงกุมถุงเก็บของแน่น “เ้า้าทำอะไร?”
ชายหนุ่มแค่นเสียงอย่างดูแคลน เขาเพียงแค่เห็นว่าศิลาิญญาดูคุ้นตา อยากตรวจดูให้ละเอียด มิได้คิดจะแย่งชิง แต่เ้าของแผงนี้ช่างไม่รู้จักดีชั่วเสียเลย
ร่างของชายหนุ่มแผ่ไอเย็นะเืออกมา ทำให้เ้าของแผงใ
‘เขาคงมิใช่สหายของแม่นางน้อยผู้นั้นกระมัง?’
“เ้า… นี่เป็ของที่แม่นางน้อยคนนั้นให้ข้า อีกอย่างในตลาดมืดนี้ห้ามใช้กำลัง” เ้าของแผงะโบอก
ชายหนุ่มยื่นถุงเก็บของให้แก่เ้าของแผง เสียงของเขาแหบพร่า “แลกหนึ่งชิ้นจากในนั้น”
เ้าของแผงตรวจดูศิลาิญญาในถุงเก็บของ อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
‘วันนี้ข้ามีโชคเื่เงินทองหรือ?’
แม้ว่าศิลาิญญาที่เฟิ่งชิงหร่านให้มาจะเกือบถึงระดับชั้นฟ้า แต่ก็ไม่คุ้มค่ากับศิลาิญญาชั้นสูงสามร้อยชิ้น
เ้าของแผงยิ้มกว้างและหยิบศิลาิญญาก้อนหนึ่งส่งให้ชายคนนั้น ชายคนนั้นรับศิลาิญญาไปแล้วหมุนกายเดินจากไป
เมื่อเห็นเขาจากไป เ้าของแผงก็ส่ายหน้าแล้วจัดวางผลึกศิลาบนแผงใหม่ รอคอยเหยื่อรายต่อไป
เฟิ่งชิงหร่านมองเห็นทุกอย่างจากที่ไม่ไกลนัก ศิลาิญญาที่นางหยิบออกมานั้นเป็ของที่ไป๋หลี่เหวินเยว่ให้มา
‘คนผู้นั้นเอาศิลาิญญาไปแล้ว บางทีอาจเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่หกหรือไม่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็ศัตรูหรือมิตร?’
นางตัดสินใจว่าเมื่อกลับไปแล้ว จะบอกเื่นี้ให้ไป๋หลี่เหวินเยว่ทราบ
เฟิ่งชิงหรานหยุดอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับ นางหยิบแผ่นหยกขึ้นมาพิจารณา เมื่อััก็รู้สึกเย็นเฉียบ ทำให้นางขมวดคิ้วเล็กน้อย
‘หากข้ามิได้ััผิดพลาด บนนี้มีปราณมรณะอยู่?’
“แม่นางน้อย เ้า้าซื้ออะไรหรือ?” แววตาของเ้าของร้านเปล่งประกายวาววับเฟิ่งชิงหร่านใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยที่ร้านของจางซาน ดังนั้นเขาจึงมิอาจตั้งราคาต่ำเกินไปได้
อีกทั้งสตรีทุกคนล้วนรักสวยรักงาม หากเขาหลอกล่อสักเล็กน้อย เฟิ่งชิงหร่านก็คงยินดีที่จะซื้อของจากร้านเขาในราคาสูง
“ของพวกนี้ได้มาจากที่ใด?” เฟิ่งชิงหร่านวางหยกประดับลง แล้วหยิบปิ่นหยกขึ้นมา นี่เป็ศาสตราป้องกันระดับสาม “ทั้งหมดนี้เป็ของที่ข้าหลอมขึ้นเอง คุณภาพดีราคาถูก เหมาะสมที่สุดสำหรับโฉมงามเช่นท่าน”
เฟิ่งชิงหร่านหลุบตาลง นางคิดว่าเขาช่างกล้าแนะนำจริง ๆ!
ปราณมรณะที่อยู่บนนั้นมิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากไม่ใช่เพราะนางมีรากิญญาเบญจธาตุ และเพิ่งเข้าสู่่ฝึกลมปราณพอดี นางคงไม่สามารถรับรู้ถึงปราณมรณะบนนั้นได้เลย
สิ่งเหล่านี้ หากคนธรรมดาสวมใส่เป็เวลานานจะทำให้อายุขัยสั้นลง แม้แต่ผู้ฝึกตน หากสวมใส่เป็เวลานานก็จะสูญเสียพลังชีวิตเช่นกัน
“เป็อย่างไรบ้าง? มีสิ่งใดถูกใจหรือไม่?” เ้าของแผงถามอย่างกระตือรือร้น
“ข้าขอดูต่ออีกสักครู่” เฟิ่งชิงหรานกล่าว ดวงตาของนางวาบขึ้นด้วยประกายอันแฝงเร้น โดยทั่วไปแล้ว สิ่งของที่ได้มาจากการขุดหลุมศพมักจะมีปราณมรณะติดอยู่เป็ส่วนใหญ่
สิ่งของเช่นนี้ที่แฝงไปด้วยปราณมรณะ น่าจะเป็ของใช้ส่วนตัวของผู้ล่วงลับ สิ่งเช่นนี้นางไม่กล้าซื้อเด็ดขาด
‘หยวนเป่า’ เฟิ่งชิงหร่านส่งเสียงอ่อนหวานผ่านการสื่อสารทางจิต ‘นายหญิง ต้านต้านบอกว่ามันอยากได้มงกุฎหยกที่อยู่ทางซ้ายมือ’
เฟิ่งชิงหรานชะงักเล็กน้อย ‘ต้านต้านคือผู้ใดกัน?’
‘ท่านลืมไปแล้วหรือ? ก็ไข่ฟองนั้นที่ไป๋หลี่เหวินเยว่มอบให้ท่านครั้งก่อนไงล่ะ’
เฟิ่งชิงหร่านหยิบมงกุฎหยกสีฟ้าขึ้นมา แล้วตรวจดูในมิติเก็บของ ‘หยวนเป่า ไฉนข้าถึงมองไม่เห็นมันล่ะ?’
‘นายหญิง มันอยู่ในอาณาเขตที่หลับใหล รอให้วรยุทธ์ของท่านถึงขอบเขตแปรเทวะก่อน ถึงจะตรวจดูได้’ เหยวนเป่า ตอบอย่างระมัดระวัง
‘เอามันออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้า้าเห็นมันตอนนี้!’ เฟิ่งชิงหร่านกลอกตาอย่างรำคาญ นี่เป็อาณาเขตของนาง นางต้องเป็ผู้ควบคุมมัน!