ค่อยๆขยับตัวพร้อมกับพยายามลืมตาแต่ด้วยความหนักอึ้งของดวงตาไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ลืมไม่ขึ้นสักทียกมือขยี้ตาก่อนจะดึงผ้าห่มที่ล่นลงไปที่ตัวขึ้นมาห่มจนมิดคอ
เอ๊ะ? เดี๋ยว
ทำจมูกฟุดฟิดเมื่อกลิ่นผ้าห่มลอยแตะจมูกกลิ่นทำไมมันไม่คุ้นเลย ค่อยๆ ลืมตาสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานโล่งสีขาวก่อนจะหันซ้ายขวาและค่อยๆ ยันตัวขึ้นแล้วมองรอบๆสิ่งของที่อยู่ในห้องดูไม่คุ้นตา ไหนจะโทนสีออกขาวทองดูยังไงก็ไม่ใช่ห้องของเขาเลยสักนิด
พยายามเค้นนึกจากส่วนสมองอันน้อยนิดของตัวเองก่อนจะมีภาพบางอย่างลอยเข้ามาในหัวภาพของคนสี่ห้าคนที่หน้าคุ้นที่อยู่ตรงห้องรับแขก ภาพของลุคที่แต่งคอสเพลย์? และหน้าขาว
มือตบเข่าฉาดในที่สุดก็นึกออกแล้วเมื่อวานเป็วันเกิดลุคแล้วเขาก็มาบ้านพร้อมกับลูซี่แล้วทีนี้่ทานข้าวเขาก็ดันไปดื่มไวน์แล้วดันเมาหนักเลยทำให้ต้องมานอนอยู่นี่
บ้าเอ้ย!ลืมไปได้ไงเนี่ย
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูให้หันไปมองก่อนจะรีบคว้าแว่นขึ้นมาใส่แล้วลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูพบว่าเป็ลูซี่ที่อยู่ในชุดนอนเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“เอ่อ…อรุณสวัสดิ์ครับ”
“ปวดหัวรึเปล่าคะ”
“เอ๊ะ? ปวดหัว ก็ไม่นี่ครับ”
“ดีแล้วค่ะ” ที่ลูซี่ถามก็คงจะเพราเมื่อคืนนี้แหละ“คือ…เมื่อคืนผมดื่มไปเยอะมั้ยครับ” พี่ลูซี่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“เห็นลุคบอกว่าครึ่งขวดค่ะ” อ่า…ก็ถือว่าเยอะอยู่นะเขาไม่เคยกินแอลกอฮอล์เลย นี่เป็ครั้งแรกด้วยซ้ำมันไม่แปลกหรอกที่ผมจะกินแค่ครึ่งขวดแล้วก็เมาแอ๋เหมือนคนกินสิบขวดอย่างไงอย่างงั้น
“ทีหลังถ้ารู้คออ่อนก็อย่าฝืนกินเยอะนะคะ พี่เป็ห่วง” จู่ๆหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ เดี๋ยวนะแค่เธอบอกเป็ห่วงทำไมต้องใจเต้นขนาดนี้ด้วยเนี่ย “ทะ-ทำไมหรอครับมันไม่ดีหรอครับหรือกินไม่ได้”
“กินน่ะกินได้ค่ะ แต่ต้องรู้ลิมิตตัวเองอีกอย่างเราพึ่งจะหัดกินถ้าไปกินกับคนที่ไม่สนิทแนะนำให้ว่าอย่ากินมากเพราะเดี๋ยวเราจะโดนมอมเอาได้ค่ะ”
“ถ้างั้น ถ้าวันหลังผมจะกิน พี่ลูซี่อยู่เป็เพื่อนผมได้มั้ยครับ”ลูซี่ที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเลิกคิ้วทันทีเธอคงจะคิดว่าผมพูดอะไรเพ้อเจ้อหรือยังเมาค้างอยู่แน่เลยเธอยกยิ้มมุมปากพร้อมกับแค่นหัวเราะในลำคอ
“แน่ใจหรอคะที่ให้พี่อยู่เป็เพื่อน” คำตอบของคนตรงหน้าทำให้เขาถึงกับชะงัก“มะ-หมายความว่าไงหรอครับ”
“เราคงไม่คิดว่าพี่จะนั่งเฝ้าอยู่เฉยๆ ดูเรานั่งกินเหล้าหรอกนะคะ” เดี๋ยวนะไอ้สีหน้าเ้าเล่ห์นั่นมันอะไรเนี่ย
“พะ-พี่ลูซี่จะแกล้งผมหรอครับ” ไม่เอานะ ผมไม่อยากโดนแกล้ง
“อะไรที่เราคิดว่าพี่จะแกล้งเราล่ะ หืม?”
“ก็…ไม่รู้ครับ” ก็เห็นว่าพี่ลูซี่แลก้งพี่ลุคบ่อยๆนี่ก็เลยคิดว่าถ้าเขาเมาคงโดนแกล้งแบบลุคแน่ๆ เขาไม่เอานะ เขาอาย
“พี่ไม่ชอบแกล้งคนเมาค่ะ แต่ถ้าเป็เรา…ก็ไม่แน่”
“เอ๊ะ? ไหนพี่ลูซี่บอกว่าจะไม่แกล้งไงครับ”
“พี่บอกตอนไหนคะ”
“ก็…” ไม่รู้จะตอบว่าอะไร ได้แต่อึกๆอักๆ
“หรือเห็นว่าพี่ชอบแกล้งไอ้ลุคมันเลยคิดว่าพี่จะแกล้งเราบ้าง อย่างนี้หรอ”พยักหน้าตอบ คนตรงหน้าแค่นหัวเราะเบาๆ
“อันนั้นเขาไม่เรียกว่าแกล้งค่ะ แค่ทำโทษคนแพ้เฉยๆ”
“มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละครับ”
“เหมือนกันตรงไหน หืม?” เอาจริงมันก็ไม่เหมือนหรอกแต่เขาก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดีลุคกับลูซี่ชอบแข่งกันไม่ก็เล่นเกมกันแล้วส่วนใหญ่ลูซี่ก็จะชนะตลอดทำให้โดนทำโทษอยู่เรื่อยๆ
“พวกพี่แค่เล่นแล้วลุคมันแพ้ คนก็ต้องทำโทษสิ ถูกมั้ย”
“แล้วถ้าผมแพ้ พี่ลูซี่จะทำโทษผมหรือเปล่าครับ”เธอเลิกคิ้วก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
“ลองมั้ยล่ะ”สายตาเ้าเล่ห์ไล่มองสำรวจั้แ่หัวจรดเท้าให้เขาขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
เธอสาวเท้าตรงเข้ามาหาผมส่งผลให้ไทม์ต้องเดินถอยหนีก่อนขาจะชนเข้ากับขอบเตียงเสียหลักนั่งลงไปโดยที่ลูซี่เท้าแขนโน้มตัวลงมาจนใบหน้าจนเกือบแนบชิด
คนตรงหน้าใช้สายตาคมจ้องมองลึกเข้ามาที่ั์ตาราวกับจะกลืนกินกันก่อนเธอจะใช้มือเรียวสวยค่อยๆลูบไล้ตามกรอบใบหน้าพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบแบบเซ็กซี่จนต้องแอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ
“งั้นเอาเกมอะไรดีล่ะ true or dare หรือจะเป็เป่ายิ้งฉุบเปลื้องผ้าดี”ประโยคสุดท้ายทำเอาไทม์หน้าร้อนผ่าว เดี๋ยวนะ!!ไอ้ฉุบเปลื้องผ้านี่มันหมายความว่าไงเนี่ย ลูซี่เธอคิดอะไรอยู่!!
“มะ-ไม่…”ส่ายหน้ารัวปฏิเสธออกไปอย่างไม่เป็คำก่อนจะพยายามหลบสายตาเ้าเล่ห์นั่นแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะเธอใช้มือเรียวบังคับหน้าของเขาให้หันกลับแต่กลายเป็ว่าตอนนี้หน้าของเราใกล้จนปลายจมูกัักัน
“รู้มั้ยว่าตอนเราเขินมันน่าฟัดขนาดไหน”คำว่าฟัดที่ถูกเน้นคำทำให้ไทม์รู้สึกเหมือนมีอะไรในตัวะเิปุ้งออกมาทันทีทันใด
ด้วยความเขินที่มากทำให้ไทม์ถึงกับพูดไม่ออกลูซี่ที่เห็นปฏิกิริยาของไทม์เธอก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะถอยออกไปปล่อยให้ไทม์ได้เป็อิสระ
“แม่บ้านเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว อาบน้ำเสร็จก็รีบลงไปนะคะเดี๋ยวจะกับข้าวจะหมดซะก่อน”
ลูซี่ออกจากห้องไปเหลือเพียงไทม์ที่ยังคงนั่งช็อคอยู่ที่เดิมเสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นดึงสติให้กลับมาดังเดิมก่อนจะเหลือบไปมองว่าเป็ข้อความของแม่ที่บอกว่าตอนนี้ใกล้จะถึง
ใกล้จะถึง…เดี๋ยวนะ
“เชี่ย!!” ลืมไปว่าวันนี้ต้องไปรับแม่ที่สนามบินนี่หว่า ตายแล้วยกมือทึ้งหัวด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาตอบแม่กลับไป
แม่: ใกล้จะถึงแล้ว
แม่: น่าจะอีกประมาณครึ่งชั่วโมง
time00.00 : โอเคครับ
รีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะวิ่งลงไปยังชั้นล่างแต่พอลงมาก็พบว่ามีลูซี่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าวอยู่แล้ว
เดินตรงเข้าไปหาเธอพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆดูเหมือนว่าคนอื่นๆ จะยังไม่ลงมากัน
“คนอื่นยังไม่ตื่นหรอครับ”
“ค่ะ คงจะตื่นกันอีกที่บ่ายน่ะค่ะ”สงสัยหลังจากที่เขาขึ้นไปนอนพวกลุคคงดื่มกันต่อจนเมาหนักล่ะมั้ง
มัวแต่คิดเื่อื่นจนนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปรับแม่ที่สนามบินก็หันไปบอกกับลูซี่
“พี่ลูซี่ครับ ผมต้องไปรับแม่ที่สนามบินคงกินไม่ทันเพราะอีกครึ่งชั่วโมงแม่ผมก็น่าจะถึงแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง” เมื่อเห็นว่าเธอจะลุกไทม์จึงรีบเบรคเอาไว้“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมไปเอง”
“จากที่นี่ไปถึงสนามบินมันใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีถ้าเราขึ้นรถเมล์ไปก็ต้องทนร้อนไปเบียดเสียดกับผู้คนแต่ถ้าขึ้นรถแท็กซี่ถ้าดันไปเจอกับแท็กซี่ไม่ดีก็อาจจะโดนหลอกได้”
พอคิดตามที่ลูซี่ก็ทำเอาไทม์ถึงกับไม่กล้าจะปฏิเสธ
“ให้พี่ไปส่งเถอะค่ะ”
“กะ-ก็ได้ครับ”
รถจักรยานยนต์สองล้อขับลัดเลาะไปตามซอกซอยด้วยความเร็วประมาณ90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“เหวอ~~” ด้วยความเร็วที่มากพอบวกกับมอเตอร์ไซค์ที่เป็แบบบิ๊กไบค์ทำให้ไทม์ต้องใช้มือข้างนึงจับไหล่คนข้างหน้าส่วนมืออีกข้างนึงจับหมวกเพื่อกันไม่ให้มันปลิว
ใช้เวลาสิบนาทีก็มาถึงสนามบินทันทีที่ลงจากมอเตอร์ไซค์ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาแม่ทันที
“สวัสดีครับแม่ ผมถึงแล้ว ตอนนี้แม่อยู่ไหนครับ”
[ตอนนี้แม่รออยู่ที่คาเฟ่จ๊ะ]
“แม่ช่วยถ่ายรูปร้านกับส่งโลเคชั่นมาให้หน่อยครับ”
[โอเคจ๊ะ]
หลังจากวางสายไม่นานแม่ก็ส่งรูปคาเฟ่กับส่งโลเคชั่นมาให้ทางแชท
“พี่ลูซี่ครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปรับแม่ก่อนนะครับ ขอบคุณที่มาส่งนะครับ”
ก่อนไปผมหันไปขอบคุณพี่ลูซี่“เดี๋ยวพี่รอค่ะ”
“เอ๊ะ? รอหรอครับ”
“ค่ะ เดี๋ยวพี่จะพาเรากับคุณแม่ไปส่งที่บ้านค่ะ”เหลือบสายตาไปมองรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างๆ มอเตอร์ไซค์มันนั่งได้แค่ 2 คนนี่ แล้วจะขับไปส่งได้ยังไงล่ะ
“ไม่ต้องห่วงเื่รถค่ะ พี่ไปส่งเรากับคุณแม่ได้แน่นอน”ราวกับว่าลูซี่เธออ่านใจออก ก็ถ้าพี่ลูซี่บอกอย่างนั้นล่ะก็ “ก็ได้ครับ”
“ถ้างั้นผมไปรับคุณแม่ก่อนนะครับ”
“ค่ะ พี่จะรออยู่ที่ประตูหนึ่งนะคะ”
“ครับ”
ตกลงกับลูซี่เสร็จไทม์ก็รีบไปหาแม่ที่คาเฟ่ทันที
“สวัสดีครับแม่ รอนานมั้ย” พอเจอปั๊บก็รีบตรงดิ่งไปกอดแม่ทันทีก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ
“ไม่นานจ๊ะลูก วิ่งมาเหนื่อยทานหน่อยนี่หน่อยมั้ยลูก”
แม่ดันแก้วน้ำชามะนาวมาด้านหน้ารับมาก่อนจะดื่มให้ชื่นใจ “จะนั่งพักก่อนมั้ยลูก”
“ไม่เป็ไรครับ ผมหายเหนื่อยแล้ว”
“โอเคจ๊ะ งั้นเรากลับบ้านกัน”หันไปหยิบกระเป๋ากับของสัมภาระก่อนจะพากันเดินตรงไปยังประตูทางออกของสนามบินทันทีที่ออกมาด้านหน้าก็กวาดสายตามองรอบๆจนไปเจอกับลูซี่ที่ยืนพิงรถยนต์คันหรูอยู่ไม่ไกล
เดี๋ยวนะเธอไปเอารถยนต์มาจากไหนเนี่ย แล้วมอเตอร์ไซค์ล่ะ หายไปไหนล่ะ
เหมือนเธอจะเห็นเขาก่อนเธอจะเดินตรงมาทางนี้พร้อมกับยกมือสวัสดีไหว้แม่ที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลัง“สวัสดีค่ะแม่”
“อ่า…สวัสดีจ๊ะ” แม่รับมือไหว้เธอพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร“หนูชื่อลูซี่ค่ะ เป็รุ่นพี่ที่สนิทที่มหาวิทยาลัยน่ะค่ะ”
“อืม…เหมือนน้าจะเคยเห็นเราที่ไหนนะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะในทีวีนะ” ก็นะก็ลูซี่เป็ลูกหลานตระกูลดังนี่เนาะ จะเคยเห็นผ่านตาในทีวีบ้างก็ไม่แปลก
“ถ้างั้น เรากลับกันเลยมั้ยคะ”
“ครับ”หิ้วกระเป๋าเดินตามลูซี่แล้วจัดเรียงมันลงที่ท้ายรถเก๋งสีดำอย่างเป็ระเบียบก่อนจะพากันขึ้นรถไม่นานรถยนต์สีดำก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออก นั่งข้างคนขับส่วนแม่ก็นั่งที่เบาะหลัง
“ว่าแต่ให้หนูมารับแม่แบบนี้แม่เกรงใจนะเนี่ย”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ หนูเต็มใจแล้วอีกอย่างหนูเองก็อยากจะทำความรู้จักกับคุณแม่ให้มากๆ ด้วยน่ะค่ะ”เธอลอบมองด้วยกระจกมองหลังพร้อมกับยิ้มมุมปาก
“เอ๊ะ? ทำความรู้จักหรอจ๊ะ”แม่ทำหน้าสงสัยก่อนจะส่งยิ้มกลับไป “งั้นก็ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ หนูลูซี่”
“เช่นกันค่ะ”เหลือบมองคนสองคนที่ส่งยิ้มให้กันพลางยกมือจับคางพร้อมกับใช้ความคิด
สายตาแบบนั้นต้องมีเงื่อนงำแน่ๆเลย
ภายใน1 ชั่วโมงครึ่งในที่สุดก็ถึงบ้านสักทีไทม์ช่วยแม่ขนของลงจากรถก่อนจะนำไปวางที่ห้องนั่งเล่น
“หนูลูซี่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิจ๊ะ แม่ซื้อกับข้าวมาเพียบเลย”
“ถ้างั้นเดี๋ยวหนูช่วยนะคะ”ลูซี่เดินตรงไปยังห้องครัวช่วยแม่จัดการเตรียมอาหารส่วนไทม์ก็ช่วยแม่เคลีย์กระเป๋าเดินทาง
“ไทม์ ไปซื้อน้ำแข็งใหม่ให้แม่หน่อย เหมือนมันจะหมดแล้วน่ะ”
“คร้าบ”วางของที่ยังเคลียร์ไม่เสร็จแล้วหันไปหยิบเงินในกระเป๋าก่อนจะหันไปชะโงกหน้าถามลูซี่ที่อยู่ในครัว
“พี่ลูซี่จะเอาอะไรมั้ยครับ”
“ไม่ค่ะ”เมื่อได้คำตอบก็เดินออกจากบ้านตรงไปยังร้านค้าที่อยู่ถัดไปจากบ้านห้าหลังเปิดประตูเข้าไปก่อนจะทักทายเ้าของร้านอย่างสนิทสนม
“ป้าครับ ขอน้ำแข็งยี่สิบบาทครับ”
“จ้า รอเดี๋ยวนะจ๊ะหนู” ระหว่างรอก็กวาดสายตามองรอบๆ บนเชลท์วางของ “เอ้อว่าแต่ผู้คนหญิงคนนั้นน่ะ เป็แฟนหนูหรอลูก”
“เอ๊ะ? ผู้หญิงหรอครับ”
“ก็คนนั้นไง ที่เคยมาส่งหนูน่ะ” ผู้หญิงคนนั้น หรือว่า…พี่ลูซี่หรอ!!
“ค-คือ ไม่ใช่นะครับ คือ…คือ เขาเป็รุ่นพี่ที่สนิทที่มหาวิทยาลัยน่ะครับ”
“อย่างงั้นหรอกหรอ อ่ะนี่ น้ำแข็งจ๊ะ”รับถุงน้ำแข็งมาก่อนจะส่งเงินไปให้คุณป้า “แต่จะว่าไปป้าก็เชียร์นะถ้าเราจะคบกับเด็กคนนั้นน่ะ”
“คบหรอครับ”
“ไทม์ก็น่ารักเด็กคนนั้นก็สวยเซ็กซี่ด้วย อร้าย~ ยิ่งคิดก็ยิ่งฟิน”คุณป้ายกมือแนบแก้มพร้อมกับบิดตัวส่ายก้นเหมือนคนกำลังเขินแต่คนที่ควรจะเขินมันควรเป็เขาไม่ใช่หรอ
“ฮ่าๆ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” หัวเราะแห้งก่อนจะวางเงินที่โต๊ะแล้วหยิบถุงน้ำแข็งก่อนจะเดินออกจากร้านปล่อยให้คุณป้ายืนเขินอยู่แบบนั้นไป