บทนำ
“เราเลิกกันเถอะ”
เสียงหวานใสเจือความเด็ดขาดดังออกมาจากเ้าของร่างบางในชุดเดรสสีแดง เรือนผมดำขลับราวลุ่มน้ำตกดัดปลายน้อยๆ เคลียแผ่นหลัง ดวงตาหลุบลงมองอาหารเย็นชืดบนโต๊ะไม่สบสายตาชายหนุ่มคนฝั่งตรงข้าม บรรยากาศในร้านอาหารหรูใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ที่เคยครึกครื้น...พลันดูวิเวกเงียบงันสำหรับคนสองคน
“เสี่ยวลั่ว” เสียงทุ้มนุ่มเจือความไม่ชอบใจนัก ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวยื่นแขนไปกุมมือหญิงสาวคนรักเอาไว้ แต่เธอถดมือออก
กู้จื่อลั่วยังคงไม่มองหน้า ‘อดีต’ แฟนหนุ่ม ด้วยกลัวตนเองจะใจอ่อนเข้าจริงๆ
...ถ้าไปด้วยกันแล้วมีทุกข์รออยู่ ไม่สู้จบมันเสียตรงนี้เถอะ
หญิงสาวเบนหน้ามองผ่านกระจกใสไปยังทิวทัศน์จากมุมสูงยามค่ำคืน สีสันของดวงไฟตามตึกสูงและถนนหนทางยังคงดูเปี่ยมชีวิตชีวา ทว่าอ้างว้างโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกันอย่างที่เมืองเซี่ยงไฮ้ควรจะเป็
“ฐานะครอบครัวเราแตกต่างกันเกินไป และคุณไม่มีทางขัดความ้าของแม่คุณได้” จื่อลั่วสูดลมหายใจ ยอมสบตากับเขาตรงๆ ในที่สุด “คุณก็รู้ดี”
อินเฝิงขมวดคิ้วมุ่น ไม่ตอบคำ
ยามสองร่างพากันลุกออกมาจากโต๊ะริมกระจกใสนั้น อาหารรสเลิศหลากหลายจานกลับยังคงไม่พร่องไปแม้เพียงนิด
หวอ หวอ หวอ
เสียงสัญญาณขอเปิดเส้นทางของรถกู้ชีพดังก้องไปทั่วท้องถนน มุ่งตรงไปยังจุดโค้งอันตรายที่มักเกิดอุบัติเหตุขึ้นอยู่บ่อยๆ จอดลงด้านข้างซากรถพอร์ชสีดำสนิทที่นอนแน่นิ่งทิ่มอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ส่วนหน้าของรถฝั่งคนขับยับเยินจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้
ในตำแหน่งเบาะหน้ารถนั้นมีหนึ่งชายและหนึ่งหญิงติดอยู่ภายใน ต่างคนต่างหลับตาสนิทเืไหลอาบใบหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้คนประหลาดใจก็คือ...
“ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานครับ” คนของหน่วยกู้ชีพผู้เข้ามาสอดส่องประเมินหาวิธีช่วยเหลือก่อนเอ่ยแจ้งคนเื้ั “ผู้ประสบเหตุชายถูกอัดชนอย่างจัง เสียชีวิตแล้วครับ”
…ใคร ใครตาย?
จื่อลั่วพยายามจะลืมตา แต่กลับไม่อาจยกเปลือกตาตนเองได้ตามใจ้า ภาพใบหน้าเจือรอยยิ้มอบอุ่นของชายคนหนึ่งฉายวาบอยู่ในห้วงคิด ความเ็ปทั้งกายและใจประดังเข้ามาราวก๊อกน้ำไหล
“ส่วนผู้ประสบเหตุหญิง” เขายื่นมือไปอังใต้จมูกหญิงสาวผู้หายใจรวยริน ถอนหายใจออกมา “ยังมีชีวิตอยู่ครับ”
เพราะส่วนที่ทิ่มต้นไม้ยับเยินส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งคนขับ...
“ต้องทำการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตก่อน เสี่ยวหวังไปเอาเครื่องมือมา...เฮ้ย ไอ้เด็กใหม่ อย่าดึงแบบนั้นสิ ถ้าผู้ประสบเหตุกระดูกคอหักอยู่จะทำยังไง!!”
ไม่ทันสิ้นประโยคเธอก็รู้สึกเจ็บร้าวที่หลังคอ สติดับวูบ จมสู่ห้วงอนธการอันมืดมิด
ณ แผ่นดินต้าฉีอันยิ่งใหญ่ ดวงจันทร์กระจ่างสีเงินยวงลอยเด่นเหนือฟากฟ้ายามราตรี
ชุมชนตลอดทั่วทั้งตรอกตงเจียทางตะวันออกของเมืองปู้ชวนเต็มไปด้วยบรรยากาศครึกครื้นรื่นเริง ตามบ้านเรือนและร้านค้าต่างๆ ประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากหลายรูปแบบเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลหยวนเซียวอันเป็เทศกาลสุดท้ายใน่ปีใหม่ หนุ่มสาวมากมายเดินเคียงกันชมความคึกคัก พูดคุยหยอกล้อ และหยุดทายปริศนาโคมไฟร่วมกันเป็ระยะ กลิ่นขนมบัวลอยโชยระเรื่อยตามหับเรือน เสียงพูดคุยหัวเราะเปี่ยมสุขดังมาไม่ขาดสาย การเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่เปี่ยมไปด้วยสีสันและความรื่นภิรมย์ใจ
ท่ามกลางความครื้นเครงนั้น ภายในเรือนผุพังหลังหนึ่งสุดปลายตรอกตงเจียกลับมีบรรยากาศแตกต่างกันออกไป
“ฮึก...ฮือ...”
ภายในเรือนหลังนี้ทั้งอึดอัดและคับแคบ กวาดสายตามองไปแทบไม่มีที่ใดที่มีสภาพดี เครื่องเรือนก็มีอยู่น้อยนิดแค่พอให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ เสื่อสองผืน หมอนสามใบ ผ้าห่มเก่าๆ โต๊ะเตี้ย เครื่องครัวที่พอจะเรียกได้ว่ามีครบครันอยู่บ้าง และตะเกียงไฟอันเป็ความสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
แสงสีส้มอาบไล้เครื่องเรือนต่างๆ บังเกิดเป็เงาทอดยาวไปตามพื้นสากด้าน ไล่ไปจนถึงร่างสองสตรีผู้นอนเคียงกันอยู่บนเสื่อในตำแหน่งตะวันตกของเรือน
คนซ้ายคือหญิงวัยกลางคนร่างผอมบาง ใบหน้าที่เคยงดงามของนางซีดเซียวจนไม่เห็นสีเืฝาด ชุดของนางเก่าขาดทว่าไม่สกปรก บ่งให้เห็นถึงความใส่ใจในความสะอาดของเ้าของร่างได้เป็อย่างดี ทั่วทั้งกายอรชรของนางแข็งค้างเย็นเยียบ กระทั่งอกก็ไม่กระเพื่อมอย่างคนทั่วไป
นางสิ้นใจแล้ว...
ด้านข้างของหญิงวัยกลางคนนั้นเป็เด็กสาวอายุราวสิบหกหนาวนางหนึ่ง ใบหน้ามอมแมมของนางมีเค้าความงามไม่ด้อยไปกว่าผู้เป็มารดา เืฝาดแต่งแต้มใบหน้า อกยังคงกระเพื่อมขึ้นลงผะแ่ แต่ทั่วทั้งเรือนกายกลับมีาแอยู่ประปราย ในอ้อมอกของนางยังคงกอดห่อยามัดหนึ่งเอาไว้แน่น
“ฮึก...ฮือ”
ถัดมาข้างๆ กันเป็เด็กหญิงวัยแปดหนาวใบหน้าเคล้าน้ำตา นั่งมองร่างพี่สาวและมารดาพลางร่ำไห้เสียงระโหยแหบแห้งด้วยความะเืใจสุดแสน หยาดน้ำใสรินไหลหยดลงกลางหัวของก้อนแป้งน้อยบนตัก เด็กชายตัวน้อยวัยสามหนาวไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนัก แต่พอเห็นพี่สาวคนรองของตนร้องไห้เขาก็รู้สึกเสียใจตามไปด้วย จึงร้องไห้จ้าดังประสานตามมาไม่ขาด
ปัง!
เสียงผลักประตูเข้ามาเต็มแรงดังขึ้น ชายหนุ่มกักขฬะในสภาพเมาแอ๋เดินถือไหเหล้าโซซัดโซเซเข้ามา เขาเป็ผู้อาศัยอยู่ในละแวกนี้ ขณะกำลังดื่มจนได้ที่เสียงร้องไห้ปานงานศพก็ดังมาให้ระคายหูจนหงุดหงิด จึงเดินดุ่มมาจัดการเ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียอารมณ์เหล่านี้
“ร้องไห้หาบิดาพวกเ้าเรอะ! เสียบรรยากาศ่ปีใหม่ของข้านักจริง อึก...” เขากระดกเหล้าดื่มกรึ๊บหนึ่ง มืออีกข้างก็ชี้หน้าเด็กทั้งสองไปด้วยอย่างไม่ค่อยจะตรงกับเป้าหมาย เอ่ยเสียงแหบพร่าเมามาย “หยุดร้องเดี๋ยวนี้...ไม่งั้นพ่อจะฟาดให้อ้าปากร้องไม่ได้อีกเลย”
เด็กทั้งสองเห็นบุรุษท่าทางน่ากลัวมาขู่ทำร้ายยิ่งเสียขวัญไปกว่าเดิม โอบกอดกันอ้าปากร้องไห้ประสานดังทบทวี
ชายผู้นั้นมีท่าทีโกรธขึ้งยิ่งกว่าเดิม เห็นเด็กน้อยไม่ยอมทำตามคำของตนก็เดินดุ่มย่างสามขุมเข้าไป ยกฝ่ามือกางง้างขึ้นสูง “ยัง ยังไม่หยุดร้องอีก เดี๋ยวพ่อตีให้ตายเลยไอ้เด็กเว...โอ๊ย!”
ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่นั้นจะกระทบถูกหัวของเด็กน้อย มือของชายหนุ่มก็หยุดค้างกลางอากาศ…
เด็กสาวผู้นอนหลับไม่ได้สติเมื่อครู่ลืมตาตื่น ยึดบิดข้อมือของคนบันดาลโทสะไว้ได้ทันท่วงที!!