ตอนที่ 5 ป่วยก็คอยเฝ้าไข้ (4)
“ตระกูลหยวนไม่ต้องการอำนาจของคุณ แต่คุณใช้อำนาจของตระกูลหยวนได้นะ” หยวนจุนเอ่ยปาก “ผมไม่อยากให้คุณต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะตระกูลหยวนเป็นต้นเหตุอีกแล้ว”
“ไม่มีคราวหน้าแล้วครับ” กู้ชิงตอบคำ ถือเป็นการปฏิเสธคำเสนอของทั้งสองไป
“คุณลองเชื่อผมดูก็ได้นะ” หยวนจุนมองเขาอย่างจริงจัง
“มันไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเชื่อหรือเปล่าหรอกครับ หวังว่าประธานหยวนคงจะเข้าใจ สำหรับผมแล้ว การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าสัวตระกูลที่ใดมากเกินไป เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุดครับ” น้ำเสียงกู้ชิงแสดงความห่างเหิน
“นายกเทศมนตรีกู้ คนที่ปฏิเสธตระกูลหยวนของพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนี่ย คุณน่ะคนแรกเลยนะ” หยวนเยี่ยนยิ้มเอ่ย แถมยังยกนิ้วมือหัวแม่โป้งให้อีก
“ชมกันเกินไปแล้วครับ” กู้ชิงเออออเสียงเรียบ
“คุณนี่โดนใจผมจริงๆ แฮะ จะอยู่ต่อสักสองสามวันไหมล่ะ เพราะถ้าไม่เอาอย่างงี้ เดี๋ยวเสี่ยวเจวี๋ยก็เที่ยวไปหาคุณอยู่นั่นแหละ”
“ขอปฏิเสธครับ”
เมื่อเห็นเขาไม่รับมุก หยวนเยี่ยนก็มองจิกพี่รองอย่างจนปัญญา ทว่าสายตาของพี่รองกลับติดหนึบอยู่ที่เขา
หลังจากนั่งอยู่ที่บ้านตระกูลหยวนสักพัก กู้ชิงก็กล่าวลากลับบ้าน พอรู้ว่าเขาจะกลับบ้าน เสี่ยวเจวี๋ยก็นำหลีว์ต๋ากุ่นที่แพ็กเสร็จกับเสื้อผ้าที่พ่อบ้านซักอบแห้งดีแล้วมาให้ ทั้งยังไปส่งเขาถึงรถของอารองด้วยตนเอง ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในรถ จะตามไปส่งถึงที่บ้านด้วยคนอีกต่างหาก
เมื่อหยวนเยี่ยนพบว่าเจ้าตัวเล็กฉวยโอกาสมุดเข้าไปในรถ ก็รีบอุ้มคว้าออกมา พอโดนล็อกตัวไว้ในอ้อมแขนของอาสาม เสี่ยวเจวี๋ยถึงได้แต่โบกมือผ่านกระจกรถแล้วเอ่ยว่า “ลาก่อนครับคุณอากู้ คราวหน้ามาเป็นแขกอีกน้า”
กู้ชิงยิ้มบางพลางโบกมือให้ “ลาก่อน ต้องแวะมาอีกแน่” หลังจากกระจกรถปิดสนิท ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าออกจากคฤหาสน์สวนดอกไม้เลียบทะเลสาบ
“ไปโรงแรมแกรนด์นครเจียง ผมจะไปรับรถกลับครับ” เขาเอ่ยขึ้น
หยวนจุนเอ่ยว่า “จัดให้ครับ” แล้วขับไปส่งเขา
พอถึงโรงแรมแกรนด์นครเจียงที่ห่างจากเทศบาลนครไปไม่ไกล ในจังหวะที่กู้ชิงจะหยิบของลงจากรถ หยวนจุนก็จับข้อมือเขาไว้ก่อน
“ถ้าเกิดว่าไม่สบาย บอกผมนะ”
กู้ชิงมองเขาไปทีแล้วหลบตาอีก ก่อนจะชักมือกลับและเดินลงจากรถ
หยวนจุนคอยอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นกับตาว่ารถยนต์สำหรับใช้ในราชการขับออกมา ถึงได้หักพวงมาลัยรถกลับไปยังคฤหาสน์สวนดอกไม้เลียบทะเลสาบ
เมื่อกู้ชิงกลับมาถึงบ้านในซอยเสี่ยวโหลว ก็เปลี่ยนมาสวมรองเท้าแตะ วางข้าวของในมือลง จากนั้นก็เดินเข้าห้องนอน ถอดทิ้งเสื้อผ้าที่สวมอยู่ แล้วเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง
ตอนถอดเสื้อเชิ้ต พอเขาก้มหน้ามองร่องรอยร่วมรักตามร่างกายรวมถึงสองยอดอกที่ถูกดูดเม้มจนกลายเป็นจ้ำแดง กลับรู้สึกบาดตาไปหน่อย
ร่องรอยเมกเลิฟชัดตาตามเรือนร่าง คงไม่ได้เลือนหายไปในสองสามวัน ดีที่ถัดจากวันลาพักสองวันนี้ก็เข้าสุดสัปดาห์พอดี จะได้เพลิดเพลินกับเวลาตามลำพังถึงสี่วัน
หลังจากสวมเสื้อยืดลำลองผ้าฝ้ายหลวมโปร่ง ก็ถอดกางเกงสูทมาเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นสำหรับหน้าร้อนตัวโปร่งๆ เขาเปิดแอร์โดยยังคงแง้มหน้าต่างไว้นิดหน่อย ก่อนจะเอนกายลงกับเตียงนอนแล้วห่มผ้า หลับตาลงด้วยความอ่อนล้า
เมื่อคืนนี้โดนจับไปทรมาทรกรรมถึงเช้ามืด แถมยังหลับยากเป็นทุนเดิม เขาถึงแทบจะยังไม่ได้นอนจวบจนฟ้าสว่าง
ส่วนวิธีจัดการกับตระกูลเซี่ยต่อจากนี้ ตื่นนอนก่อนค่อยเริ่มวิเคราะห์อีกที
...
สำหรับเซี่ยเจี่ยนอี้ที่ก่อให้เกิดประเด็นร้อนวงการบันเทิงผ่าน MicroBlog นั้นได้รับ ‘การล้างมลทิน’ โดยดาราดังที่โดนขู่แบล็กเมล์ ถือได้ว่าพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปแล้ว พอเข้าช่วงบ่ายกระแสก็ค่อยๆ เพลาลง
คนสายธุรกิจของนครเจียงล้วนแต่ฉลาดปราดเปรื่อง แยกจริงเท็จกันเป็น ทุกคนต่างเข้าใจกันอย่างถ่องแท้
เพียงมองปราดเดียวผู้กุมอำนาจของเจ้าสัวตระกูลเซวียก็แน่ใจว่า คนที่ห้อยโหนกับเสาไฟข้างทางต้องเป็นตัวเขาเองแน่ๆ
ณ ห้องทำงานประธานกรรมการของสำนักงานใหญ่เครือบริษัทเจียงสือในเขตตงอู่ ระหว่างที่เซวียติ้งดูรูปถ่ายที่แชร์ว่อนผ่านจอคอมพิวเตอร์ ก็หัวเราะยกใหญ่อย่างกลั้นไม่ไหว หัวเราะจนน้ำตาเล็ดไปหมด
เขาคาดเดาว่าเรื่องราวต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลหยวนมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าพูดถึงในนครเจียง ก็มีแต่สามเจ้าสัวใหญ่ที่เหลือถึงจะกล้าลงมือหนักขนาดนี้ ถ้าไม่รวมเขาเข้าไป ต่อให้ตระกูลเซินจะกระทบกระทั่งกับตระกูลเซี่ยนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องจับคุณชายใหญ่มาห้อยโหนกับเสาไฟข้างทางอย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่ตระกูลหยวนหนึ่งเดียวที่มีบุญคุณความแค้นกับเซี่ยเจี่ยนอี้
เซี่ยเสียสติกล้าทำได้ทุกอย่างเพื่อหยวนจุน
สองพี่น้องตระกูลหยวนคงโดนลองของเข้าให้จริงๆ การจับคนไปห้อยโหนกับเสาไฟข้างทางยังไม่เท่าไร แต่ถึงขนาดลงมือจัดแจงเหตุการณ์อยู่เบื้องหลังชนิดที่ใครก็ไม่มีทางสืบเจออีก ผีสางนางไม้ยังไม่มีทางรู้เลย
แต่เมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้ตระกูลหยวนเข้าไปหยามน้ำหน้าขนาดนั้นได้
เซวียติ้งอยากรู้สุดๆ จนต้องส่งคนไปสืบดู
แต่ในความเป็นจริง ตนเองก็ดูแคลนเซี่ยเจี่ยนอี้ไม่มากก็น้อย ไม่ได้ต่างจากคนในสายธุรกิจของนครเจียง นายคนนั้นเป็นคุณชายที่เติบโตมาภายใต้การประคบประหงมอยู่ดีกินดีมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะทายาทรุ่นนี้มีเด็กหญิงเยอะกว่า อีกทั้งเขายังเป็นคนในตระกูลแท้ๆ ถึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างทายาท ไม่ว่าเขาจะก่อเหตุนอกบ้านจนเรื่องราวบานปลายขนาดไหน ตระกูลเซี่ยก็คอยเป็นเส้นใหญ่ตามล้างตามเช็ดให้เขาเสมอ