บทที่ สี่
ยามซวีตำหนักโหล่วจือ
ขันทีผู้รับหน้าที่ถ่ายทอดบัญชาหลังพลิกป้ายเรียบร้อยก็ออกมาจากตำหนักประทับเฉียนชิงตรงมาที่ตำหนักท้ายวังอย่างตำหนักโหล่วจือ
แสงโคมส่องสว่างมาตลอดทางเห็นแต่ไกลขันทีผู้เฝ้าหน้าประตูเห็นก็รับรู้ได้เลยว่ามีเื่แน่จึงรีบเข้าไปแจ้งสนมที่อยู่ในตำหนักให้เตรียมตัวแม้แต่หลิวชิงเซียงก็ต้องถูกพาตัวมาด้วยทั้งที่กำลังแทะเมล็ดแตงอย่างที่เหล่าสนมชอบทำก็ยังถูกขัดจังหวะพอดีกับที่ขันทีผู้นำสารก็มาถึง
ประตูตำหนักที่ถูกปิดหลังตะวันตกดินถูกเปิดออกขันทีเฒ่าผู้หนึ่งก้าวนำออกมาก่อน “ผู้ใดคือหลี่ตาอิ้ง”
“ข้าหลี่ตาอิ้ง” หลิวชิงเซียงก้าวออกไปรับ
“หลี่ตาอิ้งรับพระบัญชาเทียนหลงฮ่องเต้พลิกป้ายหลี่ตาอิ้ง ขอให้เ้าเตรียมตัวต้อนรับฝ่าา”
หลิวชิงเซียงไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ได้รับมาจะเป็เื่นี้ตอนก้าวเท้าไปรับยังคิดว่าหรือบางทีเื่สลับตัวจะถูกเปิดเผยแล้วด้วยซ้ำขาหญิงสาวรู้สึกแข็งค้างดั่งว่าเป็คืนเหมันต์หนาวเหน็บ
“หลี่ตาอิ้ง” เป็ฟ่านหรูที่แอบเข้ามากระซิบข้างหูเรียกสตินางหลิวชิงเซียงจึงก้มตัวรับบัญชามาแล้วเป็อิงหลานที่หยิบยื่นถุงเงินให้ขันทีผู้นำสารมาจากนั้นเขาก็หมุนตัวหายไปอย่างรวดเร็ว
“นั้นเ้าทำอะไรอิงหลาน” นางก็พอรู้ว่ามีธรรมเนียมเช่นนี้ที่จะตกรางวัลเล็กๆน้อยๆ ให้พวกขันทีเวลาได้รับสารใดๆ แต่นางเป็ตาอิ้งตัวเล็กๆของพระราชทานก็ยังไม่มีเงินเดือนก็ยังไม่ได้ “เ้าเอาเงินที่ไหนมาตกรางวัลเช่นนี้”
หลังหลิวชิงเซียงพานางกำนัลประจำตัวทั้งสองกลับเข้าห้องหลบสายตาตาอิ้งนางอื่นๆก็เอ่ยดุความมือเติบของอิงหลานทันที แต่อิงหลานกับไม่มีท่าทางสำนึกแม้แต่น้อย “หลี่ตาอิ้งอย่าว่ากล่าวอิงหลานเลยเื่นี้เป็ธรรมเนียมที่ควรทำ ถ้าไม่ทำเช่นนี้อีกหน่อยหลี่ตาอิ้งจะอยู่วังหลังลำบากขึ้นนะเ้าคะแล้วนั้นก็ไม่ได้มากอะไร”
“เ้าก็สมรู้ร่วมคิดกับเขาด้วยหรือฟ่านหรู”
“อย่ามีโทสะอีกเลยเ้าค่ะรีบอาบน้ำอบกำยานเถอะ ไม่รู้ผ่าบาทจะเสด็จมาเมื่อไร” ครั้งนี้เป็อิงหลานที่เอ่ยอย่างมีความสุขนางยิ้มไปถึงดวงตาจนแทบจะเป็รอยโค้งรับกับริมฝีปากยกขึ้น
ระหว่างถูกปลดเปลื้องอาภรณ์และไล่ให้ไปอาบน้ำขัดตัวหลิวชิงเซียงก็พลันหนักใจนางปรนนิบัติบุรุษไม่เป็! ให้ประลองฝีมือยังจะง่ายเสียกว่าขับกลอนบรรเลงดนตรีนางทำไม่ได้สักอย่างขณะที่ที่ถูกใยขัดตัวเสียแดงเป็ไก่ที่เตรียมขึ้นเขียงหลิวชิงซียงยกมือด้านที่ข้อนิ้วโคนด้านเพราะฝึกวรยุทธ์ก็เกรงว่าสิ่งนี้จะไม่ทำให้ความแตกเสียก่อน
“นี่..พวกเ้าเคยเห็นฝ่าาหรือไม่?” นางเอ่ยถามสองสตรีที่วุ่นอยู่กับการจัดเตรียมให้ผู้เป็นายเพียบพร้อมที่สุด
อิงหลานและฟ่านหรูพลันส่ายหน้าพร้อมกันนางกำนัลที่อยู่ที่นี่มานานกว่านางก็ไม่เคยเห็น ส่วนตัวนางก็ไม่เช่นกันวันพิธีคัดเลือกนางไม่สามารถเงยหน้ามองได้ ตอนนั้นเพียงแค่ได้ยินเสียงอยู่ไม่กี่คำเท่านั้นแต่ก็รู้ว่ายังคงหนุ่มอยู่มากทั้งเสียงเขานุ่มแฝงความหนักแน่นหวังว่าจะไม่ใช่บุรุษป่าเถื่อนหรอกนะ
ฟ่านหรูนางกำนัลตัวน้อยที่เห็นอาการทอดถอนใจของหลี่ตาอิ้งก็พอจะเข้าใจว่าเพราะอะไร“หลี่ตาอิ้งอย่ากังวลเลยได้ยินมาว่าฝ่าาสิริโฉมงดงามทั้งพระองค์ยังหนุ่มอยู่จะต้องเข้าใจและทะนุถนอมหญิงสาวแน่ๆ”
“แต่ว่า..พระองค์ไม่เคยมีชายานะไม่ใช่ว่าจะไร้ประสบการณ์หรือ?”
“หืม..หมายความว่าอย่างไร ถ้าไร้ประสบการณ์แล้วจะเป็อย่างไรหรือ?” หลิวชิงเซียงที่ร้อนใจหันไปหาอิงหลานแล้วรีบเค้นคำตอบ
“..คือหม่อมฉันได้ยินมาจากพวกข้าหลวงมีอายุบอกว่าบุรุษไร้ประสบการณ์จะไม่รู้วิธีรักหยกถนอมบุปผารู้แต่จะปลดปล่อยความดุดันและทำสตรีเจ็บตัว”
เท่านี้ใบหน้าที่พึ่งขึ้นสีชมพูจากน้ำอุ่นจนมีเืฝาดสองแก้มก็กลายเป็ซีดขาวราวผ้าสะอาดดวงตาของหลิวชิงเซียงเบิกกว้างเหม่อลอยไม่เคยมีชายใดทำนางเจ็บตัวได้ั้แ่นางจับกระบี่เป็นางจึงไร้ความกลัวต่อบุรุษไม่ว่าจะตัวโตขนาดไหน แต่พอเป็เื่าพลิกผ้าห่มนางสู้กลับไม่ได้..เจ็บใจนัก!
“ดูสิอิงหลานเ้าทำหลี่ตาอิ้งหวาดกลัวแล้ว” ฟ่านหรูตีต้นแขนอิงหลานเบาๆพยายามดึงบรรยากาศไม่ให้หดหู่เพราะครั้งนี้ถือเป็โอกาสที่ดีมากจะได้รับความโปรดปรานจากฝ่าาถ้าหลี่ตาอิ้งมัวแต่หวาดกลัวจะทำให้เสียโอกาส “หลี่ตาอิ้งอย่ากลัวไปเลยเื่นี้เป็ธรรมชาติของชายหญิงมาช้านานไม่ว่าอย่างไรก็ไม่น่ากลัวถึงขั้นนั้นแน่นอนเ้าค่ะ”
ถึงจะน่ากลัวมากขนาดไหนถ้ายังไม่มาถึงย่อมแก้ไขได้หลิวชิงเซียงเริ่มคิดหาทางออก ไม่แน่ว่านางจะหาวิธีเบี่ยงเบนได้ตามตำราเก่ามีหลายครั้งที่ใช่ว่าฮ่องเต้เสด็จตำหนักในแล้วจะร่วมอภิรมย์ทุกครั้งไม่แน่อาจจะหาเื่อื่นมาดึงความสนใจทั้งสนทนาเดินหมากเขียนอักษรนานัปการหรือถ้าจวนตัวบางทีนางอาจจะอาศัยจังหวะเผลอสกัดจุดนิทราก็ได้
เข้ายามจื่อหลิวชิงเซียงถูกนางกำนัลทั้งสองนำมายืนถือโคมรออยู่หน้าตำหนักโหล่วจือส่วนอิงหลานกับฟ่านหรูถอยตัวไปหลบหลังกำแพงหวังจะให้ยามฮ่องเต้เสด็จมาถึงจะได้พบเพียงหญิงงามยืนคอยท่าผู้เดียว
สำหรับตัวนางหลี่ตาอิ้งผู้นี้นับว่าโชคดีเล็กน้อยที่อากาศเริ่มอุ่นแล้วแม้ค่ำคืนจะพอมีลมหนาวพัดมาแต่ไม่ทำให้รู้สึกทรมานที่ต้องมายืนตากลมไม่เช่นนั้นต่อให้ผลักดันจากนางกำนัลอย่างไรนางก็ไม่ออกมาแน่นอน
ซึ่งก่อนนี้พวกนางได้ยินมาว่าฮ่องเต้จะเลิกทรงงาน่ยามจื่อระหว่างนี้ต้องเตรียมตัวให้พร้อมและถึงแม้จะดึกเช่นนี้คนที่ไม่มีหน้าที่กลับไม่หลับไม่นอนหลิวชิงเซียงรับรู้ได้ว่าตาอิ้งนางอื่นในตำหนักนั้นแอบมองมาไกลๆคงอยากรู้อยากเห็นตามปกติว่าฮ่องเต้จะเสด็จมาจริงหรือไม่และเื่นี้คงรู้ไปทั่ววังหลังแล้วว่าการพลิกป้ายครั้งแรกมาตกที่หลี่ตาอิ้ง
จากต้นยามจื่อล่วงเลยผ่านไปท้ายยามจิ่อเวลาราวๆ ชั่วยามสำหรับการยืนรอก็คล้ายๆ ยืนยามเื่แค่นี้ไม่ทำให้นักรบเช่นนางเหน็ดเหนื่อยได้ แต่ถึงไม่เหนื่อยเหน็ดแต่เสียเวลาตรงนี้ต่างหากที่นางไม่พอใจ ถ้าไม่เจอเื่เช่นนี้นางได้เข้านอนไปแล้วกลางหว่างคิ้วของหลิวชิงเซียงเกิดริ้วบางๆจากความไม่พอใจที่ต้องมายืนรอผู้ที่ผิดเวลา ปากน้อยๆของนางพ่นลมออกไปหลายครั้งทั้งหันไปมองอิงหลานฟ่านหรูที่แอบหลบหลังกำแพงทำนองว่าต้องรอไปถึงเมื่อไรทั้งสองก็ได้แต่ทำท่าทางว่าให้นางใจเย็นๆแต่พอเข้ายามโฉ่วมาเกินครึ่งได้หลิวชิงเซียงมั่นใจ นางก็ไม่สนใจอีกตวัดตัวยกชายกระโปรงกลับเข้าตำหนัก สองนางกำนัลวิ่งตามกันให้วุ่น
“หลี่ตาอิ้งรออีกสักครู่เถอะเ้าค่ะ” ฟ่านหรูดึงรั้งร่างผู้เป็นายพยายามจะให้นางหยุดผลัดเปลี่ยนชุดเตรียมเข้านิทรา
“ไม่รอ เ้าไปดับโคมเลยต่อให้เสด็จมาข้าก็ไม่เปิดรับ”
นางไม่ได้กล่าวเล่นๆขอไปที นางทำอย่างที่ว่าจริงๆอิงหลานไม่อาจขัดคำสั่งเดินดับโคมหน้าเรือนส่วนตัวของหลี่ตาอิ้งในตำหนักเป็สัญลักษณ์ว่าพระสนมเข้าพักผ่อนแล้วโดยปกติโคมตำแหน่งนี้มักจะไม่ค่อยดับเพราะเกิดว่าฮ่องเต้อยากเสด็จตำหนักในโดยไม่ผ่านการพลิกป้ายก็อาจจะแวะมาได้ทันทีเพราะสนมที่จุดโคมรอคอยท่าเขาอยู่
เื่เมื่อคืนคงรู้กันทั่วแล้วว่าหลี่ตาอิ้งรอรับเสด็จเกอเทียนหลงฮ่องเต้พลิกป้ายแต่ไม่ยอมเสด็จมายิ่งน่าอับอายกว่าไม่พลิกป้ายเสียอีกหลิวชิงเซียงขณะถูกฟ่านหรูจัดแต่งผมให้อยู่ก็ฟังสองนางกำนัลบ่นกระปอดกระแปดพวกนางเกรงว่าเื่นี้จะทำให้นายหญิงของนางถูกกลั่นแกล้งดูถูกดูแคลน
“ความจริงนี้นับว่าเป็เื่ดีมากกว่า”
เมื่อคืนนางเข้านิทราไปด้วยโทสะที่ถูกรั้งให้รออย่างไร้ความหมายแต่พอตื่นมาอาการไม่สบอารมณ์หายเกลี้ยงได้มาคิดทบทวนนับว่าเป็เื่ดีกว่าด้วยซ้ำอย่างแรกไม่ต้องปรนนิบัติฮ่องเต้มักมากรับสนมนับร้อยในครั้งเดียวสองคือหลีกเลี่ยงปัญหาในภายหน้า การถูกทิ้งขว้างครั้งนี้สนมวังหลังอื่นๆอย่างมากก็ได้พูดข่มกระแหนะกระแหนนาง สุดท้ายเื่นี้ก็จะถูกลืมเลือนไปในไม่กี่วันหลังฮ่องเต้พลิกป้ายผู้อื่นความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ว่านางไม่ใช่หลี่เสวี่ยตัวจริงก็จะไม่ถูกเปิดเผยและระหว่างนี้นางต้องหาทางออกไปจากที่นี่ เริ่มที่ส่งข่าวกลับไปซาเฟิง
ในวังหลวงนี้ผู้มีอำนาจยังไม่มากไร้ชายาไร้โอรสธิดาทั้งเทียนหลงฮ่องเต้พระองค์นี้มีเพียงฮองไทเฮาที่ย้ายไปอยู่วัดซานป๋อหลายสิบแล้วทำให้นางสนมทั้งหลายไม่ต้องไปเข้าเฝ้าเช้าที่ตำหนักฉือหนิงเท่ากับว่าลดการพบปะคนอื่นไปได้อีกทางหนึ่งฉะนั้นหลิวชิงเซียงจะเก็บตัวอยู่ในตำหนักโหล่วจือสักหนึ่งสัปดาห์ไม่รับแขกเท่านี้ก็ปล่อยให้ผู้อื่นนินทาน้ำลายท่วมปากนางก็ไม่ได้ยิน
“หลี่ตาอิ้งเมื่อคืนเป็อย่างไรบ้างเมื่อคืนหลับสบายหรือไม่?”
ดูเอาเถอะขนาดไม่ออกจากตำหนักก็ยังมีคนในตำหนักเดียวกันให้ฟังคำระคายหูจางตาอิ้งที่คล้ายว่าคอยให้นางก้าวออกมาจากเรือนนอนอยู่ก่อนแล้วก็ทักทายทันที รอยยิ้มเล็กๆดูจะถูกใจที่ได้เอ่ยวาจาที่คิดเอาไว้ล่วงหน้า
“สบายนัก นอนคนเดียวไม่สบายได้อย่างไรเตียงกว้างทั้งนุ่มลื่นยิ่งกว่าผ้าทอเผ่าซาเฟิงอีกเผ่านอกแดนเถื่อนอย่างข้าเพียงแค่นี้ก็พอใจแล้วอีกเดี๋ยวห้องเครื่องก็มีอาหารให้ทานไม่ต้องออกล่าเอง ข้าหลี่เสวี่ยซึ้งน้ำพระทัยล้นพ้น” หลิวชิงเซียงตอบกลับไร้แววโกรธเคืองนางทำเป็ว่าพอใจสิ่งที่มีได้แค่นี้ก็บุญหัวนางมีอาหารมีที่ซุกหัวนอนไม่ต้องเร่ร่อนดูสิจางตาอิ้งจะดูถูกอะไรได้แย่กว่าชีวิตลำเข็ญของชาวทะเลทราย
“อ่อ..ดีแล้ว หลี่ตาอิ้งหลับสบายก็ดี” รอยยิ้มบางเบาค่อยๆ จางไปคงจะเตรียมคำมากระทบกระเทียบไว้เยอะสินะถ้าเมื่อครู่นางทำกระฟัดกระเฟียดใส่คงได้รับคำเ่าั้มาแล้วจางตาอิ้งที่ไม่ได้อย่างที่หวังเงียบได้สักครู่ก็หันหลังจากไปไม่มีคำร่ำลาอีกหลิวชิงเซียงที่คราแรกจะตั้งใจไปเดินเล่นรับลมยามเช้าที่สวนหน้าตำหนักโหล่วจือก็เปลี่ยนใจไม่มีคนจากตำหนักอื่นก็มีคนในตำหนักเดียวกันให้รำคาญใจ
“ข้าจะไปหลังตำหนัก พวกเ้าเตรียมไปรับอาหารจากห้องเครื่องเถอะ”
เวลานี้ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้ออกกำลังหลังตำหนักไม่ได้มีสวนงดงามทำให้เหล่าตาอิ้งไม่มีใครไปเที่ยวชม นางจะไปฝึกฝีมือเสียหน่อยระบายความเครียดที่ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะติดต่อกับเผ่าได้นางไม่สามารถไหว้วานสองนางกำนัลให้ทำแทนได้เื่ของนางเสี่ยงเกินไปผ่านหลายมือจะทำให้ความแตกเสียเปล่าๆ
กิ่งไม้อันเดิมถูกนำมาใช้แทนกระบี่หลิวชิงเซียงทั้งหมุนตัวทั้งะโ อาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานมาตัวนี้เป็สีฟ้าอ่อนชายกระโปรงสีขาวสะอาดทุกครั้งที่ปลิวลอยสะบัดรวดเร็วคล้ายเมฆาเคลื่อนคล้อยนางมัวแต่สนใจเพ่งสมาธิที่กิ่งไม้ในมือจึงไม่เห็นว่าพึ่งมีคนะโข้ามกำแพงเข้ามานั่งอยู่บนต้นไม้กว่าจะจบกระบวนท่าชุดแรกหลิวชิงเซียงถึงถอยกลับไปพักถึงได้เห็นผู้มาใหม่
นางจำขันทีน้อยผู้นี้ได้ทันทีก็พึ่งพบไปเมื่อวานแต่เช้าวันนี้เขาดูจะอ่อนระโหยโรยแรงไปเสียหน่อยต่างจากเมื่อวานที่ใบหน้าผ่องใสใบหน้าคมได้รูปคล้ายคนไม่ได้หลับได้นอนขอบตาคล้ำเล็กน้อยแต่จะบอกว่าว่าดูไม่ดีก็ไม่ใช่ หลิวชิงเซียงยอมรับเลยว่าถึงจะดูไร้การพักผ่อนขันทีน้อยคนนี้ก็ยิ่งดูภูมิฐานอยู่ดี
ก่อนหน้านี้ที่นางจะเริ่มฝึกวรยุทธ์นางดูที่ทางอย่างดีแล้วว่าไม่มีใครแสดงว่าผู้มาใหม่นี้มาตอนที่นางกำลังฝึก แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่รู้ตัว ขันทีน้อยผู้นี้นางประมาทไม่ได้เสียแล้วสามารถเคลื่อนไหวไร้ร่องรอยเก็บตัวตนมิดชิดจนนางจับไม่ได้นางจึงเป็ฝ่ายเอ่ยหยั่งเชิงไปก่อน “เ้ามาทำอะไรที่นี่แต่เช้า?”
“เดินเล่นเท่านั้นแต่เห็นหลี่ตาอิ้งมาฝึกร่ายรำทั้งใบหน้าก็ผ่องใสเช่นนี้แสดงว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือ?”
อีกแล้ว..หยุดถามข้าเื่นอนหลับสบายกันได้หรือไม่นะคนพวกนี้
“สบายกว่าที่ควรแน่นอนแต่เ้าเถอะคงไม่ได้นอน”
โม่เหวินหานรู้ดีว่านางถามไม่ได้มีความห่วงใยผสมเจืออยู่แต่เป็การประชดประชันกลับอีกตั้งหากเห็นว่าใบหน้าเขาดูอ่อนล้าจนสังเกตได้ขนาดนี้ก็ไม่ยากที่จะตีความว่าไม่ได้พักผ่อนซึ่งก็จริงของนาง เขาไม่ได้นอนจริงๆหลังยามจื่อตอนที่เขากำลังจะเดินมาตำหนักโหล่วจือก็ได้รับสารทางไกลด่วนว่าด้านหัวเมืองใกล้ซีเป่ยซ่องสุมกำลังคิดติดต่อกับซีเป่ยเพื่อแยกตัวจากจินหยางที่ตนปกครองอยู่ทำให้เขาไม่อาจจะละทิ้งหน้าที่มาตามที่แจ้งไว้จนเข้าท้ายยามโฉ่วหลังนึกขึ้นได้ถึงส่งคนมาแจ้งว่าเขามาไม่ได้ผู้ส่งสารกลับมาบอกว่าหลี่ตาอิ้งดับโคมเข้านิทราแล้ว
จนเมื่อครู่พอจัดการราชกิจแล้วเขาถึงแอบหลบมาดูว่าหลี่ตาอิ้งผู้นี้นอนพักผ่อนสบายกายาไม่รั้งอยู่รอจริงหรือไม่ผลออกมาซึ่งก็คงเป็ความจริง เขาได้เห็นนางแอบฝึกวรยุทธ์อีกแล้ว ใบหน้าขาวใสนั้นเอิบอิ่มดั่งวันก่อนไม่มีวี่แววคนอดนอนสักนิด แม้จะไม่ชอบใจที่นางไม่ร้อนใจว่าทำไมฮ่องเต้ไม่เสด็จมาหากแต่ภาพอาภรณ์ชุดสีฟ้าอ่อนปลิวไหวอ่อนหวานในท่วงท่ากระบี่หนักแน่นเขาเหมือนยกอารมณ์ขุ่นมัวทิ้ง หลี่ตาอิ้งของเขาช่างเก่งกาจเสียจริง ไม่คิดว่าเผ่าซาเฟิงจะมีธรรมเนียมให้สตรีฝึกวรยุทธ์จนแคล่วคล่องอย่างนี้
บุรุษในชุดขันทีะโลงจากต้นไม้ไม่มีท่าทางใส่ใจคำพูดก่อนหน้าของนางสักนิดและเขาก็คงเห็นหมดแล้วเต็มตาว่านางแอบฝึกกระบี่ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังเหลือแค่เขาจะนำเื่นี้ไปโพนทะนาหรือไม่ ฉะนั้นครั้งนี้นางขอทำตามที่ใจคิดหน่อยเถอะอยากจะรู้นักว่าขันทีน้อยผู้นี้วรยุทธ์เป็อย่างไรทำไมถึงไปมาไร้ร่องรอยเก่งนักหลิวชิงเซียงจดจ้องก้าวเดินที่เป็จังหวะของคนตรงหน้าแล้วขว้างกิ่งไม้ในมือจะให้ไปปักตรงหน้าเมื่อร่างสูงหยุดชะงักไปก็พุ่งตัวหาวัดฝีมือให้รู้ไปเลย
แต่ที่ไม่คาดคิดคือร่างสูงผู้นี้ไม่มีท่าทางจะหลบกำปั้นนางสักนิดหรือว่าเขาจะสู้กลับ?
กำปั้นที่พุ่งใส่ไหล่กว้างของขันทีน้อยเข้าใกล้ทุกทีแต่เขาก็ไม่ออกกิริยาอะไรสักอย่างนางไม่รู้แล้วว่าเขาจะหลบหรือจะสู้ จวนเจียนจะถึงอยู่แล้วห่างไม่ถึงหนึ่งฉื่อหลิวชิงเซียงไม่รู้จะทำอย่างไรธนูขึ้นสายแล้ว กำปั้นออกตัวมาแล้วดึงกลับไม่ทันอีก นางทำได้เพียงยกแขนสูงขึ้นเฉียดไหล่ซ้ายขันทีน้อยไปแค่ปลายนิ้วแต่ตัวนางพุ่งชนร่างสูงเต็มๆร่างเพรียวบางปะทะร่างหนาอัดอีกฝ่ายเข้าลำต้นไม้แข็งเื้ัดังอัก
หลิวชิงเซียงไม่รอให้อีกฝ่ายดันนางออกมานางผละออกมาทันทีเท้าเลยถอยหลังไปเหยียบกิ่งไม้ที่ปักพื้นหักดังกร๊อบเท่านั้นไม่พอยังเหยียบชายกระโปรงตัวเองเพราะอารามใมือดึงชายกระโปรงขึ้นไม่ดูว่าไปเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ชายกระโปรงสีขาวฉีกขาดยาวเกือบถึงเข่า
ทำไมผ้าทอคนต้าเหว่ยถึงได้ไร้คุณภาพเช่นนี้หลิวชิงเซียงมีชุดที่ได้รับมาจากตอนรับตำแหน่งตาอิ้งเพียงสามชุดเท่านั้นขาดเช่นนี้กว่าจะซ่อมเสร็จนางได้ใส่ชุดสลับไปมาอยู่สองชุดนะสิ
“เ้า..!!” หลิวชิงเซียงหันไปจะกล่าวโทษขันทีน้อย
“หลี่ตาอิ้งลืมชื่อข้าแล้วหรือ?” คนที่พึ่งถูกอัดเข้ากับลำต้นไม้ไม่มีอาการเ็ปสักนิดทั้งมีหน้าถามกลับ
“อันชื่อ!?”
“ถูกต้องแล้วกระหม่อม”
“ข้าไม่ได้เล่นตอบคำถามอย่าเบี่ยงประเด็น แต่เ้าทำกระโปรงข้าขาด รู้ไหมว่าข้ามีอาภรณ์กี่ตัว” หลิวชิงเซียงสะบัดกระโปรงที่ขาดแล้วชี้ให้อีกฝ่ายดู
“แต่กระหม่อมไม่ได้ทำอะไรเลยเพียงอยู่เฉยๆ เท่านั้น”ครั้งนี้เสียงแหบแหลมขัดหูนางที่สุดเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวเป็ความจริง เขาไม่ได้ทำอะไรเลยมีแต่นางที่วิ่งหาเื่มีแต่ต้องข่มความโมโหแล้วกลืนเข้าไปเอาผิดใครไม่ได้
“ฮึ..ช่างเถอะ” หลิวชิงเซียงพ่นลมยาวแล้วโบกมือไล่อีกฝ่ายหวังจะไม่เห็นหน้าก็พอแล้วจะได้ดับอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่
“หลี่ตาอิ้งพอใจอาภรณ์ชุดนี้มากหรือ?”
“ไม่ชอบ แต่ไม่มีทางเลือกมีแบบนี้ก็ต้องใส่แบบนี้ เ้าก็รีบๆ ไปพ้นหน้า ไปทำหน้าที่ของเ้าเถอะไม่อยู่ประจำตำหนักเดี๋ยวนายเ้าเรียกหาจะทำอย่างไร”
สตรีที่บ่นเสียงงึมงำผู้นี้มองชายกระโปรงแล้วก็หันไปมองกิ่งไม้หักที่ถูกเหลาอย่างดีครั้งนี้สีหน้านางดูอาลัยอาวรณ์มากกว่ากระโปรงที่ขาดอีกแต่พอรู้ว่าไม่อาจจะทำอะไรได้ก็เตะกิ่งไม้นั้นให้ไกลสายตาจะได้หงุดหงิดน้อยลงทั้งยังเดินหันหลังหนีออกมา
“เช่นนั้นอันซื่อขอตัว”
ทันทีที่คำกล่าวจบหลิวชิงเซียงก็หันกลับไปมองเื้ัแต่ก็เหลือเพียงต้นไม้ตันเดิมแล้วแม้เสียงเสื้อผ้าเสียดสีก็ไม่มีขันทีน้อยผู้นั้นต้องเป็วรยุทธ์แน่แต่ทำไมถึงไม่หลบหรือไม่สู้กลับขัดใจนางเสียจริง!