องค์จักรพรรดิพึ่งจะดีใจได้ไม่นานที่สามารถบีบให้องค์ชายริวเอ็นรัชทายาลำดับที่ 8 ลงจากตำแหน่งได้ แต่ไม่ทันไรลูกชายที่เขาโปรดปราณมากที่สุด ก็ดันทำเรื่องเหนือความคาดหมายซะงั้น เพราะดันไปท้าประลองซ้ำอีก แม้ว่าทั้งสอง จะอยู่ Rank F เหมือนกัน แต่องค์ชายริวเอ็นนั้นเป็นนักสู้ในคลาส 9 ส่วนองค์ชายฟ็อกซ์พึ่งปลุกพลังขึ้นมาได้เมื่ออาทิตย์ก่อน และไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นอีกด้วย
ฉับพลันนั้นเองสายตาขององค์จักรพรรดิก็เปลี่ยนไป ก่อนจะหรี่ตามองไปทางองค์ชายฟ็อกซ์อีกครั้ง สีหน้าถึงกับเปลี่ยนไปทั้งมึนงงทั้งสงสัย เขาจำได้อย่างแม่นยำว่าลูกชายของเขาไร้พรสวรรค์ แต่เพียงแค่อาทิตย์เดียวทำไมถึงขึ้นมาอยู่ในคลาส 5 ได้ [และคงจะช็อคมากกว่านี้ถ้ารู้ว่าเลื่อนระดับแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น]
"ข้ายอมรับการประลองกฏฟ้าแบบ 1 ต่อ 1" องค์ชายริวเอ็นที่เห็นทางรอดของตัวเองก็รีบคว้าไว้ทันที พลางคิดในใจอย่างโหดเหี้ยม "ข้าจะให้เจ้าตายอย่างน่าสมเพศภายใต้ดาบของข้า"
เมื่อได้รับการตอบรับจากองค์ชายริวเอ็นฟ็อกซ์ถึงกับนิ่งไป เขารู้สึกว่าเหมือนตัวเองจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ตั้งแต่มาอาศัยอยู่ในร่างนี้ราวกับเดือดได้ตลอดเวลา [หัวร้อน] แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปยังสนามประลอง
โคลอสเซียม ในอาณาจักรเซสซาร์...
เมื่อทุกคนมาถึงภายในสนามประลองเหล่านักสู้ นักรบ นักเวทย์ ล้วนแล้วแต่ลุกขึ้นทำความเคารพทันที พร้อมกันนั้น องค์จักรพรรดิก็เริ่มประกาศเสียงดังกร้าวขึ้น
"รัชทายาทลำดับที่ 10 ท้าประลองกฏฟ้ากับองค์ชายริวเอ็น โดยสิ่งที่ใช้ในการประลองครั้งนี้คือ ตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 8 กลับคืนสู่องค์ชายริวเอ็น และ ดาบคาลิเบอร์"
สิ้นเสียงขององค์จักรพรรดิเสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น ใครๆ ก็รู้ว่าองค์ชายฟ็อกซ์พึ่งปลุกพลังได้เพียงแค่อาทิตย์กว่าๆ ส่วนองค์ชายริวเอ็นนั้นปีนี้อายุ 14 และอยู่ในคลาส 9 แบบนี้มันไม่ต่างไปจากการรังแกเด็กด้วยซ้ำไป กระทั่งเหล่าทหาร ราชองค์รักษ์ รวมไปถึงครูฝึกทหารแต่ละคนถึงกับตกตะลึง เพราะองค์จักรพรรดิทรงพูดว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 ท้าประลองกฏฟ้า นั่นหมายความว่าองค์ชายฟ็อกซ์นั้นเป็นผู้ริเริ่ม จะมีก็แต่เพียงหัวหน้าองค์รักษ์ทั้ง 8 ที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะพวกเขาแข็งแกร่งที่สุดภายในอาณาจักรและยังดำรงตำแหน่งสูงสุด ที่เป็นรองเพียงแค่องค์จักรพรรดิเท่านั้น
ผ่านไปไม่นานนักองค์ชายฟ็อกซ์ก็ขึ้นไปบนสนามประลองด้วยท่าทีตื่นๆ ส่วนองค์ชายริวเอ็นเองก็ขึ้นสู่สนามประลองด้วยท่าทีสง่างาม ทว่าเมื่อทั้งคู่เรียกอาวุธขึ้นมาซึ่งขององค์ชายริวเอ็นเป็นดาบคาลิเบอร์ ส่วนองค์ชายฟ็อกซ์ก็ยังเป็นมีดคู่แบบเดิม ทว่าบรรยากาศรอบตัวขององค์ชายฟ็อกซ์กลับดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนทันที ความสงบนิ่งดุจผิวน้ำ สายตาที่เย็นชาจับจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ ทั้งยังจิตสังหารอ่อนๆ ที่ค่อยๆ ปะทุออกมา กระทั่งการจับมีดที่ดูช่ำชองราวกับผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน
หัวหน้าองค์รักษ์ทั้ง 8 จากที่มีท่าทีไม่เฉยเมย ยังถึงกับจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสนใจ กระทั่งครูฝึกทหารเอกที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการในครั้งนี้ ยังอดรู้สึกขนลุกแปลกๆ ไม่ได้
"การประลองกฏฟ้าเริ่มได้"
สิ้นเสียงกรรมการองค์ชายริวเอ็นก็รีบชิงความได้เปรียบทันที ด้วยการพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วดาบคาลิเบอร์ในมือของเขา แฝงไปด้วยพลังเวทย์มหาศาลแม้จะยังไม่สามารถควบคุมได้เต็มร้อย แต่สำหรับผู้ที่พึ่งปลุกพลังขึ้นมาเมื่อเจอกับพลังระดับนี้ ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสได้เพียงหนึ่งการโจมตีเท่านั้น
ปลายดาบตวัดเข้าหาร่างของฟ็อกซ์อย่างรวดเร็วและมวลพลังมหาศาล ทว่าภาพที่ฟ็อกซ์เห็นนั้นราวกับภาพสโลโมชั่น [อย่างว่าพึ่งโดนลิง Rank B ตบมา] ก็เลยไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรมากนัก ก่อนจะผนึกเวทย์ธาตุลมไว้ที่เท้าแล้วดีดตัวออกจากรัศมีพลังที่รุนแรง ทว่าปฏิกริยาตอบสนองของริวเอ็นก็รวดเร็วไม่ใช่น้อย ขณะที่การโจมตีแรกพลาดเขาก็ตวัดดาบกลับไปทางด้านหลังที่ว่างเปล่าทันที [มั่วนี่หว่า]
ทว่าฟ็อกซ์ที่ดีดตัวออกมากลับยืนอยู่ด้านหน้าของริวเอ็น เพราะเขาเพียงแค่ถอยหลังออกมาเฉยๆ แต่เพราะการผนึกเวทย์ลมทำให้ความเร็วมากขึ้น จนมองเห็นเป็นเพียงภาพติดตาก็เท่านั้น ใครจะไปคาดคิดว่าริวเอ็นกลับคิดว่าจะโดนลอบโจมตีจากด้านหลัง จนถึงกับหวดลมไปอีกครั้ง
ภายในสนามประลองถึงกับเงียบกริบ ไม่ใช่เพราะอึ้งแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังกลั้นขำกันอยู่ เมื่อเห็นองค์ชายริวเอ็นกำลังปล่อยไก่ต่อหน้าองค์ชายฟ็อกซ์
"พวกเจ้าคิดว่ายังไง!!?" หัวหน้าองค์รักษ์เอเดนเอ่ยถามขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่สนามประลอง
"แปลกมากระดับพลังขององค์ชายเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว" หัวหน้าองค์รักษ์ลาซาล
"การผสานเวทย์ก็ทำได้สมบูรณ์แบบ" หัวหน้าองค์รักษ์ออสติน
"ดูสงบนิ่งเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่เด็ก 10 ขวบ" หัวหน้าองค์รักษ์สาวจัสมิน
"ราวกับผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน" หัวหน้าองค์รักษ์วาสโก้
"ทั้งยังปกปิดจิตสังหารที่แท้จริงเอาไว้" หัวหน้าองค์รักษ์ลูเบิร์ก
"ข้าสัมผัสได้ว่าองค์ชายฟ็อกซ์ยังไม่ได้เอาจริง เพียงแค่หยั่งเชิงอีกฝ่ายเท่านั้น" หัวหน้าองค์รักษ์เดลต้า
"..........น่ากลัวว่าจะเหนือกว่ารัชทายาทลำดับที่ 1" หัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า
สิ้นเสียงของหัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า บรรดาเหล่าหัวหน้าองค์รักษ์ที่เหลือต่างหันขวับมามองกันอย่างแปลกใจ เพราะนอกเหนือจากตำแหน่งของหัวองค์รักษ์รักษาพระองค์แล้ว ยังเป็นอาจารย์ประจำในโรงเรียนหลวงอีกด้วย ทว่าหัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่าที่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน นอกจากจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม เธอยังเปรียบเสมือนกับท่อนไม้ไร้ความรู้สึก ในหลายสิบปีมานี้นอกจากเรื่องสำคัญตัวเธอแทบจะไม่เคยปริปากพูดเลยด้วยซ้ำ จึงทำให้ทุกคนในกลุ่มรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
กลับมาภายในสนามประลองริวเอ็นที่ฟาดดาบที่สองเพราะความหวาดระแวง ถึงกับเกิดโทสะขึ้นเพราะมันเหมือนกับว่า ตัวเขานั้นประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้สูงเกินไป ทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นฝ่ายอับอายแทน ก่อนจะผนึกเวทย์ธาตุสายฟ้าเสริมไปยังตัวดาบเพื่อให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยหลักทั่วไปเหล่านักสู้ก็เปรียบเสมือนเด็กที่กำลังโต ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นสามข้อหลัก ข้อแรก คือ นักรบที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้และใช้เวทย์ได้ไม่ถึง 4 ธาตุ ข้อสอง นักเวทย์ คือผู้ใช้เวทย์ได้เกิน 4 ธาตุแต่มีร่างกายที่อ่อนแอ และ ข้อสุดท้าย นักรบเวทย์ คือ นอกเหนือจากการเชี่ยวชาญในการต่อสู้แล้วยังต้องใช้เวทย์ได้เกิน 4 ธาตุอีกด้วย ทว่าคนที่เป็นนักรบเวทย์นั้นมีน้อยมาก กระทั่งรัชทายาทลำดับที่ 1 เองที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดารัชทายาทและเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด ยังใช้ได้เพียงแค่ 3 ธาตุเท่านั้น
ริวเอ็นใช้ดาบคาลิเบอร์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังและยังเสริมไปด้วยธาตุสายฟ้า บุกเข้าจู่โจมฟ็อกซ์อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ฟ็อกซ์ได้แต่หรี่ตามองอย่างแปลกก่อนจะเอี้ยวตัวหลบไปมา โดยอาศัยการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เพื่อรักษาสมดุลพลังให้คงที่ และคอยมองหาจุดอ่อนไปเรื่อยๆ
มีดคู่ในมือของเขามือขวาผนึกธาตุดินคอยปัดป้องสายฟ้าที่โหมกระหน่ำมา ส่วนมือซ้ายผนึกธาตุน้ำแข็งและโจมตีสวนกลับในบางจังหวะเท่านั้น ในตอนแรกที่เขาผนึกธาตุลมไว้ที่เท้าเสริมความเร็วแล้วดีดตัวออกมาประเมินสถานการณ์ แต่อีกฝ่ายกลับพุ่งเข้าหาเขาอย่างคนบ้าฟาดฟันดาบไปมาอย่างมั่วซั่ว และตลอดการต่อสู้นั้นเท่าที่ตรวจสอบดูแล้วริวเอ็นสามารถใช้ได้เพียงแค่ธาตุสายฟ้าเท่านั้น
จึงทำให้ฟ็อกซ์เริ่มโหมกระหน่ำโจมตีสวนกลับ ทุกมีดที่โจมตีออกไปของเขาจะต้องกรีดไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย และมีดที่กรีดนั้นผนึกธาตุน้ำแข็งลงไปด้วย ทำให้ปากแผลไม่มีเลือดเพราะมันถูกแช่แข็ง ทำให้ริวเอ็นไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดว่าโดนโจมตี ทว่าริวเอ็นกลับประเมินสถานการณ์ได้ผิดพลาดอย่างมหันต์ เขาเพียงแค่คิดว่าฟ็อกซ์นั้นโจมตีสวนกลับมาอย่างมั่วๆ โดยหวังเพียงแค่ฟลุคโจมตีโดนเขาเท่านั้น จึงเริ่มชะล่าใจและเริ่มลงมือหนักขึ้นจนลดการป้องกันลง สำหรับฟ็อกซ์แล้วเมื่อเขารู้ถึงขีดจำกัดของริวเอ็นก็เลิกสนใจทันที เพราะมันไม่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นฟ็อกซ์ก็ไม่เคยประมาทในทุกการต่อสู้เช่นกัน
ผ่านไป 10 นาที...
การโจมตีของริวเอ็นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และยังอาการเหนื่อยหอบราวกับต่อสู้ติดต่อกันมาหลายชั่วโมง ซ้ำบาดแผลที่ถูกโจมตีก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นได้ชัดเจน ส่วนฟ็อกซ์ยังอยู่ในอาการเดียวกับตอนเริ่มประลองและไร้ซึ่งบาดแผล จนในที่สุดแขนของริวเอ็นก็ยกไม่ขึ้นอีกทั้งดาบในมือก็หลุดกระเด็นออกไป ฟ็อกซ์ที่เห็นแบบนั้นจึงหยุดโจมตี และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและดังไปทั่ว
"ข้าให้โอกาสเจ้าตอบเพียงแค่ครั้งเดียว จะยอมแพ้หรือยอมตาย!!?"