จักรภพรับฟังคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความโกรธเคืองความรู้สึกชื่นชม อยากจะได้ไตรภพมาเป็ลูกน้องมลายลงไปในทันที ส่วนลูกน้องของมันสิบกว่าคนในคฤหาสน์ต่างอยากจะยิงปืนเข้าสังหารชายหนุ่มอวดดีตรงหน้าหากแต่ไม่กล้าปฏิบัติโดยพลการ
“เดิมทีฉันชอบแกแต่เหมือนแกพอจะมีฝีมือต่อสู้นิดหน่อย แล้วอวดดีจองหอง ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำฉันจะให้บทเรียนที่แกไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตเอง”
จักรภพมีความมั่นใจในตัวเองมากตัวมันเองถือได้ว่าเป็ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้คนหนึ่ง แม้จะไม่ได้อยู่ในแนวหน้าแต่หากต่อสู้กับคนธรรมดา มันสามารถสู้ได้สิบต่อหนึ่งเลยทีเดียว
“แกอยู่ขั้นปรับร่างกายที่เท่าไหร่”
จักรภพในตอนนี้ถอนเสื้อเชิ้ตสีดำออกเผยให้เห็นกล้ามเป็มัด ๆ มีาแเต็มร่างกายมันอยากที่จะสั่งสอนชายหนุ่มตรงหน้าให้รู้ถึงโลกที่แท้จริงว่ามันโหดร้ายเพียงใด
“ขั้นปรับร่างกาย ? แกพูดเื่อะไรของแก”
ไตรภพรู้สึกงุนงงับคำถามของชายตรงหน้าในโลกของการบ่มเพาะนั้นแบ่งระดับชนชั้นลมปรารณออกตามสีของลมปราณ โดยเริ่มจากลมปราณสีม่วงคราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดงซึ่งโลกมนุษย์ใบนี้รองรับลมปราณถึงระดับสีเขียวเท่านั้นหากลมปราณสีเหลืองขึ้นไปลงมายังโลกมนุษย์แห่งนี้เครือข่ายปราณโลกย่อมไม่อาจรองรับได้
ในยามที่มันเป็จักรพรรดิเทพได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็7ดวงดารา ได้แก่ ดวงดาราอาทิตย์ ดวงดาราจันทร์ ดวงดาราอังคาร ดวงดาราพุธดวงดาราพฤหัส ดวงดาราศุกร์ และดวงดาราเสาร์โดยมีแดนเทพเป็ศูนย์กลางแห่งดวงดาราทั้งปวงในห้วงสุริยะนี้ซึ่งเป็ไปตามโครงสร้างการปกครองที่อาจารย์ของมัน หรือ จักรพรรดิเทพองค์ก่อนวางไว้
แม้จะมีดวงดาวน้อยใหญ่มากมายในห้วงสุริยะต่างอยู่ภายใต้ของพื้นที่ในแต่ละดวงดารา แต่มีดวงดาราหนึ่งที่ไม่สามารถปกครองได้เพราะอดีตจักรพรรดิเทพได้สร้างเครือข่ายปานไว้อย่างหนาแน่นพลังลมปราณชนชั้นต่ำกว่าลมปราณสีรุ้งย่อมมิอาจจะแตะต้องดวงดาราที่ชื่อว่า ‘โลก’ ได้
หลายต่อหลายครั้งมันพยายามถามอาจารย์ของมันเกี่ยวกับดวงดาราโลกแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากอาจารย์หญิงผู้เ็า มีเพียงประกาศิตที่ว่า ‘ห้ามยุ่งเกี่ยวกับดวงดาราโลกเท่านั้น’
แม้ภายหลังไตรภพจะได้รับตำแหน่งจักรพรรดิเทพแต่ก็ไม่ได้ขัดคำสั่งของอาจารย์ ปล่อยดวงดาราโลกให้เป็ไปตามวัฏจักรใครจะไปคาดคิดว่าทัณฑ์์เส้นสุดท้ายกลับทำให้ดวงิญญาของจักรพรรดิเทพผู้สูงส่งลงมาเกิดในร่างกายมนุษย์ผู้แสนอ่อนแอ
กลับมาทางจักรภพมันสงสัยในตัวของชายหนุ่มตรงหน้าเป็อย่างยิ่ง หากอยู่ในโลกของวรยุทธ์แห่งยุทธภพใครบ้างจะไม่รู้จักระดับขั้นของวรยุทธ์ ในโลกใบนี้โลกแห่งวรยุทธ์ถือว่าเป็โลกใต้ดินซึ่งรัฐบาลในทุกประเทศต่างมีกฎเหล็กไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวของกันและกันแต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่โลกใต้ดินยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์้าแต่รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก หากไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
เช่นเดียวกับการที่จักรภพได้รับการสอนวรยุทธ์จนมันสามารถบรรลุขั้นปรับร่างกาย ขั้นที่ 3 ได้กลายเป็ยอดฝีมือแถวหน้าในจังหวัดน่านที่หาคู่ต่อกรได้ยาก
มันเองรับรู้ว่าในโลกใบนี้มีระดับขั้นปรับร่างกายถึง10 ระดับแต่ไม่เคยพบใครถึงระดับนั้นมาก่อน ซึ่งปรมาจารย์ที่มันใช้เงินหนึ่งร้อยล้านขอร่ำเรียนวิทยายุทธ์มาก็มีระดับขั้นปรับร่างกายถึงระดับ 8 แล้ว ซึ่งมันเองผ่านหลักสูตรการเรียนถึงหนึ่งปีเต็มกว่าจะบรรลุจากร่างกายของคนธรรมดากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 1
หากถามถึงความแตกต่างระหว่างคนธรรมดาและผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่1เป็อย่างไร ต้องบอกได้ว่าเหมือนกับการใช้มือเปล่าชกไปที่กำแพงเหล็กด้วยเหตุนี้เองจึงไม่น่าแปลกใจว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกเริ่มสามารถล้มคนธรรมดาได้อย่างง่ายดายแม้ว่าคนธรรมดาเ่าั้จะเป็ทหารหน่วยรบพิเศษก็ตาม
ที่จักรภพมั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์เช่นเดียวกับมันเพราะมันเองก็สามารถล้มคนธรรมดาได้ถึงสิบคนในการต่อสู้ พลังยุทธ์ของมันนั้นสามารถต่อยกำแพงเหล็กหนาให้บุบลงไปราวกับชกไปที่กระสอบทรายเลยทีเดียว
“แกอย่ามาทำไขสือ แกเป็ผู้ฝึกยุทธ์ใช่ไหม”
จักรภพมีความมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอนจากความสามารถที่อัดลูกน้องฝีมือดีของมันได้ในพริบตา
ไตรภพใช้สมองครุ่นคิดดูเหมือนว่าบนโลกใบนี้จะมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ด้วยมันเองตอนเป็จักรพรรดิเทพเคยอ่านตำรามากมายหลายล้านเล่มเคยได้ยินเื่ราวของโลกมนุษย์ที่มีผู้ฝึกยุทธ์ มีกำลังภายในทั้งยังสามารถล้มคนธรรมดาได้อย่างง่ายดาย
“โอ้ ผู้ฝึกยุทธ์หรือ หากแกคิดว่าคำว่า ‘ผู้ฝึกยุทธ์’ดูยิ่งใหญ่ปานนั้น ฉันจะสอนแกให้รู้เองว่า ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็อย่างไร”
ไตรผมแสยะยิ้มออกมา ถ้าช่องว่างทางฝีมือระหว่างผู้ฝึกยุทธ์และคนธรรมดาต่างกันราวกับน้ำในแก้วน้ำเทียบกับน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ แล้ว ความต่างชั้นของผู้ฝึกยุทธ์กับผู้บ่มเพาะเยี่ยงมันล้วนเป็น้ำในแม่น้ำ เทียบกับน้ำในมหาสมุทร ที่ไม่อาจจะเทียบรัศมีได้ด้วยซ้ำ
พลังลมปราณที่โลกใบนี้รับได้ นั่นคือลมปราณชนชั้นสีเหลืองก็มากเพียงพอที่จะบดขยี้โลกใบนี้ได้ในพริบตาแล้วตอนตัวมันเองครองลมปราณชนชั้นสูงสุดอย่างชนชั้นสีรุ้งเล่า จะไม่สามารถทำลายดวงดาราทุกดวงในห้วงสุริยะได้ด้วยความคิดเชียวหรือ
“ในเมื่อแกไม่ยอมบอก ฉันจะทำให้แกพูดออกมาเอง”
ย้าก
จักรภพเคลื่อนไหวร่างกายหาไตรอย่างรวดเร็วร่างกายที่บึกบึนราวกับผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วเพียงสามวินาที มันได้เข้ามาอยู่เบื้องหน้าของไตรภพแล้ว
ฟึบ ฟึบ ฟึบ
มันชกไปที่ชายหนุ่มอย่างรุนแรงด้วยพลังของผู้ฝึกยุทธ์ความรุนแรงของหมัดสามารถทำให้กระดูกคนธรรมดาหักได้ในทันทีที่ัั
แต่มันกลับพบแต่ความว่างเปล่ามันเหวี่ยงหมัดออกไปแล้วสิบสองครั้ง ซึ่งไม่สามารถััโดนตัวชายหนุ่มตรงหน้าได้เลย
“แน่จริงแกอย่าหนีสิ”
จักรภพหยุดโจมตีชายหนุ่ม มันเอ่ยอย่างท้าทายจ้องมองไปที่ไตรภพ ซึ่งชายหนุ่มไม่ได้กล่าวตอบอะไรเพียงยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยามเท่านั้น
มันพุ่งเข้าหาไตรภพอีกครั้งคราวนี้ไตรภพไม่ได้หลบเลี่ยงใด ๆ แล้วยกมือขึ้นมาปัดป้องการโจมตีของหมัดและเท้าของจักรภพ สามารถป้องกันได้ทุกกระบวนท่าต้องบอกก่อนเลยว่าฝีมือของจักรภพนั้นไม่ได้อ่อนด้อยครั้งหนึ่งมันเคยล้มทหารหน่วยพิเศษสิบคนด้วยตัวคนเดียว
นอกจากนี้มันยังเคยสังหารคนธรรมดาด้วยการชกเพียงครั้งเดียวอีกด้วยแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้มันมีสีหน้าซีดเผือดขนาดปรมาจารย์ที่สอนวิชาต่อสู้ให้มันยังไม่ทำให้มันรู้สึกเกรงกลัวถึงเพียงนี้
“โอ้ ยังมีลูกเล่นอะไรอีกไหม”
ไตรภพปัดเสื้อผ้าที่หัวไหล่ซ้ายและขวา ชายหนุ่มมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเบื่อหน่ายการต่อสู้กับผู้ไม่มีพลังบ่มเพาะมันช่างน่าเบื่อเป็อย่างยิ่ง
ปัง
เสียงะุดังออกจากปืนบริเวณชั้นสอง เป็ปืนไรเฟิลที่ยิงออกมาจากลูกน้องของจักรภพทันทีที่เห็นว่านายของตนพลาดท่า มันรู้ดีว่ามันอาจจะถูกลงโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่ง แต่มันทนความอวดดีของไตรภพไม่ไหวจึงต้องลงมือสังหารชายหนุ่ม
ไตรภพเอี้ยวตัวหลบะุอย่างง่ายดายชายหนุ่มมองไปชั้นสอง ตำแหน่งที่ปืนยิงออกมาเพียงพริบตาด้วยวิชาตัวเบาัเทพเคลื่อนย้าย ร่างกายได้หายไปจากบริเวณชั้น 1ในทันที
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”
เสียงร้องของชายที่ถือไรเฟิลดังขึ้นอย่างโหยหวนไตรภพโคจรพลังลมปราณ ชกไปที่บริเวณหน้าอกของมัน มืออันขาวผ่องของชายหนุ่มได้ทะลุหัวใจของชายคนนั้นไปแล้ว ร่างกายที่หนาของมันถูกมือบาง ๆ แทงทะลุท่ามกลางความใของคนในคฤหาสน์
ทันทีที่เห็นเพื่อนของตนเองถูกไตรภพสังหาระุทั่วทุกสารทิศจากลูกน้องจักรภพได้ยิงเข้าไปยังที่ไตรภพยืนอยู่ในทันที
แม้ภายในคฤหาสน์จะมีเสียงดังมากแต่ก็ไม่ดังไปถึงด้านนอกเพราะปืนทุกกระบอกล้วนใส่ปลอกเก็บเสียงทำให้ผู้คนร้อยกว่าคนด้านนอกไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ในคฤหาสน์
ไตรภพแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ดูเหมือนว่าวันนี้มันต้องสังหารผู้คนมากมายเป็แน่ชายหนุ่มคิดลองใช้เพลงหมัดเทพอสูร พุ่งทะยานเข้าหาพวกมันในทันที
‘เพลงเทพสูรคลั่ง’
กระบวนท่าที่หนึ่งในบรรดาเพลงหมัดเทพอสูรร่างกายของไตรภพมีเงาดำขนาดใหญ่ซ้อนอยู่หมัดที่ชกไปแต่ละหมัดล้วนไม่ได้ััร่างกายของผู้ใดเลยแต่น่าแปลกที่รังสีของหมัดนั้นกลับพุ่งทะลุร่างของพวกมัน
เพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีการต่อสู้ได้จบลงที่เหล่าลูกน้องของจักรภพเสียชีวิตลงสิบสองคนหลงเหลือเพียงปรีชาเท่านั้นที่ยืนตัวสั่นข้างผู้เป็นาย
“นะ นะ นี่มันอะไรกัน !”
จักรภพพึมพำออมาอย่างไม่เชื่อสายตาใครบ้างเล่าจะสามารถหลบห่าะุได้จากปืนนับสิบกระบอก แม้จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ก็ตามแม้แต่ตัวมันเองเต็มที่ก็สามารถหลบะุได้บ้างแต่ต้องไม่ใช่ในระยะกระชั้นชิดแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไตรภพที่ถูกปืนหลายสิบกระบอกยิง แล้วยังสามารถสังหารลูกน้องมันได้
“ปีศาจ”
ราวกับิญญาของปรีชาหลุดออกจากร่างั้แ่มันมาทำงานที่กับจักรภพ มันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนมันขึ้นชื่อว่าเป็ผู้เหี้ยมโหด เคยสังหารข้าศึกตามชายแดนมาแล้วหลายสิบคนทรมานไส้สึกด้วยวิธีการต่าง ๆ นับไม่ถ้วน สามารถมองความเ็ปของผู้อื่นได้อย่างไม่กระพริบตา
แต่ความเหี้ยมโหดของมันนั้นยังไม่อาจเปรียบเทียบได้กับไตรภพที่สามารถใช้มือเปล่าสังหารลูกน้องของมันได้ในพริบตา การไม่ััโดนตัวของศัตรูแต่สามารถสังหารศัตรูได้นี่มันเป็เื่ที่ไม่สามารถอธิบายได้
จักรภพนั้นตกตะลึงกว่าปรีชาเป็อย่างมากต้องบอกก่อนว่าแม้แต่ปรมาจารย์ที่บรรลุขั้นปรับร่างกายระดับ 8ก็ไม่สามารถสังหารคนอื่นโดยการไม่โดนตัวได้ แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับสามารถสังหารได้ทั้งยังไม่ใช่แค่การสังหารคนเดียว
“ตลอดชีวิตของฉัน ฉันเกลียดที่สุดคือ พวกลอบกัด”
ไตรภพที่ตัวเปื้อนไปด้วยเืมองไปที่จักรภพและปรีชาด้วยสาตาเ็าเสียงที่ออกจากปากของชายหนุ่มเหมือนกับเสียงของิญญาสั่นประสาทของทั้งสองคนให้ิญญาหลุดออกจากร่าง
ปึง ปึง
เข่าของจักรภพและปรีชาอ่อนแรงจนไม่สามารถยืนตรงหน้าของไตรภพได้มันคุกเข่าลงอย่างสิ้นหวัง ชายหนุ่มตรงหน้าต้องเป็เทพแห่งความตายลงมาจุติแน่
“โอ้ ใครบอกฉันกันนะว่าฉัน ‘ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ’ แล้วเหตุใดคนบอกฉันถึงมานั่งคุกเข่าได้หละนี่”
ไตรภพยิ้มให้กับจักรภพที่พยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นมาแต่ร่างกายกลับไม่ยอมฟังคำสั่งใด ๆ สุดท้ายจึงได้แต่คุกเข่าลงอยู่แบบนั้น
“ท่านเซียน ท่านเทพ ผมขอโทษที่ล่วงเกินท่านครับอย่าทำอะไรผมเลย”
ปรีชาที่ดูเหมือนว่าจะควบคุมสติได้ดีกว่าจักรภพกล้มกราบอ้อนวอนชายหนุ่มตรงหน้ามันแนบใบหน้าและพนมมือกราบไตรภพยิ่งกว่ากราบบรรพบุรุษต้นตระกูลของมันเสียอีก
“ชะ ชะ ใช่แล้ว ท่านเทวดา ท่านเทพ ท่านเซียนเมตตาผมด้วย”
จักรภพรีบพูดตามปรีชามันเองก็ก้มลงกราบกรานชายหนุ่มเช่นเดียวกัน ทั้งยังก้มราบลงหลายครั้งเสียด้วยภาพลักษณ์หัวหน้าแก๊งเชิ้ตดำที่ยิ่งใหญ่ในเวลานี้เหมือนกันขอทานข้างถนนที่ขอเศษอาหารไม่มีผิด
“ใครที่เห็นใบหน้าฉันฉันไม่เคยปล่อยให้มันมีชีวิตมาก่อน”
ไตรภพเอ่ยคำเดียวกันกับจักรภพในครั้งที่มันขู่ชายหนุ่มก่อนหน้าการที่ให้ทั้งสองคนนี้เห็นการต่อสู้โดยพลังลมปราณของมัน หากปล่อยให้หลุดรอดไปภายนอกแล้วย่อมสร้างผลเลวร้ายให้กับชายหนุ่มอย่างแน่นอน
“ได้โปรด ๆ ๆ ๆ ครับท่าน อย่าทำอะไรพวกผมเลย ผมยอมทุกอย่าง ขอแค่อย่าฆ่าผม”
จักรภพร้องไห้ออกมาตัวมันเองหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง ศักดิ์ศรีใด ๆ ล้วนถูกปล่อยวางลงหมดสิ้นทรัพย์สินมหาศาลพร้อมทั้งธุรกิจที่ทำงานได้หลายร้อยล้านต่อปีล้วนไม่สำคัญต่อมันเท่ากับชีวิตอีกแล้ว
ไตรภพครุ่นคิดลงว่าจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้าการสังหารพวกมันสองคนทิ้งช่างเป็เื่ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปากแต่เมื่อคิดพิจารณาแล้ว ชั่งน้ำหนักถึงผลดีและผลเสียชายหนุ่มผุดคิดเื่ราวบางอย่างได้
“หากแกสองคนยอมติดตามฉัน นอกจากจะไม่ตายแล้วฉันจะให้พวกแกพบโลกที่พวกแกไม่สามารถแสวงหาได้”
จักรภพและปรีชาเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างหวาดกลัวหากไม่ถูกฆ่าตายแล้ว จะให้พวกมันสองคนเป็วัวเป็ควายก็ยังได้นี่แค่ติดตามชายหนุ่มเอง ทำไมมันจะทำไม่ได้
“ผมยินดีครับ”
“ผะ ผะ ผมก็เช่นกัน”
พวกมันสองคนยังคงกราบกรานไตรภพไม่หยุดหย่อนขอเพียงมีชีวิตรอดไปได้ในวันนี้ จะให้พวกมันสองคนทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“ดี ฉันจะประทับสัญญา ‘ทาสนิรันดร์’ ให้พวกแก”