บทที่ 25 เยี่ยหลิงหลงแห่งสำนักชิงเสวียน
เพียงเห็นแสงสีสันวูบวาบรอบตัว เหมือนกับน้ำวนค่อย ๆ ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย สุดท้ายกลายเป็แสงสว่างโอบล้อมทั่วร่าง
ในขณะที่แสงสว่างนี้จางหายไป ก็เท่ากับเป็ประกาศความสำเร็จในการทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
เยี่ยหรงเยว่ลืมตาขึ้น รู้สึกสดชื่นสบายไปทั้งกาย ไม่ว่าจะเป็ประสาทััทั้งห้าที่คล้ายเด่นชัดขึ้น แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่อาจรับรู้ได้ก็ถูกขยายออกไป
ในที่สุดนางก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ ความรู้สึกดีใจเอ่อล้นจนยากระงับ
ถึงแม้เดิมนางจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น แต่เพราะปราณิญญาถูกแย่งไป จึงใช้เวลาถึงสามชั่วยาม แต่ไม่เป็ไร สุดท้ายนางก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ กลายเป็ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์คนนั้น!
"สำเร็จแล้ว! นางทำสำเร็จจริง ๆ! ใช้เวลาสี่เดือน จากขอบเขตก่อปราณ ถึงขอบเขตสร้างรากฐาน จากอันดับสุดท้ายในงานรับศิษย์ จนถึงตอนนี้เป็คนแรกที่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน นางทำสำเร็จจริง ๆ! ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ตอนนี้นางเพียงอายุสิบเอ็ดปีเท่านั้น! ขอบเขตสร้างรากฐานตอนอายุสิบเอ็ดปี โอ้์!"
รอยยิ้มของเยี่ยหรงเยว่ชะงักค้างฉับพลัน
พวกเขากำลังพูดอะไรกัน? พวกเขาเข้าใจผิดหรือเปล่า?
นางหันหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว เห็นเยี่ยหลิงหลงที่อยู่ข้าง ๆ ลุกขึ้นยืน กำลังมองไปที่ศิษย์พี่ร่วมสำนักด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่เจ็ด ข้าในที่สุดก็ไม่ใช่คนเดียวในสำนักที่อยู่ขอบเขตก่อปราณแล้ว! ตอนนี้ข้าอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว!"
"ใช่ คนเดียวในสำนักที่อยู่ขอบเขตก่อปราณ ถูกเ้ากำจัดไปแล้ว" เผยลั่วไป๋มองเยี่ยหลิงหลงด้วยสายตาอ่อนโยน "เ้าทำได้ดีมาก เดี๋ยวศิษย์พี่จะให้รางวัลเ้าเพิ่ม"
"โอ้! เ้าเป็คนแรกในรุ่นนี้ที่เข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน เกียรติยศยิ่งใหญ่เช่นนี้ วิหคเมฆาเพลิงที่ข้าจับมาให้คงไม่พอแล้ว ไม่ได้ ๆ ข้าต้องเตรียมของขวัญที่ดีกว่านี้ให้เ้าใหม่ ถึงจะคู่ควรกับศิษย์น้องหญิงเล็กที่น่ารักของข้า"
เสียงของจี้จื่อจั๋วไม่เบา เขาดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเยี่ยหลิงหลงเสียอีก
"เข้าสำนักได้สี่เดือน อายุเพียงสิบเอ็ดปี นางเป็อันดับสุดท้ายในงานรับศิษย์จริง ๆ หรือ? ไม่มีใคร้านางจึงไปอยู่สำนักที่ตกต่ำจริง ๆ หรือ? เหล่าผู้าุโในสำนักทั้งหมดตาบอดหรือไร?"
"ใครจะกล้าเชื่อกันเล่า? ยอดฝีมือขอบเขตก่อปราณ เชี่ยวชาญการขี่กระบี่ และเป็คนที่ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานได้เร็วที่สุด บอกว่านางเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งในรุ่นนี้ก็ไม่เกินจริง ใครจะเชื่อว่านางเป็อันดับสุดท้ายกันเล่า!"
"วันนี้ถ้าเื่นี้แพร่ออกไป เหล่าผู้าุโของสำนักใหญ่ ๆ คงแทบคลั่งแน่! ว่าแต่สำนักไหนกันที่โชคดีได้สมบัติชั้นยอดขนาดนี้ไป?"
เยี่ยหลิงหลงจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยิ้มให้คนที่เพิ่งพูดเมื่อครู่ "ข้าชื่อเยี่ยหลิงหลงจากสำนักชิงเสวียน"
เมื่อพูดจบ ทุกคนต่างท่องชื่อสำนักชิงเสวียนโดยไม่รู้ตัว
"ไม่เคยได้ยินชื่อสำนักนี้มาก่อนเลย เก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?"
"ข้าเคยได้ยินมาบ้าง ดูเหมือนสำนักนี้จะมีคนน้อยมาก ในหมู่ผู้ฝึกเซียนไม่นับเป็สำนักระดับกลางด้วยซ้ำ"
"เื่นี้ข้ารู้ สำนักของพวกข้าอยู่ติดกับพวกเขา สำนักชิงเสวียนไม่เพียงแต่นับไม่ได้ว่าเป็สำนักระดับกลาง คนทั้งสำนักรวมกันยังไม่ถึงสิบห้าคนด้วยซ้ำ!"
"โอ้..."
"ยังมีสำนักแบบนี้ในหมู่ผู้ฝึกเซียนอีกหรือ? ช่างน่าทึ่งจริง ๆ"
"นั่นน่ะสิ!"
ยิ่งพูดคุยยิ่งคึกคัก เยี่ยหลิงหลงนั่งอยู่ข้างแท่นหินฟังคนอื่นพูดเื่สำนักของนางอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์ที่อ้างว่ามาจากสำนักข้าง ๆ พูดได้ร้อนแรงเสียจนคนที่ได้ยินต่างร้องอุทานไม่หยุด แม้แต่ตัวนางเองยังฟังอย่างเพลิดเพลิน
จนกระทั่งมีใครสักคนพูดขึ้น "เอ๊ะ? ดูเหมือนเยี่ยหรงเยว่ก็ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานแล้วนะ" สายตาของคนอื่น ๆ จึงหันไปที่เยี่ยหรงเยว่พร้อมกัน
ปรากฏว่าเยี่ยหรงเยว่ทะลวงขอบเขตสำเร็จและลุกขึ้นยืนไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่
ตอนนี้ นางหันไปมองคนที่พูดถึงนางเมื่อครู่ แล้วหมุนตัวะโลงจากแท่นหิน
เห็นเด็กสาวจากไป หัวข้อสนทนาก็กลับไปที่สำนักชิงเสวียนอีกครั้ง ราวกับว่าการทะลวงขอบเขตของเยี่ยหรงเยว่เป็เพียงตอนคั่นเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเยี่ยหลิงหลงที่อายุเพียงสิบเอ็ดปี และเป็คนแรกที่ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ ส่วนเยี่ยหรงเยว่ที่อายุครบสิบห้าปี กลับเป็เพียงอันดับสองจึงดูธรรมดามาก
แต่หากไม่มีเยี่ยหลิงหลง สถิติของนางก็ถือว่าน่าใจนทำให้ทุกคนอ้าปากค้างได้เช่นกัน
แต่ความเป็จริงไม่มีคำว่า 'หาก' เยี่ยหลิงหลงก็ยืนอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่เบื้องหน้านาง เหนือกว่าความสำเร็จของนาง และแย่งชิงความรุ่งโรจน์ทั้งหมดของนางไป
ความยินดีทั้งหมดที่สามารถทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ สลายหายไปจนหมดสิ้นในชั่วลมหายใจ สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหดหู่อย่างถึงที่สุด
คนแรกที่เดินเข้ามาคือ ศิษย์พี่ใหญ่เซี่ยหลินอี้ คำถามที่เป็ห่วงเป็ใยและคำชมทั้งหมดของเขาไม่อาจทำให้เยี่ยหรงเยว่รู้สึกดีใจได้เลย
"ศิษย์น้องหญิง ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของข้า หากตอนนั้นข้าได้แลกเปลี่ยนค่ายกลรวมิญญาระดับสูงกว่านี้ วันนี้เ้าก็คงจะไม่แพ้น้องสาวเ้าแน่ ศิษย์น้องหญิง หากเ้าจะโทษใคร ก็จงโทษข้าเถิด เ้าอย่าเศร้าใจ และอย่าตำหนิตัวเ้าเองเลย เ้าเก่งมากแล้ว"
"คนที่ควรถูกประณามคือนาง หากนางไม่ได้ใช้วิธีน่ารังเกียจเพื่อสะสมปราณิญญาปริมาณมหาศาล ด้วยพร์อันต่ำต้อยเช่นนั้น นางจะเอาชนะเ้าได้อย่างไร? ชัยชนะของนางไม่มีเกียรติเลยสักนิด นางนั่นแหละคือคนที่น่าอับอายที่สุดในโลกใบนี้!"
เยี่ยหรงเยว่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ นางหยุดฝีเท้าของตน
ใช่แล้ว เยี่ยหลิงหลงอาศัยวิธีการแย่งชิงปราณิญญาเพื่อทะลวงขอบเขตต่างหาก หากแข่งขันกันอย่างยุติธรรม เยี่ยหลิงหลงย่อมไม่มีทางเอาชนะนางได้เลย ขยะก็คือขยะ ถึงจะโชคดีชนะไปครั้งหนึ่ง ก็ไม่มีทางกลายเป็อัจฉริยะได้หรอก
นางต่างหากคืออันดับหนึ่งในบรรดาศิษย์รุ่นนี้ นางต่างหากคือคนที่จะโลดแล่นบนเคียงคู่ตะวันจันทรา แพ้ไปครั้งหนึ่งแล้วอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น เยี่ยหลิงหลงยังชนะอย่างไร้เกียรติด้วย
เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ด้วยความสามารถของนาง ความอัปยศในวันนี้ นางจะเอาคืนกลับมาให้ได้!
หลังจากคิดตกแล้ว เยี่ยหรงเยว่หันหลังกลับไปมองเยี่ยหลิงหลงที่ยังคงฟังเื่ซุบซิบอยู่ คล้ายหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับศิษย์ธรรมดาเ่าั้ ไม่มีความทะเยอทะยานเลยสักนิด!
ในชั่วขณะนั้น นางก็ไม่รู้สึกเ็ปอีกต่อไป มีเพียงความดูถูกเหยียดหยามนางจากก้นบึ้งของหัวใจ คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็คู่ต่อสู้ของนางด้วยซ้ำ
"ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไปกันเถอะ"
"เ้าคิดตกแล้วหรือ?"
"ช่องว่างระหว่างข้ากับนางไม่ได้อยู่ที่วันนี้ สิ่งที่เป็ของข้า ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องแย่งกลับคืนมา"
"นี่แหละคือสิ่งที่ศิษย์น้องหญิงของข้าควรจะเป็ พวกเราไปกันเถอะ!"
เหล่าศิษย์ของสำนักเจ็ดดาราจากไปโดยไม่เอ่ยคำใด ตอนที่จากไปก็ยังคงมีท่าทางที่ไม่ธรรมดา เยี่ยหลิงหลงหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง ก่อนจากไปโดยไม่คิดเหลียวกลับมาอีก
ต้องยอมรับว่า เยี่ยหรงเยว่นั้นแข็งแกร่งจริง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ยังคงสามารถทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานได้ภายในสี่เดือนตามที่กล่าวไว้ในต้นฉบับ ดูเหมือนว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงเดิมประมาณแปดเก้าส่วน
"ศิษย์พี่ใหญ่!"
เผยลั่วไป๋รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกเมื่อถูกเยี่ยหลิงหลงเรียกแบบนั้น
"มีอะไรหรือ?"
เยี่ยหลิงหลงแย้มยิ้มหวานอย่างน่ารัก
"เมื่อครู่ท่านดูดซับปราณิญญาไปมากมาย ระดับการฝึกฝนของท่านมีความคืบหน้าบ้างหรือไม่?"