เมืองอสูรหมีเพลิง
เมืองอสูรหมีเพลิงเป็นเมืองขนาดกลางที่อยู่ในเขตปกครองของอาณาจักรมนุษย์ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรเทพมังกร ภายในเมืองมีร้านค้าและโรงเตี้ยมตั้งอยู่มากมาย ทางสัญจรคับคั่งไปด้วยผู้คนและรถม้าที่เบียดเสียดกัน
หวังเหว่ยได้เดินสำรวจเมืองอสูรหมีเพลิงตามคำแนะนำของเด็กชายตัวน้อยที่ได้แนะนำสถานที่น่าสนใจหลายแห่งให้กับหวังเหว่ย หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หวังเหว่ยได้มาหยุดอยู่ที่หน้าตลาดค้าทาสของเมือง
ตลาดค้าทาสแห่งนี้มีทาสอยู่ประมาณ 20,000กว่าคน ซึ่งทาสเกือบทั้งหมดภายในตลาดค้าทาสแห่งนี้คือกลุ่มคนที่พยายามต่อต้านการถูกกดขี่ข่มเหงจากเผ่าพันธุ์มังกร จึงทำให้ถูกเผ่าพันธุ์มังกร ลงโทษโดยการใส่ "อุปกรณ์ปลอกแขนผนึกพลัง" ที่แขนของทาสเหล่านี้
"อุปกรณ์ปลอกแขนผนึกพลัง" ถูกออกแบบมาให้ มีเพียงผู้ที่เป็นคนใส่ปลอกแขนนี้เท่านั้น ถึงสามารถถอดปลอกแขนนี้ออกได้
หลังจากกลุ่มคนเหล่านี้ได้ถูกสวมใส่ "อุปกรณ์ปลอกแขนผนึกพลัง" เผ่าพันธุ์มังกรก็จะส่งกลุ่มคนเหล่านี้ไปขายยังตลาดค้าทาสตามเมืองต่างๆ
กลุ่มคนที่พยายามต่อต้านการถูกกดขี่ข่มเหงจากเผ่าพันธุ์มังกรเหล่านี้ประกอบไปด้วย นักอัญเชิญอสูร นักสู้ และนักเวทย์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด แต่สิ่งที่หวังเหว่ยให้ความสนใจมากที่สุดกลับเป็นหญิงสาวนางหนึ่ง
ที่มีกลิ่นอายของสายเลือดสัตว์อสูรชั้นสูงอยู่ภายในตัวของนาง หวังเหว่ยจึงได้สอบถามเรื่องของนางกับทางผู้ดูแลตลาดค้าทาสแห่งนี้ ซึ่งทางผู้ดูแลตลาดค้าทาสได้ตอบหวังเหว่ยว่า
“หญิงสาวนางนี้อยู่ที่ตลาดค้าทาสแห่งนี้มานานหลายปีแล้วขอรับ พวกเราบังเอิญพบเจอนางขณะที่นางกำลังบาดเจ็บนอนสลบอยู่ จึงได้พานางกลับมาด้วยขอรับ”
หวังเหว่ยเมื่อได้รับรู้ถึงกลิ่นอายของสายเลือดสัตว์อสูรชั้นสูงจากตัวนาง จึงได้สอบถามผู้ดูแลตลาดค้าทาสถึงราคาของนาง ซึ่งทางผู้ดูแลได้ตอบหวังเหว่ยว่า
“หญิงสาวนางนี้ถูกตั้งราคาขายไว้ที่30เหรียญทอง จากใบหน้าของนางที่งดงาม อย่างยากที่จะหาหญิงสาวผู้ใดมาเปรียบกับนางได้ แต่เคยมีผู้ซื้อนางไปหลายครั้งแล้วขอรับ และทุกครั้งที่มีผู้ซื้อนางไปหลังจากนั้นไม่นาน ผู้ที่ซื้อนางไปก็มักจะนำนางกลับมาคืน เนื่องจากความร้ายกาจ และความดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อฟังใครของนางขอรับ” ได้ยินเช่นนั้นหวังเหว่ยจึงได้ถามต่อว่า
“แล้วถ้าข้าต้องการซื้อนางแบบไม่นำนางกลับมาคืนแน่นอนล่ะ ท่านสามารถลดราคาให้ข้าได้หรือไม่” หญิงสาวเมื่อได้ยินที่หวังเหว่ยกล่าว จึงได้จ้องหวังเหว่ยตาไม่กระพริบเหมือนกำลังพยายามมองให้ทะลุถึงความคิดของหวังเหว่ย
“ถ้าท่านต้องการเช่นนั้นจริงๆ ข้าสามารถลดราคาให้ท่านได้เหลือ10เหรียญทองขอรับ แต่ว่าท่านตัดสินใจดีแล้วหรือขอรับ ที่จะซื้อนางไปจริงๆ” ผู้ดูแลตลาดค้าทาสได้กล่าวตอบหวังเหว่ย
“แน่นอน ข้าจะจ่ายเงินให้ท่าน10เหรียญทองในทันทีตอนนี้ !” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยได้นำเงินออกมา10เหรียญทองและได้มอบให้กับผู้ดูแลตลาดค้าทาส
“เข้าใจแล้วขอรับ กรุณารอข้าอยู่ที่นี่สักครู่ ข้าจะรีบนำรับใบรับรองการซื้อขายทาสมาให้ท่านขอรับ” ผู้ดูแลตลาดค้าทาสได้กล่าวกับหวังเหว่ย
เวลาผ่านไป5นาที ผู้ดูแลตลาดค้าทาสได้กลับมาพร้อมกับใบรับรองการซื้อขายทาส และได้มอบให้กับหวังเหว่ยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างยินดี ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องทาสที่ขายไม่ออกได้
หลังจากได้รับใบรับรองการซื้อขายทาสแล้ว หวังเหว่ยได้เข้าไปใกล้กับกรงของหญิงสาว จากนั้นหวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง และยื่นมือไปลูบหัวของนางอย่างอ่อนโยน
หญิงสาวเมื่อเห็นหวังเหว่ยยื่นมือเข้ามาลูบหัวของนาง ในขณะที่นางกำลังจะกัดมือของหวังเหว่ย หญิงสาวสัมผัสได้ถึง "พลังปราณอสูรที่อ่อนโยน" ซึ่งพลังปราณอสูรลักษณะนี้ มีเพียงผู้ที่มีเมตตา และความอ่อนโยนกับสัตว์อสูรอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะมี หวังเหว่ยที่เคยได้อาศัยอยู่ร่วมกับเหล่าสัตว์อสูรมากมาย นานนับหมื่นปีเมื่อในอดีตทำให้ "พลังปราณอสูรที่อ่อนโยน" ของหวังเหว่ยมีมากมายกว่าคนทั่วไปอย่างที่ไม่สามารถนำมาเทียบกันได้
เมื่อหญิงสาวได้สัมผัสกับ "พลังปราณอสูรที่อ่อนโยน" ของหวังเหว่ย ทำให้นางเกิดความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับไปอยู่ในอ้อมกอดของบิดา มารดาอีกครั้ง ทันใดนั้นหยดน้ำตาได้ไหลอาบไปทั่วใบหน้าของนางโดยที่นางไม่อาจควบคุมได้ จากนั้นหญิงสาวได้จับมือของหวังเหว่ย และนำมือของหวังเหว่ยมาถูกับใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม จากนั้นหญิงสาวได้พูดกับหวังเหว่ยว่า
“ท่านทำให้ข้านึกถึงตัวข้าในอดีต ที่ข้าได้ลืมเลือนไปนานแล้ว ข้ายินดีติดตามท่าน ไม่ว่าท่านต้องการให้ข้าทำอะไร ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถของข้า”
ในขณะที่นางกล่าวจบ ได้เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อยภายในตลาดค้าทาสแห่งนี้ เนื่องด้วยชื่อเสียงของหญิงสาวในด้านของความร้ายกาจ ดื้อด้าน ที่มีให้ได้ยินได้ฟังมาไม่น้อยในหลายปีที่ผ่านมา แต่ในวันนี้นางกลับกล่าวว่าจะยอมติดตามเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในตลาดค้าทาสแห่งนี้ ต่างพากันหันหน้าไปมองหวังเหว่ยด้วยความอิจฉาที่สามารถทำให้หญิงสาวที่งดงามนางนี้ยอมเชื่อฟังได้
หวังเหว่ยเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดออกมาแบบนั้น จึงได้บอกให้ผู้ดูแลตลาดค้าทาสปลดโซ่ตรวนที่ล่ามนางไว้ และปลดปล่อยนางออกมาจากภายในกรง ผู้ดูแลตลาดค้าทาสเมื่อได้ยินดังนั้น จึงได้ปลดล็อคกรงของนาง และนำนางออกมาจากกรงของทาส จากนั้นผู้ดูแลตลาดค้าทาสได้ปลดโซ่ตรวนที่มือและเท้าของนาง
หลังจากเป็นอิสระแล้วหญิงสาวได้เข้าไปหาหวังเหว่ย และก้มตัวคำนับหวังเหว่ยทันที จากนั้นหญิงสาวได้ไปยืนอยู่ข้างๆเด็กชายตัวน้อย ในขณะนั้นเองได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากภายในตลาดค้าทาส
“ยินดีที่ได้พบท่านขอรับ ข้ามีนามว่าเฟิงฝู เป็นเจ้าของตลาดค้าทาสแห่งนี้ ท่านทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก ข้าไม่คิดเลยว่า จะมีวันที่มีผู้ที่สามารถปราบผยศหญิงสาวนางนี้ได้ !” หวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า
“ข้าชื่อว่าหวังเหว่ย ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกันขอรับ ในอนาคตข้าอาจต้องการซื้อทาสจากท่านเป็นจำนวนมาก ท่านพอจะให้ส่วนลดพิเศษกับข้าได้หรือไม่ขอรับ ?”
เจ้าของตลาดค้าทาสเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ได้พินิจมองหวังเหว่ยที่ยังเยาว์วัยด้วยความแปลกใจเล็กน้อยจากนั้นได้กล่าวขึ้นว่า
“ฮ่า ฮ่า แน่นอนพ่อหนุ่ม เมื่อใดที่เจ้าต้องการซื้อทาสเป็นจำนวนมาก เจ้าสามารถมาพบข้าได้ที่นี่ ข้าจะให้ส่วนลดพิเศษกับเจ้าอย่างแน่นอน !”
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกมาจากตลาดค้าทาสพร้อมกับหญิงสาวรวมถึงเด็กชายตัวน้อย
ขณะเดินทางกลับหวังเหว่ยได้พาหญิงสาวไปเลือกซื้อเสื้อผ้าชั้นดี ที่เหมาะสำหรับนักสู้หญิงที่งดงามเช่นนาง จากนั้นหวังเหว่ยได้สอบถามเด็กชายตัวน้อยว่า
“ที่เมืองแห่งนี้มีสถานที่ประลองฝีมือกับโรงประมูลสินค้าหรือไม่ ?”
“มีแน่นอนขอรับพี่ชาย ที่เมืองอสูรหมีเพลิงแห่งนี้มีลานประลองอยู่แห่งหนึ่ง และโรงประมูลสินค้าก็มีอยู่เพียงแห่งเดียวเช่นกัน ซึ่งสถานที่ทั้งสองแห่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ขอรับ” เด็กชายตัวน้อยได้กล่าวตอบหวังเหว่ย
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ายังมีสถานที่น่าสนใจอื่นแนะนำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ?” เมื่อเด็กชายตัวน้อยได้ยินดังนั้นจึงได้กล่าวตอบหวังเหว่ยว่า
“ไม่มีแล้วขอรับพี่ชาย วันนี้ข้าได้พาท่านเดินสำรวจสถานที่สำคัญครบหมดแล้วขอรับ”
“เช่นนั้น เจ้าช่วยบอกสถานที่ตั้งของลานประลองและโรงประมูลสินค้าให้กับข้า จากนั้นพาข้าไปส่งยังโรงเตี้ยมที่อยู่ใกล้กับลานประลองและโรงประมูลสินค้า เพียงเท่านี้หน้าที่ของเจ้าก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“เข้าใจแล้วขอรับพี่ชาย”
ภายหลังจากได้รับรู้ถึงสถานที่ตั้งของลานประลองรวมถึงโรงประมูลสินค้าเรียบร้อยแล้ว เด็กชายตัวน้อยก็ได้พาหวังเหว่ยมาส่งที่หน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง จากนั้นหวังเหว่ยได้มอบเงินให้กับเด็กชายตัวน้อย 1เหรียญทองเป็นรางวัลพิเศษจากการทำหน้าที่นำทาง เมื่อได้เห็นเงิน 1เหรียญทองเด็กชายตัวน้อยก็มีสีหน้าร่าเริงดีใจ จากนั้นจึงรีบเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วและขอตัวกลับบ้านในทันที
เมื่อเด็กชายตัวน้อยกลับไปแล้ว หวังเหว่ยกับหญิงสาวจึงได้เข้าไปในโรงเตี้ยม และจองห้องพักหนึ่งห้องที่มีสองเตียงเป็นเวลา 10วัน เจ้าของโรงเตี้ยมคิดว่าทั้งสองคนน่าจะเป็นพี่น้องกันจึงไม่ได้แปลกใจอะไรที่เข้าพักห้องเดียวกัน จากนั้นเจ้าของโรงเตี้ยมได้บอกกับหวังเหว่ยว่า
“ค่าที่พัก 10วันไม่รวมค่าอาหารรวมเป็นเงิน1เหรียญทอง”
“นี่ขอรับเงิน 1เหรียญทอง”
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยหวังเหว่ยได้เข้าไปในห้องพักของโรงเตี้ยมพร้อมกับหญิงสาว จากนั้นหวังเหว่ยได้นำหญิงสาวรวมถึงตนเองเข้าไปภายในมิติแดนอสูรทันที
วูบ
เมืองโบราณ
ในขณะที่ประตูเมืองโบราณถูกทำลายลง ได้มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากภายในประตูเมืองโบราณ
“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดพวกข้าสัตว์อสูรปีศาจที่น่าเกรงขามก็เป็นอิสระเสียที ขอบใจพวกเจ้ามากที่ช่วยพังประตูบ้าๆนี่ให้พวกข้า พวกข้าจะตอบแทนพวกเจ้า โดยการสังหารพวกเจ้าทั้งหมด !”
ขณะที่เสียงนั้นพูดจบ ได้มีสัตว์อสูรปีศาจหลายร้อยตนออกมาจากภายในประตู สัตว์อสูรเหล่านี้มีจุดเด่นอยู่ที่ผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่างกาย ดวงตาสีแดง และมีลูกไฟปีศาจลูกเล็กๆลอยอยู่รอบตัวของพวกมัน ซึ่งลูกไฟปีศาจที่ลอยอยู่รอบตัวของสัตว์อสูรเหล่านี้ มีจำนวนที่ไม่เท่ากันตามระดับเลเวลของพวกมัน ยิ่งมีระดับเลเวลที่มากลูกไฟปีศาจก็จะยิ่งมีมากขึ้น โดยที่สัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล1ถึง11 จะมีลูกไฟปีศาจอยู่ 1ลูก ไปจนถึงสัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล99 ที่มีลูกไฟปีศาจอยู่ 9ลูก และสัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล100ที่มีลูกไฟปีศาจอยู่ 10ลูก
หลังจากที่ออกมาจากภายในประตู เหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้เริ่มต้นทำการสังหารหมู่เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบบริเวณประตูเมืองโบราณทันที
หลี่น่า ไป๋จือและไป๋หลัน ได้มองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ในขณะที่เหล่าสัตว์อสูรปีศาจหลายตนเริ่มเข้ามาใกล้พวกนางมากขึ้นทุกที หลี่น่าจึงได้นำของวิเศษประจำตระกูลของนางที่ปู่ของนางได้มอบไว้ให้ออกมา
“ไป๋จือ ไป๋หลัน พวกเจ้ารีบถอยออกไปก่อน” หลี่น่ากล่าวขณะถือของวิเศษศิลาวารีเอาไว้ในมือ
เมื่อไป๋จือและไป๋หลันที่ได้สติกลับมา พวกนางได้รีบถอยห่างออกไปหลายร้อยเมตรตามคำสั่งของหลี่น่าในทันที
ในขณะที่หลี่น่าเห็นสัตว์อสูรปีศาจหลายสิบตนกำลังเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที นางจึงได้เปิดใช้ของวิเศษศิลาวารีในทันที
พลังออร่าสีฟ้าสดใสได้ถูกปลดปล่อยออกมาครอบคลุมร่างกายของหลี่น่า จากนั้นนางได้พุ่งเข้าไปหาสัตว์อสูรปีศาจตนหนึ่งที่มีลูกไฟปีศาจอยู่3ลูก ซึ่งนางไม่รู้ว่าลูกไฟปีศาจทั้ง3ลูก ที่อยู่ข้างตัวของมันมีความหมายอะไรหรือไม่
จากนั้นหลี่น่าได้กำหมัดน้อยๆของนาง ต่อยไปที่สัตว์อสูรปีศาจตนนั้นอย่างรุนแรง
ตู้ม... บึ้ม!
สัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล33 ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าหลี่น่าหลายเท่า ได้กระเด็นปลิวไปไกลหลายสิบเมตรจากพลังที่รุนแรงและได้ระเบิดกลายเป็นจุณ ถูกสังหารในทันที!
ไป๋จือกับไป๋หลัน และผู้คนที่ยังรอดชีวิตรวมไปถึงสัตว์อสูรปีศาจหลายทั้งหลาย ได้ยืนนิ่งค้างไปในทันทีหลังจากที่เห็นเหตุการณ์ เมื่อตั้งสติได้สัตว์อสูรปีศาจตนหนึ่งได้เอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกักว่า
“นั่น... นั่นมันทักษะอันใดกัน ทำไมถึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ !”
หลี่น่าที่กำลังตกตะลึงกับพลังของศิลาวารีเช่นกัน แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีของนาง ทำให้นางหาวิธีแก้ปัญหาตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว “หากพวกเจ้ากล้าเคลื่อนไหวอีกเพียงครึ่งก้าว ข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งหมด !”
เหล่าสัตว์อสูรปีศาจเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้เกิดความลังเลขึ้นมา เนื่องจากสัตว์อสูรปีศาจที่ถูกฆ่าไปนั้นเป็นถึงหนึ่งในหัวหน้าที่นำทัพในครั้งนี้ อีกทั้งสัตว์อสูรปีศาจระดับที่สูงกว่าระดับเลเวล33 ขึ้นไป ยังไม่สามารถออกมาจากผนึกของเมืองโบราณได้ ทำให้เมื่อได้เจอกับผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้แผนการที่วางเอาไว้อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ในขณะนั้นเองหัวหน้าตนหนึ่งของกลุ่มสัตว์อสูรปีศาจกลุ่มนี้ได้กล่าวกับหลี่น่าว่า “เข้าใจแล้วพวกข้าจะปล่อยพวกเจ้าและคนเหล่านี้ไป” จากนั้นหนึ่งในหัวหน้าของสัตว์อสูรปีศาจอีกตนได้สั่งการให้เหล่าสัตว์อสูรปีศาจทั้งหมดกลับเข้าเมืองโบราณ
เมื่อได้ยินหัวหน้ากล่าวเช่นนั้น เหล่าสัตว์อสูรปีศาจทั้งหมดที่ออกมาจากเมืองโบราณจึงได้พากันกลับเข้าเมืองโบราณในทันที
เมื่อเหล่าผู้ร่วมทำลายประตูเมืองโบราณเห็นดังนั้น จึงได้พากันเข้ามาก้มคำนับขอบคุณหลี่น่าเป็นการใหญ่ ซึ่งหลี่น่าเองก็ได้พูดคุยกับพวกเขาอย่างเป็นกันเองอยู่พักใหญ่
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยหลี่น่าได้กล่าวกับไป๋จือและไป๋หลันว่า พวกเราควรรีบกลับไปยังเมืองอสูรจันทราเพื่อแจ้งข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับเมืองโบราณให้ทางเมืองอสูรจันทราและทางสถาบันอสูรฟ้าครามทราบโดยเร็ว"
ไป๋จือและไป๋หลันได้พยักหน้าเห็นด้วยกับหลี่น่า จากนั้นหญิงสาวทั้งสามคนได้ออกเดินทางกลับเมืองอสูรจันทราในทันที