ที่ตำหนักของหยางเฟยหลง ทุกคนต่างวุ่นวายในการหาน้ำมาดับไฟที่ตำหนักองค์ชายเฟยหลงวิ่งมาถึงที่ตำหนักของตนเอง เขาถึงกับใที่จู่ๆเพลิงนั้นได้ลุกไม่อย่างรวดเร็วบรรดาบ่าวไพร่พากันวิ่งเข้าออกอย่างวุ่นวายและพาการเก็บของมีค่าออกมาจากตำหนักให้ได้มากที่สุดชายหนุ่มพยายามกำลังจะเข้าไปในตำหนักเพื่อที่จะช่วยขนของออกมาแต่บ่าวไพร่นั้นพากัน ห้ามเขา เพราะไม่อยากให้องค์ชายเกิดอันตราย
“องค์ชายพะยะค่ะ อย่าเข้าไปพะยะค่ะมันอันตราย”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าน้อยไม่ทราบพะยะค่ะ จู่ๆก็เห็นมีควันข้าน้อยเลยมาดูปรากฏว่าเพลิงได้ลุกไหม้และลุกลามไปเยอะแล้ว”
“โชคดีนะที่ไม่มีใครอยู่ข้างใน”
“เฟยหลง! เฟยหลง! ”เสียงของหยางลี่จูเรียกหลานชายมาแต่ไกล
"ท่านย่า ทำไมท่านถึงมาที่นี่?
“ข้าได้ยินว่าตำหนักของเ้าเกิดเพลิงลุกไหม้เ้าเป็อะไรไหม? ได้รับาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
“ข้าไม่เป็ไรท่านย่า ตอนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ข้าอยู่ที่ตำแหน่งของท่านพ่อ”
"แล้ว. ซิ่วอิงล่ะ? นางอยู่กับเ้าหรือเปล่า?
“นางไม่ได้อยู่กับข้าหรอกท่านย่าท่านถามถึงนางทำไม?”
“ข้าเป็คนสั่งให้นางเอาขนมหวานมาให้เ้าที่ตำหนักเ้ายังไม่ได้เจอนางนั้นหรอกเหรอ?” หยางลี่จูถามหลานชายด้วยท่าทีที่ใ
“ข้าไม่พบนางนะท่านย่าข้าเพิ่งมาจากตำหนักของท่านพ่อ…”พูดยังไม่ทันจบชายหนุ่มหันมองไปข้างในตำหนักของตัวเองที่กำลังเกิดเพลิงลุกไหม้ชายหนุ่มถึงกับเบิกดวงตาลุกกว้างขึ้นมา เขาคิดว่านางน่าจะอยู่ข้างในนั้น
“ซิ่วอิง!!!” เฟยหลงอุทานชื่อของหญิงสาวขึ้น เขาหันหน้าไปยังตำหนักของตัวเองทำท่าจะวิ่งเข้าสู่กองไฟ
“ซิ่วอิง นางอาจจะอยู่ในนั้น”
“ไม่จริงใช่ไหมองค์ชาย”หญิงชราถามหลานชายของตัวเอง
“ข้าไม่แน่ใจท่านย่า แต่ข้าไม่เห็นนางเลย”เขาพูดด้วยท่าทีที่เป็กังวล และพยายามที่จะเข้าไปข้างในตำหนักแต่ก็ถูกทหารและองครักษ์ขวางทางเขาเอาไว้อยู่
“ไม่ได้นะพะยะค่ะองค์ชายทรงเข้าไปไม่ได้นะพะยะค่ะ”ทุกคนพยายามดึงรั้งชายหนุ่มเอาไว้เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเข้าไปในตำหนัก
“แต่…แต่นางอาจจะอยู่ข้างในนั้น”
"ซิ่วอิงอยู่ข้างในนั้นงั้นหรอ? เสียงของหยางลี่จู พูดขึ้นด้วยความใหลังหันไปมองที่ตำหนักที่กำลังถูกไฟลุกลามไปทั่ว
“ซิ่วอิง ซิ่วอิง” เสียงของชายหนุ่มพยายามะโเรียกชื่อของหญิงสาวที่ติดอยู่ภายข้างใน
“พวกเ้าปล่อยข้า ข้าจะไปพาซิ่วอิงออกมานางอาจจะอยู่ในนั้นก็ได้”
“เป็ไปไม่ได้หรอกพะยะค่ะองค์ชายไฟลุกไหม้รุนแรงซะขนาดนี้ หากพระชายาทรงอยู่ข้างในจริงๆ พระชายาอาจจะไม่รอด”
“ที่ไม่รอดเพราะพวกเ้าไม่เข้าไปช่วย ปล่อยข้าข้าจะเข้าไปช่วยชายาของข้า”เฟยหลงพยายามดิ้นจนสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการขวางขององครักษ์ที่กำลังดึงรั้งเขาเอาไว้ให้เข้าไปในกองเพลิง
“นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นเพคะ” เสียงของใครคนหนึ่งถามองค์ชายที่กำลังดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากเหล่าทหารที่กำลังดึงเขาเอาไว้
“ซิ่วอิง ซิ่วอิง ติดอยู่ในตำหนักของข้าข้าต้องเข้าไปช่วยนาง” เฟยหลง เริ่มพูดจาอย่างไม่มีสติเขาพยายามที่จะเอาตัวเองลุยฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยชายาของเขา
“เอ๊ะ ใครกันที่ติดอยู่ข้างใน?"
“ซิ่วอิง นาง…เอาของมาให้ข้านางน่าจะติดอยู่ข้างในนั้น” คำพูดของชายหนุ่มดูเป็กังวลเขายังคงที่จะดิ้นออกจากเหล่าทหารที่รั้งตัวเขาไว้อยู่
“ปล่อยข้า!! พวกเ้าอยากตายหรือไงข้าสั่งให้ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
“องค์ชายจะเข้าไปช่วยใครเพคะ?” เสียงำคถามดังขึ้นอีกครั้ง
“ข้าก็จะไปช่วยซิ่วอิิงไงเ้าจะถามอะไรให้มันมากความ ปล่อยข้าปล่อยถ้าเดี๋ยวนี้ ถ้าหากนางเป็อะไรพวกเ้าก็จงตายไปพร้อมกับนางซะ"
“เดี๋ยวนะเพคะ องค์ชายว่าใครติดอยู่ข้างใน?ข้าเหรอ??… ”คำถามของหญิงสาวที่พูดคุยกับชายหนุ่มเมื่อสักครู่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้เฟยหลงดึงสติกลับคืนมา แล้วหันไปมองอย่างเสียงคำถามที่ถามเขาล่าสุดใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า แสดงสีหน้างวยงงกับคำพูดของเฟยหลงชายหนุ่มหยุดดิ้นทันที เขาสะบัดแขนออกจากเหล่าทหารและองครักษ์สายตาของชายหนุ่มที่ดูร้อนรนกระวนกระวายนั้นได้เปลี่ยนไป ชายหนุ่มก้มหน้าและเดินเข้าหาหญิงสาวทันทีซิ่วอิงใที่จู่ๆ ชายหนุ่มเดินเข้ามาจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้นางถึงกับชะงักและถอยหลังให้ห่างจากเขาแต่ไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวออกจากเขามากนักเฟยหลงก็ดึงร่างของหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่นด้วยความดีใจที่หญิงสาวไม่ได้ติดอยู่ในกองเพลิง นางใที่จู่ๆองค์ชายดึงนางเข้าไปกอด
“นี่มันเกิดเื่อะไร? ทำไมจู่ๆองค์ชายถึงคิดว่าค่าติดอยู่ในกองเพลิง"หญิงสาวคิดอยู่ในใจกับคำถามมากมายที่้าคำตอบสักพักชายหนุ่มได้จับไหล่ของหญิงสาวทั้งสองข้างแล้วดันออกจากตัวเขา
“นี่เ้ากำลังล้อเล่นอะไรกับข้าอยู่ลงซิ่วอิง?"คำถามของเฟยหลงแสดงน้ำเสียงที่กำลังโกรธหญิงสาว
“ข้า…ข้าทำอะไรหรือองค์ชาย?”
“ท่านย่าบอกว่าสั่งให้เ้าเอาขนมมาให้ข้าที่ตำหนักแล้วจู่ๆ ก็เกิดลุกไหม้ที่ตำหนักของข้าเ้าควรที่จะอยู่ในนั้นสิทำไมเ้าถึงอยู่ตรงนี้”คำพูดของเฟยหลงทำให้ซิ่วเองนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่
“ข้ามาหาท่านจริง แต่ท่านไม่ได้อยู่ในตำหนักข้านึกได้ว่าข้าลืมของก็เลยกลับไปเอาที่ตำหนักตัวเองแต่ระหว่างทางถ้าได้เจอองค์ชายรอง ก็เลยเดินคุยกันตลอดทางจนมาถึงที่นี่”นางอธิบายให้ชายหนุ่มฟังชายหนุ่มรู้สึกเสียหน้าที่ได้แสดงอาการห่วงใยหญิงสาวต่อหน้าคนหลายคนเขาเดินออกจากตำหนักของตัวเองทันที และไม่พูดจากับใครด้วยความโกรธ
“อะไรวะ นี่ฉันทำอะไรผิดอีก?” นางบ่นพึมพำเบาๆ ทำให้คนที่ยืนข้างๆ อย่างเฟยเทียนยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว
“เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะพี่สะใภ้?”
“เปล่าข้าไม่ได้พูดอะไรเ้าข้าพูดกับตัวเองแหละเฟยเทียน” นางหันหน้าหนีเพื่อปิดบังความจริง
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้วย่าต้องใหมดนึกว่าเ้าอยู่ในตำหนักของเฟยหลงซะอีก”
“ไม่หรอกค่ะท่านย่า ตอนแรกข้าก็อยู่ที่นี่แต่ข้าลืมของข้าก็เลยรีบกลับไปเอา และคิดว่าจะกลับมาหาองค์ชายอีกครั้ง”หญิงสาวมองหน้าหยางลี่จู ที่ถามเธอด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“ใครกันนะที่บังอาจลองดีกล้ามาเผาตำหนักของท่านพี่” เฟยเทียนพูดพร้อมกับยืนกอดอกคิดว่ากลางวันแสกๆแบบนี้มีใครกล้าที่จะมาลอบวางเพลิงตำหนักของพี่ชายตนเองและสายตาของเฟยหลงนั้นก็หันไปเห็นบุคคลหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามายังสถานที่เกิดเหตุ
“ท่านพ่อ!!”เสียงของชายหนุ่มเอ่ยทักผู้ที่กำลังเดินเข้ามาที่ตำหนักของเขา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ข้าได้ยินว่ามีเพลิงลุกไหม้ที่ตำหนักของเฟยหลงแต่ไม่นึกว่าจะรุนแรงขนาดนี้ นี่มันเป็ฝีมือของใครกัน?”
เขาพูดพร้อมกับมองหาคนที่จะสามารถตอบคำถามเขาได้แต่แล้วสายตาเขาก็ได้หันไปมองเห็นหยางลี่จูที่ยืนมองตำหนักของหยางเฟยหลงจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดีนางแสยะยิ้มเบาๆ
“เฮ้อ… ข้านึกแล้วไม่มีผิด” เขาพูดกับตัวเองเบาๆพร้อมกับเอามือกุมขมับและใส่หัวไปมา
“ท่านพ่อ ท่านพ่อเป็อะไรไหมขอรับ?" เฟยเทียนถามพ่อของเขาด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่เป็อะไรหรอกเฟยเทียนเก็บของและเก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อยอะไรที่พอเก็บได้ก็เก็บส่วนอะไรที่มันเสียหายเอาคืนมาไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน"
“ข้าว่าข้าจะสืบหาต้นตอท่านพ่อใครมันบังอาจที่มาจุดเพลิงเผาตำหนักของท่านพี่ได้”
“ช่างมันเถอะเฟยเทียนบางทีตะเกียงข้างในที่อยู่ในห้องมันอาจจะล้มลงมา แล้วก็เกิดไหม้เองก็ได้เ้าไม่ต้องเสาะหาหรอกว่าเป็ฝีมือของใคร” เขาพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองแม่ของเขาซึ่งตอนนี้หญิงชราที่กำลังสบตากับลูกชายนั้นได้หันหน้าหนี
“ท่านแม่ ท่านพอจะมีเวลาให้ข้าหรือไม่?” หยางลี่จู สะดุ้งกับคำถามของอ๋องหยางซูลูกชายของนาง
“วันนี้ข้าไม่ว่าง” นางตอบปฏิเสธลูกชายทันที
อ๋องหยางซูเดินเข้าหาหยางลี่จูแล้วกระซิบข้างๆนางเบาๆ
“ท่านแม่ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ โชคดีที่ไม่มีใคราเ็ท่านเล่นสนุกอะไรของท่าน?” เขาเน้นเสียงดุแม่ของเขาทำให้หยางลี่จูถึงกับเสียวสันหลัง
“ดีแล้วที่ไม่มีใครเป็อะไรที่นี่ก็ให้พวกทหารกับองครักษ์จัดการไปข้ากับไปดูหลานชายของข้าสักหน่อย”พูดจบนางก็รีบก้าวเท้าเดินออกจากที่นั่นทันที เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของอ๋องอหยางซูลูกชายของนาง