"อูยยยยยย..โอววววว…อ๊าซซซซซ…!!"
"อืออออออออออ….ซี้ดดดด…อ๊าาาา!!"
หากยามนี้มีผู้ใด เดินผ่านมายังถ้ำกลางป่าแห่งนี้ก็คงจะได้ยินเสียงร้องครวญครางของชายหนุ่ม และหญิงคู่หนึ่งเป็แน่ มันช่างเป็การเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าอับอาย มิได้ต่างอันใดกับยามที่ชายหญิงอยู่บนเตียงและกำลังสมสู่กัน แต่พวกเขาหาได้ทำเช่นนั้นซะทีเดียว ทั้งคู่ต่างกำลังขับพิษอุบาทว์ออกจากร่างกายต่างหาก มันคือ พิษของดอกรัก ที่ผู้ใดก็ตาม หากโดนเข้าไป จำเป็จะต้องหาทางรีบรักษา ไม่ว่าจะด้วยการดื่มยาแก้ หรือ บรรเทาด้วยการสำเร็จความใคร่เฉกเช่นที่ชายหนุ่ม และ หญิงสาวทั้งสองกำลังกระทำอยู่ในเวลานี้
หากไม่ทำวิธีการเหล่านี้ พวกมันก็ต้องร่วมรักกันเพื่อให้พิษสลายไปแต่เนื่องจากทั้งคู่มิอาจทำเช่นนั้นได้เพราะพวกมันเป็แม่ลูกกัน หญิงสาวคือ มู่กุ้ยอิง ส่วนชายหนุ่ม คือหยาง เวิ่นกวง แห่งตระกูลหยางนั้นเองทั้งสองได้รับพิษมาจากพวกโจรป่าในขณะที่กำลังจะเดินไปกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกกันสองคน
การจะขับพิษด้วยวิธีจำเป็จะต้องทำทั้งหมดสามครั้ง ครั้งล่ะหนึ่งวัน และยามนี้ก็ก้าวล่วงเข้าวันที่สามแล้ว ซึ่งเป็วันสุดท้าย ที่ทั้งสองจะหายขาดจากพิษดอกรัก
"อือออออออออออ…..!!" เสียงของมู่กุ้ยอิงร้องออกมาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของนางจะกระตุกเกร็ง พร้อมกับน้ำเมือกใส ที่พุ่งทะลัก กระเซ็นออกมาจากช่องคลอดอย่างน่าอับอาย แต่นี่ก็หมายความว่าพิษดอกรักภายในร่างของนางได้ถูกขับออกมาจดหมดสิ้นแล้ว ผิดกับของหยาง เวิ่นกวง บุตรชายของนางที่ยังคงใช้อุ้งมือรูดกำท่อนทวนตรงหว่างขาอย่างต่อเนื่องดูเหมือนว่ามันจะยังมิสำเร็จกิจ "ทะ ท่านแม่…ท่าน..ขับพิษออกหมดแล้วใช่หรือไม่" เวิ่นกวงกล่าวถามกุ้ยอิ้งมารดาของมัน กุ้ยอิ้งก็พยักหน้าพร้อมตอบสั้น ๆ เบา ๆ ว่า อืม ด้วยท่าทางเขินอาย ในขณะที่นางกำลังหันหลังให้มันอยู่ "เช่นนั้นโปรดรอข้าอีกสักครู่ ข้าเองก็ใกล้จะขับพิษออกมาจนหมดแล้วเช่นกัน" เวิ่นกวงกล่าวขึ้น
กุ้ยอิ้งแต่งเนื้อแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นนางก็ยืนนิ่งรอบุตรชายรีดเร้นพิษออกจากร่าง ระหว่างที่เวิ่นกวงใกล้จะทำสำเร็จ เสียงร้องครวญครางของมันก็ดังหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้นกุ้ยอิ้งจะเป็มารดาของมันแต่เมื่อได้ยินเสียงเช่นนี้นางก็รู้หวั่นไหว ใจหวิวแปลก ๆ ซึ่งนางไม่ควรจะรู้สึกเยี่ยงนี้กับบุตรชายบุญธรรมของนาง แถมภาพของท่อนทวนของเวิ่นกวงในยามนั้นที่กำลังแข็งโด่เป็ลำ ยามที่เวิ่นกวงตัดสินใจงัดมันออกมารีดพิษเพื่อให้พ้นจากความเ็ปทรมาน ภาพนั้นยังติดอยู่ในหัวของกุ้ยอิ้ง อยู่เลย ไม่ว่านางจะพยายามลืมมันไปสักเท่าไหร่นางก็ทำมิได้ ขนาดของมันใหญ่พอ ๆ กับ ของหยางจงเป่าสามีผู้ล่วงลับของนาง และเป็บิดาของเวิ่นกวง เผลอ ๆ มันจะใหญ่กว่าของจงเป่าเสียอีก
กุ้ยอิ้งรู้สึกผิดต่อหยาง จงเป่ายิ่งนัก แต่นางก็มิอาจทำอันใดได้ และในยามนั้นเองมือของเวิ่นกวงก็มาแตะที่ไหล่ของกุ้ยอิ้งจนนางสะดุ้งเฮือกด้วยความใ "ทะ ท่านแม่เป็อันใดหรือไม่ ข้ารีดพิษออกหมดแล้ว จากนั้นก็แต่งตัวเสร็จ จึงหันมาร้องบอกท่านแม่ แต่ท่านแม่ยืนนิ่ง ข้าจึงได้เดินเข้ามาสะกิดเรียก"เวิ่นกวงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ "แม่ แม่ ไม่เป็อันใดเ้าอย่าได้กังวลไปเลย เ้ารู้สึกอย่างไรบ้างในยามนี่" กุ้ยอิ้งถามบุตรชายนางกลับ เวิ่นกวงยิ้มออกมาอย่างสดชื่นพร้อมบอกมารดาของมันว่า มันมิเป็อันใดแล้ว รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็ที่สุด "เช่นนั้นก็แสดงว่าพิษดอกรักถูกขับออกหมดแล้ว งั้นพวกเราก็เร่งออกเดินทางต่อเถอะเดี๋ยวจะค่ำมืดเอาเสียก่อน" เวิ่นกวงพยักหน้าก่อนจะเก็บข้าวของ จากนั้นสองแม่ลูกก็ออกจากถ้ำเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อ
ใน่สองสามวันแรกก็ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็ปรกติดีแต่พอย่างเข้าวันที่สี่ เวิ่นกวงก็มีอาการผิดปรกติ มันทรุดเข่าลงด้วยความเ็ปนิดหน่อย ก่อนจะเริ่มร้อนวูบวาบตรงหว่างขา กุ้ยอิ้งใมากนางรีบเข้ามาดูอาการของบุตรชายทันที จากนั้นนางก็จับชีพจรของเวิ่นกวงเพื่อตรวจดูว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ หลังจากตรวจดูสักพักกุ้ยอิ้งก็มีท่าทางใอย่างเห็นได้ชัด "เกิดอันใดขึ้นหรือท่านแม่? ข้าเป็อะไรกันแน่? " กุ้ยอิ้งนั่งเงียบไปสักพักก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ออกมา และเริ่มพูดขึ้น "ตั้งใจฟังแม่ให้ดีนะเวิ่นกวง..ดูเหมือนพิษดอกรักในกายของเ้าจะยังขับออกไม่หมด และแม่เกรงว่าเ้ามิอาจจะใช้วิธีเดิมรักษาได้แล้วด้วย.."
พอเวิ่นกวงได้ยินเช่นนั้นมันก็ใมาก
"เหตุใดจึงเป็เช่นนั้นกันเล่าท่านแม่ แล้วแบบนี้ข้าควรจะต้องทำเช่นไร" เวิ่นกวงกล่าวถามกุ้ยอิ้งด้วยท่าทางแตกตื่น "ใจเย็น ๆ ฟังแม่ให้จบก่อน แม่คิดว่าเป็เพราะเ้าได้รับพิษไปในปริมาณมาก แถมกำลังภายในเ้าก็ยังไม่มากพอ พิษจึงรุกล่ามเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในจุดสำคัญบางส่วนของร่าง เวลาอาการกำเริบจะไม่เ็ปทรมานเท่าตอนแรกที่ได้รับพิษ แต่มันก็มากพอจะทำให้เ้ารู้สึกอึดอัดอย่างที่เป็อยู่ในเวลานี้ หนทางแก้ไขคงเหลืออยู่แค่สองทางคือหายาที่สกัดจากดอกหิมะสี่แฉก หรือไม่เ้าก็ต้องหาสตรีสักคนมาร่วมหลับนอนอย่างที่แม่เคยบอกเอาไว้ตอนที่เราอยู่ในถ้ำ" พอเวิ่นกวงได้ฟังมันก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังรู้สึกผิดหวังอยู่ดี ในป่าเขาลำเนาไพรเช่นนี้จะไปหาหญิงสาวได้จากไหนมาทำเช่นนั้น นี่ถ้าอยู่ในเมืองหลวงมันคงเร่งไปที่หอนางโลมเพื่อขับพิษออกไปแล้ว
"เช่นนั้นถ้าข้าหลบไปทำเช่นเดิม ข้าจะรู้สึกดีขึ้นแต่ไม่หายขาดใช่หรือไม่ท่านแม่" เวิ่นกวงกล่าวถามกุ้ยอิ้ง นางเองก็พยักหน้าตอบกลับ "งั้นข้าขอหลบไปทำธุระหลังต้นไม้ต้นนั้นสักครู่เดียวข้าจะกลับมา" กุ้ยอิ้งพยักหน้าอย่างแช่มช้าอีกครั้งใบหน้าของนาง แดงระเรื่อนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าเวิ่นกวงกำลังจะไปทำสิ่งใด ซึ่งมันก็คือการ สำเร็จความใคร่ด้วยมือนั้นเอง เวิ่นกวงรีบลุกขึ้นก่อนจะพุ่งไปยังหลังต้นไม้ขนาดใหญ่จากนั้นมันก็ถอดสายคาดเอวออกกางเกงพลันหลุดลงไปกองที่เข้าเท้า จากนั้นมันก็ใช้อุ้งมือกำไปที่ท่อนทวนก่อนจะรูดถอกไปมาพร้อมส่งเสียงครวญคราง เสียงนั้นดังมากแม้กุ้ยอิ้งจะนั่งรออยู่ห่างพอสมควรแต่นางก็ยังได้ยินเสียงของบุตรชายอยู่ดี กุ้ยอิ้งรีบนั่งหลับตาทำสมาธิเพื่อไม่ให้จิตของนางว่อกแว่กคิดฟุ้งซ่าน และเหมือนมันจะได้ผล เสียงของเวิ่นกวงหายไป เหลือแต่ความเงียบในหัวของกุ้ยอิ้ง
หลังจากผ่านไปราว ๆ สี่ห้านาทีเวิ่นกวงก็กลับมาหากุ้ยอิ้ง จากนั้นสองแม่ลูกก็ออกเดินทางต่อ กุ้ยอิ้งกล่าวว่าอีกประมาณสี่ห้าวัน ก็จะไปถึงหมู่บ้านที่นางกับเวิ่นกวงจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปตลอด และไม่ยุ่งกับผู้ใดอีก..
..
..
..
ทั้งคู่เดินทางรอนแรมมาตามป่าเขาเรื่อยจวบจนกระทั่ง ได้มาพบเข้ากับบ่อน้ำตกขนาดใหญ่ที่แสนจะสวยงาม น้ำเป็สีเขียวมรกต แถมยังใสสะอาดน่าลงไปแหวกว่ายเป็ที่สุด เวิ่นกวงถึงกับตื่นเต้นดีใจที่ได้มาพบเข้า มันรีบพุ่งเข้าไปใช้มือวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอย่างรวดเร็ว "ท่านแม่ดูสิ น้ำในบ่อแห่งนี้ใสสะอาดแถมเย็นสดชื่นมาก ๆ หากได้ลงไปแช่คงจะดีไม่น้อย" กุ้ยอิ้งเดินตามมาติด ๆ ก่อนที่นางจะย่อตัวลงแล้วใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่ม "ใสสะอาดสดชื่นจริงอย่างที่เ้าว่า ดูเหมือนบ่อน้ำตกแห่งนี้จะไหลลงมาจากยอดเขาโดยตรง เ้าอยากลงไปแช่งั้นหรือเวิ่นกวง แบบนั้นก็คงดีเหมือนกันบางทีมันอาจจะช่วยบรรเทาพิษในร่างของเ้าอีกแรงก็เป็ได้"
กุ้ยอิ้งกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส "งั้นก็ดีเลยพวกเรามาลงไปแช่กันเถิด.." วาจาของเวิ่นกวงทำเอากุ้ยอิ้งถึงกับขมวดคิ้วก่อนที่นางจะกล่าวตอบบุตรชาย "พวกเราเช่นนั้นหรือ? แม่บอกตอนไหนว่าจะลงไปเล่นน้ำกับด้วย หากเ้าอยากลงก็จงลงไปคนเดียวเถิดแม่จะนั่งรออยู่บนนี้"
คำตอบของกุ้ยอิ้งทำเอาเวิ่นกวงผิดหวังมาก ๆ มันมิได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงเพียงแต่เห็นว่า น้ำในบ่อแห่งนี้หากลงไปแหวกว่ายก็คงจะทำให้มารดาของมันรู้สึกสดชื่น หลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน แต่ตำตอบของนาง ดันกลายเป็ว่า ไม่คิดที่จะลงไป "ท่านแม่ไม่ยอมลงไปสินะ เช่นนั้นถ้าเป็อย่างนี้เล่า ท่านยังจะยอมลงมาเล่นน้ำกับข้าอีกหรือไม่" เวิ่นกวงคิดแผนบางอย่างออกก่อนที่มันจะเอามือวักน้ำขึ้นมาสาดใส่กุ้ยอิ้งอย่างสนุกสนาน "ว้าย..!! เวิ่นกวงนี่เ้าคิดจะทำอันใดแม่เปียกไปหมดแล้ว" กุ้ยอิ้งยกกระบี่ ยกแขนขึ้นมาป้องกันน้ำที่เวิ่นกวง วักใส่ และแน่นอนว่านางกันไม่ได้ เสื้อผ้าจึงเปียกชุ่ม กุ้ยอิ้งโกรธมาก แต่พอนางเอาแขนลงก็พบว่าเ้าลูกชายตัวแสบลงถอดเสื้อผ้าลงไปแหวกว่ายในบ่อน้ำเรียบร้อย แถมมันยังทำหน้าทำตาทะเล้นท้าทายให้กุ้ยอิงลงมาตีมันด้วย
กุ้ยอิ้งถึงกับส่ายหน้าในความพิเรนทร์ของมัน แล้วแบบนี้จะให้นางทำอันใดได้ ชุดเปียกไปทั้งตัว ขืนอยู่แบบนี้คงไม่แคล้วเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะความหนาวเป็ มีแต่ต้องถอดผึ่งไว้จนแห้งสักพัก ถ้าทำแบบนั้นนางก็จะเปลือยล่อนจ้อน สู้นางลงไปในบ่อน้ำมิดีกว่าหรือ "เ้าเด็กบ้า…หาทางให้แม่ลงไปเล่นน้ำกับเ้าจนได้สินะ ฮึ เช่นนั้นก็ได้เดียวข้าจะลงไปหยิกเ้าให้เนื้อเขียวเลยคอยดู" กุ้ยอิ้งบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะบอกให้เวิ่นกวงหันหน้าไปทางอื่น เพราะนางจะถอดชุด แล้วลงน้ำ
เวิ่นกวงยิ้มอย่างผู้มีชัยก่อนจะทำตามคำสั่งของมารดามันอย่างรวดเร็ว จากนั้นกุ้ยอิ้งก็ปลดสายรัดเอว ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ ถอดกางเกง หรือแม้กระทั่งตู้โตว สีแดงชาดออก (เสื้อชั้นในของสตรีจีนโบราณ) บัดนี้กุ้ยอิ้งเหลือแค่ร่างเปลือยเปล่า ขาวอวบอิ่ม น่ามอง ก่อนที่นางจะค่อย ๆ ก้าวเท้าลงมาในบ่อน้ำตก
จบบทที่ 7
บทต่อไป เวิ่นกวง กับ ท่านแม่คนงามกลางบ่อน้ำตกสุดเสียว..