ตอนที่สิบเก้า Trial of faith บททดสอบแห่งศรัทธา
ปรกติแล้วในสายศาสนาจะมีสิ่งที่เรียกว่าบททดสอบแห่งศรัทธา Trial of Faith ที่จะมีข้อบัญญัติให้พวกผู้ศรัทธาเดินทางไปแสวงบุญทำภารกิจต่างๆตามแต่ที่เทพเ้าจะส่งคนมาเข้าฝันเรา
ผู้ศรัทธาจะต้องถูกทดสอบทั้งทางร่ายกายและจิตใจนักบวชหรือเคลริกที่ผ่านการทดสอบนั้นได้ก็จะกลายเป็นักบวชหรือเคลริกชั้นสูงที่ได้เป็ที่โปรดปรานของเทพเ้านั้นมากขึ้น
และใน่เวลาที่ทดสอบนั้นก็จะผ่านการทดสอบทางร่างกายและจิตใจมีข้อห้ามมากมายเช่น
“ไม่ปฏิเสธผู้ที่มาท้าประลอง”
“ไม่ถอยหนีจากศัตรู”
“ไม่นอนในที่ที่มีแสงจันทร์เดียวกันแตะต้องเกินสามคืน”
ฯลฯ
ตามแต่ข้อบัญญัติ Scripture
ของแต่ละศาสนา
ปรกติแล้วเราอาจจะบอกได้ว่าคนที่นับถือศาสนาอาจจะไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติของศาสนาในโลกของความจริง
แต่สำหรับในโลกนี้แล้ว คนที่เป็ระดับแชมเปี้ยนหรือตัวแทนของเทพเ้าองค์นั้นได้จะปฏิบัติตามข้อบัญญัตินั้นๆอย่างแน่นอน
วิธีการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ตนเองจึงเป็วิธีที่ได้รับความเชื่อถือในโลกนี้นั่นเอง
และคนที่เป็ แชมเปี้ยน champion ตัวแทนของเทพเ้านั้น
ก็มักจะมีข้อกำหนดเข้มงวดมากขึ้นในการที่จะไม่สามารถปฏิเสธการท้าดวลของตัวแทนจากเทพเ้าองค์อื่นๆได้
คุณเวเนียร์แม้จะมีคำถามอยากถามมากมายแต่พอผมเริ่มเชือดไก่เอาเืมาทาตัว เอาดินสอมาขีดที่หน้าและวาดวงเวทย์โดยมีซันแฟงก์อยู่ตรงกลางวงเวทย์
เขาก็ทำเพียงแค่จ้องมองอย่างเคร่งขรึม
ไม่ได้ปล่อยมุกหรือขัดคอแต่ประการใด
เพราะการไปหาเื่กับพิธีกรรมของเทพเ้าไม่ว่าจะไม่ใช่สายศาสนาของตนเองก็ตาม
ก็อาจจะเป็กรณีที่เราจะโดน คำสาปของเทพเ้าDivine’s curse กันได้ง่าย
พหุเทวะหรือการที่เรายอมรับความจริงว่ามีเทพเ้าหลายองค์มีข้อดีคือเราไม่ได้มองว่าศาสนาอื่นคือเื่โกหกนั่นเอง
Observe the ritual
ให้ความเคารพพิธีกรรม
ก็เป็อีกข้อบัญญัติหนึ่งของหลายๆศาสนาที่ทำให้แต่ละศาสนาพอที่จะอยู่ร่วมกันได้แม้จะนับถือเทพเ้าต่างกันก็ตาม
และตัวละครของผมนั้นแม้จะไม่สามารถท่องคาถาได้ทันทีในตอนต่อสู้หรือไม่มีเทพเ้ามาช่วย
แต่ได้มีทักษะ Ritual Casting เวทย์พิธีกรรม
ทำให้ทางเทคนิค ผมก็สามารถร่ายคาถาได้ทุกคาถานั่นล่ะหากมีข้อมูลของคาถาครบถ้วนแต่ทำได้แต่เพียงเวทย์แบบพิธีกรรมเท่านั้น
เพราะบาบาเรี่ยนมีข้อเสียเปรียบคือขณะที่ต่อสู้และโกรธขึ้นมานั้นจะไม่สามารถเพ่งความสนใจไปในเื่ที่ซับซ้อนได้
และเวทย์หลายอย่างต้องมี การเพ่งความสนใจconcentration นั่นเอง
แม้จะมีบาบาเรี่ยนระดับหัวหน้าเผ่าตามเนื้อเื่ที่เล่นมุกว่าแกล้งทำตนเป็คนเถื่อนที่ใช้คาถาไม่เป็แต่ความจริงเรียนรู้คาถามาแปดสายวิชาแล้วก็ตาม
เป็อีกหนึ่งในตัวละคร NPC ที่โคตรเทพที่ DM กำหนดไว้ในการให้เควสต์กับผู้เล่นและป้องกันผู้เล่นกระทืบNPC คนนั้นและแย่งของวิเศษของเผ่าไปอีกแล้วครับท่าน
ผมกรีดเืของผมลงไปที่ซันแฟงก์หลังจากเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง
ครอมไม่มีกฎอะไรมากมายนักในการต่อสู้
แม้แต่เป็พยานในการต่อสู้ของตัวแทนเทพเ้าองค์อื่น
ที่เทพเ้ามักจะจ้องมองหากแชมเปี้ยนของตนต่อสู้กันแต่ทว่า
Crom care not
ครอมไม่สนใจ
ครอมก็ไม่เหลียวมามองนั่นล่ะคือครอม
เทพเ้าผู้ไม่สนใจว่าสาวกจะอยู่หรือตาย
แต่เทพเ้าอื่นนั้นไม่ใช่
หยดเืของผมหยดลงไปที่ซันแฟงก์
ใบไม้ก้อนหินและเืไก่รอบข้างวงเวทย์ได้เปล่งแสงขึ้น
ร่างโปร่งแสงที่ค่อยๆกลายเป็แสงขึ้นโผล่ออกมาจากซันแฟงก์
คุณเวเนียร์แทนที่จะคุกเข่าลงกลับเอามือกำหมัดวางไว้ที่หัวใจในการทำความเคารพร่างที่ปรากฎจากซันแฟงก์
Knowledge
ทำความเคารพท่านั้นเท่ากับคนที่ทำความเคารพคนที่สถานะเท่าเทียมกัน
ร่างที่ปรากฏออกจากซันแฟงก์คือร่างของหญิงสาวหน้าตางดงามผมสีทองใส่เกราะสีทองมีตราสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ตรงหน้าอก
ในมือของเธอถือธงที่มีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์อยู่ข้างหนึ่งและอาวุธที่รูปร่างเหมือนกับซันแฟงก์อีกด้านหนึ่ง
“ข้าคือ เฮลิเอล ผู้นำสาส์นแห่งโซลHerald of Sol เ้า้าประลองกับข้าหรือนักรบ?”
เสียงของนางนั้นราวกับสะท้อนไปทั่วคือเสียงและตัวตนที่ราวกับสั่นพ้องไปกับธรรมชาติรอบข้าง
“ข้าคือคัลแห่งไคมีเรี่ยน บาบาเรี่ยนคนเถื่อนคนหนึ่ง ขอท้าประลองกับท่านเพื่อผ่านบททดสอบของอาวุธนี้”
ผมหยิบซันแฟงก์ของจริงขึ้นมาขวางที่หน้าอกยื่นไปข้างหน้า
เฮลิเอลเอาซันแฟงก์ที่เธอถืออยู่ที่จะเรียกว่าคือของจริงยิ่งกว่าซันแฟงก์ของจริง
ซันแฟงก์ทั้งสองัักันและพวกเราก็ถืออาวุธโจมตีเข้าใส่กันด้วยความรวดเร็ว