เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่15 เพิ่มยุทธภัณฑ์

            ตอนที่ 15 เพิ่มยุทธภัณฑ์      พอกลับถึงตึกฝึกยุทธได้ชั่วครู่  ท่านผู้นำตระกูล ก็ได้รีบมาหาพวกเขา   เห็นทั้งสามปลอดภัยก็ดีใจ  
        “เป็นเช่นไรบ้าง  แต่ดูพวกเจ้าจะคึกคักขึ้นไม่น้อยเลยนะ”  ผู้นำถามอย่างเป็นห่วง
        “ท่านพ่อพวกเราสนุกอย่างยิ่ง  ท่านดูพวกเราได้อะไรมาอย่างเยอะแยะเลย”   ผู้บุตรีกล่าวอย่างร่าเริงทำให้ผู้นำพอใจอย่างยิ่ง   จนยิ้มแย้มถามนั่นถามนี่อยู่หลายเรื่อง จวงยี่หลานจึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในป่าต้องห้ามให้บิดาฟัง  ซึ่งทำให้ทำให้เขาสนใจในประสพการณ์
        “ท่านพ่อเล้งปวยสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับ 5  ได้ด้วยนะ”
        “อสูรระดับ 5 โอเหลือเชื่อ”   เขาตกตะลึงเมื่อฟังว่าเล้งปวยสามารถสังหารอสูรระดับ5ได้นั้น เขาแทบไม่เชื่อว่าเกิดขึ้นได้  ในตอนนี้เขายอมรับในตัวเล้งปวยอย่างยิ่งและเชื่อว่ามีเพียงเด็กน้อยนี้ช่วยเหลือเท่านั้น จึงจะสามารถหลีกลี้ได้จากวิกฤติครานี้ได้
        “ท่านพ่อ  พวกนั้นเขาเป็นอย่างไรบ้าง ฝึกฝนกันดีไหม”
        “ดีมาก ทุกคนตั้งใจมาก เพียงเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เสี่ยงชีวิตจริงๆ เช่นดั่งพวกเจ้า”
         “ท่านพ่อ! ครั้งนี้หากมิใช่ปวยเอ๋อ แล้วพวกข้าคงเอาตัวไม่รอดแน่” พลางมองมาทางเล้งปวยด้วยตากลมโตอย่างอ่อนหวาน
        “ถือว่าพวกเจ้ามีโชคแล้ว ยี่หลานเอ๋อเอ๋ย”นางสังเกตเห็นเห็นความกระตือรือร้นเป็นพิเศษจากตัวบิดาของนาง  พลันยิ้มน่ารักขึ้น
    จากนั้นทั้งสามก็พากันเข้าไปยังตลาด  ตรงไปที่ร้านแลกเปลี่ยนสินค้าทันที  พอเห็นพวกเขาชายเจ้าของร้านก็รีบปรี่เข้ามาอย่างดีใจ 
         “คุณชายน้อย เจอกันอีกแล้ว คาดว่าคงมีอะไรมาให้ข้าตื่นเต้นอีกแน่ เชิญๆทางนี้
         “ข้ามีแกนสัตว์อสูรหมาป่าระดับ3 จำนวน50 อัน และซากสัตว์อสูรหมาป่าระดับ3 อีก70ตัวมาให้ท่านประเมินราคาขอรับ”แล้วพวกเขาก็นำมันออกมาวาง
         “คุณชายน้อยนี่ …พวกเจ้าช่าง…เหลือเชื่อจริงๆ”มันตกใจจริงๆเด็กอย่างพวกเขากลับล่าสัตว์อสูรระดับ3มาได้กองพะเนินเช่นนี้ได้
        “เถ้าแก่ รีบประเมินราคามา” เมื่อเห็นฝ่ายหนึ่งยังไม่หายตะลึง
         “ได้ๆๆแกนอสูรนั้น อันละ 10000 เหรียญทองรวมแล้วก็ 500000 เหรียญทองส่วนซากอสูรตัวละ 500 เหรียญทอง คิดเป็น35000 เหรียญทอง  รวมทั้งหมดก็535000เหรียญทอง ตกลงไหม?”  เมื่อเขาพยักหน้า  จากนั้นแค่เดี๋ยวเดียวพวกเขาก็ได้ตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ไปแบ่งกัน     จากนั้นพวกเขาตรงไปที่หอสมบัติสาขาเมืองทรัพย์นาคา ซึ่งมีอยู่4 ชั้น  ชั้นที่1เป็นยุทธภัณฑ์ระดับล่างทั่วไป   ชั้นที่2 เป็นยุทธภัณฑ์ระดับกลางถึงระดับสูง ชั้นที่3 เป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณ      ส่วนชั้นที่4เข้าได้เฉพาะผู้ที่ฝึกยุทธอยู่ในขั้นนภาขึ้นไปดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครได้เข้าไปนัก  ทั้งสามตรงไปที่ชั้น3
        “เชิญทางนี้คะคุณชายน้อย คุณหนูน้อย…”เป็นเสียงของหญิงสาวงดงามและทรงเสน่ห์อย่างยิ่งนำเดินไปชมยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณ  สายตาเล้งปวยไปสดุดอยู่ท่ีเกราะอ่อน
        “นั่นเป็นเกราะอ่อนวิญญาณกิเลน”ราคาปกติ100000เหรียญทองวันนี้ให้พิเศษคุณชายเพียง80000เหรียญทองก็ได้คะ”
        “พี่สาวคนสวยข้าซื้อ”  พลางหันมาทางจวงจั่น “ข้าให้พี่จั่น”
        “ให้ข้า…   น้องปวย…เจ้าให้ข้า” มันถูกใจยิ่ง แต่มันนึกไม่ถึงว่าเขาจะซื้อให้มันอีกฝ่ายเพียงผงกศีรษะ
        “พี่สาวจะแนะนำอันใดแก่ข้าอีกไหม” เขากล่าวคุณชายนี่เป็น *กระบี่วิญญาณหิมะ*ที่หายสาบสูญเมื่อร้อยปีก่อน ราคาอยู่ที่150000เหรียญลดไม่ได้อีกแล้วเจ้าคะ” นางพูดอ่อนหวาน
        “พี่สาวคนสวยข้าขอซื้อกระบี่นี้”หญิงสาวยิ้มแป้น
        “คุณชายน้อย ช่างรอบรู้ยิ่งนัก”พลางหยิบมาให้เขา แต่เขากลับยื่นต่อไปให้จวงยี่หลาน
        “ยี่หลานเอ๋อข้าให้เจ้า”พลางพยักหน้าให้หญิงสาวรับมันไว้”นางได้แต่รับคำ ดวงตากลมโตคู่งามจ้องหน้าเขาอย่างลึกชึ้ง
        “พี่สาวคนสวย วันนี้พอแล้ว เดียวจะมาใหม่ แต่ก่อนกลับขอขึ้นไปชมที่ชั้น4ดูหน่อย”
        “ไม่ได้นะคุณชายน้อย มันอันตราย มาก ข้าเคยเห็นกับตามีคนที่พลังยุทธไม่ถึงขั้นนภาขึ้นไปไม่กี่ก้าวกลับเสียชีวิต” นางพูดอย่างเป็นห่วง
        “พี่สาว ถ้าเกิดเรื่องอะไร ก็ถือว่าข้าดื้อเองก็แล้วกัน”พลางก้าวตรงไปยังบันไดขึ้นชั้น4พลันมีพลังปราณที่กดดันอันมหาศาลกะแทกเข้ามาอย่างรุนแรง 
        “เอ้ะนี่มัน…ช่าง*$€฿&……”เสียงหลินซีพลันดังขึ้นฟังไม่ได้ศัพท์ แต่แค่ปรากฏชั่วครู่พลังนั่นก็หายไป   หลังจากนั้น เล้งปวยก็เดินหายเข้าไปในห้อง อีกครู่ใหญ่ๆจึงเห็นเขาเดินถือตำราเล่มเก่าครำ่คร่า   บนปกเขียนด้วยอักขระโบราณอันลึกลับ แม้แต่เล้งปวยก็อ่านไม่ออก แต่หลินซีกลับบังคับให้เขาหยิบมันมา   พอมาถึงหน้าบันใด
        “พี่สาวคนสวยตำราเล่มนี้ราคา…อา…” เมื่อมองลงมาในกลุ่มคนกลับเพิ่มชายชราที่ดูแล้วเป็นผู้มีวิทยายุทธอยู่ที่ขั้นจิตมนุษย์ระดับต้นแน่ๆ
        “พ่อหนุ่มน้อยเจ้ารู้สึกยังไงไหม เจ็บปว……” พูดอย่างกังวล
        “ท่านผู้อาวุโส …ข้าสบายดี แต่…ข้าอยากขอซื้อตำราเล่มนี้”
        “ประหลาด  สหายน้อยเจ้าชื่ออะไร?”
        “ข้าชื่อ เล้งปวย ขอรับ”
        “เล้งปวย  เจ้าถึงกับถือมันได้ ในขณะที่ผู้อื่นกระทั่งเข้าใกล้มันยังทำไม่ได้เลย  เจ้ารู้ไหม?มีเจ้ามานำมันออกไปถือว่าดีที่สุดแล้ว ข้ายังจะขายยังไง  ขอยกมันให้สหายเลย ถือว่ามีวาสนาต่อกันก็ได้   ข้าชื่อกวงยี่คุน เป็เจ้าของที่นี่
        “ขอ ขอบคุณท่านผู้อาวุโส กวงที่กรุณา งั้นผู้น้อยขอลา”
        จากนั้นก็รีบกลับมาที่ตึกฝึกยุทธทันที    เมื่อครบกำหนด15 วันแล้วทุกคนก็กลับมายังห้องฝึกยุทธของตนอีกครั้ง  ก่อนที่จะแนะนำการฝึกในขั้นต่อไปนั้น เล้งปวยได้ให้ทุกคนได้เล่าถึงความรู้สึกถึงพลังยุทธและการฝึกใช้ให้คุ้นเคยกับพลังของตนเอง  ซึ่งส่วนใหญ่ก็บอกว่าดีใจ แปลกใจกับพลังที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  ตอนนี้คุ้นเคยกับการใช้ขึ้นแล้ว ยิ่งหลังจากจวงยี่หลานกับจวงจั่นเล่าแล้วทุกคน้วนอยากไปฝึกด้วย โดยเฉพาะจวงเชียวอี้นั้นได้เปลี่ยนท่าทีกับเล้งปวยไปมาก มันยอมรับและบอกว่าอยากมีโอกาสไปร่วมทีล่าอสูรด้วย 
        “ความจริงแล้วทุกคนสมควรได้ไป  เอาไว้โอกาสหน้า”  เล้งปวย บอกว่าทุกคนมีโอกาสเท่ากัน คนที่ผ่านการเจ็บปวดมามากกว่าย่อมแข็งแกร่งมากกว่า เป็นสัจธรรม
        ครานี้ทุกคนได้โอสถปราณม่วง คนละ4 เม็ด เป็นระดับ1 และระดับ2 อย่างละ 2เม็ด ให้จัดเป็น2ชุด แต่ละชุดจะมีระดับ1บวกกับระดับ2 อย่างละเม็ด วิธีการและจังหวะการใช้เหมือนเดิมและยังบอกด้วยว่า  ครั้งนี้การเลื่อนระดับอาจจะไม่เท่ากัน เพราะยิ่งระดับสูงขึ้นการเลื่อนระดับจะยากขึ้น  แล้วทุกคนก็แยกไปหาครูฝึกของตนตามห้องต่างๆ  
        พอเข้าไปในห้องจวงยี่หลานพลันว่า
       ท“น้องปวย ข้าขอบคุณเจ้าอีกครั้งสำหรับกระบี่วิเศษ มีแต่เจ้าให้ข้าข้ายังไม่เคยให้อะไรเจ้าเลย”
        “แล้วพี่ยี่หลานอยากให้ข้าไหมละ?”พลันยิ้มที่มุมปาก
        “เจ้า  เจ้า ……”หน้าแดงขึ้น  ตาโตจ้องมาที่เขาอย่างน่ารัก
        “มาเริ่มฝึกกัน” เขาให้นางกลืนโอสถระดับ2ถึงสองเม็ด พอเห็นนางไม่มีท่าทีผิดปกติก็รีบกลับมายังห้องของตน
        “เจ้าหลงรักนางแล้วสิ”หลินซีถามเขา
        “ไม่รู้สิ แต่นางก็น่ารักดีนะ  เออ…ว่าแต่เจ้าใยให้ข้าเอาตำราลึกลับนั่นมาละ”
        “เด็กโง่เอย …ข้ากลับหลงชมเจ้าว่าฉลาดเสีนได้  เจ้ารูไหมว่า ถ้าขาดตำรานั่นเจ้าจะไม่มีทาบรรลุขั้นจิตเทพได้  ข้าก็คงไม่สามารถเข้าร่างใหม่ได้  แสดงว่าเจ้าอ่านไม่ออกสิ”
        “ก็อ่านไม่ออกสิ อักขระอะไรไม่รู้”
        “มันคือบันทึกเทพบรรพกาล ท่ีแทบจะไม่มีให้เห็น  แต่ด้วยโชคชะตาเจ้ากลับได้มันมาเอาหละข้าไม่รบกวนแล้ว เจ้าก็รีบฝึกเถอะเล้งปวยรีบกลืนโอสถพลังแห่งมังกรระดับ5บวกกับปราณม่วงระดับสอง 2เม็ดระดับหนึ่ง1ลงไป
        ไม่นานอากาจกำเริบเช่นเดิมก็ปรากฏขึ้นทันทีแต่รุนแรงกว่าถึง2เท่าด้วย แต่ก็แปลกที่คราวนี้เขาแทบไม่มีเสียงครางเลย เห็นได้ก็เพียงสีหน้าอันบิดเบี้ยวแห่งการกล้ำกลืนฝืนทนเท่านั้นครานี้ขอบเขตแห่งพลังของเขาได้ถูกทะลายไปจนกว้างสุดแล้ว และแล้วพลังปราที่อัดแน่นในโอสถก็ล้นออกมาพร้อมทั้งหมดตูม  ??’?!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
        พลังอันมหาศาลถูกเติมเข้าไปในทะเลปราณ ของเขาจนเต็มเปี่ยม ความเจ็บปวดก็หายไปเหมือนปลิดทิ้ง    การชักนำให้พลังหมุนเวียนไปยังจุดต่างๆทำให้กล้ามเนื้อ  กระดูก  เส้นเอ็นถูกเสริมขึ้นใหม่อีกรอบหนึ่ง หูของเขาได้ยินแทบทุกเสียงในระยะ100หลาตาของเขามองเห็นในความมืดได้ทั้งหมด ทั้งยังเห็นชัดได้ในระยะ10ลี้    หลังจากรอบแล้วรอบเล่าของการหมุนเวียนพลังปราณ จนกระทั่งในวันที่5 นั้นเสียง

        ปุ้ง            ปุ้ง             ปุ้ง            ปุ้ง      ได้ดังขึ้น
        พลังปราณของเขาเลื่อนขึ้นถึง   4   ระดับ ในคราวเดียวอย่างเหลืออีกครั้ง  ถึงกับกลายเป็นขั้นก่อเกิดระดับที่  12  ซึ่งไม่เคยมีใครเกิดขึ้นมาก่อน แต่ด้วยร่างกายมีเงาร่างมังกรศักดิ์สิทธิสถิตย์อยู่จึงเห็นได้แค่ว่าเป็นระดับ 6 เท่านั้น       เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วหยิบโอสถที่เตรียมไว้  อีกหนึ่งชุดซึ่งมีอยู่8เม็ด กลืนลงไป  เพียงครู่เดียวพลังมหาศาลที่พลุ่งพล่านออกมาก็ได้รีบเติมเต็มไปยังช่องว่างในระดับที่เกิดขึ้นใหม่ทั้ง4จนเต็มเปี่ยมอีกคั้ง โดยไม่มีการเจ็บปวดใดๆเขาเพียงถ่ายเทพลังไปมาหมุนเวียนไม่หยุดหย่อน รอบแล้วรอบเล่า      สุดท้าย10วันผ่านไปเขาจึงได้ลืมตาขึ้นมา รู้สึกกายเบาหวิวแทบจะล่องลอย  เขาไปที่ห้องของจวงยี่หลาน เห็นนางเลื่อนระดับพลังปราณไปอยู่ขั้นแก่นแท้ระดับ1แล้วรูปร่างอวบเต็มสาวขึ้น เรียบผิวเนียน และขาวขึ้น    เขามองเธอจนเพลิน จนหลินซีได้ทำลายความเงียบขึ้นในภะวัง        “เจ้ากลับจ้องจนนางแทบบุบสลายแล้ว”
        “หลินซีเจ้าสามารถปรากฏตัวให้ข้าเห็นได้หรือไม่”หนุ่มน้อยถาม
        “เฮอะเรื่องอะไรจะให้ตาหยาบคายของเจ้าได้เห็น” อย่างดื้อรั้น
        “นอกจากเจ้าจะขี้เหร่” เขากระตุ้นอีกฝ่าย
        “เฟ้ย!!!!!…เจ้า หึ…ข้ากลับไม่หลงกลเจ้าได้”ตอนี้เองจวงยี่หลานก็ลืมตาขึ้นมา  “ปวยเอ๋อเจ้ามานานรึยัง”
        “เพิ่งมาถึงได้ครู่หนึ่งเอ้ะ! ร่างกายของเจ้า…” นางมองร่ายที่กลายเป็นหนุ่มขึ้นของเขา
        “เจ้าก็เช่นกันนะยี่หลาน” นางถึงกับหน้าแดง “ดีใจที่เจ้าขึ้นมาอยู่ขั้นแก่นแท้ระดับ1แล้วนางดีใจอย่างมาก รีบกล่าวขอบคุณเขา



    /ดูท่ามันคงจ้องจริงๆแหละ