11
ทรมาน
ผมเดินลงบันไดมาชั้นล่างของบ้านแก้วมณี เสียงแผ่นไม้ลั่นทักทายเป็จังหวะเหมือนทุกวัน แต่ในวันนี้ความเวิ้งว้างไร้ชีวิตชีวาทำให้ผมไม่อยากทำอะไร
“งั้นเดี๋ยวหนูขอตัวไปส่งการ์ดเชิญร่วมงานวันเกิดของหนูให้เพื่อนๆ ต่อก่อนนะคะ”
เสียงเจื้อยแจ้วราวกับนกกระจอกของน้องมิวกำลังบอกลายายแก้วอย่างสดใส แค่ได้ยินผมก็เบือนหน้าหนี ตื่นเช้ามาก็ต้องมารับรู้เื่ของเอกซ์กับน้องมิวเลยเหรอ เฮ้ออออ~
“อ่าวไอ้วายตื่นเช้านะมึง”
เอกซ์ที่เห็นร่างเจือจางราวกับควันของผมเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มมีความสุข มันเข้ามาโอบคอผมพลางชี้นิ้วไปที่น้องมิวอย่างสนิทสนม
ผมรู้ได้เลยว่ามันกำลังจะทำอะไรต่อ
“เรารู้จักน้องเค้าแล้ว น้องมิวที่นายเล่าให้ฟังใช่ปะ”
“มึงนี่ฉลาด” มันยีหัวผมเล่นแล้วเริ่มพูดต่อ “น้องมิวครับ นี่วายเพื่อนพี่ ส่วนวายนี่น้องมิว เอ่อ...”
เอกซ์อ้ำอึ้งไม่รู้จะแทนสถานะความสัมพันธ์ของมันกับน้องมิวยังไงดี มันใช้เวลาคิดอยู่นานจนยายแก้วหันมาให้ความสนใจ ท่านกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ก็ถูกน้องมิวตอบดักไว้ก่อน
“เป็น้องพี่เอกซ์ค่ะ!”
“อ่ะ เอ้อ น้องสาวสุดน่ารักของกูน่ะ” เอกซ์หัวเราะเจื่อนๆ
น่าแปลกนะ ไหนเอกซ์บอกว่าน้องเค้ามีใจให้ไง ทำไมไม่ตอบว่า ‘ดูใจ’ กันอยู่ล่ะ...อ๋อ คงไม่อยากให้ผู้ใหญ่มองไม่ดีสินะ อืม ถ้าคิดแบบนี้ก็คงพอเข้าใจอยู่ น้องคนนี้รู้จักวางตัวดีพอสมควร สมแล้วที่เอกซ์ชอบ
“หวัดดี” ผมยิ้มบางๆ ทักทายน้องมิวกลับไป แต่ดูเหมือนรอยยิ้มของผมคงดูฝืนธรรมชาติไปมากโขจึงทำให้น้องมิวกับยายแก้วที่มองผมอยู่นั้นเกิดอาการไปต่อไม่ถูกชั่วขณะ
“สงสัยลูกวายเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ น่ะจ้ะ อย่าไปคิดอะไรมากเลยนะ" ยายแก้วแก้ต่างให้
“อ๋อค่ะ แหะๆ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูต้องไปส่งการ์ดเชิญให้ ‘พี่แซด’ ต่อน่ะค่ะ ขอตัวนะคะคุณยาย” น้องมิวไหว้ยายแก้วอย่างอ่อนน้อมก่อนจะหันมาไหว้ผมกับเอกซ์ต่อ (ส่วนยายผมไม่อยู่ ไปรำไทยเก๊กแต่เช้าเหมือนเคยครับ)
“ครับ เดินทางดีๆ นะ ฝากบอกไอ้แซดด้วยว่าพรุ่งนี้ตอนเย็นเจอกัน”
“ค่า~ รับทราบ 'คุณพี่ชาย' ฮิๆ” น้องมิวหัวเราะคิกคักแล้วก็หันหลังเดินจากไป ดูๆ แล้วเอกซ์กับน้องเค้าก็สนิทกันดีนะ สนิทมากด้วย ดูสมกันดี ถ้าสองคนนี้ได้เป็แฟนกันก็คงไม่แปลกอะไร ผมไม่ได้น้อยใจหรืออิจฉา แค่รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในอกข้างซ้ายแค่นั้นเอง...
“งั้นเราขอตัวไปหาไรกินก่อน”
ผมแกะแขนของเอกซ์ที่โอบไหล่ออกอย่างคนไร้ชีวิตชีวา ผมแอบเห็นว่ามันทำหน้างงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดไรมาก มันอาจจะคิดว่าผมเพิ่งตื่นนอนเหมือนที่ยายแก้วบอกเมื่อกี้ก็ได้มั้ง
“ยายข้าวเช้าวันนี้กินกับไรอะ” เอกซ์เอ่ยถามยายแก้วพลางเดินเข้าห้องครัวตามหลังผมมา
“ข้าวต้มหมูสับสูตรเด็ดจ้าลูกรัก”
ยายแก้วตอบเสียงแจ่มใสภูมิใจนำเสนอเป็อย่างมาก ท่านคงตั้งใจทำเมนูนี้เป็พิเศษ อาจจะเป็เมนูที่เอกซ์ชอบมากที่สุดก็ได้ ดูดิ เอกซ์รีบวิ่งไปยังโต๊ะอาหารอย่างเร็วเลย
“โหยยายเอาใจผมไปเต็มๆ หมูสับโคตรเยอะ!!”
“ก็แม่รู้ว่าลูกชอบ”
“ขอบคุณคร๊าบ!”
“แล้วลูกวายทานด้วยไหมจ๊ะ”
ยายแก้วหันหลังกลับมาถามผมที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาขนมกินรองท้อง
“ไม่ล่ะครับผมอยากกินขนมมากกว่า วันนี้รู้สึกไม่สดชื่นเท่าไหร่ อยากหาของหวานๆ มาเติมพลังงานมากกว่าครับ” ผมอ้างไป
“ตายจริง ไม่สบายหรือเปล่าลูก”
ยายแก้วเร่งฝีเท้าเข้ามาหาผมแล้วจัดการเอามืออวบอ้วนของท่านอังหน้าผากผมเพื่อตรวจอุณหภูมิในร่างกาย แต่เพราะผมไม่มีไข้ท่านเลยทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหาวิธีแก้ จากนั้นท่านก็เข้าไปในห้องครัว ค้นหาของบางอย่างที่ท่านเก็บไว้ในตู้ออกมาให้ผม
“อะไรครับยาย”
ผมเอ่ยถามท่านพลางมองของที่อยู่บนมือตัวเอง มันเป็โหลแก้วที่ข้างในมีมะยมเหลืองๆ ถูกแช่ไว้ในน้ำเกลือที่ดูเหมือนว่าท่านจะดองไว้หลายเดือนแล้ว
“มะยมดองสูตรเด็ดประจำบ้านแก้วมณีจ้ะ ลองชิมดูสิ ลูกเดียวหายง่วงหายซึมแน่นอน”
ยายแก้วภูมิใจนำเสนอสุดฤทธิ์ สีหน้าท่านราวกับพนักงานขายตรง ผมอึกอักทำอะไรไม่ถูกอยากจะปฏิเสธ แต่ก็กลัวจะเสียมารยาทก็เลยต้องเดินไปยังเคาน์เตอร์ทำอาหารเพื่อวางโหลมะยมดองลงก่อนจะจัดการเปิดฝาออกมา กลิ่นเค็มๆ เปรี้ยวๆ โชยออกมาในทันทีทันใด โอ้ไม่นะ ถ้าผมกินเข้าไปมีหวังท้องเสียจู๊ดๆ แน่
“ยายแก้วครับอันนี้เป็ของเปรี้ยวนี่นา ผมอยากได้ของหวานมากกว่านะครับ”
“มึงอย่าเื่มาก กินๆ ไปเหอะ” เอกซ์ะโมาจากโต๊ะอาหารทั้งๆ ที่ข้าวต้มยังอยู่เต็มปาก
“ลองทานดู ลูกเดียวสดชื่นแน่ๆ”
ยิ้มหวานใสของยายแก้วทำให้ผมไม่มีทางเลือก เอาจริงๆ ผมกำลังเศร้าเื่ที่เอกซ์ให้ความสำคัญผมกับน้องมิวต่างกันอยู่นะครับ ถึงกินมะยมดองไปผมก็ไม่หายเศร้าหรอก แต่ไหนๆ ก็ตีเนียนมาขนาดนี้แล้ว เล่นตามน้ำอีกหน่อยก็คงไม่เป็ไร ถึงจะโกหกไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าทำเพื่อให้คนที่เรารักสบายใจ ผมก็ทำได้นะ
อ่ำ
จี๊ดดดดดดดดด!!
“ดูทำหน้าเข้า ฮิๆ” ยายแก้วขำคิกคัก
“อ๊าซี๊ดด~ เปรี้ยวมากเลยครับ!!”
ผมหยีหน้าหยีตาลิ้มรสชาติบาดลิ้นจนปวดกระพุ้งแก้มของมะยมดองแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ เพื่อรีดความเปรี้ยวเค็มให้ออกมาจากเนื้อัั โอยยย นี่ถ้าผมง่วงๆ นะ ไอ้ตัวนี้ช่วยได้ดีเลย ลูกเดียวก็ทำให้ตาสว่างได้จริงๆ!!
“เห็นไหมตาสว่างสดใสขึ้นเยอะ”
ยายแก้วปรบมือด้วยความดีใจที่สามารถช่วยผมได้ แต่ผมนี่สิ จะคายทิ้งก็ไม่ได้ จะเคี้ยวต่อก็ทนไม่ไหว ผมพยายามกลืนเนื้อยุ่ยๆ ลงคอไป โชคดีที่ยายแก้วเอาเมล็ดออกแล้ว ไม่งั้นผมคงได้กลืนเมล็ดลงไปด้วยแน่ๆ
โอย เปรี้ยว เค็ม ชิบเลยอ่ะ
“ขอบคุณครับยาย ดีขึ้นเยอะเลย”
ผมรีบปิดโหลมะยมดองทันทีเพราะกลัวจะได้กินลูกที่สองอีก
“งั้นก็ไปทานข้าวต้มได้เลยจ้ะ ยายจะเตรียมให้”
ซวยล่ะสิ ถ้าไปนั่งทานข้าวกับเอกซ์ตอนนี้ สภาพจิตใจของผมต้องทรุดโทรมกว่าเดิมแน่ๆ ผมรีบโบกมือสะบัดๆ ปฏิเสธทันทีจนยายแก้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“คะ คือผมนัดทำการบ้านกับเพื่อนไว้อ่ะครับ ถ้าช้ากว่านี้ได้ไปสายแน่ๆ คุณยายช่วยเตรียมขนมไทยให้ผมหน่อยนะครับ ผมจะเอาไปทานเล่นกับเพื่อน”
“อ๋อได้จ้ะ เดี๋ยวยายเตรียมให้นะ ปะๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวไปไม่ทัน”
“ครับ”
โชคดีจังที่ยายแก้วเข้าใจอะไรง่าย (ไม่เหมือนยายผม) ผมรีบเดินออกจากห้องครัวผ่านเอกซ์ที่นั่งทานข้าวต้มไปอย่างไร้เยื่อใยแล้วเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบเพราะกลัวว่าเอกซ์จะตามขึ้นมา หลังจากนั้นผมก็ลงไปด้านล่างรับขนมไทยที่ใส่ปิ่นโตเหล็กสีเหลืองโบราณของยายแก้วมาก่อนจะเดินออกจากบ้านไปโดยที่เอกซ์ก็ไม่ได้สนใจผมสักเท่าไหร่
ก็ดีนะที่เอกซ์ทำตัวแบบนี้ เพราะถ้ามันเข้ามาเกาะแกะ หยอกล้อ หรือทำดีด้วย ผมอาจจะจุกอกและเจ็บจี๊ดๆ ขึ้นมาอีกก็ได้
ผมเดินออกจากบ้านแก้วมณีแล้ววิ่งข้ามถนนสองเลนไปบ้านฝั่งตรงข้ามเพื่อไปหากราฟ วันก่อนผมยังไม่ได้ตอบแทนที่กราฟช่วยเหลือผมเอาไว้เลย วันนี้ผมเลยตั้งใจจะมาขอบคุณเขาอย่างจริงจัง
กริ๊ง!
หลังจากผมกดกริ่งหน้าบ้านได้ไม่นาน คนที่ผมอยากเจอก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าสดใส
“โหวายมาหาผมแต่เช้าแบบนี้มีอะไรเหรอครับ”
“เราขอเข้าไปได้ไหม เรามีเื่อยากจะคุยด้วย”