ตอนที่ 15 ตรวจโรคพระสนมฉินเฟย (1)
“คุณหนูกู้ เชิญทางนี้” เทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ท่าทีของจวินอันถือว่าเคารพขึ้นมาก
พ้นขีดอันตรายแล้ว กู้เชียนเสวี่ยได้ผ่านเหตุการณ์ฟื้นคืนจากความตายหลายครั้งจนกระจ่างแจ้ง “พี่ชายจวิน รบกวนท่านแล้ว”
จวินอันขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ตั้งใจนำทางต่อไป
กู้เชียนเสวี่ยเดินตาม อวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยทั้งสองคนก็เดินติดตามขนาบซ้ายขวา
“คุณหนู ท่านไม่เป็อะไรแล้วใช่หรือไม่ ฝ่าาลี่อ๋องไม่ฆ่าท่านแล้วใช่หรือไม่” ถึงแม้จะเห็นว่าคุณหนูยังปลอดภัยดี แต่ใจของอวี้เหลียนก็ยังรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้
“ตอนนี้ไม่เป็ไร แต่หากไม่สามารถรักษาพระสนมฉินเฟยได้ เกรงว่าคงต้องตายอย่างอนาถยิ่งกว่านี้ คงมิใช่แค่ยาพิษถ้วยหนึ่งแล้ว” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยตอบอย่างสบายๆ
อวี้เหลียนกังวลเป็อย่างมาก แต่อวี้ชุ่ยกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ “คุณหนูทำได้แน่เ้าค่ะ คุณหนูมีความสามารถในการรักษาเป็เลิศ ทำให้คนที่ใกล้ตายกลับมาเป็ปกติได้ ท่านช่วยพี่หญิงออกมาจากประตูนรกได้ จะต้องรักษาพระสนมฉินเฟยให้หายได้แน่นอนเ้าค่ะ”
กู้เชียนเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เด็กโง่ อวี้เหลียนป่วยที่ไหนกัน แค่าแติดเชื้อทำให้มีไข้สูงเท่านั้น เปลี่ยนเป็หมอท่านอื่นมารักษาก็รักษาได้เหมือนกันนั่นละ”
จวินอันที่กำลังนำทางอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองกู้เชียนเสวี่ยเล็กน้อย เมื่อก่อนได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ของเ้ากรมกู้เป็พวกไม่มีสมอง ไม่มีดีอะไรเลยสักอย่าง ตอนนี้พอได้เห็นแล้ว ดูท่าว่าข่าวลือคงเชื่อไม่ได้ทั้งหมด
ขณะที่พูดคุย ก็ได้ก้าวเท้าเข้ามายังเรือนหลังของวังลี่อ๋อง
พื้นที่วังลี่อ๋องกว้างใหญ่ ทัศนียภาพงดงามไร้ที่ติ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนถูกตกแต่งด้วยฝีมือของปรมาจารย์ ทั้งอิฐและกระเบื้องงดงามเลอค่าไม่มีใครเทียบ สะพานและศาลาพลับพลาที่เหมือนๆ กัน ทว่าเมื่ออยู่ในวังลี่อ๋องกลับซ่อนความยิ่งใหญ่บางอย่าง
หรือบางที อาจเป็เพราะกลิ่นอายของเ้าของที่แผ่ไปทั่วก็ได้
ลี่อ๋องอายุยี่สิบห้า ซ้ำยังไม่แต่งงาน ว่ากันว่าแม้แต่อนุภรรยาก็ไม่มีเลยสักคน แม้จะเป็เรือนหลังแต่ก็ไร้ซึ่งแรงดึงดูด เพียงอบอุ่นกว่าเรือนหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
กู้เชียนเสวี่ยอดเสียดายไม่ได้ ถึงลี่อ๋องจะเป็คนประหลาด แต่ก็เป็บุตรกตัญญู
“ถึงแล้วขอรับ คุณหนูกู้ นี่คือเรือนหนานซานเป็เรือนที่พระสนมฉินเฟยอาศัยอยู่ ท่านโปรดรออยู่ในห้องโถงก่อน อีกสักครู่จะมีหมอมอ[1] มาดูแลท่านเอง” จวินอันกล่าว
กู้เชียนเสวี่ยพาอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยเข้าไปในโถงใหญ่ เพิ่งจะนั่งลง ก็มีสาวใช้ยกน้ำชาและขนมมาให้ “ได้ รบกวนพี่ชายจวินแล้ว”
สิ้นเสียงของกู้เชียนเสวี่ย จวินอันก็หันตัวออกจากเรือนทันที
อวี้ชุ่ยเอ่ยอย่างสงสัย “คุณหนู ไยบ่าวถึงรู้สึกว่าคนคนนั้นเหมือนกลัวคุณหนูเลยเ้าค่ะ”
กู้เชียนเสวี่ยยักไหล่ “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็เพราะเมื่อครู่หยอกล้อเขาไปนิดหน่อยกระมัง”
ทั้งอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยพากันอ้าปากหวอ ใช้สายตาเหมือนคนเห็นผีมองไปที่กู้เชียนเสวี่ย
“สายตาของพวกเ้าหมายความว่าอย่างไร” เชียนเสวี่ยรู้สึกตลก
อวี้เหลียนเอ่ยตอบ “คุณหนูท่านเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เ้าค่ะเมื่อก่อนแม้ว่าท่าน...เฮ้อ จะไม่มีวิชาความรู้ไปบ้าง แต่เื่ชายหญิงนั้นระมัดระวังมาก เพราะตอนนี้ท่านถือว่าตนเป็ชายาองค์รัชทายาท อย่าว่าแต่พูดคุยกับชายหนุ่มเลย ให้มองสักนิด ท่านก็ไม่ยอมมองด้วยซ้ำเ้าค่ะ”
“อ้อ” กู้เชียนเสวี่ยยกชาขึ้น แล้วค่อยๆ จิบมัน “แผ่นดินไม่ไร้ซึ่งดอกไม้ใบหญ้า หากองค์รัชทายาทสนใจในตัวข้าจริง ต่อให้มิได้แต่งงานกัน ให้ถุงหอมต่อกันก็ยังได้ แต่หากผ่านมาหลายปีเช่นนี้แล้วยังไม่มีท่าทีสนใจข้า แล้วจะให้ข้าไปแขวนคอใต้ต้นวายป๋อ[2] หรืออย่างไร”
ความจริงแล้วกู้เชียนเสวี่ยไม่ได้พูดเื่งานแต่งของนางจะไม่มีทางเกิดขึ้นออกมา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ที่กู้เชียนโหรวและองค์รัชทายาทเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เอาแค่เื่ที่ว่าฝ่าาจะยอมให้องค์รัชทายาทมีอำนาจมากขนาดนั้นเลยหรือ
ชาติที่แล้วเป็หมอ กู้เชียนเสวี่ยจึงไม่ได้เข้าใจเื่ประวัติศาสตร์กับแผนอุบายอะไรนัก แต่ถ้าเป็ความรู้ทั่วไป นางก็พอรู้ว่าฮ่องเต้ในสมัยก่อนชอบใช้วิธีการคานอำนาจ ้ารักษาสมดุลอำนาจของทั้งสองฝ่ายเอาไว้จนถึงขั้นตรึงอำนาจของกันและกันเอาไว้ได้
องค์รัชทายาทมีอัครมหาเสนาบดีเป็ที่พึ่งแล้ว หรือว่าอยากจะดึงผู้บัญชาการฯ จ้าวมาอีกคน คนหนึ่งบุ๋นคนหนึ่งบู๊ ฝ่าาไม่กลัวอำนาจของโอรสตัวเองหรอกหรือ
ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ฮ่องเต้เองก็ยังหนุ่ม ยังอายุไม่ถึงห้าสิบเลยด้วยซ้ำ
แล้วงานสมรสครั้งนี้ผู้ใดเป็คนเสนอ ทั้งใครเป็คนกำหนด ฝ่าากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ มีเจตนาหรือว่ากำลังหยั่งเชิงกัน
เชิงอรรถ
^ คำเรียกหญิงสูงวัย บางครั้งอาจใช้เรียกแม่นม บางครั้งหมายถึงนางกำนัลในวัง^ ต้นวายป๋อ เป็นต้นไม้มีลักษณะลำต้นหักงอ วลีนี้ยังสื่อถึงฉงเจินฮ่องเต้ที่ผูกคอตายที่ใต้ต้นวายป๋อเชิงเขาจิ่งซาน สันนิษฐานว่าเป็นเพราะฉงเจินฮ่องเต้ไม่สามารถปกป้องบ้านเมืองเอาไว้ได้ จึงต้องการรักษาเกียรติด้วยการฆ่าตัวตาย