ราตรีกาลมาเยือนพร้อมกับสายลมกรรโชกแรง พัดพาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วลานเรือนเล็กท้ายจวน บรรยากาศเงียบสงัดวังเวงถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักแน่นและรังสีอำมหิตของหลี่หยางที่ก้าวเข้ามาดั่งพญามัจจุราชผู้หมายหัวเอาชีวิต
"ทะ... ท่านแม่ทัพ!"
เสี่ยวชุ่ยที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนรีบถลันเข้ามาขวางทางด้วยตัวสั่นเทิ้ม นางทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นเสียงดัง ปึก!
"ได้โปรดเมตตาด้วยเ้าค่ะ! ฮูหยินไข้ขึ้นสูงมาก ร่างกายบอบช้ำจนขยับแทบไม่ได้ ท่านหมอกำชับว่า..."
"ไสหัวไป!"
หลี่หยางตวาดเสียงกัมปนาท ไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ ฝ่ามือหนาสะบัดเพียงครั้งเดียว พลังลมปราณสายหนึ่งก็กระแทกร่างสาวใช้กระเด็นไปพ้นทางจนกลิ้งหลุนๆ
"หากไม่อยากตาย ก็อย่าได้เสนอหน้ามาขวางทาง!"
สิ้นคำประกาศิต เขาถีบประตูห้องนอนเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบหลุดจากบานพับ
ปัง!
ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรและกลิ่นอายความเ็ป ไป๋ลั่วที่นอนซมอยู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัว นางพยายามจะยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายทำให้นางทรุดฮวบลงไปอีกครั้ง ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเืราวกับกระดาษ
หลี่หยางย่างสามขุมเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง ั์ตาคมกริบกวาดมองสภาพยับเยินของนางด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ความสงสาร ยิ่งเห็นรอยช้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อ เขาก็ยิ่งนึกถึงคำพูดอวดดีของจ้าวเฉินที่ประกาศว่าจะพานางไป
คิดจะหนีไปกับมันงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
"ท่านพี่..."
ไป๋ลั่วเอ่ยเรียกเสียงแหบพร่า น้ำตาคลอเบ้า
"ได้โปรด... ละเว้นข้าสักคืนเถิดเ้าค่ะ ข้ารู้... ข้ารู้ดีว่าท่านโดนพิษเหมันต์รัญจวน และข้ารู้ว่าท่านจำเป็ต้องร่วมอภิรมย์กับข้าต่อเนื่องเจ็ดราตรีเพื่อถอนพิษ..."
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามอธิบายด้วยเหตุผล
"แต่ร่างกายของข้า... มันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ หากท่านยังฝืนกระทำรุนแรงต่อในค่ำคืนนี้ ข้าเกรงว่าข้าอาจจะ..."
"หึ..."
เสียงหัวเราะเย็นะเืดังขัดจังหวะ หลี่หยางทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างแรง บังคับให้นางสบตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน
"...รู้ละเอียดดีนี่" เขาเหยียดยิ้มร้ายกาจ "รู้กระทั่งชื่อพิษ รู้กระทั่งวิธีแก้ว่าต้องทำเจ็ดวันเจ็ดคืน ...ช่างเป็ความรู้ที่แม่นยำราวกับเป็คนวางยาด้วยตนเอง!"
ไป๋ลั่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รีบละล่ำละลักอธิบาย
"ไม่... ไม่ใช่นะเ้าคะ! ข้ารู้ด้วยตัวของข้าเอง! ข้าเคยศึกษาตำรา ข้าพอมีความรู้เื่สมุนไพรอยู่บ้าง เมื่อได้ตรวจดูอาการของท่านข้าก็รู้ทันทีว่า..."
"หยุดตลบตะแลงเสียที!"
หลี่หยางตะคอกใส่หน้า ตัดบทอย่างไม่ไยดี
"คุณหนูในห้องหอที่วันๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อยเยี่ยงเ้า จะไปรู้จักพิษยาปลุกกำหนัดที่แสนจะต่ำช้าและหายากพรรค์นี้ได้อย่างไร! ขนาดหมอหลวงในวังยังแทบไม่รู้จัก ...เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะมีส่วนรู้เห็นในการปรุงมันขึ้นมา!"
เขาบีบคางนางแรงขึ้นจนไป๋ลั่วร้องครางด้วยความเจ็บ
"วางยาปลุกกำหนัดข้า เพื่อบีบให้ข้าต้องเกลือกกลั้วกับเ้า เพื่อให้เ้าใช้ร่างกายสกปรกนี้ผูกมัดข้า สืบความลับของข้า!"
"ข้าเปล่า... ข้าไม่เคยคิดร้าย..." นางส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา แต่ดูเหมือนคำพูดของนางจะส่งไปไม่ถึงใจที่มืดบอดด้วยอคติ
"หยุดบีบน้ำตามารยา!"
หลี่หยางสะบัดหน้าทิ้งอย่างแรง แล้วกระชากผ้าห่มออกจากร่างบาง เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความทารุณ เขากวาดตามองรอยช้ำเ่าั้ ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกผิด แต่ด้วยความสะใจ
"เ้าร้องครวญครางว่าเ็ป? เ้าร้องขอความเมตตางั้นรึ?"
หลี่หยางแค่นเสียงต่ำ โน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง
"จงจำใส่หัวของเ้าไว้ไป๋ลั่ว ...สภาพน่าสมเพชที่เ้าเป็อยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่ความผิดของข้า แต่มันคือผลกรรมที่เ้าก่อขึ้นเองต่างหาก!"
"...ท่านพี่"
"เ้าเป็คนวางกับดักนี้เอง เ้าเป็คนรนหาที่อยากปีนขึ้นเตียงข้านักมิใช่หรือ?"
ฝ่ามือร้อนผ่าวเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่วอย่างคุกคาม
"ในเมื่อเ้าเป็คนจุดไฟราคะนี้ขึ้นมาเอง เ้าก็ต้องรับผิดชอบ... ต่อให้เ้าต้องเจ็บจนขาดใจตายคาเตียง เ้าก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!"
หลี่หยางไม่รอช้า เขาเริ่มปลดสายคาดเอวของตนเองออก แววตาที่มองนางเปี่ยมไปด้วยความ้าที่จะลงทัณฑ์และตีตราซ้ำรอยเดิม เพื่อลบกลิ่นอายของชายอื่นที่บังอาจมาแตะต้องของของเขา
"เตรียมตัวชดใช้กรรมของเ้าซะ... คืนนี้ข้าจะทำให้เ้าได้ลิ้มรสผลลัพธ์ของแผนการชั่วร้ายที่เ้ากระทำอย่างสาสม!"