ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 145 แผนการซื้อบ้าน

            ตระกูลหลงนั้นร้ายกาจเพียงใด?ไม่ต้องเอ่ยถึงท่านหลง เพียงได้ยินชื่อตระกูลหลงผู้คนก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ ตระกูลหลงนั้นมีอำนาจเช่นไรกัน

            ซูอี้หว่านเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายของตนกำลังกล่าวหากร้านอาหารของพวกนางได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของหอสุราประตูมังกรแล้วตระกูลหลงก็ย่อมไม่มีวันปล่อยพวกนางไปง่ายๆ แน่

            คาดว่าหลังจากนี้จะต้องมีเรื่องยุ่งยากตามมาไม่สิ้นสุด

            การหาเรื่องใส่ร้ายร้านอาหารนั้นง่ายดายยิ่งนัก!

            แสร้งทำเป็นปวดท้องหลังจากทานอาหารเสร็จแสร้งเขี่ยแมลงสาบหรือหนอนออกจากอาหาร กลอุบายเหล่านี้ป้องกันได้ยากยิ่ง

            กระทั่งในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกลก็ยังคงมีมุมอับที่กล้องวงจรปิดไม่อาจสอดส่องดังนั้นการป้องกันเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ทางออก

            เมื่อคิดได้ดังนั้นซูอี้หว่านก็เริ่มรู้สึกปวดตุบที่ศีรษะ ตระกูลหลงนี่ราวกับวิญญาณที่ตามติดแถมยังเป็นเจ้าถิ่นของเมืองอวิ๋นเฉิงอีกด้วยการมีเรื่องกับพวกเขาจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่มิอาจหลีกเลี่ยง

            เมื่อเห็นเรียวคิ้วที่ขมวดยุ่งของซูอี้หว่านซูอี้โจวก็ส่ายหน้ายิ้มๆ "อี้หว่านเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ถึงตระกูลหลงจะน่ากลัวก็จริงแต่จะน่ากลัวเท่ากับสิ่งที่พวกเราเคยเจอมาในอดีตได้หรือ?"

            เมื่อได้ฟังดังนั้นซูอี้หว่านก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด "คงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกในเมื่อพวกเขาไม่ใช่..."

            เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ซูอี้หว่านก็หยุดชะงัก หันไปมองจวิ้นอันที่นั่งอยู่ทางขวามือของตน แล้วรีบหุบปากลง

            ตอนนี้ในบ้านมิได้มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้นในอนาคตจะต้องมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการพูดจาจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องราวการกลับมาเกิดใหม่ของพวกเขา ต้องมิให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด

            มิเช่นนั้นอาจเกิดความวุ่นวายใหญ่โต ในยุคที่ผู้คนยังเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติซูอี้หว่านไม่สงสัยเลยว่าครอบครัวของตนจะถูกมองว่าเป็นปีศาจร้ายแล้วถูกนำไปเผาทั้งเป็น

            ชะตากรรมเช่นนั้นแค่คิดก็ทำให้ขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

            "เช่นนั้นท่านพี่ว่า พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?"

            หากจะบอกว่านางกลัว...ก็คงไม่เชิง เพียงแต่ในชาติก่อนนางใช้ชีวิตอย่างไม่แน่นอนมามากพอแล้วชาตินี้ซูอี้หว่านเพียงต้องการจะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการอย่างสบายใจมิอยากเสียเวลาและกำลังใจมากเกินไปอีกแล้ว เพียงแต่เมื่อมองจากความเป็นจริงแล้วความปรารถนานี้ของนางคงเป็นสิ่งที่ยากจะทำให้เป็นจริงได้

            ซูอี้โจวกลับแสดงท่าทีสงบอย่างยิ่ง"เมื่อทหารมาก็ต้องต้าน เมื่อน้ำมาก็ต้องกั้นดินตอนนี้ยังไม่ต้องใส่ใจมากนัก ให้ลูกจ้างในร้านคอยระวังให้ดีก็พอมิเกิดเรื่องก็ดีไป หากเกิดเรื่องขึ้นมา พวกเราก็มิได้เสียเปรียบ"

            ต่อให้ตระกูลหลงใช้กลอุบายใดๆในเวลานั้นเขาก็ย่อมมีวิธีที่จะใช้กลอุบายนั้นตอบโต้กลับไป

            ซูอี้หว่านมักจะเชื่อมั่นในตัวพี่ชายของตนเองอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้แสดงอาการกังวลใดๆ ความตึงเครียดของนางจึงลดลงแล้วนางก็หันกลับมาปรึกษาเรื่องการซื้อคนกับพวกเขาต่อ 

            แท้จริงแล้วการซื้อคนมิใช่เรื่องยากเย็นอะไรทว่าสิ่งเดียวที่เป็นปัญหาคือ ตอนนี้เรือนของพวกเขามีขนาดเล็กเกินไปตอนนี้ก็แทบจะไม่มีที่อยู่แล้ว หากเพิ่มคนเข้าไปอีกสองสามคนเกรงว่าจะไม่มีที่ให้ปูเสื่อนอนแล้ว

            จางอ้ายหลินเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกันจึงกล่าวอย่างชั่งใจว่า "ตอนที่เราเช่าเรือนหลังนี้เพราะเราคิดว่าครอบครัวคงไม่ได้พำนักที่เมืองอวิ๋นเฉิงตลอดไปและช่วงนั้นการเงินก็ยังขัดสน เลยมิได้ซื้อที่อยู่อาศัย”

            "แต่ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างต่างออกไปแล้วร้านอาหารและสถานพยาบาลของเราก็เปิดทำการแล้วหากมิได้เกิดเรื่องใดขึ้นภายในสามถึงห้าปี ก็คงจะมิได้ย้ายออกไปจากที่นี่"

            จางอ้ายหลินขมวดคิ้ว"เช่นนั้นการเช่าเรือนไปเรื่อยๆ เช่นนี้ก็อาจจะไม่เหมาะสมเท่าไร?"

            เมื่อคำนวณดูแล้วค่าเช่าเรือนสามถึงห้าปี ถึงแม้จะไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้านได้ แต่ก็ใกล้เคียงแล้วเมื่อคำนวณดูแล้วก็มิคุ้มค่า

            อีกทั้งเรือนหลังเล็กๆตอนนี้ก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว หากเช่าเรือนอีกหลังหรือเปลี่ยนไปเช่าที่ที่ใหญ่กว่านี้ ค่าเช่าก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก

            ซูอี้หว่านก็คิดเช่นเดียวกันดังนั้นเมื่อจางอ้ายหลินเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางก็มีใจเอนเอียงไปบ้าง"เช่นนั้นพวกเราซื้อบ้านเป็นของตนเองสักหลังดีหรือไม่?"

            ก่อนหน้านี้ตอนที่ไปจวนเจ้าเมืองเมื่อได้เห็นทิวทัศน์และการตกแต่งภายในจวน ซูอี้หว่านก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้างเพียงแต่ว่าตอนนั้นพวกนางไม่มีเงินทองมากนักจึงย่อมมิอาจอยู่ในบ้านที่ดีเช่นนั้นได้

            ตอนนี้เงินในมือของพวกเขาก็ยังไม่ได้มีมากพอแต่หากยังไม่อาจขยายร้านค้าได้ในตอนนี้การซื้อบ้านที่ไม่เลวสักหลังก็ยังคงพอมีเงินเหลืออยู่

            จางอ้ายหลินพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย"ข้าก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องซื้อบ้านสักหลังแล้วมิเช่นนั้นการเช่าเรือนใหม่ก็เป็นเรื่องยุ่งยากเช่นกัน"

            คนยุคปัจจุบันมักมีความยึดมั่นในการซื้อบ้านเป็นของตนเองแม้ว่าจะมาอยู่ในยุคนี้แล้วความคิดที่จะมีบ้านเป็นของตนเองของจางอ้ายหลินก็มิได้เปลี่ยนแปลงไป

            เมื่อสองแม่ลูกเห็นพ้องต้องกันก็พร้อมใจกันมองไปทางซูอี้โจว ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งกว่าอะไร

            เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของทั้งสองซูอี้โจวก็ยิ้มแห้งๆ อย่างจนใจ "บ้านของพวกเรามักจะให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยนี่ก็สองต่อหนึ่งแล้ว ความเห็นของข้าจะยังมีค่าอีกหรือ?"

            เมื่อได้ยินเช่นนี้จางอ้ายหลินก็มองค้อนเขาทันที "เจ้าเด็กปากเสียพูดอะไรเช่นนั้น ทำอย่างกับแม่กับหว่านหว่านรังแกเจ้าเช่นนั้นนี่มิใช่กำลังถามความเห็นของเจ้าหรือ?"

            "ใช่แล้วๆ" ซูอี้หว่านพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง"พี่ชาย ท่านเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในบ้านเราเรื่องใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องได้รับความเห็นชอบจากท่านก่อนอยู่แล้ว"

            พอได้ยินเช่นนั้นซูอี้โจวก็เผยรอยยิ้มเจือความจนใจออกมาเล็กน้อย และกล่าวว่า"อย่าเพิ่งชมกันไปไกลนักเลยเรื่องซื้อบ้านข้าไม่ติดขัดอะไรอยู่แล้ว"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของซูอี้หว่านก็เป็นประกาย "พี่ชายท่านพูดจริงหรือ?"

            ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้กล่าวเช่นนี้เหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนใจ?

            "แน่นอนอยู่แล้ว"

            เมื่อเห็นว่าซูอี้หว่านกลับมีท่าทีที่ไม่ค่อยเชื่อใจซูอี้โจวจึงส่ายหน้ากล่าวช้าๆ "ก่อนหน้านี้ที่ไม่คิดจะซื้อบ้านก็เพราะว่าประการแรกพวกเรามิได้มีเงินทองมากพอประการที่สองก็กลัวว่าจะมิได้ตั้งรกรากในเมืองอวิ๋นเฉิงนานนัก"

            "แต่เมื่อครู่ที่ท่านแม่กล่าวก็มีเหตุผลอยู่บ้าง เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ในสองสามปีนี้พวกเราคงจะไม่ย้ายไปไหนแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้การเช่าเรือนก็มิสู้ซื้อบ้านที่เป็นของตนเองสักหลัง"

            สิ่งที่ซูอี้โจวไม่ได้กล่าวคือเดิมทีเขากังวลมากที่สุดว่า ควันไฟของสงครามเมื่อแผ่มาถึงเมืองอวิ๋นเฉิงหากสถานการณ์ไม่ดี ที่นี่จะกลายเป็นซากปรักหักพังก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

            แต่ก่อนพวกเขาอาจไม่เคยสัมผัสกลิ่นควันปืนและไฟสงคราม ทว่าเมื่อเหล่าซอมบี้ปรากฏตัวขึ้นภาพเหตุการณ์นั้นโหดร้ายยิ่งกว่าสงครามเสียอีก

            ยามเมื่อสงครามอุบัตินอกเหนือจากชีวิตผู้คนแล้ว สิ่งก่อสร้างทั้งหลายย่อมไม่อาจหลีกพ้นภัยพิบัติผู้คนยังอาจหลบหนี ทว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นไร้ซึ่งชีวิตทำได้เพียงตั้งตระหง่านรอรับชะตากรรม

            อีกทั้งบ้านในสมัยโบราณก็เป็นโครงสร้างไม้เมื่อเกิดสงครามขึ้น เพียงจุดไฟเผาก็สามารถทำให้ถนนทั้งสายหรือแม้แต่เมืองทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลองได้

            ถึงเวลานั้นก็คงจะไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ!

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371