The Borderless Destiny

    ตอน 2 “โชคชะตา”

    สนามบินสุวรรณภูมิ


            เครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำโตของสายการบินประจำชาติแดนมังกร มุ่งหน้าตรงจากเซี่ยงไฮ้ก่อนสยายปีกLanding จรดลงบนพื้นดินของประเทศไทย ชายหนุ่มบนชั้น FirstClass ละสายตาจากจอ Mc Book คู่ใจเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการวิเคราะห์ตลาดหุ้นและแนวโน้มการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ในประเทศไทย เขาบินตรงมาด้วยความหมายมั่นที่จะปิดดีลใหญ่ครั้งสำคัญในครั้งนี้ตามที่รับปากกับพ่อเขาให้ได้


            เฟยหลง สวมแว่นตาดำกันแดดอันโตปกปิดใบหน้าหล่อเหลาของเขาไปครึ่งหน้า เขาเอื้อมมือใหญ่ไล่ติดกระดุมเสื้อเชิ๊ตสีขาวพอดีตัวปกปิดแผงอกกำยำและซิกแพคจางๆ ภายใต้ผ้าบาง เขาสวมสร้อยเงินเงาวับรูปตัวอักษรจีนสัญลักษณ์ของตะกูลเฉียวเอาไว้รอบลำคอพร้อมกางเกงแสลคสีเทาเข้มที่เข้าคู่กับรองเท้าหนังราคาแพง ชายหนุ่มสาวเท้ายาวก้าวลงจากเครื่อง


            เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่เขาไม่ได้กลับมาประเทศไทยเพราะงานฝั่งเซี่ยงไฮ้นั้นเยอะจนแทบล้นมือ คราวนี้เขาตั้งใจมาคุยธุรกิจกับพาร์ทเนอร์บริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำที่เมืองไทยเป็นเวลา3 เดือน ร่างโปร่งเดินผ่านหน้า Gate มุ่งหน้าตรงไปขึ้นรถยุโรปสีดำคันโตที่ทางโรงแรมหรูระดับ5 ดาว ที่พักของเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ ด้วยความโดดเด่นของหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-เซี่ยงไฮ้ ทำให้บรรดาสาวๆ ในสนามบินต่างหันมองตามกันเหลียวหลัง  

             

              กริ๊งงงงงงงงงงงง!


            “ครับ...ผมจะเข้าไปพบวันพรุ่งนี้เช้าครับ...ยินดีครับ”


            เฟยหลงกดวางสายจากCEO ของบริษัทพาร์ทเนอร์ชื่อดัง พลางเอนร่างใหญ่ทิ้งตัวพิงเบาะหนังบนรถยุโรปคันหรูด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางดวงตาเรียวยาวของเขาหลับลงด้วยความอ่อนเพลีย พรุ่งนี้เขามีนัดพบลูกค้าคนสำคัญแต่เช้าตรู่…



    -------------------------------------



                เช้าวันจันทร์สดใส‘ริสา’ แต่งตัวสวยมาออฟฟิสแต่เช้าเธอบรรจงแต่งหน้าสวยด้วยเมคอัพสีอ่อน ดวงตากลมโตถูกแต่งแต้มด้วยอายชาโดว์กลิตเตอร์สีเปลือกไข่มุกรับกับขนตางอนยาวริมฝีปากบางเฉียบถูกเคลือบด้วยลิปกลอสเงาวาวสีชมพูอ่อน รับกับพวงแก้มสีแดงระเรื่อผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกม้วนเป็นลอนคลายๆ คลอเคลียบนใบหน้ารูปไข่ ยิ่งขับให้ผิวขาวเนียนละเอียดแลดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ



                เธอสวมชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีขาวแนบรัดบั้นท้ายกลมกลึงพร้อม Blazer ผ้าทวีตสีชมพูอ่อน กระดุมทองเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มอยู่รำไร หญิงสาวกดลิฟท์ตรงดิ่งขึ้นไปที่ชั้น 8 พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหนังแบรนด์หรู เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมอมยิ้มเบาๆให้กับข้อความบนหน้าจอ


                ‘ถึงออฟฟิสแล้วหรือยังเอ่ยอย่าลืมกินข้าวนะ’

              ‘แล้วเจอกันเย็นนี้นะครับ’



                หลังจากความบังเอิญเจอ‘กาย’ ในคืนนั้น หนุ่มเพลย์บอยเจ้าคารมก็ระดมส่งข้อความหาริสารัวๆถ้ามองลงมาจากดาวอังคารยังรู้ว่าเขาพยายามเข้าหาเธออย่างเต็มที่ แต่ริสาเองก็เต็มใจสานต่อความสัมพันธ์กับเขาด้วยความที่เขาเป็นหนุ่มหล่อตรงเสป็คเธอ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนเก่ากันมานานและเธอเองก็เป็นคนเฟรนด์ลี่ ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นานนัก


                ประตูลิฟท์บานใหญ่เปิดออกสาวสวยเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้าออฟฟิสอย่างอารมณ์ดี แต่ทว่า มีประโยคสั้นๆจากพี่ปลา เลขานายใหญ่ระดับสูง ที่ดึงสติของเธอกลับมา


                “ริสาๆๆๆ คุณธวัชเรียกเธอพบน่ะรออยู่ที่ห้องประชุมใหญ่นะ”


                “เรียกเรื่องอะไรหรอคะพี่ปลาพอทราบอเจนด้าไหม”

            เธอถามกลับอย่างสงสัยพลางรีบสาวเท้าบนส้นเข็มสีนู้ดเปลือยข้อเดินตรงไปที่ห้องประชุมใหญ่


            ก๊อกๆๆ


            “สวัสดีค่ะคุณธวัชไม่ทราบว่าเรียกพบริสาหรอคะ”

             ริสาไหว้สวยก่อนหย่อนร่างบางลงบนเก้าอี้ พลางจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที

               

            “คุณมาก็ดีแล้ววันนี้จะมีลูกค้านักธุรกิจรายใหญ่จากเซี่ยงไฮ้เข้ามาคุยเรื่องดีลที่บริษัทของเขากำลังจะระดมทุนในรอบSeries C ซึ่งทางหน่วยงาน Venture Capital ของบริษัทเราที่คุณดูแลอยู่ ก็จะร่วมลงทุนในครั้งนี้ด้วย”


               “ผมอยากให้คุณช่วยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดเพราะเขาเป็นลูกค้าคนสำคัญที่มีอิทธิพลกว้างขวางในหลายวงการ คำว่าดูแลของผมในทีนี้หมายถึงเรื่องงานรวมถึงเรื่องส่วนตัว ผมอยากให้คุณช่วยอำนวยความสะดวกให้แขก VVIP ของเราตลอดเวลาที่เขาอยู่ประเทศไทย คุณจะพอทำได้ไหม

    ริสา ?”

                ริสานั่งฟังอยากตั้งใจเธอเป็นเด็กสาวหัวไว เข้าใจที่บอสใหญ่สั่งงานเป็นอย่างดี เธอส่งยิ้มตอบด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนตอบกลับอย่างมั่นใจ

             

               “รับทราบค่ะคุณธวัช ริสาจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ”


                “ดีมากอีก 10 นาทีเขาจะมาถึง ผมวานคุณช่วยลงไปรับที่ Lobby ด้านล่างหน่อยนะ”


    -----------------------------------------


                ณโถง Lobby ใหญ่ใต้ตึก หญิงสาวชะเง้อมองหาแขกคนสำคัญอยู่ราว 20นาที ทว่ากลับไร้วี่แววของนักธุรกิจหนุ่ม


                ‘เขาจะพูดอังกฤษได้ไหมนะ ต้องคุยกับเขาเป็นภาษาอะไรเนี่ย’

               ‘ภาษาจีนที่เคยเรียนตอน ม.ปลายก็คืนอาจารย์ไปหมดแล้วซิ โถ่ จะรอดไหมนะริสา !’


                เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเดินวนไปมาอยู่หน้าตึกด้วยความประหม่าเล็กน้อย ทันใดนั้นรถ BMW สีเทาควันบุหรี่ Series 7 รุ่นใหม่ล่าสุด เลี้ยววนเข้ามาอย่างช้าๆเธอสังเกตเห็นป้ายทะเบียนรถที่ตรงตามกับที่พี่ปลา เลขาสาวบรีฟมาสั้นๆต้องเป็นเขาแน่นอน ‘ว่าแต่ เขาชื่ออะไรนะ คุณฟุยหวง เอ้ะใช่ไหมนะ’  เธอครุ่นคิดในใจพลางสาวขาเรียวสวยของเธอไปยืนรอรับแขกVVIP จากเซี่ยงไฮ้

     

                เมื่อรถจอดแนบสนิทกับประตูใหญ่ประตูรถหรูเปิดออกอย่างช้าๆ ก่อนชายหนุ่มจะก้าวขาลงจากรถ ริสารวบรวมความกล้ารีบชิงทักทายเขาอย่างมั่นใจ


                “หนีห่าว ! หวะ หว่อ…เจี้ยว ระ..ริสา” (สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริสา)

                “เหิ่น..กะ..เกาซิ่ง เริ่น..สะ.. ” (ยินดีที่ได้...)


              ริสาพูดจีนติดๆขัดๆสาวน้อยรวบรวมความรู้ภาษาจีนทั้งหมดสมัย ม.ปลาย พยายามสร้างความประทับใจแรกให้กับลูกค้านักธุรกิจหนุ่มคนด้วยภาษาจีนแบบกระท่อนกระแท่นเธอโน้มตัวลงเล็กน้อยเชิงทักทายด้วยความนอบน้อม


                ‘เฟยหลง’ ก้าวขายาวลงจากรถเขาเลิกแว่นตาดำลงเล็กน้อยเพื่อปรายตามองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาเรียบเฉย ริมฝีปากบางเฉียบปิดสนิทแทบไร้ซึ่งความรู้สึกเขาเดินนำหน้าเธอเข้าตึกอย่างไม่สนใจ จนริสารีบวิ่งตามหลังอย่างกระหืดกระหอบ


                ‘โอ้ยยยยยย เขาทำฉันขายหน้าจริงๆ !’

               

             เธอรีบสาวเท้าเรียวยาวบนส้นสูง3 นิ้ว วิ่งตามหลังเขาอย่างรวดเร็ว เธอมองเขาจากทางด้านหลังร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อ รับกับแผ่นหลังกว้างกำยำในชุดสูทสีกรมท่า คัทติ้งสุดประณีตที่มองเผินๆก็รู้ว่าราคาสูง เขาหยุดอยู่หน้าลิฟท์พลางยกนาฬิกา Rolex สีเงินสลับทองรุ่นลิมิเต็ทขึ้นมาดูเวลาก่อนเดินเข้าลิฟท์แก้วอย่างรวดเร็ว


                “Please wait for a moment !” (รอฉันด้วยค่าา)


                ริสารีบวิ่งตามเฟยหลงเข้าลิฟท์พลางเปลี่ยนไปพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี เธอกดลิฟท์ให้เขาตรงดิ่งขึ้นไปที่ออฟฟิสเธอใช้มือน้อยสางผมลอนยาวสลวยที่ยุ่งฟูให้เรียบร้อยพร้อมจัดแจงกระโปรงเดรสสั้นที่เลิกขึ้นมาถึงขาอ่อนขาวเนียน


                ติ๊งงงงงงงง!     


               เมื่อประตูลิฟท์เปิดออกริสา รีบวิ่งนำหน้าเขาหวังจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าคนสำคัญเธอพยายามเค้นคำภาษาจีนเพื่อสื่อสารกับเขาอีกรอบด้วยความประหม่าแต่ทว่าชายหนุ่มกลับเปล่งเสียงทุ้มต่ำของเขาออกมาที่ทำให้ริสาหน้าแตกอย่างไม่มีชิ้นดี


                “ผมพูดไทยได้ครับ ขอบคุณครับ”


              ริสายืนตัวแข็งทื่อด้วยความอับอายอยู่หน้าประตูลิฟท์‘กรี๊ดดดดดดดด อีตาบ้า พูดไทยได้ก็ไม่บอกกก !’ เธอกรีดร้องอยู่ในใจ หัวใจเต้นรัวแทบจะระเบิดออกมานอกเสื้อตัวน้อย แต่เธอทำได้แค่เพียงแค่ส่งยิ้มหวานอย่างแห้งๆกลับไปให้เขาอย่างข่มอารมณ์


                ---------------------------



              “ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักคุณเฟยหลงพาร์ทเนอร์คนสำคัญจากเซี่ยงไฮ้ ที่จะมาร่วมระดมทุนในครั้งนี้ด้วยขีดความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลของบริษัทเราผสานกับความแข็งแกร่งของบริษัทตระกูลเฉียวที่เป็นผู้นำระดับโลกในหลากหลายด้านผมมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์อย่างไร้รอยต่อให้แก่ของลูกค้าของเรา”


            คุณธวัช CEO บริษัทใหญ่ ประกาศก้อง พลางแนะนำนักธุรกิจหนุ่มกลางห้องประชุมให้กับพนักงานทั้งหมดฟัง


            ‘คนอะไรชื่ออย่างกับพระเอกหนังจีนกำลังภายใน ชิ’


           ริสาบ่นกระปอดกระแปดอยู่ในใจเธอนั่งไขว่ห้างอยู่แถวหน้าโต๊ะประชุม พลางไถมือน้อยบนไอแพดจอใหญ่ กวาดสายตาอ่าน AnalysisReport อย่างตั้งใจ


            หลังจบการประชุมริสาเดินนำลงมาส่งเขาขึ้นรถอย่างคล่องแคล่ว เธอปฏิบัติตามที่หัวหน้างานสั่งให้ดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


            "ขอบคุณที่มาร่วมประชุมกับเราในวันนี้นะคะอ้อ นี่นามบัตรของริสาค่ะ"


            "มีอะไรติดต่อริสาได้ตลอดเวลาเลยนะคะ"


            สาวสวยยื่นนามบัตรให้เขาอย่างนอมน้อมพลางส่งยิ้มหวานหวังสร้างความประทับใจใหม่ให้ลูกค้าคนสำคัญ


            เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนรับนามบัตรของเธอมาอย่างไม่สนใจ เขาก้าวขายาวขึ้นประตูรถหรูพร้อมหันมาพูดกับเธอเป็นภาษาจีนอย่าง

    กวนๆ


            ‘เชี่ยเชี่ย’ (ขอบคุณครับ)

             

             

            ปึงงงงง !


            รถหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัทใหญ่อย่างช้าๆเฟยหลงหยิบนามบัตรเธอขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง


            ‘ริสารุ่งรัตนสัญญา Project Manager’


            เขาอมยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนเก็บนามบัตรของเธอลงกระเป๋า Laptop หนังสีน้ำตาลแบรนด์ดังคู่ใจ


            -------------------------------

    คล้ายกับเรื่องThe Borderless Destiny ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801