แสงจันทร์ตกกระทบผืนน้ำส่องแสงระยับภายใต้หมู่ดาวนับล้าน ด้านข้างทะเลสาบยืนไว้ด้วยบุรุษผู้หนึ่งในเสื้อคลุมสีเขียวเข้มั์ตาสีนิลถูกแต่งแต้มด้วยแสงสะท้อนบนผืนน้ำเส้นผมสีเทายาวไปจนถึงกลางหลังเรียงสลวยราวกับผมสตรี แม้ยืนอยู่ภายใต้ความมืดมิดของเงาต้นไม้ใหญ่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีอันสง่างามของชายผู้นี้ได้เลย
“เหตุใดมันจึงออกล่าก่อนเวลา?”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย
“นี่เป็เื่แปลกประหลาดนักหวังว่าเหล่าสาวก์แห่งหุบเขาจัตุรัสยักษาจะสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้โดยไว”
แววตาอันนุ่มลึกแฝงไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งในป่าพันิญญาก่อนถอนสายตากลับ ดูผืนน้ำที่สะท้อนเป็รูปดวงจันทร์บรรยากาศโดยรอบชายหนุ่มผู้นี้เงียบสงบจนน่าหวั่นเกรง...
.
.
ปังงง!!
เสียงดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่าพันิญญาฝุ่นควันลอยตลบคละคลุ้ง บดบังแสงจันทร์ที่ส่องกระทบพื้นดิน
เฟอรินนั่งจ้องนิ่งค้างราวรูปปั้นมองเท้าขนาดั์ที่เหยียบเฉียดหน้าตนไปเพียงเล็กน้อย
“เหวอ!!”
เขาอุทานเสียงหลง พลางเงยหน้ามองเงาขนาดั์ที่ถูกบดบังด้วยฝุ่นควัน้า
“ยะ.. ั์ ป่าขนโลหิต”
มันมีร่างกายคล้ายมนุษย์รูปร่างอ้วนอันเต็มไปด้วยขนสีแดงบนใบหน้าปรากฏคมเขี้ยวขนาดใหญ่สองอันยื่นออกมาจากปากด้านล่าง มันไม่มีดวงตาแม้ไม่สามารถมองเห็น แต่มันก็ยังสามารถรับรู้กลิ่นและคลื่นพลังงานทุกรูปแบบจากระยะไกลได้ด้วยััพิเศษบางอย่าง
เฟอรินไม่คิดไม่ฝันว่าสิ่งที่เคยอ่านเจอในตำราจักอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ต้องรู้ว่า แม้ั์ป่าขนโลหิตจะเป็เพียงสัตว์อสูริญญาเทา ทว่ามันมิได้ถูกจัดอยู่ในขั้นิญญาเทาทั่วไปแต่ถูกระบุไว้เป็ขั้นสูง นั่นหมายความว่ามันมีโอกาสจะพัฒนาเป็สัตว์อสูริญญาดำได้ในอนาคต
“โธ่เว้ย!!!”
เฟอรินร้องะโให้กับความดวงซวยของตน เขาพยายามดันตัวลุกพาร่างอันสั่นกลัววิ่งห่างออก ทว่าเพียงก้าวไปไม่กี่ก้าวเท้าขนาดั์ก็พุ่งลงเฉียดข้างกาย ส่งผลให้ร่างในชุดสีขาวกระเด็นออกไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก
อั๊ก!
เืสดๆ ทะลักออกจากปาก
“บ้าจริง”
เฟอรินกล่าวเสียงเบา ค่อยๆดันตัวลุก แต่กลับล้มลง เขานำมือจับสีข้างรู้ได้ทันทีว่ากระดูกซี่โครงคงหักเรียบร้อย อย่างไรเมื่อใช้สายตาอันพร่ามัวจับจ้องไปยังสัตว์อสูรขนาดั์ด้านหน้าที่ไม่มีแม้แต่ความปราณีความคิดบ้าเืก็ฉายออกมาให้เห็น
‘เ้าจะสังหารข้ารึ’
เขาคิด พลางไอ ถมน้ำลายสีเืลงบนพื้น
“ไม่ง่ายขนาดนั้น”
เพียงไม่กี่วิเฟอรินใช้แรงเฮือกสุดท้ายพลิกตัวขึ้นมานั่ง ก่อนยกมือวาดไปบนอากาศ ไม่นานอักขระมากมายก็ปรากฎด้านหน้า เมื่อนิ้วชี้ตวัดเขียนเส้นอักษรตัวสุดท้ายจนเสร็จสิ้นพวกมันก็หลอมรวมเป็วงกลม ก่อนะเิออกเป็ลูกไฟขนาดั์
“อาคมอัคคี”
เฟอรินกล่าวพลางใช้คลื่นจิติญญาควบคุมลูกบอลเพลิงพุ่งไปด้านหน้า
เปลวเพลิงสีส้มแซมเหลือง ถูกส่งตรงไปยังั์ป่าขนโลหิต
ไม่ทราบว่าด้วยระยะที่ไม่ไกลนัก หรือขนาดร่างอันมหึมาทำให้ลูกไฟโดนเข้ากลางอกมันแบบมิอาจเลี่ยงได้
ตูม!!
ตึง!!!
เสียงดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า เสียงแรกมาจากการโจมตีส่วนอีกเสียงมาจากการล้มลงของสัตว์อสูรขนาดั์
“ฮ่าๆ เป็ไงล่ะ เ้าโง่”
เฟอรินหัวเราะร่า ก่อนหายใจเหนื่อยหอบ บอกเลยว่าอาคมอัคคีเมื่อครู่กินพลังงาน์ไปเยอะพอสมควรบวกกับอาการาเ็ที่มี จึงลืมไปได้เลยที่จะร่ายมันอีกครา
“ข้ายังมิได้มีภรรยา...”
เฟอรินกล่าวเสียงค่อย
“เคยคิดหากมีบุตรจะตั้งชื่อว่าอะไรดี ทั้งๆที่ไม่เคยมีภรรยาช่างเป็ความคิดที่ไร้สาระเป็บ้า”
เขากล่าวด้วยความอดกลั้นพลางเงยหน้ามองสัตว์อสูรขนาดั์ที่กำลังดันตัวลุกโดยบนร่างมันปรากฏเพียงรอยดำจางๆนี่แสดงให้เห็นว่าอาคมอัคคีมิสามารถทำอะไรมันได้มากนัก
“ไร้ประโยชน์สิ้นดี”
จู่ๆความคิดเฟอรินก็นึกย้อนไปยังตอนที่นั่งกินเนื้อหมูป่าเขาเดียวย่าง กับคราน ซาเนีย และชิล
“ถ้ารู้ว่ามันเป็อาหารมื้อสุดท้ายข้าน่าจะทานมากหน่อย”
เขาสายหัวพลางนึกถึงบรรยากาศรอบกองไฟอันเงียบเชียบตอนนั้นรู้สึกโกรธตัวเองที่เมื่อใกล้ถึงเวลาตาย เื่ที่คิดในหัวกลับมิใช่เื่ บุพการีวังเมฆาสูญสิ้น หรือวิชาอาคม ทว่ากลับเป็เื่รสชาติของเนื้อหมูย่าง
“บ้าบอ”
สิ้นคำกล่าว ั์ป่าขนโลกหินก็ได้ยืนขึ้น ยกเท้าก้าวมาหยุดอยู่ด้านหน้าเป็ที่เรียบร้อยเวลานี้เฟอรินไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาเตรียมตัวตายแล้ว ทำใจได้แล้วหมดโอกาสรอดแล้ว
ร่างมหึมา ยืนตระหง่านบดบังแสงจันทร์ก่อนวาดมือขนาดั์ลงมาหมายจับตัวชายหนุ่มชุดขาวทว่าขณะนั้นลูกศรแสงสีขาวก็พุ่งมาจากระยะไกล
ปัง!!!!
ร่างั์ป่าขนโลหิตล้มลงอีกคราพร้อมฝุ่นควันที่มากขึ้นกว่าคราแรก
ตึง!!!!
บนยอดไม้ห่างไปไม่ไกลปรากฏร่างหญิงสาวผู้งดงามราวกับเทพธิดา ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดไม่นานร่างนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนลงมาบนพื้นช้าๆ เมื่อแสงจันทร์สะท้อนกระทบเข้ากับผิวสีขาวอมชมพูจึงเกิดเป็ประกายสว่างไสวความงดงามนี้สามารถทำให้ผู้คนที่พบเห็นต้องหลงใหลจนิญญาสั่นสะท้าน
“ท่าน ซา... เนีย...”
เฟอรินที่นั่งก้มหน้าพิงต้นไม้ใหญ่อย่างไร้เรี่ยวแรงฉีกยิ้มเล็กน้อย บางทีเขาอาจรอดหรือไม่ผลอาจไม่ต่างจากเดิมกระนั้นคำขอบคุณก็เขียนอยู่บนใบหน้าเป็ที่เรียบร้อย
แน่นอนว่าซาเนียแข็งแกร่งทว่าหากให้เทียบชั้นกับเ้าั์ป่าขนโลหิต ยังคงห่างกันครึ่งนึง
“ลุกขึ้นไหวไหม”
ซาเนียกล่าวพร้อมปรายตาไปทางสัตว์อสูรขนาดั์ที่กำลังพยุงตัว...
“ไม่น่าไหว”
“แล้วครานละ?”
“ไปแล้ว มันพุ่งตามท่านไป”
“พุ่งตามข้า?”
ซาเนียหรี่ตาแคบเร่งพลัง์พร้อมกล่าว
“ตรงไปตามทางด้านหน้าจะพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง หากเ้าทนเจ็บซี่โครง ลุกขึ้นได้ บางทีเราทั้งคู่อาจรอด”
ความจริงคราแรกที่ซาเนียพุ่งตัวทิ้งห่างทั้งสองเพราะนางได้ใช้ััจิติญญาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบแล้วพบถ้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่งจึงพุ่งตัวออกไปตรวจสอบขนาด ความแข็งแรง และสถานที่ตั้งให้แน่ชัดทว่าด้วยความเป็คนไม่ค่อยพูด จึงทำอะไรโดยไม่บอกกล่าว ส่งผลให้ ครานและเฟอรินเข้าใจผิดว่าพวกเขาถูกทิ้ง
“เป็เช่นนี้...”
เฟอรินมองซาเนียด้วยรอยยิ้มไม่นานเขาก็เลื่อนสายตาไปทางสัตว์อสูรขนาดั์ที่ขณะนี้มันกลับมายืนได้โดยสมบูรณ์แล้ว
“ลุกขึ้น แล้วไปซะ!”
ซาเนียปลดปล่อยคลื่นพลังงาน์อย่างเข้มข้นส่งผลให้รอบตัวนางขณะนี้ เต็มไปด้วยแสงสีขาวที่สะบัดไปมาราวกับสิ่งมีชีวิตกระแสลมเริ่มก่อความรุนแรงขึ้นโดยรอบ ในตอนนี้นางราวกับร่างจำแลงเทพธิดาแห่งาอันสามารถสั่นคลอน์
“ข้าจะต้านมันไว้แล้วค่อยตามไป”
ซาเนียกล่าว พร้อมพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วทิ้งเพียงฝุ่นดินกระจายไปทั่วด้านหน้า
เฟอรินเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าใช้แรงเฮือกสุดท้าย ดันตัวลุก หันกาย วิ่งขากะเผลกเข้าไปในป่าทันที...
แสงสีขาวขนาดใหญ่แหวกอากาศพุ่งไปยังสัตว์อสูรั์อย่างรวดเร็วทว่าก่อนแสงนั้นจะถึงตัวมัน สัตว์อสูรั์ก็ยกมือขึ้นปัดไปด้านหน้า
ปัง!
เกิดกระแสลมตีกระจายไปทั่วพื้นที่แสงสีขาวขนาดใหญ่แตกออกราวกับกลุ่มควัน เบื้องหน้าตอนนี้ซาเนียเบิกตากว้าง กางมือออกพร้อมวาดอักขระจำนวนมากไปบนอากาศไม่นานอักขระก็เริ่มส่องแสงหลอมรวมกันจนกลายเป็วงกลมแต่จู่ๆมือขนาดั์ก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
อาศัยััจิติญญาอันเฉียบคมร่างบางในชุดสีขาวได้ะโถอยหลังเพื่อหลบการโจมตีส่งผลให้มือั์กระทบเข้ากับอาคมที่พึ่งร่าย วงเวทที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จึงแตกสลายทันที
มันไม่สามารถรับแรงโจมตีของสัตว์อสูรั์ตนนี้ได้แม้เพียงเสี้ยววิ
“ไม่นึกว่าพละกำลังของั์ป่าขนโลหิตจะมีมากเพียงนี้”
ซาเนียพูดพร้อมนำฝ่ามือทั้งสองข้างประกบเข้าหากันพริบตาปรากฏคันธนูสีขาวยาวประมาณสามฟุตขึ้นกลางฝ่ามือทั้งสองมือซ้ายที่อยู่กลางอกในคราแรกถูกสะบัดขึ้น คว้าจับคันธนูไว้...
ทว่าตอนนั้นััจิติญญาก็ตรวจพบหมัดขนาดั์พุ่งมาจากทางขวาทำให้นางะโหลบขึ้นไป้าทันที
ตูมม!!!
หมัดขนาดั์จู่โจมพลาดกวาดเอาต้นไม้โดยรอบหักโค่นไปจนหมด
โฮก!!
ั์ป่าขนโลหิตคำรามลั่น มันเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยจึงเหวี่ยงหมัดขวาโจมตีต่อเนื่อง
“!!”
เมื่ออยู่กลางอากาศ อันยากต่อการเคลื่อนไหวทำให้ซาเนียตัดสินใจ โยนคันธนูไปยังมือขวา ก่อนยกฝ่ามือซ้าย พร้อมแบนิ้วทั้งห้าออก
เกิดแสงสีขาวทึบทรงสี่เหลี่ยมขึ้นรับหมัดขนาดยักษ์ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว
ปัง!!!
หมัดถูกสะท้อนกลับไปเล็กน้อยน้อยพร้อมกับแหวนหนึ่งวงบนนิ้วเรียวงาม แตกสลาย
“ไม่คิดว่าต้องใช้แหวนช่วยชีวิตเร็วขนาดนี้”
ซาเนียกัดฟัน พาร่างบางร่อนลงบนพื้นดินพลิกตัวยืนประจันหน้าั์ป่าขนโลหิต
ต้องรู้ว่าแหวนช่วยชีวิต เป็สิ่งหายากมาก แม้ในหมู่ผู้รับใช้์ชั้นสูงอย่างไรสำหรับการเป็ตัวแทนเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสำนักเป็ธรรมดาที่จะได้รับมันเพื่อใช้ป้องกันตัว ทั้งนี้เพราะอาคมที่ถูกสลักในแหวนเป็ถึงอาคมป้องกันระดับเชี่ยวชาญ ทำให้มีความสามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกรูปแบบหากต่ำกว่าขั้นวัฏจักรเคลื่อนย้าย
“ข้าประมาท”
ซาเนียรู้สึกหงุดหงิดตนเอง ที่เมื่อครู่เลือกหลบการโจมตีขึ้น้าเป็เหตุให้ร่างค้างอยู่กลางอากาศจนไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีต่อได้
ครุ่นคิดอยู่หนึ่งลมหายใจจึงเงยหน้า โยนคันธนูไปยังมือซ้าย และใช้มือขวาง้างสายธนูออก
พลันพลังงาน์ที่อยู่รอบๆตัวนางก็เริ่มพุ่งเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็ลูกธนูสีขาว
“ศรผ่า์”
ลูกธนูส่องแสงเจิดจ้าจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลั์ป่าขนโลหิตที่รับรู้ถึงพลังงาน์อันแข็งแกร่งก็เร่งเคลื่อนหมัดขวาของมันไปด้านหน้าอีกครา
หมัดขนาดั์พุ่งผ่านต้นไม้ขนาดใหญ่จนทำให้ต้นไม้เ่าั้โค่นล้มลงมาเป็จำนวนมากซาเนียที่เห็นหมัดขนาดั์เข้าใกล้นางด้วยความเร็ว จึงหันหัวลูกศรไปทางหมัดั์ จากนั้นก็ยิงออกไป
ปังง!!
เกิดะเิแสงสว่างขึ้นกลางผืนป่าพันิญญาแสงเหล่านี้ส่องไปทั่วราวกับพลุขนาดใหญ่ คลื่นลมถูกตีออกกลายเป็วงกว้าง ส่งผลให้ต้นไม้หลายต้นเอนลู่ไปตามทิศทางที่คลื่นลมพัดผ่านฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ บดบังการมองเห็นด้วยตาเปล่าจนหมดสิ้น
ซาเนียค่อยๆลอยลงมาจากกลางอากาศสีหน้าแสดงออกถึงอาการเหนื่อยหอบ ศรผ่า์เมื่อครู่คือทักษะระดับลึกลับที่นางซุ่มฝึกมาหลายปีด้วยการที่อยู่เพียงระดับผสานกายขั้นหกย่อมเป็ธรรมดาที่พลังงาน์จะถูกใช้ไปจนหมดสิ้นกับทักษะนี้
มองไปยังด้านหน้า ปัจจุบันพบเพียงกลุ่มควันขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงะเิของทักษะศรผ่า์ซาเนียหลับตาพร้อมปลดััจิติญญาเพื่อคลายความตึงเครียด แววตาอันงดงามจ้องไปยังทิศทางที่เฟอรินหายไป
“บางทีข้าควรตามไปได้แล้ว”
แม้จะมั่นใจว่าทักษะนี้มิอาจสังหารั์ป่าขนโลหิตทว่าก็น่าจะทำให้มันาเ็สาหัส
อย่างไรบางครั้งการคาดการมักไม่ถูกเสมอไปพริบตามือขนาดั์ได้โผล่ออกมาจากกลุ่มควัน พุ่งเข้าคว้าจับตัวซาเนียด้วยความเร็วแม้จะคลายััจิติญญาไปก่อนหน้า ทว่าด้วยประสบการณ์ที่มีอยู่บ้าง ทำให้ร่างกายนางตอบสนองได้ทันท่วงที
ฟืบบ!!
มือั์คว้าเพียงอากาศอันว่างเปล่า
เห็นเช่นนนั้นซาเนียจึงฉีกยิ้มอย่างผ่อนคลาย คิดะโทิ้งระยะห่างออกเพื่อตั้งหลักดูสถานการณ์จากระยะไกล
กระนั้นราวกับเื่ตลกร้ายจู่ๆมืออีกข้างก็โผล่ออกมาจากบนฟ้า คว้าจับตัวซาเนียไว้ได้สำเร็จ
มือข้างนี้เป็มือที่ถูกนางยิงศรผ่า์ใส่ดูเหมือนจะมีรอยแผลลึกขนาดเล็กที่กลางฝ่ามือของมันอยู่ เืสีม่วงจากาแลึกไหลซึมผ่านชุดผ้าบางสีขาวเป็เหตุให้ตอนนี้ครึ่งตัวของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยเืกลิ่นฉุนสีม่วง...
นางผู้เป็ถึงเทพธิดาจากวังเมฆาสูญสิ้นไม่เคยรู้สึกอับจนหนทางเช่นนี้มาก่อนสายตาอันงดงามปรากฏซึ่งความสับสนอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่มีความเกรงกลัวต่อสัตว์อสูรตนนี้มากนักแต่นางก็เกรงกลัวซึ่งความตายอยู่บ้าง
สักพักกลิ่นเหม็นเน่าของเืสัตว์อสูรก็เริ่มส่งออกมาอย่างรุนแรงมันลอยคละคลุ้งไปทั่วร่างอันงดงาม
“อี๋กลิ่นเหม็นนี่มันอะไร ใครมาปล่อยอึไว้แถวนี้...”
เสียงอันหยาบคายลอยมาจากด้านหลังของซาเนีย