Ep. 31
ย้อนกลับไปที่ห้างB
เวลา 11:30 น.
หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสยาวสีดำพร้อมกระเป๋าใบใหญ่คู่ใจของเธอ ลมหนาวที่มาถึงห้างB ก่อนที่เรนนี่จะมาถึงสักพัก เธอเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำบนชั้นสองและโทรหาเพื่อนรักที่ได้นัดแนะกันไว้ ทำธุระส่วนตัวเสร็จเธอก็ออกมาจากห้องน้ำ เดินตรงกลับไปที่รถที่จอดไว้ชั้นใต้ดินเพราะลืมของบางอย่างเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้กดลิฟต์ ก็มีชายกลุ่มหนึ่งท่าทางน่ากลัวเดินเข้ามาประกบเธอไว้แล้วจับตัวเธอขึ้นรถไป ทำให้เธอต้องพบเจอกับเื่ราวที่เธอเองไม่เคยคาดคิดมาก่อน เธอถูกผู้ชายคนหนึ่งที่กลุ่มชายฉกรรจ์นั้นเรียกว่า'นาย' เขาย่ำยีทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียสิ่งที่ผู้หญิงหวงแหนที่สุดในชีวิตให้กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ซึ่งเธอไม่เคยรู้จักแม้แต่ชื่อของเขา......
ปัจจุบัน..
" ตกลงว่ายังไงคะ? คุณหายไปไหนมา? " ฉันยังถามแล้วยืนจ้องหน้าเขา เขาไม่ได้หลบตาแต่ยืนจ้องฉันนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วจับจูงฉันให้ไปนั่งบนเตียง
" เรนนี่ ฟังนะ..ฉันจะบอกเธอทุกอย่าง และที่ฉันจะพูดต่อไปนี้คือความจริงทั้งสิ้น ถ้าเธอฟังจบแล้วเธอจะโกรธฉันก็ได้ แต่..ได้โปรด อย่าไปจากฉันได้ไหม? "
" คุณสิงห์ กำลังหมายถึงอะไรกันแน่คะ.. " ได้ยินเขาพูดมาแบบนนั้น มันเริ่มทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจ ทำไมต้องพูดเหมือนกับว่ามันเป็เื่ร้ายแรงใหญ่โต เขาช่างเป็ผู้ชายที่น่าสงสัยจริงๆในเวลานี้ แต่ไม่ว่าเขาจะเป็อะไร ยังไงฉันก็จะรักเขาเหมือนเดิม ยกเว้นเื่ผู้หญิงอ่ะนะ! -_-
จากที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันในตอนแรก เขาเอื้อมมาจับมือฉันไว้ทั้งสองข้างแล้วนั่งลงข้างๆกันบนเตียง
" เธอ...คงรู้อยู่แล้วว่าฉันทำงานอะไรบ้าง ฉันมีหุ้นส่วนที่สนามบินและอีกหลายที่ ฉันมีคาสิโนและสนามแข่ง แต่มีเื่หนึ่งที่ฉันยังไม่เคยบอกเธอ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดเธอเื่นี้นะ แค่....ยังหาโอากาสบอกเธอไม่ได้ เอ่อ คือ.. " มาเกริ่นให้อยากรู้จนเส้นเืข้างขมับฉันเต้น ตุ้บๆ เพราะความอึดอัดทั้งอยากรู้ขนาดนี้ แต่มาทำอ้ำๆอึ้งๆ อยู่อย่างนี้ ลมหายใจฉันเริ่มสะดุดเพราะลุ้นมากเกินไป ฉันตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
" ฉัน...เป็มาเฟีย "
" 0_0! " มาเฟีย!!!??! คือพวกที่เขาแต่งกันในนิยายที่ฉันเคยอ่าน หรือตามละครในทีวีหลังข่าวที่ฉันเคยดู พวกที่ค้ามนุษย์ ตบตีผู้หญิง ทั้งเด็กทั้งคนแก่ ไม่สนกฏหมายบ้านเมือง ไม่มีอารยธรรม ยิงกันฆ่ากันเป็ผักเป็ปลานั่นอ่ะหรอ ที่บอกว่าเป็มาเฟียเขากำลังหมายถึงเขาเป็คนประเภทนั้นใช่มั๊ย? ไม่นะ!!
" เรนนี่.... เธออย่าทำหน้าเหมือนรังเกียจฉันแบบนั้นได้ไหม~ " ?? ฉันทำหน้าแบบนั้นหรอ ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย
" ละ...แล้ว ยะ...ยังไงต่อคะ? "
" ฉันเป็มาเฟีย และมีศัตรูของฉันคนหนึ่งมันชื่อไอ้ทั้งกร............. " หลังจากที่เขาสาธยายให้ฉันฟังทั้งหมดจนจบเป็เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง พูดได้คำเดียว
โอ้วววว~แม่เ้า! 0_0
เฮือกกกกกก~
เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากคนตรงหน้า เขามองหน้าฉันอย่างเว้าวอนติ่งผิดหวังนิดๆ ที่ฉันเอาแต่เงียบอยู่อย่างนี้ ก็ฉันไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆหนิ มันยังอึ้งไม่หายเลย
" เฮ้ออออ~ ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าเื่มันต้องเป็อย่างนี้ ถ้าเธอรู้ความจริงเื่ที่ฉันเป็....มาเฟีย "
" .................... "
" แต่..ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันยังยืนยันคำเดิม และฉันจะไม่ปล่อยเธอไป " เขาพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ทิ้งฉันให้นั่งมึนอยู่คนเดียว คืออะไร? มาพูดเสร็จก็เดินทำท่าทางเหมือนงอนตุ๊บป่องไปโน่นแล้ว
สิงห์ || Part ||
ผมเล่าเื่ทั้งหมดให้เธอฟัง ั้แ่ก่อนหน้านั้นหลังจากเรนนี่ฝึกงานเสร็จแล้วกลับไปเชียงใหม่ ที่ผมหายไป ไม่ตอบแชท ไม่โทรหา รวมทั้งเื่ที่ผมไม่ยอมให้เธอไปทำงานหรือว่าพาเธอไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา เพราะผมเป็ห่วงเธอ ทั้งเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ ที่ไอ้ัมันส่งรูปและคลิปเสียงนั้นมาให้ แล้วผมเข้าใจว่าเป็เธอ
หลังจากที่เธอนั่งฟังจนจบ ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหมือนผิดหวังมากมายที่มาคบกับผม ผมก็เข้าใจอยู่ ผู้หญิงที่ไหนจะอยากมีผัวเป็มาเฟีย แต่ที่ผมบอกเธอไปว่ายังไงผมก็ยังยืนยันคำเดิม คือผมรักเธอและจะไม่ปล่อยเธอไปแน่ ผมอุตส่าห์ย้ำแล้วว่าผมรักเธอ แต่สีหน้าก็ยังเหมือนเดิม เหมือนอยากจะไปจากผม เื่อะไรผมจะยอมให้เธอไป เมียทั้งคน ถึงเธอจะเลิกรักผมเพราะผมเป็มาเฟีย แต่มาเฟียอย่างผม..มันเลิกรักเธอไม่ได้ ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้จริงๆเรนนี่ ขอโทษนะ
ผมสูบเอาควันจากมวนบุหรี่เข้าปอดหนักๆครั้งสุดท้ายแล้วจี้มันลงในที่เขี่ยบุหรี่ กวาดสายตามองวิวยามพลบค่ำของกรุงทพจากระเบียงคอนโดของตัวเอง เวลานี้แสงไฟยามกลางคืนในเมืองหลวงเริ่มระยิบระยับติดขึ้นเรียงสายเป็แถว สถานที่ประจำของนักท่องราตรีเริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับ
ครืกกกกก~ กึก!
เสียงเปิดประตูระเบียงดังขึ้นจากด้านหลัง ผมยังยืนหันหลังแขนทั้งสองข้างค้ำราวระเบียงอยู่ที่เดิม ไม่ได้หันกลับไปมองคนที่เปิดประตูออกมาเมื่อกี๊
" กินข้าวค่ะ " เธอพูดเสียงเรียบๆแค่นั้นแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน
" เฮ้ออออ~ หึ " ผมถอนหายใจแล้วยิ้มกับตัวเอง เธอคงรังเกียจที่ผมเป็มาเฟียจริงๆสินะ ยืนอยู่สักพักก็เดินตามเธอเข้าไป
ครืกกกกกก~
ผมลากเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวอยู่สองสามอย่าง เป็ไข่เจียว แกงอะไรสักอย่างที่เธอทำเอง แล้วก็น่าจะเป็ผัดคะน้าหมูกรอบ แต่คนทำยังทำอะไรสักอย่างอยู่ที่เคาน์เตอร์ เธอถอดผ้ากันเปื้อนที่ใส่ทำอาหารออกแล้วเดินมานั่งลงตรงข้าม เราสองคนนั่งกินข้าวด้วยกันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
End.
เรนนี่ ||Part||
ฉันไม่รู้ต้องทำตัวยังไงเมื่อเขาเงียบแบบนี้ นั่งกินข้าวตรงข้ามกันแท้ๆแต่ไร้เสียงพูดคุย ปกติเราไม่ค่อยคุยกันเวลากันข้าวอยู่แล้วแต่ก็มีหยอกล้อกันบ้าง พอมาเป็แบบนี้แล้วมันรู้สึกอึดอัดแปลกๆ
หลังจากที่เขาบอกฉันทั้งหมด เขาก็เงียบไปเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง เขาไม่พอใจฉันรึเปล่า? ก็ได้แต่คิดในใจ ฉันเองก็เอาแต่เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ถามว่าเกลียดเขามั๊ย มันไม่ได้เกลียด ฉันบอกแล้วว่า ไม่ว่าเขาจะเป็ยังไงฉันก็ยังรักเขาอยู่ดี แต่มันแค่รู้สึกกลัวๆนิดนึง ก็เขาน่ะเป็ถึงมาเฟียเลยนะ! ถ้าฉันทำอะไรผิดหูผิดตาเขาขึ้นมา แล้วเขาเกิดไม่พอใจหยิบปืนขึ้นมาจี้หัวฉันทำไงอ่ะ ฉันพยายามทำตัวให้อ่อนน้อมที่สุดเท่าที่ผู้หญิงอย่างฉันจะทำได้แล้วนะ
เคร้งงง!!!
ฉันสะดุ้งใเมื่อเขาวางช้อนให้กระทบลงกับจานแรงๆ จากนั้นก็รีบพุ่งตัววิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ แล้วโก่งคออ้วก เหมือนวันนั้นเลย
" อ้วกกก อ้วกกกก!~~~ "
" เรนนี่ว่าคุณไปหาหมอดีมั๊ยคะ? " ฉันพูดแล้วยืนลูบหลังเขาไม่หยุด
" อ้วกกกกก อ้วกกกกกก "
ฉันเป็ห่วงเขาจังเลย แต่ดื้ออย่างเขาบอกให้ไปหาหมอก็ไม่รู้จะฟังรึเปล่า สักพักพอดีขึ้นก็ล้างหน้าล้างตาแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย แล้วไม่กินข้าวกินปลาหรือไง ฉันเดินตามเข้าไปก็เห็นเขานอนคุมโปงอยู่บนเตียงแล้ว หรือว่าเขาอยากจะพักผ่อน ไม่อยากรบกวนเขาจึงเดินออกมาข้างนอก พอเจอแบบนี้ฉันเองก็คงกินอะไรไม่ลงแล้วแหละ ฉันเก็บจานอาหารทุกอย่างบนโต๊ะ ไข่เจียวจะเก็บไว้กินต่อก็คงไม่อร่อยแล้วจึงเทมันลงในขยะ ส่วนผัดคะน้ากับแกงเขียวหวานก็เทใส่กระปุกเก็บเข้าตู้เย็น
ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดด~~
หลังจากล้างจาน เก็บของเรียบร้อย ก็พอดีมีข้อความเข้าว่า เบอร์ยัยลมหนาวสามารถติดต่อได้แล้ว จากที่ตอนแรกฉันโทรหามันไม่ติด จึงลองโทรกลับไปอีกครั้ง แต่ก็ไม่คนรับสาย ฉันเริ่มจะเป็ห่วงมันขึ้นมาแล้วนะ หายไปทั้งวันแบบนี้เป็อะไรรึเปล่า
ไลน์กลุ่ม ' ลูกหมูอู๊ดอู๊ด '
Rainy : ' พวกมึงงง หายเงียบเลยนะ '
พริ้มเพรา : ' หมายถึงตัวเองรึเปล่า? '
April : ' เออ ั้แ่มีผู้ เพื่อนฝูงนี่ก็ไม่เอาแล้ว '
Rainy : ' บ้าาา ใครเขาทำแบบนั้นกัน~ '
พริ้มเพรา : ' มึงไง! '
April : ' ก็มึงงายยคะ '
Rainy : ' -_-" นี่ยัยลมหนาวหายไปไหน ใครรู้บ้าง? พวกมึงได้เจอมันมั๊ย นี่นัดกินข้าวด้วยกันั้แ่เที่ยง ไม่รู้หายหัวไปไหน โทรไปก็ไม่รับ '
April : ' เออ วันก่อนเห็นมันชวนนัดเจออยู่ แต่กูไม่ว่างอ่ะ ตอนนั้นมึงก็หายหัวเหมือนมันนี่แหละ ั้แ่มีผัวอ่ะ '
พริ้มเพรา : ' หรือว่ามันจะแอบไปมีผัวเหมือนมึง เรนนี่? '
Rainy : ' อะไรกับกูอีกแล้ว '
ลมหนาว : ส่งสติ๊กเกอร์
????
April : ' นี่ไง! พูดถึงก็โผล่มาเลย สงสัยจะรู้ว่ามีคนกำลังนินทา 55555 '
Rainy : ' มึงหายไปไหนมาลมหนาว นัดไว้ก็ไม่มา แล้วยังติดต่อไม่ได้อีก เกิดอะไรขึ้น '
ลมหนาว : ' ขอโทษนะมึง พอดีเหนื่อยๆอ่ะ มาถึงห้างแล้วก็เลยกลับไปพัก '
Rainy : ' ไอ่เราก็เป็ห่วงแทบตาย เทเพื่อนเพื่อกลับไปนอน =^= '
ลมหนาว : ' 555555 โทษทีๆ ไว้ค่อยนัดกันใหม่นะ '
คุยกันเรื่อยเปื่อยสักพักก็แยกย้าย เพราะเดี๋ยวพวกมันต้องทำงานแต่เช้า ฉันเองก็ควรต้องนอนเร็วๆแล้วเหมือนกัน ว่าแต่คืนนี้ฉันควรนอนที่ไหนดี เ้าของห้องจะอนุญาตให้นอนด้วยรึเปล่า......."_"
********* to be continued
อ่าววว ทำไมอยู่ๆเหตุการณ์มันถึงได้กลายเป็อึมครึมอย่างนี้ไปได้ละคะ อย่างอนกันเลย หันหน้าคุยกันจะได้เข้าใจกันนะคะ ถ้าไม่มีใครพูดก็ไม่มีใครเข้าใจ ไรท์เตือนแล้วนะ! อย่าให้มีรอบสอง