“นางเป็หลานสาวข้าเอง” ท่านยายเหอเดินเข้ามาจับมือหลานสาวเอาไว้ ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้นางนึกถึงชีวิตของตัวเองในภพที่แล้ว จริงอยู่ว่าในยุคหกศูนย์เป็ยุคที่ประเทศขาดแคลนอาหาร แต่สาเหตุที่ทำให้นางเสียชีวิตนั้นเป็เพราะครอบครัวฝั่งสามีใจร้ายไม่ยอมให้นางได้กินอาหารเลยต่างหาก นางจึงอดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือสามแม่ลูกนี้ไม่ได้ “ที่หรานเอ๋อพูดมาก็ไม่ผิด หากเ้าบอกว่าหม่าซื่อเป็หนี้ เ้าก็แค่เอาหนังสือกู้ยืมขึ้นมาแสดงให้ทุกคนได้เห็น ส่วนเื่ที่พวกเ้าไม่ยอมรับนางกับลูกๆ ในเมื่อลูกชายเ้าก็เสียชีวิตไปแล้ว พวกเ้าก็แค่ทำหนังสือตัดขาดแล้วก็เอาชื่อนางกับลูกออกจากสำมะโนครัวของครอบครัวเ้าเสียก็สิ้นเื่”
“พวกเ้าใช้สิทธิ์อะไรมายุ่งกับเื่ในครอบครัวข้า อย่าคิดว่ามีสามีเป็ซิ่วไฉแล้วจะมาใช้อำนาจกดขี่ข้าได้นะ” แม่เฒ่าเฉาะโขึ้นอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับถ่มน้ำลายลงพื้น “ยุ่งไม่เข้าเื่”
“ท่านยายเฉา” กู้เสี่ยวหรานขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจกับกิริยาน่ารังเกียจนี้ “ข้ากับท่านยายไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเื่ของครอบครัวท่านจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้เพราะอะไรข้าถึงอยากยุ่งเื่ของท่านเหลือเกิน”
“หม่าซื่อ เ้าให้คนไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่ก่อนเถอะ เื่ราวต่างๆ ควรจะจบลงในวันนี้ สมควรจัดการอย่างไรก็ทำมันให้เรียบร้อย” ท่านยายเหอหันไปเตือนหม่าหลัน
หม่าหลันเป็มารดาของหนานหงซิ่วและหนานเจียกั๋ว นางเป็เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน นางกับบิดาของเด็กๆพบรักกันตอนที่เขาเห็นนางได้รับาเ็อยู่บนูเา จากนั้นทั้งสองก็แต่งงานกันโดยไม่ฟังคำคัดค้านของแม่เฒ่าเฉา ทำให้ชีวิตแต่งงานของหม่าหลันกับสามีลำบากอยู่ไม่น้อย แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้สามีภรรยาคู่นี้ขอแยกบ้านออกมาอยู่อาศัยกันเองเป็เพราะทนเห็นหนานหงซิ่วและหนานเจียกั๋วถูกทุบตีและถูกใช้แรงงานไม่ไหว
แต่การแยกครอบครัวออกมาก็ยังหนีคำว่ากตัญญูไม่พ้น เพราะแม่สามีอย่างแม่เฒ่าเฉาช่างเป็คนเห็นแก่ตัว นางมักจะพาลูกสะใภ้ใหญ่เข้ามารื้อค้นข้าวของและหยิบฉวยอาหารจากบ้านของลูกชายคนรองไปเป็ประจำ และเมื่อลูกชายเสียชีวิตไป นางยังสร้างเื่เท็จเพื่อที่จะมาพาหนานหงซิ่วไปขายที่บ้านของเศรษฐีอีก
หม่าหลันตัดสินใจได้ในทันที “เจียกั๋ว เ้าไปเชิญท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาที่บ้านเราเดี๋ยวนี้เลย ระหว่างทางไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าต้องร้องะโดังๆ ร้องออกมาให้ดังที่สุดเพื่อให้ชาวบ้านได้ยิน เ้าเข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม”
“ขอรับท่านแม่ หากมีคนคิดที่จะมาขัดขวางหรือทำร้ายข้า ข้าจะร้องะโให้สุดเสียงเลยขอรับ” หนานเจียกั๋วรับคำแล้วก็รีบวิ่งไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านทันที
แม่เฒ่าเฉาและลูกสะใภ้ใหญ่ต่างก็เริ่มกระวนกระวาย แต่ไหนแต่ไรมาหม่าหลันก็ไม่เคยคิดที่จะโต้เถียงกับตนมาก่อน แล้ววันนี้ทำไมนิสัยของลูกสะใภ้ถึงได้เปลี่ยนไป สายตาของนางหันไปตกอยู่ที่สองยายหลานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ทันที นางเริ่มชี้หน้า “เป็เพราะเ้าที่แส่ไม่เข้าเื่ ลูกสะใภ้ของข้าไม่เคยเถียงข้ามาก่อน เ้าคิดว่าเ้าเป็ฮูหยินของซิ่วไฉแล้วข้าจะไม่กล้าไปแจ้งทางการให้มาจับเ้าหรือ”
“ข้อหาอะไร” ท่านยายเหอถามอย่างสบายอารมณ์ “กฎหมายของแคว้นเยี่ยนเรากล่าวเอาไว้ว่า ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์ใส่ร้ายหรือปรักปรำบุคคลอื่นให้เกิดความเสียหาย เพราะโทษที่ได้รับนอกจากค่าปรับแล้ว ยังต้องถูกส่งตัวเข้าไปนอนในคุกอีกด้วย ในฐานะที่ข้าเป็เพื่อนบ้านที่ดี ข้าจึงยื่นมือเข้ามาช่วยหม่าซื่อก็เท่านั้น ส่วนเื่ว่าใครจะผิดหรือถูกอย่างไรก็ให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็คนตัดสิน แต่ถ้าหัวหน้าหมู่บ้านยังตัดสินไม่ได้ ตัวเ้าที่บอกว่าตนเองเป็เ้าหนี้ก็ไปฟ้องร้องหม่าซื่อต่อที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ท่านนายอำเภอช่วยตัดสินให้ก็ได้”
“ท่านยายเ้าขา เช่นนั้นเ้าหน้าที่ก็ต้องสอบถามถึงที่มาที่ไปของเื่ราวทั้งหมดก่อนใช่ไหมเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานยิ้มถาม
“ถูกต้องแล้ว และทุกคำพูดที่บอกออกไปจะต้องมีพยานและหลักฐานมารองรับ หรานเอ๋อของยายทำถูกแล้วที่ถามหาหลักฐานจากแม่เฒ่าเฉา ช่างเป็เด็กที่รอบคอบจริงๆ” ท่านยายเหอชมหลานสาว
ชาวบ้านที่ได้ฟังต่างก็มองท่านยายเหอและกู้เสี่ยวหรานด้วยความเลื่อมใส คนที่มีความรู้ย่อมพูดจาได้น่าเชื่อถือกว่าคนที่เอาแต่โวยวายเป็ไหนๆ จากนั้นสายตาทุกคู่ก็มองไปที่แม่เฒ่าเฉาและลูกสะใภ้ใหญ่อย่างดูแคลน
“พวกเ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามามองข้าแบบนี้” สะใภ้ใหญ่เริ่มชี้หน้าชาวบ้าน “เื่นี้เป็เื่ภายในครอบครัว พวกข้าจะตัดสินกันเองไม่จำเป็ต้องให้ทางการมาเสียเวลากับเื่เล็กน้อยแค่นี้หรอก”
“ใช่ๆ เื่เล็กน้อยแค่นี้ครอบครัวของข้าจัดการกันเองได้” แม่เฒ่าเฉารีบสนับสนุนคำพูดของลูกสะใภ้ “หม่าซื่อ ถึงอย่างไรเ้าก็ยังถือเป็สะใภ้สกุลหนานของเรา เื่นี้ไม่จำเป็ต้องให้ถึงทางการ เพราะมันจะทำให้ครอบครัวของเราเสียชื่อเสียงไปเปล่าๆ เ้ากับเด็กๆ แค่ตามข้ากลับไปที่บ้านสกุลหนานก็พอ”
“แต่ข้าเห็นด้วยกับฮูหยินเหอเ้าค่ะ เื่หนี้สินเป็สิ่งที่ข้าไม่ได้ก่อขึ้น และข้าก็มั่นใจว่าท่านพี่ก็คงจะไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้ข้ากับลูกๆ แน่นอน ท่านแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่กลับไปนำหลักฐานมาเตรียมไว้รอหัวหน้าหมู่บ้านดีกว่าเ้าค่ะ” หม่าหลันปฏิเสธ
“นังลูกสะใภ้สารเลว ข้าก็นึกไว้อยู่แล้วว่าเ้ามันไม่ใช่คนดี คิดที่จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวข้าเสียหาย เ้าก็รู้ว่าถ้าเื่นี้ไปถึงทางการ หลานชายของข้าก็จะพลอยเสียชื่อเสียงไปด้วย แล้วต่อไปเขาจะไปสอบเข้ารับราชการได้ยังไง” แม่เฒ่าเฉาะโต่อว่าหม่าหลันสุดเสียง
“เ้าจะะโให้มันได้อะไรขึ้นมาแม่เฒ่าเฉา” หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาด้วยความโมโห “แล้วนี่จะมีใครเล่าให้ข้าฟังได้บ้างว่าพวกเ้าไปตามข้ามาทำไม”
“เป็ข้าที่เสนอให้ครอบครัวของหม่าซื่อไปเชิญท่านมาเอง” ท่านยายเหอพูดยิ้ม “แม่เฒ่าเฉากับหม่าซื่อกำลังถกกันเื่ของหนี้สิน แม่เฒ่าเฉาบอกว่านางให้ลูกสะใภ้ยืมเงินแต่ไม่ได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมไว้ ส่วนหม่าซื่อก็ยืนยันว่านางไม่เคยยืมเงินจากแม่สามีหรือพี่สะใภ้มาก่อน ข้าได้อธิบายให้ทั้งสองคนฟังไปเบื้องต้นแล้วว่าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องร้องเท็จ ก็เท่ากับว่าจงใจใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น บทลงโทษของแคว้นเยี่ยนเราเป็อย่างไรข้าก็ได้อธิบายให้พวกนางฟังแล้วเหมือนกัน ถึงอย่างนั้นเพื่อให้ความเป็ธรรมกับทั้งสองฝ่าย หัวหน้าหมู่บ้านก็ให้แม่เฒ่าเฉากับหม่าซื่อเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ท่านฟังใหม่อีกรอบก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับเื่นี้ก็ได้”
“โอ! เป็ฮูหยินเหอนี่เอง” หัวหน้าหมู่บ้านเปลี่ยนท่าทางเกรี้ยวกราดเป็นอบน้อมทันที ถึงแม้ซิ่วไฉเหอจะเป็เพียงอาจารย์สอนหนังสือในหมู่บ้าน แต่ชื่อเสียงในอำเภอของเขานั้นก็มีไม่น้อย และลูกศิษย์ลูกหาของเขาก็มีไม่น้อยเช่นกัน “ข้าจะจัดการเื่นี้ให้ดีเองขอรับ ฮูหยินไม่ต้องเป็ห่วง”
“เช่นนั้นข้ากับหลานสาวขอร่วมเป็พยานและนั่งฟังท่านชำระความอยู่ที่นี่ด้วยก็แล้วกัน” ท่านยายเหอไม่รอให้หัวหน้าหมู่บ้านปฏิเสธ นางก็จูงมือกู้เสี่ยวหรานไปหาที่นั่งทันที
เหตุผลที่ท่านยายเหอต้องทำอย่างนี้ก็เพราะรู้ดีว่าหัวหน้าหมู่บ้านนั้นเป็คนเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากขนาดไหน หม่าซื่อและลูกๆ ไม่มีทรัพย์สินให้รีดไถ ผิดกับแม่เฒ่าเฉาที่พอจะมีเงินทองให้รีดไถได้บ้าง
“เอ่อ...ฮูหยินจะนั่งฟังอยู่ตรงนี้ด้วยหรือขอรับ”
“ท่านไม่จำเป็ต้องสนใจยายแก่อย่างข้าหรอก ข้าจะนั่งอยู่เงียบๆ” ท่านยายเหอตอบยิ้ม
“ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านตัดสินไปตามพยานหลักฐานที่มีก็พอเ้าค่ะ โชคดีจริงๆ ที่วันนี้ข้าออกมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี ท่านตากับท่านปู่ของข้าก็เพิ่งสอนเกี่ยวกับบทลงโทษของแคว้นเยี่ยนให้ข้าฟัง อ่านหนังสืออย่างเดียวอาจจะไม่เข้าใจ ถ้าได้เห็นการตัดสินจริงๆ คงทำให้ข้าเข้าใจได้ง่ายขึ้น” กู้เสี่ยวหรานพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มจริงใจให้หัวหน้าหมู่บ้าน
แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้หัวหน้าหมู่บ้านใจสั่นเสียเหลือเกิน ท่านตาของแม่หนูคนนี้เป็ใครไม่ต้องบอกคนในหมู่บ้านนี้ก็รู้จักกันทั่ว แต่ที่ชาวบ้านยังไม่รู้ก็คือครอบครัวที่แท้จริงของซิ่วไฉเหอนั้นหาใช่ครอบครัวชาวนาธรรมดาไม่ จากข่าวลือที่พอจะได้ยินมา ครอบครัวของซิ่วไฉเหอเป็ถึงครอบครัวบัณฑิตจากเมืองหลวงเชียวนะ หัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าหรือก็คือท่านพ่อของเขาก็เคยบอกเอาไว้แล้วว่าอย่าได้ไปล่วงเกินซิ่วไฉเหอเป็อันขาด
ส่วนท่านปู่ของนางนั้นเล่า คนในหมู่บ้านไม่รู้จักก็ไม่เป็ไร แต่เขาไม่รู้ได้หรือ นอกจากอาจารย์กู้จะเป็อาจารย์าุโที่สอนอยู่สำนักศึกษาประจำอำเภอแล้ว ท่านยังเป็ถึงอาจารย์ของท่านนายอำเภอคนปัจจุบันอีกด้วย แค่คิดเหงื่อบนหัวก็ไหล่ลงมาถึงกลางหลังแล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่แม่เฒ่าเฉาและลูกสะใภ้อย่างนึกโมโห ‘ช่างหาเื่ใส่ตัวไม่หยุดหย่อนจริงๆ คอยดูเถอะคราวนี้ข้าจะรีดเงินพวกเ้าให้หนักยิ่งกว่าที่ผ่านมาอีกคอยดู’